2

สัญลักษณ์ประจำโรงเรียน

สัญลักษณ์ประจำโรงเรียน

  • ตราพระราชทาน

  • สีประจำโรงเรียน

  • ความหมายของชื่อโรงเรียน จุฬาภรณราชวิทยาลัย แยกได้เป็น
    • จุฬาภรณ เป็นพระนามของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี
    • ราช,ราชา แปลว่า อันเกี่ยวข้องกับพระเจ้าแผ่นดิน
    • วิทยาลัย แปลว่า สถาบันการศึกษาชั้นสูง

ดังนั้น จุฬาภรณราชวิทยาลัย หมายถึง สถาบันการศึกษาขั้นสูงอันเกี่ยวเนื่องกับสถาบันพระมหากษัตริย์ ในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เจ้าฟ้านักวิทยาศาสตร์ ทั้งนี้ โดยโรงเรียนได้ใช้พระนามเพื่อเฉลิมพระเกียรติเนื่องในวโรกาสที่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงเจริญพระชนมายุครบ 36 พรรษา

  • คติพจน์ประจำโรงเรียน ได้แก่ คุณธรรมนำวิชาการ
  • คำขวัญประจำโรงเรียน ได้แก่ รักษ์ศักดิ์ศรี มีคุณธรรม นำวิชาการ สืบสานงานพระราชดำ
  • ← Back

    Thank you for your response. ✨

Aside
9

รายวิชาพื้นฐานหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
58
มาตรฐานการเรียนรู้
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
มาตรฐานที่ 1 ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพื่อน าไปใช้ตัดสินใจแก้ปัญหาในการด าเนิน
ชีวิตและมีนิสัยรักการอ่าน
ตัวชี้วัด
1.1 ตีความ แปลความ ขยายความจากเรื่องที่อ่าน
1.2 วิเคราะห์แนวคิด การใช้ภาษา ความน่าเชื่อถือจากเรื่องที่อ่าน
1.3 วินิจสารจากบทอ่านทั้งร้อยแก้วและร้อยกรอง
1.4 ศึกษา ประเมินเรื่องที่อ่านแล้วบอกแนวทางการน าไปประยุกต์ใช้ในการด าเนินชีวิต
1.5 ร่วมกิจกรรมส่งเสริมการอ่านที่สาขาวิชาและโรงเรียนจัดอย่างสม ่ำเสมอ
มาตรฐานที่ 2 ใช้กระบวนการเขียน เขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียนเรื่องราวในรูปแบบ
ต่างๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นคว้าอย่างมีประสิทธิภาพ
ตัวชี้วัด
2.1 เขียนย่อความ สรุปความ จากการอ่านหรือฟังสื่อที่มีรูปแบบและเนื้อหาหลากหลาย
2.2 เขียนบันทึกรูปแบบต่าง ๆ
2.3 เขียนจดหมายประเภทต่าง ๆ
2.4 เขียนความเรียง เรียงความและบทความ
2.5 เขียนประกาศในรูปแบบต่าง ๆ
2.6 เขียนรายงานเชิงวิชาการโดยสังเคราะห์ข้อมูลสารสนเทศและอ้างอิงข้อมูล
มาตรฐานที่ 3 สามารถเลือกฟังและดูอย่างมีวิจารณญาณ และพูดแสดงความรู้ความคิดและความรู้สึกใน
โอกาสต่างๆ อย่างมีวิจารณญาณและสร้างสรรค์
ตัวชี้วัด
3.1 วิเคราะห์แนวคิด การใช้ภาษาและความน่าเชื่อถือจากเรื่องที่ฟังและดู
3.2 สังเคราะห์ความรู้จากการฟัง การดูสื่อสิ่งพิมพ์สื่ออิเล็กทรอนิกส์และสื่อจากแหล่งเรียนรู้ต่างๆ
มาพูดแสดงความรู้ความคิดและความรู้สึก
3.3 พูดสรุปเนื้อหาสาระแนวคิดและแสดงความคิดเห็นจากการฟัง การดู
3.4 พูดแสดงทรรศนะ โต้แย้ง โน้มน้าวใจ
3.5 พูดอภิปราย พูดโต้วาทีพูดแบบต่างๆ ตามโอกาสหรือสถานการณ์ที่ก าหนด
มาตรฐานที่ 4 เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษาและพลังของ
ภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัติของชาติ
ตัวชี้วัด
4.1 วิเคราะห์พันธกิจ ธรรมชาติพลังและการเปลี่ยนแปลงของภาษา
4.2 วิเคราะห์ลักษณะของค าและการสร้างค าประเภทต่างๆ และข้อควรสังเกตบางประการหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554

ของภาษาไทย
4.3 วิเคราะห์ชนิดและหน้าที่ของค าตามหลักภาษา
4.4 วิเคราะห์การใช้ค าและระดับภาษา
4.5 วิเคราะห์ค าภาษาต่างประเทศในภาษาไทย
4.6 วิเคราะห์ประโยคชนิดต่างๆ
4.7 ใช้เลขไทยในรายวิชาภาษาไทย
มาตรฐานที่ 5 เข้าใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทยอย่างเห็นคุณค่าและ
น ามาประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง
ตัวชี้วัด
5.1 ศึกษาบ่อเกิด องค์ประกอบของวรรณคดีและวรรณกรรม ลักษณะวรรณคดีและวรรณกรรม
แต่ละยุคสมัยโดยสังเขป
5.2 ศึกษา วิเคราะห์วิจารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมตามหลักการวิจารณ์เบื้องต้นพร้อมทั้ง
น าเสนอผลการศึกษา วิเคราะห์วิจารณ์
5.3 วิเคราะห์ประเมินคุณค่าของวรรณคดีและวรรณกรรมด้านวรรณศิลป์ด้านสังคมและค่านิยม
5.4 วิเคราะห์ชีวิตความเป็นอยู่ สภาพสังคม วัฒนธรรม ความเชื่อ ค่านิยมที่ปรากฎในวรรณคดี
วรรณกรรมปัจจุบันและวรรณกรรมพื้นบ้านเรื่องที่ก าหนดให้ศึกษา
5.5 วิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างวรรณคดีกับชีวิต แล้วสังเคราะห์ข้อคิดจากวรรณคดีและ
วรรณกรรมเพื่อเป็นแนวทางในการด าเนินชีวิตหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554

ชื่อรายวิชาและหน่วยกิต
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
รายวิชาพื้นฐาน
1. ท30101 ภาษาไทยเพื่อการสื่อสาร 1 2 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หน่วยกิต
(การอ่าน ฟังและดู)THA30101 Thai Language for Communication 1
2. ท30102 ภาษาไทยเพื่อการสื่อสาร 1 2 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.0 หน่วยกิต
(การเขียน) THA30102 Thai Language for Communication 2
3. ท30103 วรรณวินิจ 2 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.0 หน่วยกิต
THA30103 An Approach to Literary Works
4. ท30104 พัฒนาทักษะภาษาไทย 2 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.0 หน่วยกิต
THA30104 Thai Skill Development
5. ท30105 หลักภาษาไทยในชีวิตประจ าวัน 2 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.0 หน่วยกิต
THA30105 Thai Grammar in Daily Life
6. ท30106 วรรณคดีกับชีวิต 2 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.0 หน่วยกิต
THA30106 Literature and Lifeหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554

รายวิชา ท30101 ภาษาไทยเพื่อการสื่อสาร 1 (การอ่าน ฟังและดู)
1 คาบ / สัปดาห์/ ภาคเรียน 0.5 หน่วยกิต
——————————————————————————————————————————
ค าอธิบายรายวิชา ท30101
ศึกษาความรู้เกี่ยวกับการสื่อสารของมนุษย์ฝึกการอ่านในใจเพื่อจับสาระในเวลาที่ก าหนด
สามารถอ่านและฟังอย่างมีวิจารณญาณ ฝึกการอ่าน การฟังและการดูสื่อต่าง ๆ วิเคราะห์แนวคิดการใช้
ภาษา ความน่าเชื่อถือของสื่อ มีวิจารณญาณในการเลือกเรื่องเพื่ออ่าน ฟังและดูทั้งสามารถน าความรู้
ความคิดที่ได้จากการอ่าน การฟังและการดูมาปรับใช้เพื่อพัฒนาตนเองได้
ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง
1. อธิบายเรื่องการสื่อสารของมนุษย์ได้
2. อ่านออกเสียงได้ถูกต้องตามระบบอักขรวิธีมีจังหวะ เน้น ้ น ำหนักเสียงได้อย่างเหมาะสม
3. ตีความ แปลความและขยายความจากเรื่องที่อ่านหรือฟังได้
4. อ่านในใจและตอบค าถามจากการอ่านภายในเวลาที่ก าหนดได้
5. วิเคราะห์แนวคิด การใช้ภาษาและความน่าเชื่อถือจากเรื่องที่อ่าน ฟังและดูได้อย่างมีเหตุผล แยก
ข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็นได้
6. มีวิจารณญาณในการเลือกเรื่องที่อ่าน ฟังและดู
7. แสดงคุณธรรมและมารยาทในการสื่อสารได้อย่างเหมาะสมหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554

รายวิชา ท30102 ภาษาไทยเพื่อการสื่อสาร 2 (การเขียน)
2 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.0 หน่วยกิต
——————————————————————————————————————————
ค าอธิบายรายวิชา ท30102
ศึกษาการเขียนสื่อสารในรูปแบบต่างๆ ศึกษาการใช้เครื่องหมายวรรคตอน การใช้โวหารใน
การเขียนได้แก่ การอธิบาย การบรรยายและการพรรณนา ฝึกเขียนเพื่อให้สามารถเขียนได้ตามตถุประสงค์
มีข้อมูลสาระส าคัญชัดเจน ใช้ภาษาในการเรียบเรียงได้ถูกต้อง เขียนสะกดค าถูกต้องตามพจนานุกรม
เลือกใช้ค าให้ถูกต้องตามความหมายและระดับของภาษา ฝึกย่อความ สรุปความฝึกเขียนบันทึก เขียนความ
เรียงและเรียงความที่แสดงความรู้ความคิดเห็น ความรู้สึก ฝึกการเขียนเชิงกิจธุระ เขียนรายงานการศึกษา
ค้นคว้าตามหลักการเขียนเชิงวิชาการโดยอ้างอิงข้อมูลสารสนเทศได้อย่างถูกต้อง
ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง
1. เลือกใช้ค าได้ถูกต้องตามความหมายและระดับของภาษา เรียงล าดับค าเข้าประโยคได้ถูกต้อง
2. ล าดับประโยคในข้อความต่อเนื่องได้อย่างถูกต้อง
3. เขียนกรอบแนวคิด หรือผังความคิดจากเรื่องที่อ่านได้
4. เขียนย่อความ สรุปความ จากการอ่านหรือฟังสื่อที่มีรูปแบบและเนื้อหาหลากหลายได้
5. เขียนบันทึกรูปแบบต่าง ๆ ได้
6. เขียนจดหมายประเภทต่าง ๆ ได้
7. เขียนความเรียงและเรียงความได้
8. เขียนประกาศรูปแบบต่าง ๆ ได้
9. เขียนรายงานเชิงวิชาการโดยใช้ภาษาที่เหมาะสมสามารถสังเคราะห์ข้อมูลสารสนเทศรวมทั้งการอ้างอิง
ได้อย่างถูกต้อง
10. แสดงคุณธรรมและมารยาทในการเขียนทุกประเภทหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554

รายวิชา ท30103 วรรณวินิจ
2 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.0 หน่วยกิต
——————————————————————————————————————————
ค าอธิบายรายวิชา ท30103
ศึกษาบ่อเกิดวรรณกรรม วรรณคดีไทยแต่ละยุคสมัย การวิเคราะห์วิจารณ์วรรณคดีและ
วรรณกรรมตามหลักการวิจารณ์เบื้องต้น สามารถพิจารณารูปแบบ เนื้อหา กลวิธีในการประพันธ์วิเคราะห์
ประเมินคุณค่าของวรรณคดีและวรรณกรรมทั้งในด้านรูปแบบ เนื้อหาและด้านวรรณศิลป์ศึกษาวิเคราะห์
วิจารณ์เรื่องนมัสการมาตาปิตุคุณและนมัสการอาจาริยคุณ บทละครพูดค าฉันท์เรื่องมัทนะพาธา นิทาน
เวตาล นิราศนรินทร์มงคลสูตรค าฉันท์มหาเวสสันดรชาดก ลิลิตตะเลงพ่ายหัวใจชายหนุ่ม โคลนติดล้อ
ทุกข์ของชาวนาในบทกวีและวรรณกรรมอื่นๆ ที่หลักสูตรเสนอให้เลือกฝึกอ่านออกเสียงบทร้อยแก้วและบท
ร้อยกรองให้ถูกต้อง ไพเราะเหมาะแก่เนื้อหาของบทที่อ่านท่องจ าบทอาขยาน หรือบทร้อยกรองตามความ
สนใจโดยสามารถบอกคุณค่าและน าไปใช้อ้างอิงได้
ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง
1. บอกบ่อเกิดของวรรณกรรมได้
2. บอกลักษณะวรรณคดีและวรรณกรรมในแต่ละยุคสมัยโดยสังเขปได้
3. บอกองค์ประกอบของวรรณคดีและวรรณกรรมได้
4. บอกความงามของวรรณศิลป์และภาพพจน์ชนิดต่างๆ ได้
5. ศึกษา วิเคราะห์วิจารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมตามหลักการวิจารณ์เบื้องต้น พร้อมทั้งน าเสนอผล
การศึกษา วิเคราะห์วิจารณ์ได้
6. วิเคราะห์ประเมินคุณค่าของวรรณคดีและวรรณกรรมด้านวรรณศิลป์ด้านสังคมและค่านิยมได้
7. อ่านออกเสียงบทร้อยแก้วและบทร้อยกรองได้ถูกต้อง ไพเราะเหมาะสมกับเนื้อหาของบทอ่าน
8. ท่องจ าบทอาขยาน หรือบทร้อยกรองตามความสนใจโดยสามารถบอกคุณค่าและน าไปใช้อ้างอิงได้หลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554

รายวิชา ท30104 พัฒนาทักษะการใช้ภาษา
2 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.0 หน่วยกิต
——————————————————————————————————————————
ค าอธิบายรายวิชา ท30104
พัฒนาทักษะทางภาษาทั้ง ฟัง อ่าน พูด เขียนและการคิดในระดับที่สูงขึ้น ฝึกการฟังและอ่าน
จากสื่อต่างๆ แล้ววิเคราะห์แสดงความคิดเห็นและวิจารณ์โดยการพูดหรือเขียนอย่างมีเหตุผลวิเคราะห์และ
ประเมินการใช้ภาษาจากสื่อประเภทต่างๆ ฝึกสังเคราะห์ความรู้จากการฟัง การอ่านสื่อสิ่งพิมพ์สื่อเล็กทรอ
นิกส์และสื่อจากแหล่งเรียนรู้ต่างๆ แล้วน าไปประยุกต์ใช้ในการด าเนินชีวิตเพื่อพัฒนาตนเองและสังคม หรือ
น ามาใช้ในการพูดอภิปราย พูดโต้วาทีผลิตงานเขียนของตนเองตามรูปแบบที่ถนัดได้อย่างมีประสิทธิผล
ตามเจตนารมณ์ศึกษางานเขียนของผู้อื่นได้อย่างมีวิจารณญาณสามารถพัฒนางานเขียนของตนเอง ศึกษา
วิธีการสื่อสารและการใช้ภาษาในการถามและตอบสัมภาษณ์การประชุม การพูดอภิปราย การพูดโต้วาที
ฝึกฟัง พูด อ่านจากสื่อต่างๆ แล้ววิเคราะห์วิจารณ์แสดงความคิดเห็นโต้แย้งกับเรื่องที่อ่านหรือฟังและเสนอ
ความคิดใหม่โดยการพูดหรือการเขียน ศึกษาฉันทลักษณ์ค าประพันธ์ชนิดต่าง ๆ แล้วเลือกแต่งค าประพันธ์
ตามความสนใจ
ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง
1. ฟังจากบุคคลหรือสื่อต่างๆ แล้ววิเคราะห์วิจารณ์แสดงความคิดเห็น เสนอความคิดใหม่โดย
การพูดหรือการเขียนได้อย่างมีเหตุผล
2. วิเคราะห์และประเมินการใช้ภาษาจากสื่อสิ่งพิมพ์และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ได้
3. วิเคราะห์วิจารณ์แสดงความคิดเห็นโต้แย้งกับเรื่องที่อ่านหรือฟังและเสนอความคิดใหม่ได้
อย่างมีเหตุผล
4. ศึกษาเรื่องที่อ่าน ฟัง หรือดูแล้วสามารถน าไปประยุกต์ใช้ในการด าเนินชีวิตได้
5. สามารถใช้ภาษาในการถามและการตอบการสัมภาษณ์ได้อย่างเหมาะสม
6. เลือกผลิตงานเขียนของตนเองตามรูปแบบที่สนใจทั้งร้อยแก้วและร้อยกรองได้
7. เขียนบทความได้
8. ศึกษางานเขียนของผู้อื่นแล้วน ามาพัฒนางานเขียนของตนเองได้
9. พูดโต้วาทีพูดอภิปรายแสดงความรู้ความคิด ความรู้สึก เพื่อพัฒนาตนเองและสังคมได้อย่างมี
ประสิทธิผลหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
65
รายวิชา ท30105 หลักภาษาไทยในชีวิตประจ าวัน
2 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.0 หน่วยกิต
——————————————————————————————————————————
ค าอธิบายรายวิชา ท30105
ศึกษาการใช้ภาษาไทยในชีวิตประจ าวันของคนไทยจากสื่อต่าง ๆ ทั้งในด้านการพูดและการ
เขียน มีความรู้ความเข้าใจในพันธกิจของภาษา ธรรมชาติของภาษา พลังของภาษาและลักษณะของภาษา
ศึกษาส่วนประกอบของภาษา ลักษณะข้อควรสังเกตบางประการของภาษาไทย เรียนรู้ชนิดของค า กลุ่มค า
และประโยค ใช้ภาษาได้ถูกต้องตามระดับภาษา เหมาะสมแก่กาลเทศะและบุคคลอธิบายค ามูลและเคราะห์
หลักการสร้างค าในภาษาไทย (ค าซ้ า ค าซ้อน ค าประสม ค าสมาส)วิเคราะห์ลักษณะภาษาต่างประเทศใน
ภาษาไทย การใช้เลขไทย
ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง
1. อธิบายพันธกิจ ธรรมชาติพลังและการเปลี่ยนแปลงของภาษาได้
2. บอกลักษณะและข้อควรสังเกตบางประการของภาษาไทยได้
3. วิเคราะห์ลักษณะของค ามูลและการสร้างค าซ้ า ค าซ้อน ค าประสม ค าสมาสได้
4. วิเคราะห์ชนิดและหน้าที่ของค าตามหลักภาษาได้
5. วิเคราะห์การใช้ถ้อยค า ส านวนได้ถูกต้องตามระดับภาษาและเจตนาของการสื่อสาร
6. วิเคราะห์ค าภาษาต่างประเทศในภาษาไทยได้
7. วิเคราะห์ประโยคชนิดต่างๆ ได้
8. ใช้เลขไทยในรายวิชาภาษาไทยหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554

รายวิชา ท30106 วรรณคดีกับชีวิต
2 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1 หน่วยกิต
——————————————————————————————————————————
ค าอธิบายรายวิชา ท30106
ศึกษาความเกี่ยวข้องระหว่างวัฒนธรรมกับภาษา วิเคราะห์วัฒนธรรม ความเป็นอยู่ ค่านิยม
ความเชื่อของคนในสังคมที่ปรากฏในวรรณคดีวิเคราะห์ประเมินคุณค่าของวรรณคดีและวรรณกรรม
เพื่อน าความรู้ความคิดมาเป็นแนวทางในการด าเนินชีวิต ศึกษา วิเคราะห์ลักษณะเด่นของวรรณคดี
ด้านเนื้อหาและวรรณศิลป์ศึกษาเรื่องอิเหนาตอนศึกกะหมังกุหนิง มหาเวสสันดรชาดกกัณฑ์มัทรีคัมภีร์
ฉันทศาสตร์ในแพทยศาสตร์สงเคราะห์ เสภาเรื่องขุนช้างขุนแผนตอนขุนช้างถวายฎีกาสามก๊กตอนกวนอูไป
รับราชการกับโจโฉ กาพย์เห่เรือ สามัคคีเภทค าฉันท์ไตรภูมิพระร่วง ตอนมนุสสภูมิและวรรณกรรมอื่นๆ ที่
หลักสูตรเสนอให้เลือก รวบรวมวรรณกรรมพื้นบ้านและอธิบายภูมิปัญญาทางภาษา ชีวิตความเป็นอยู่และ
ค่านิยมที่ปรากฏ
ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง
1. บอกความสัมพันธ์ระหว่างวรรณคดีกับชีวิตได้
2. บอกสภาพสังคม ชีวิตความเป็นอยู่ วัฒนธรรม ความเชื่อ ค่านิยมในวรรณคดีเรื่องที่ก าหนดให้ศึกษาได้
3. ประมวลคุณค่าทางวรรณศิลป์ (การสรรค า การเรียบเรียงค า การใช้โวหาร ภาพพจน์ความไพเราะ) จาก
วรรณคดีที่ศึกษาได้
4. วิเคราะห์ชีวิตที่ปรากฏในวรรณคดีวรรณกรรมปัจจุบันและวรรณกรรมพื้นบ้านได้
5. สังเคราะห์ข้อคิดจากวรรณคดีและวรรณกรรมเพื่อเป็นแนวทางในการด าเนินชีวิตได้หลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554

มาตรฐานการเรียนรู้
กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
มาตรฐานที่ 1 เข้าใจถึงความหลากหลายของการแสดงจ านวนและการใช้จ านวนในชีวิตจริง
ตัวชี้วัด
1.1. แสดงความสัมพันธ์ของจ านวนต่าง ๆ ในระบบจ านวนจริง
1.2. มีความคิดรวบยอดเกี่ยวกับค่าสัมบูรณ์ของจ านวนจริง
1.3. มีความคิดรวบยอดเกี่ยวกับจ านวนจริงที่อยู่ในรูปเลขยกก าลังที่มีเลขชี้ก าลังเป็นจ านวนตรรก
ยะและจ านวนจริงที่อยู่ในรูปกรณฑ์
มาตรฐานที่ 2 เข้าใจถึงผลที่เกิดขึ้นจากการด าเนินการของจ านวนและความสัมพันธ์ระหว่างการด าเนินการ
ต่าง ๆ และใช้การด าเนินการในการแก้ปัญหา
ตัวชี้วัด
2.1. เข้าใจความหมาย และหาผลลัพธ์ที่เกิดจากการบวก การลบ การคูณการหาร จ านวนจริง
จ านวนจริงที่อยู่ในรูปเลขยกก าลังที่มีเลขชี้ก าลังเป็นจ านวนตรรกยะ และจ านวนจริงที่อยู่ในรูปกรณฑ์
มาตรฐานที่ 3 ใช้การประมาณค่าในการค านวณและแก้ปัญหา
ตัวชี้วัด
3.1. หาค่าประมาณของจ านวนจริงที่อยู่ในรูปกรณฑ์และจ านวนจริงที่อยู่ในรูปเลขยกก าลังโดยใช้วิธีการ
ค านวณที่เหมาะสม
มาตรฐานที่ 4 เข้าใจระบบจ านวนและน าสมบัติเกี่ยวกับจ านวนไปใช้
ตัวชี้วัด
4.1.เข้าใจสมบัติของจ านวนจริงเกี่ยวกับการบวกการคูณ การเท่ากัน การไม่เท่ากัน และน าไปใช้ได้
มาตรฐานที่ 5 เข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับการวัด วัดและคาดคะเนขนาดของสิ่งที่ต้องการวัด
ตัวชี้วัด
มาตรฐานที่ 6 แก้ปัญหาเกี่ยวกับการวัด
ตัวชี้วัด
6.1. แก้โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับระยะทางและความสูงโดยใช้อัตราส่วนตรีโกณมิติ
มาตรฐานที่ 7 เข้าใจและวิเคราะห์แบบรูป (Patterns) ความสัมพันธ์และฟังก์ชัน
ตัวชี้วัด
7.1. มีความคิดรวบยอดในเรื่องเซตและการด าเนินการของเซต
7.2. เข้าใจและสามารถใช้การให้เหตุผลแบบอุปนัยและนิรนัยหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554

7.3. มีความคิดรวบยอดเกี่ยวกับความสัมพันธ์และฟังก์ชัน เขียนแสดงความสัมพันธ์และฟังก์ชันใน
รูปต่าง ๆ เช่น ตาราง กราฟและสมการ
7.4. เข้าใจความหมายของล าดับและหาพจน์ทั่วไปของล าดับจ ากัด
7.5. เข้าใจความหมายของล าดับเลขคณิต และล าดับเรขาคณิต หาพจน์ต่าง ๆของล าดับเลขคณิต
และล าดับเรขาคณิต และน าไปใช้
มาตรฐานที่ 8 ใช้นิพจน์สมการ อสมการ กราฟ และตัวแบบเชิงคณิตศาสตร์ (MathematicalModels)
อื่น ๆ แทนสถานการณ์ต่าง ๆ ตลอดจนแปลความหมายและน าไปใช้แก้ปัญหา
ตัวชี้วัด
8.1. เขียนแผนภาพเวนน์-ออยเลอร์แสดงเซตและน าไปใช้แก้ปัญหา
8.2. ตรวจสอบความสมเหตุสมผลของการให้เหตุผล โดยใช้แผนภาพเวนน์-ออยเลอร์
8.3. แก้สมการ และอสมการตัวแปรเดียวดีกรีไม่เกินสอง
8.4. สร้างความสัมพันธ์หรือฟังก์ชันจากสถานการณ์หรือปัญหา และน าไปใช้ในการแก้ปัญหา
8.5. ใช้กราฟของสมการ อสมการ ฟังก์ชัน ในการแก้ปัญหา
8.6. เข้าใจความหมายของผลบวก n พจน์แรกของอนุกรมเลขคณิตและอนุกรมเรขาคณิต หา
ผลบวก n พจน์แรกของอนุกรมเลขคณิตและอนุกรมเรขาคณิตโดยใช้สูตรและน าไปใช้
มาตรฐานที่ 9 เข้าใจและใช้วิธีการทางสถิติในการวิเคราะห์ข้อมูล
ตัวชี้วัด
9.1. เข้าใจวิธีการส ารวจความคิดเห็นอย่างง่าย
9.2. หาค่าเฉลี่ยเลขคณิต มัธยฐาน ฐานนิยม ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และเปอร์เซ็นไทล์ของข้อมูล
9.3. เลือกใช้ค่ากลางที่เหมาะสมกับข้อมูลและวัตถุประสงค์
มาตรฐานที่ 10 ใช้วิธีการทางสถิติและความรู้เกี่ยวกับความน่าจะเป็นในการคาดการณ์ได้อย่างสมเหตุสมผล
ตัวชี้วัด
10.1. น าผลที่ได้จากการส ารวจความคิดเห็นไปใช้คาดการณ์ในสถานการณ์ที่ก าหนดให้
10.2. อธิบายการทดลองสุ่ม เหตุการณ์ความน่าจะเป็นของเหตุการณ์และน าผลที่ได้ไปใช้
คาดการณ์ในสถานการณ์ที่ก าหนดให้
มาตรฐานที่ 11 ใช้ความรู้เกี่ยวกับสถิติและความน่าจะเป็นช่วยในการตัดสินใจและแก้ปัญหา
ตัวชี้วัด
11.1 ใช้ข้อมูลข่าวสาร และค่าสถิติช่วยในการตัดสินใจ
11.2 ใช้ความรู้เกี่ยวกับความน่าจะเป็นช่วยในการตัดสินใจและแก้ปัญหา
มาตรฐานที่ 12 มีความสามารถในการแก้ปัญหา การให้เหตุผล การสื่อสาร การสื่อความหมายทาง
คณิตศาสตร์และการน าเสนอ การเชื่อมโยงความรู้ต่าง ๆ ทางคณิตศาสตร์และเชื่อมโยงคณิตศาสตร์กับ
ศาสตร์อื่น ๆ และมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์
ตัวชี้วัดหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554

12.1 ใช้วิธีการที่หลากหลายแก้ปัญหา
12.2 ใช้ความรู้ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์และเทคโนโลยีในการแก้ปัญหาใน
สถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม
12.3 ให้เหตุผลประกอบการตัดสินใจ และสรุปผลได้อย่างเหมาะสม
12.4 ใช้ภาษาและสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ในการสื่อสาร การสื่อความหมายและการน าเสนอได้
อย่างถูกต้องและชัดเจน
12.5 เชื่อมโยงความรู้ต่าง ๆ ในคณิตศาสตร์และน าความรู้หลักการกระบวนการทางคณิตศาสตร์
ไปเชื่อมโยงกับศาสตร์อื่น ๆ
12.6 มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์หลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554

ชื่อรายวิชาและหน่วยกิต
กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
รายวิชาพื้นฐาน
1. ค30101 คณิตศาสตร์พื้นฐาน 3 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.5 หน่วยกิต
MATH30101 Fundamental Mathematics
2. ค30102 ความรู้พื้นฐานส าหรับแคลคูลัส 1 3 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.5 หน่วยกิต
MATH30102 Pre-calculus 1
3. ค30103 ความรู้พื้นฐานส าหรับแคลคูลัส 2 3 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.5 หน่วยกิต
MATH30103 Pre-calculus 2
4. ค30104 ความรู้พื้นฐานส าหรับแคลคูลัส 3 3 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.5 หน่วยกิต
MATH30104 Pre-calculus 3หลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554

รายวิชา ค30101 คณิตศาสตร์พื้นฐาน
3 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.5 หน่วยกิต
——————————————————————————————————————————
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษาเกี่ยวกับเซต วิธีการเขียนเซต เซตที่เท่ากัน สับเซต เพาเวอร์เซต การด าเนินการของเซต
แผนภาพของเวนน์-ออยเลอร์และการแก้โจทย์ปัญหาศึกษาเกี่ยวกับตรรกศาสตร์ประพจน์การหาค่าความ
จริงของประพจน์รูปแบบประพจน์ที่สมมูลกัน สัจนิรันดร์ประโยคเปิด ตัวบ่งปริมาณ ค่าความจริงของ
ประโยคที่มีตัวบ่งปริมาณ สมมูลและนิเสธของประโยคที่มีตัวบ่งปริมาณ และการอ้างเหตุผลศึกษาเกี่ยวกับ
การให้เหตุผล แบบอุปนัย แบบนิรนัย และรูปแบบการสมเหตุสมผลโดยใช้แผนภาพศึกษาเกี่ยวกับทฤษฎี
จ านวนเบื้องต้น การหารลงตัว จ านวนเฉพาะ ห.ร.ม. ค.ร.น. ขั้นตอนวิธีการหารของยุคลิด ความรู้เกี่ยวกับ
สมภาคเบื้องต้นเพื่อพัฒนาทักษะ/กระบวนการในการคิดค านวณ การแก้ปัญหา การให้เหตุผล การสื่อ
ความหมายทางคณิตศาสตร์และน าประสบการณ์ด้านความรู้ความคิด ทักษะกระบวนการที่ได้ไปใช้ในการ
เรียนรู้สิ่งต่างๆ และใช้ในชีวิตประจ าวันอย่างสร้างสรรค์รวมทั้งเห็นคุณค่าและมีเจตคติที่ดีต่อคณิตศาสตร์
สามารถท างานอย่างเป็นระบบระเบียบ มีความรอบคอบ มีความรับผิดชอบ มีวิจารณญาณ และมีความ
เชื่อมั่นในตนเอง โดยจัดประสบการณ์หรือสร้างสถานการณ์ในชีวิตประจ าวันที่ใกล้ตัวให้ผู้เรียนได้ศึกษา
ค้นคว้าโดยการปฏิบัติจริง ทดลอง สรุป รายงาน
ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง
1. สามารถอธิบายความหมายของเซต และใช้นิยามการด าเนินการของเซตได้
2. เขียนแผนภาพเวนน์– ออยเลอร์แสดงเซต และน าไปใช้แก้ปัญหาได้
3. หาค่าความจริงของประพจน์รูปแบบของประพจน์ที่สมมูลกันได้
4. บอกได้ว่าการอ้างเหตุผลที่ก าหนดให้สมเหตุสมผลหรือไม่
5. สามารถใช้การให้เหตุผลแบบอุปนัยและนิรนัยได้
6. ตรวจสอบความสมเหตุสมผลของการให้เหตุผลโดยใช้แผนภาพเวนน์– ออยเลอร์ได้
7. สามารถใช้นิยามการหารลงตัวและสมภาคแก้โจทย์ปัญหาที่ก าหนดให้ได้
8. สามารถหา ห.ร.ม. และ ค.ร.น. ของจ านวนที่ก าหนดให้ได้หลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554

รายวิชา ค30102 ความรู้พื้นฐานส าหรับแคลคูลัส 1
3 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.5 หน่วยกิต
——————————————————————————————————————————
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษาเกี่ยวกับระบบจ านวนจริง การเท่ากัน การบวก การลบ การคูณและการหารในระบบจ านวน
จริง สมบัติของระบบจ านวนจริง สมบัติการเท่ากันและการไม่เท่ากัน ช่วงและการแก้อสมการค่าสัมบูรณ์
การแก้สมการและอสมการในรูปค่าสัมบูรณ์ศึกษาเกี่ยวกับฟังก์ชันและกราฟของฟังก์ชัน กราฟของ
ความสัมพันธ์ สมการเชิงเส้นสองตัวแปร ฟังก์ชันและกราฟของฟังก์ชัน ฟังก์ชันพีชคณิตต่างๆ การเลื่อน
แกน พีชคณิตของฟังก์ชันฟังก์ชันประกอบ ฟังก์ชันหนึ่งต่อหนึ่ง ฟังก์ชันทั่วถึง ฟังก์ชันผกผัน บทประยุกต์
ของฟังก์ชันศึกษาเกี่ยวกับฟังก์ชันพหุนามและฟังก์ชันตรรกยะ ฟังก์ชันก าลังสอง ฟังก์ชันพหุนาม การหาร
สังเคราะห์ จ านวนเชิงซ้อน ค่ารากของฟังก์ชันพหุนาม ฟังก์ชันตรรกยะเพื่อพัฒนาทักษะ/กระบวนการใน
การคิดค านวณ การแก้ปัญหา การให้เหตุผล การสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์และน าประสบการณ์ด้าน
ความรู้ ความคิด ทักษะกระบวนการที่ได้ไปใช้ในการเรียนรู้สิ่งต่างๆ และใช้ในชีวิตประจ าวันอย่าง
สร้างสรรค์ รวมทั้งเห็นคุณค่าและมีเจตคติที่ดีต่อคณิตศาสตร์ สามารถท างานอย่างเป็นระบบระเบียบ มี
ความรอบคอบ มีความรับผิดชอบ มีวิจารณญาณและมีความเชื่อมั่นในตนเอง โดยจัดประสบการณ์หรือ
สร้างสถานการณ์ในชีวิตประจ าวันที่ใกล้ตัวให้ผู้เรียนได้ศึกษาค้นคว้าโดยการปฏิบัติจริง ทดลอง สรุป
รายงาน
ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง
1. สามารถจ าแนกจ านวนจริงและอธิบาย สมบัติต่าง ๆ เกี่ยวกับจ านวนจริง การด าเนินการของระบบ
จ านวนจริงได้
2. แก้สมการพหุนามตัวแปรเดียวดีกรีไม่เกินสี่ได้
3. แก้สมการและอสมการในรูปค่าสัมบูรณ์ได้
4. สามารถให้นิยามเกี่ยวกับฟังก์ชัน เขียนกราฟของฟังก์ชันได้และสร้างฟังก์ชันจากโจทย์ปัญหา
5. หาโดเมน เรนจ์และฟังก์ชันผกผันของฟังก์ชันที่ก าหนดให้ได้
6. สร้างฟังก์ชันใหม่จากฟังก์ชันที่ก าหนดให้ได้
7. น าความรู้เรื่องฟังก์ชันมาใช้แก้ปัญหาได้
8. สามารถบอกรายละเอียดและเขียนกราฟของฟังก์ชันก าลังสองได้
9. สามารถเขียนกราฟของฟังก์ชันพหุนามดีกรีมากกว่าสองได้
10. สามารถหารสังเคราะห์และน าไปใช้ได้
11. สามารถบวก ลบ คูณ และหารจ านวนเชิงซ้อนพร้อมทั้งแก้สมการก าลังสองเมื่อเอกภพสัมพัทธ์เป็น
จ านวนเชิงซ้อนได้
12. สามารถใช้เทคโนโลยีในการค านวณ เขียนกราฟ และแก้ปัญหาโจทย์ที่ก าหนดให้หลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554

รายวิชา ค30103 ความรู้พื้นฐานส าหรับแคลคูลัส 2
3 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.5 หน่วยกิต
——————————————————————————————————————————
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษาเกี่ยวกับฟังก์ชันเอกซ์โพเนนเชียลและฟังก์ชันลอการิทึม เลขยกก าลังที่มีเลขชี้ก าลังเป็น
จ านวนตรรกยะและรากที่ n ของจ านวนจริง ฟังก์ชันเอกซ์โพเนนเชียลและกราฟ ฟังก์ชันลอการิทึมและ
กราฟ การแก้สมการและอสมการเอกซ์โพเนนเชียลและลอการิทึม แบบจ าลองคณิตศาสตร์เชิงเอกซ์โพเนน
เชียลและลอการิทึมศึกษาเกี่ยวกับเรขาคณิตวิเคราะห์ เส้นตรง ระยะห่างระหว่างจุดสองจุดบนระนาบ จุด
กึ่งกลางระหว่างจุดสองจุดบนระนาบ ความชันของเส้นตรง เส้นขนาน เส้นตั้งฉาก ความสัมพันธ์ซึ่งมีกราฟ
เป็นเส้นตรง ภาคตัดกรวย วงกลม พาราโบลา วงรีไฮเพอร์โบลาเพื่อพัฒนาทักษะ/กระบวนการในการคิด
ค านวณ การแก้ปัญหา การให้เหตุผล การสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์และน าประสบการณ์ด้านความรู้
ความคิด ทักษะกระบวนการที่ได้ไปใช้ในการเรียนรู้สิ่งต่างๆ และใช้ในชีวิตประจ าวันอย่างสร้างสรรค์
รวมทั้งเห็นคุณค่าและมีเจตคติที่ดีต่อคณิตศาสตร์สามารถท างานอย่างเป็นระบบระเบียบ มีความรอบคอบ
มีความรับผิดชอบ มีวิจารณญาณและมีความเชื่อมั่นในตนเอง โดยจัดประสบการณ์หรือสร้างสถานการณ์ใน
ชีวิตประจ าวันที่ใกล้ตัวให้ผู้เรียนได้ศึกษาค้นคว้าโดยการปฏิบัติจริง ทดลอง สรุป รายงาน
ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง
1. บอกความหมายและหาผลลัพธ์ที่เกิดจากการบวก การลบ การคูณ และการหารจ านวนจริงที่อยู่ในรูป
เลขยกก าลังที่มีเลขชี้ก าลังเป็นจ านวนตรรกยะ และจ านวนจริงในรูปกรณฑ์ได้
2. หาค่าประมาณของจ านวนที่อยู่ในรูปกรณฑ์และจ านวนที่อยู่ในรูปเลขยกก าลัง โดยใช้วิธีค านวณที่
เหมาะสม
3. สามารถบอกรายละเอียดเกี่ยวกับฟังก์ชันเอกซ์โพเนนเชียล ฟังก์ชันลอการิทึม และเขียนกราฟของ
ฟังก์ชันที่ก าหนดให้ได้
4. น าความรู้เรื่องฟังก์ชันเอกซ์โพเนนเชียลและฟังก์ชันลอการิทึมไปใช้แก้ปัญหาได้
5. น าความรู้เรื่องการเลื่อนแกนทางขนานไปใช้ในการเขียนกราฟได้
6. เขียนความสัมพันธ์ที่มีกราฟเป็นภาคตัดกรวยเมื่อก าหนดส่วนต่างๆของภาคตัดกรวยให้และเขียนกราฟ
ของความสัมพันธ์นั้นได้
7. สามารถหาส่วนต่าง ๆ ของภาคตัดกรวยได้เมื่อก าหนดสมการของภาคตัดกรวยให้
8. น าความรู้เรื่องเรขาคณิตวิเคราะห์ไปใช้แก้ปัญหาได้หลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554

รายวิชา ค30104 ความรู้พื้นฐานส าหรับแคลคูลัส 3
3 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.5 หน่วยกิต
——————————————————————————————————————————
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษาเกี่ยวกับตรีโกณมิติการวัดมุม ฟังก์ชันตรีโกณมิติของวงกลมหนึ่งหน่วย ตรีโกณมิติของ
รูปสามเหลี่ยมมุมฉาก ฟังก์ชันตรีโกณมิติของมุมต่างๆ กราฟของฟังก์ชันตรีโกณมิติตัวผกผันของฟังก์ชัน
ตรีโกณมิติการประยุกต์ของฟังก์ชันตรีโกณมิติศึกษาเกี่ยวกับตรีโกณมิติวิเคราะห์ฟังก์ชันตรีโกณมิติของ
ผลบวกและผลต่างของมุมหรือจ านวนจริง เอกลักษณ์และสมการตรีโกณมิติกฎของไซน์และกฎของโคไซน์
จ านวนเชิงซ้อนในรูปเชิงขั้วเพื่อพัฒนาทักษะ/กระบวนการในการคิดค านวณ การแก้ปัญหา การให้เหตุผล
การสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์และน าประสบการณ์ด้านความรู้ความคิด ทักษะกระบวนการที่ได้ไปใช้
ในการเรียนรู้สิ่งต่างๆ และใช้ในชีวิตประจ าวันอย่างสร้างสรรค์รวมทั้งเห็นคุณค่าและมีเจตคติที่ดีต่อ
คณิตศาสตร์สามารถท างานอย่างเป็นระบบระเบียบ มีความรอบคอบ มีความรับผิดชอบ มีวิจารณญาณ
และมีความเชื่อมั่นในตนเอง โดยจัดประสบการณ์หรือสร้างสถานการณ์ในชีวิตประจ าวันที่ใกล้ตัวให้
ผู้เรียนได้ศึกษาค้นคว้าโดยการปฏิบัติจริง ทดลอง สรุป รายงาน
ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง
1. สามารถหาค่าฟังก์ชันตรีโกณมิติต่าง ๆ โดยนิยามจากวงกลมหนึ่งหน่วย และเขียนกราฟของ
ฟังก์ชันที่ก าหนดให้ได้
2. น าความรู้เรื่องฟังก์ชันตรีโกณมิติและการประยุกต์ไปใช้แก้ปัญหาได้
3. สามารถแก้ปัญหาเกี่ยวกับจ านวนเชิงซ้อนในรูปเชิงขั้ว
4. หารากที่ n ของจ านวนเชิงซ้อน เมื่อ n เป็นจ านวนเต็มบวกได้หลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554

มาตรฐานการเรียนรู้
กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ : ฟิสิกส์
มาตรฐานที่ 1 เข้าใจธรรมชาติของ แรงแม่เหล็กไฟฟ้า แรงโน้มถ่วง และแรงนิวเคลียร์มีกระบวนการสืบ
เสาะหาความรู้สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และน าความรู้ไปใช้ประโยชน์อย่างถูกต้องและมีคุณธรรม
ตัวชี้วัด
1.1 ทดลองและอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างแรงกับ การเคลื่อนที่ของวัตถุในสนามโน้มถ่วง และ
อธิบายการน าความรู้ไปใช้ประโยชน์
1.2 อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างแรงกับ การเคลื่อนที่ของอนุภาคในสนามไฟฟ้าและน าความรู้ไป
ใช้ประโยชน์
1.3 อธิบายความ สัมพันธ์ระหว่างแรงกับการเคลื่อนที่ของอนุภาคในสนามแม่เหล็กและน าความรู้
ไปใช้ประโยชน์
1.4 วิเคราะห์และอธิบายแรงนิวเคลียร์และแรงไฟฟ้าระหว่างอนุภาคในนิวเคลียส
มาตรฐานที่ 2 เข้าใจลักษณะการเคลื่อนที่แบบต่างๆ ของวัตถุในธรรมชาติมีกระบวนการสืบเสาะหา
ความรู้และจิตวิทยาศาสตร์สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และน าความรู้ไปใช้ประโยชน์
ตัวชี้วัด
2.1 อธิบายและทดลองความ สัมพันธ์ระหว่างการกระจัด เวลา ความเร็วความเร่งของการเคลื่อนที่
ในแนวตรง
2.2 ส ารวจตรวจสอบการเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์แบบวงกลม และแบบฮาร์มอนิกอย่างง่าย
2.3 อภิปรายผลการสืบค้นและประโยชน์เกี่ยวกับการเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์แบบวงกลม และ
แบบฮาร์มอนิกอย่างง่าย
2.4 ค านวณปริมาณต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์แบบวงกลม และแบบฮาร์
มอนิกอย่างง่าย ทั้งในรูปแบบของการใช้พีชคณิต กราฟ หรือแคลคูลัส
2.5 อธิบายและทดลองเกี่ยวกับการชนใน 1 มิติ
2.6 อธิบายและทดลองเกี่ยวกับสมดุลการเคลื่อนที่
มาตรฐานที่ 4 เข้าใจวิวัฒนาการของระบบสุริยะ กาแล็กซีและเอกภพ การปฏิสัมพันธ์ภายในระบบสุริยะ
และผลต่อสิ่งมีชีวิตบนโลก มีกระบวนการสืบเสาะ หาความรู้และจิตวิทยาศาสตร์การสื่อสารสิ่งที่เรียนรู้
และน าความรู้ไปใช้ประโยชน์
ตัวชี้วัด
4.1 สืบค้นและอธิบายการเกิดและวิวัฒนาการของระบบสุริยะ กาแล็กซีและเอกภพ
4.2 สืบค้นและอธิบายธรรมชาติและวัฒนาการของดาวฤกษ์
4.3 เข้าใจความส าคัญของเทคโนโลยีอวกาศที่น ามาใช้ในการส ารวจอวกาศและรัพยากรธรรมชาติ
ด้านการเกษตรและการสื่อสาร มีกระบวนการสืบเสาะหาความรู้และจิตวิทยาศาสตร์สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และ
น าความรู้ไปใช้ประโยชน์อย่างมีคุณธรรมต่อชีวิตและสิ่งแวดล้อมหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
76
มาตรฐานที่ 5 เข้าใจความส าคัญของเทคโนโลยีอวกาศที่น ามาใช้ในการส ารวจอวกาศและ
ทรัพยากรธรรมชาติด้านการเกษตรและการสื่อสาร มีกระบวนการสืบเสาะหาความรู้และจิตวิทยาศาสตร์
สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และน าความรู้ไปใช้ประโยชน์อย่างมีคุณธรรมต่อชีวิตและสิ่งแวดล้อม
ตัวชี้วัด
5.1 สืบค้นและอธิบายการส่งและค านวณความเร็วในการโคจรของดาวเทียมรอบโลก
5.2 สืบค้นและอธิบายประโยชน์ของดาวเทียมในด้านต่าง ๆ
5.3 สืบค้นและอธิบายการส่งและส ารวจอวกาศโดยใช้ยานอวกาศและสถานีอวกาศ
มาตรฐานที่ 6 เข้าใจความส าคัญในการน าแคลคูลัสมาใช้อธิบายปรากฏการณ์ทางฟิสิกส์และน าแคลคูลัส
มาแก้ปัญหาทางฟิสิกส์เบื้องต้น
ตัวชี้วัด
6.1 อธิบายการใช้เครื่องหมายทางวิทยาศาสตร์มีความรู้ทางพีชคณิต เรขาคณิตตรีโกณมิติ
แคลคูลัสเบื้องต้น และสามารถน าไปแก้ปัญหาทางฟิสิกส์อย่างง่าย
6.2 พิสูจน์ที่มาของสมการการเคลื่อนที่ในหนึ่งมิติด้วยความเร่งคงที่ด้วยพีชคณิตหรือแคลคูลัส
6.3 ใช้แคลคูลัสในการค านวณหาปริมาณต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนที่ในหนึ่งมิติที่มีความเร่ง
ไม่คงที่
6.4 ใช้แคลคูลัสในการค านวณหางานที่เกิดจากแรงไม่คงที่ และแรงที่แปรตามการกระจัด
6.5 อธิบายกฎของเกาส์ในการค านวณหาสนามไฟฟ้าเนื่องจากการกระจายของประจุไฟฟ้าอย่าง
สม ่ำเสมอ
6.6 อธิบายการหาสนามแม่เหล็กเนื่องจากลวดตรง และลวดโค้ง ที่มีกระแสไฟฟ้าสม ่ำเสมอผ่าน
โดยใช้กฎของบิโอต์-ซาวาต์และกฎของแอมแปร์หลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554

ชื่อและหน่วยกิต
กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ : ฟิสิกส์
รายวิชาพื้นฐาน
1. ว30101 ฟิสิกส์พื้นฐาน 3 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.5 หน่วยกิต
SCI30101 Fundamentals of Physics
2. ว30102 ดาราศาสตร์พื้นฐาน 1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หน่วยกิต
SCI30102 Fundamentals of Astronomyหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554

รายวิชา ว30101 ฟิสิกส์พื้นฐาน
3 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.5 หน่วยกิต
——————————————————————————————————————————
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษาคณิตศาสตร์ที่จ าเป็นในวิชาฟิสิกส์ธรรมชาติของฟิสิกส์วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
เครื่องหมายทางวิทยาศาสตร์เลขนัยส าคัญ ความละเอียดของเครื่องมือวัด การวัด หน่วยฐานและหน่วยอนุ
พัทธ์ปริมาณเวกเตอร์ปริมาณสเกลาร์การกระจัด ระยะทาง ความเร็ว อัตราเร็ว ความเร่งการเคลื่อนที่ใน
หนึ่งมิติด้วยความเร่งคงที่ การตกอย่างเสรีภายใต้สนามโน้มถ่วงของโลก มวล แรงแรงอนุรักษ์ แรงไม่
อนุรักษ์ ้ น ำหนักกฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน แรงเสียดทาน แรงดึงดูดระหว่างมวลการเคลื่อนที่ในสองมิติ
การเคลื่อนที่สัมพัทธ์ การเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์ และการเคลื่อนที่ในแนววงกลม งานเนื่องจากแรง
อนุรักษ์และแรงไม่อนุรักษ์พลังงาน กฎการอนุรักษ์พลังงานศึกษา การเคลื่อนที่แบบฮาร์มอนิกส์อย่างง่าย
ปรากฏการณ์คลื่น ความหมายของคลื่นกลฟังก์ชันของคลื่น คลื่นตามยาวและคลื่นตามขวางศึกษาประจุ
ไฟฟ้า สมบัติประจุไฟฟ้า การเหนี่ยวน าประจุไฟฟ้า หลักพื้นฐานของไฟฟ้าสถิตศึกษาขั้วแม่เหล็ก
สนามแม่เหล็ก การเคลื่อนที่ของอนุภาคที่มีประจุไฟฟ้าในสนามแม่เหล็กเพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจ
ทักษะกระบวนการ เจตคติ และเห็นคุณค่าของวิทยาศาสตร์สามารถใช้จิตวิทยาศาสตร์ในการสืบเสาะหา
ความรู้ มีความสามารถในการสื่อสาร น าหลักการไปอธิบายปัญหาทางกลศาสตร์ แรงไฟฟ้าและแรง
แม่เหล็กต่อไป
ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง
1. อธิบายความหมายของฟิสิกส์วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างกันได้
2. อธิบายการใช้เครื่องหมายทางวิทยาศาสตร์มีความรู้ทางพีชคณิต เรขาคณิต ตรีโกณมิติแคลคูลัส
เบื้องต้น และสามารถน าไปแก้ปัญหาทางฟิสิกส์อย่างง่ายได้
3. อธิบายการวิเคราะห์มิติเลขนัยส าคัญ ความละเอียดของเครื่องมือวัด การวัด ความไม่แน่นอนของการ
วัด การบันทึกข้อมูลจากการทดลองได้
4. ท าการทดลองเกี่ยวกับการวัดอย่างละเอียด ด้วยคาลิปเปอร์เวอร์เนียร์และไมโครมิเตอร์ได้
5. ค านวณความคลาดเคลื่อนที่เกิดจากการทดลองได้
6. อธิบายความหมายของหน่วยฐานและหน่วยอนุพัทธ์รวมถึงค าอุปสรรคที่น าหน้าหน่วยที่ท าให้ให้หน่วย
โตขึ้นหรือเล็กลงได้
7. เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างปริมาณสเกลาร์และปริมาณเวกเตอร์ได้
8. อธิบายสมบัติของเวกเตอร์องค์ประกอบของเวกเตอร์ เวกเตอร์หนึ่งหน่วย และการกระท าการระหว่าง
เวกเตอร์และเวกเตอร์ลัพธ์ได้
9. อธิบายความหมายของระยะทางของวัตถุ การกระจัด และบอกความแตกต่างระหว่าง
ปริมาณทั้งสองรวมถึงเขียนสัญลักษณ์แทนปริมาณทั้งสองได้
10. อธิบายความหมายของ อัตราเร็ว ความเร็วอัตราเร็วขณะใดขณะหนึ่งและความเร็วขณะใดขณะหนึ่งได้
11. อธิบายการบอกต าแหน่งของวัตถุในหนึ่งมิติจากต าแหน่งอ้างอิงได้
12. ท าการทดลองเพื่อหาความเร็วและความเร่งของวัตถุ โดยใช้เครื่องเคาะสัญญาณเวลาหรือชุดทดลอง
รางลมได้หลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554

13. อธิบายการตกอย่างเสรีของวัตถุภายใต้สนามโน้มถ่วงของโลกได้
14. อธิบายความหมายของ มวล แรง ้ น ำหนักได้
15. อธิบายกฎการเคลื่อนที่ของนิวตันและประยุกต์ใช้ในสถานการณ์ในชีวิตประจ าวันได้
16. ท าการทดลองความสัมพันธ์ระหว่าง แรง มวล และความเร่ง โดยใช้ชุดทดลองรางลมได้
17. อธิบายกฎแรงดึงดูดระหว่างมวล และประยุกต์ใช้ในการแก้ปัญหาในสถานการณ์ทั่วไปได้
18. อธิบายความหมาย วิเคราะห์และค านวณสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับแรงเสียดทานในชีวิตประจ าได้
19. อธิบายการเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์ได้
20. ท าการทดลองเกี่ยวกับการเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์และสรุปได้ว่าแนวการเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์
เป็นเส้นโค้งพาราโบลา
21. แสดงความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณต่าง ๆ ของการเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์โดยพิจารณาจากการ
เคลื่อนที่ในแนวระดับที่มีความเร็วคงที่ และการตกอย่างเสรีภายใต้สนามโน้มถ่วงของโลก
22. ค านวณหาปริมาณต่าง ๆ ของการเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์เมื่อก าหนดสถานการณ์ให้
23. ค านวณหามุมที่เหมาะสมในการไปตกของโพรเจกไทล์ที่ต าแหน่งต่าง ๆด้วยตรีโกณมิติหรือแคลคูลัสได้
24. อธิบายความหมายของการเคลื่อนที่ในแนววงกลมได้
25. พิสูจน์ที่มาของความเร่งสู่ศูนย์กลางด้วยเรขาคณิต ตรีโกณมิติหรือแคลคูลัสได้
26. อธิบายความหมายของคาบการเคลื่อนที่และความถี่ของการเคลื่อนที่ในแนววงกลมได้
27. ท าการทดลองเพื่อแสดงความสัมพันธ์ระหว่างแรงสู่ศูนย์กลางและคาบการเคลื่อนที่ของวัตถุที่เคลื่อนที่
ในแนววงกลมได้
28. อธิบายและหางานจากกราฟระหว่างแรงและการกระจัดได้
29. อธิบายทฤษฎีงาน-พลังงานจลน์ได้
30. อธิบายความหมายของก าลังงานทางฟิสิกส์ได้
31. ค านวณหางานของแรงอนุรักษ์แรงไม่อนุรักษ์ได้
32. อธิบายกฎการอนุรักษ์พลังงาน และค านวณหาปริมาณที่เกี่ยวข้อง จากสถานการณ์ที่ก าหนดให้ได้
33. ท าการทดลองเรื่องกฎการอนุรักษ์พลังงาน การเปลี่ยนแปลงระหว่างพลังงานศักย์โน้มถ่วงเป็นพลังงาน
จลน์หรือ ผลรวมของพลังงานศักย์ (พลังงานศักย์โน้มถ่วงและพลังงานศักย์ยืดหยุ่น) ไปเป็นพลังงานจลน์
โดยใช้ชุดการทดลองรางลมได
34. สืบค้นข้อมูลและอธิบายการค้นพบประจุไฟฟ้า สมบัติประจุไฟฟ้า การเหนี่ยวน าประจุไฟฟ้า หลัก
พื้นฐานของไฟฟ้าสถิตได้
35. อธิบายความหมายของขั้วแม่เหล็ก สนามแม่เหล็กได้
36. อธิบายแรงกระท าต่ออนุภาคที่มีประจุไฟฟ้าเมื่ออยู่ในสนามแม่เหล็กได้
37. อธิบายความหมายของการเคลื่อนที่แบบคาบได้
38. แสดงความสัมพันธ์ระหว่างการกระจัด ความเร็ว ความเร่ง ของวัตถุที่มีการเคลื่อนที่แบบฮาร์มอนิกอ
ย่างง่าย จากการศึกษาการเคลื่อนที่ของเงาบนผนังของวัตถุที่เคลื่อนที่ในแนววงกลมได้
39. อธิบายความหมายและค านวณคาบ ความถี่และความเร็วเชิงมุมของวัตถุที่เคลื่อนที่แบบฮาร์มอนิก
อย่างง่ายได้
40. อธิบายปรากฏการณ์คลื่น ความหมายของคลื่นกล ฟังก์ชันของคลื่น คลื่นตามยาวและคลื่นตามขวางได้หลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554

รายวิชา ว30102 ดาราศาสตร์พื้นฐาน
1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หน่วยกิต
——————————————————————————————————————————
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษาและค้นคว้าเกี่ยวกับประวัติดาราศาสตร์การใช้เครื่องมือทางดาราศาสตร์กล้องโทรทรรศน์
ก าหนดต าแหน่งของวัตถุท้องฟ้าที่สัมพันธ์กับต าแหน่งบนโลก ทรงกลมท้องฟ้าต าแหน่งของวัตถุท้องฟ้าบน
ทรงกลมท้องฟ้า กลุ่มดาว เวลาดาราคติเวลาสุริยคติเวลาท้องถิ่น และเวลามาตรฐานสากล ความสัมพันธ์
ระหว่างดวงอาทิตย์โลก และดวงจันทร์ระบบสุริยะ ดาวฤกษ์กาแล็กซีเอกภพ และเทคโนโลยีอวกาศ
เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจ มีทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์มีเจตคติและเห็นคุณค่าของวิทยาศาสตร์
สามารถน ากระบวนการวิทยาศาสตร์ทางดาราศาสตร์พื้นฐานไปใช้ในอธิบายและแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับ
ปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ต่อไป
ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง
1. อธิบายความหมายและความส าคัญของดาราศาสตร์ที่สัมพันธ์กับชีวิตได้
2. อธิบายพัฒนาการของดาราศาสตร์ตั้งแต่สมัยเริ่มแรก ถึงสมัยปัจจุบันได้
3. อธิบายการก าหนดต าแหน่งของวัตถุท้องฟ้าที่สัมพันธ์กับต าแหน่งบนโลก ทรงกลมท้องฟ้าต าแหน่งของ
วัตถุท้องฟ้าบนทรงกลมท้องฟ้าได้
4. อธิบายความหมายของเวลาดาราคติเวลาสุริยคติเวลาท้องถิ่น และเวลาสากลได้
5. บอกส่วนประกอบ สามารถติดตั้งกล้องโทรทรรศน์และใช้งานกล้องโทรทรรศน์ได้
6. อธิบายการเกิดและวิวัฒนาการของระบบสุริยะ ดาวฤกษ์กาแล็กซีและเอกภพได้
7. อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างดวงอาทิตย์โลก และดวงจันทร์ระบบสุริยะได้
8. สืบค้นและอธิบายเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีอวกาศ ในการส ารวจทรัพยากร ในการสื่อสารทาง
อุตุนิยมวิทยา และการศึกษาทางดาราศาสตร์ได้
9. อธิบายการส่ง และการค านวณความเร็วในการโคจรของดาวเทียมรอบโลกได้หลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554

มาตรฐานการเรียนรู้
กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ : เคมี
มาตรฐานที่ 1 เข้าใจสมบัติของสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติของสารกับโครงสร้างและแรงยึดเหนี่ยว
ระหว่างอนุภาค มีกระบวนการสืบเสาะหาความรู้และจิตวิทยาศาสตร์สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้น าความรู้ไปใช้
ประโยชน์
ตัวชี้วัด
1.1 สืบค้นข้อมูลและอธิบายโครงสร้างอะตอม และสัญลักษณ์นิวเคลียร์ของธาตุ
1.2 วิเคราะห์และอธิบายการจัดเรียงอิเล็กตรอนในอะตอม ความสัมพันธ์ระหว่างอิเล็กตรอนใน
ระดับพลังงานนอกสุดกับสมบัติของธาตุและการเกิดปฏิกิริยา
1.3 อธิบายการจัดเรียงธาตุและท านายแนวโน้มสมบัติของธาตุในตารางธาตุ
1.4 วิเคราะห์และอธิบายการเกิดพันธะเคมีในโครงผลึกและในโมเลกุลของสาร
1.5 สืบค้นข้อมูลและอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างจุดเดือด จุดหลอมเหลวและสถานะของสารกับ
แรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาคของสาร
มาตรฐานที่ 2 เข้าใจหลักการและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงสถานะของสาร การเกิดสารละลายการ
เกิดปฏิกิริยา มีกระบวนการสืบเสาะหาความรู้และจิตวิทยาศาสตร์สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้น าความรู้ไปใช้
ประโยชน์
ตัวชี้วัด
2.1 ทดลอง อธิบายและเขียนสมการของปฏิกิริยาเคมีทั่วไปที่พบในชีวิตประจ าวันรวมทั้งอธิบาย
ผลของสารเคมีที่มีต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม
2.2 ทดลองและอธิบายอัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีปัจจัยที่มีผลต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีและ
น าความรู้ไปใช้ประโยชน์
2.3 สืบค้นข้อมูลและอธิบายการเกิดปิโตรเลียม กระบวนการแยกแก๊สธรรมชาติและการกลั่น
ล าดับส่วน ้ น ำมันดิบ
2.4 ทดลองและอธิบายเซลล์ไฟฟ้าเคมีประเภทเซลล์กัลวานิกและเซลล์อิเล็กโทรไลต์
2.5 เข้าใจภาวะสมดุล การเปลี่ยนแปลงภาวะสมดุล หลักเลอชาเตอลิเอและน าหลักการนี้ไปใช้ใน
อุตสาหกรรม
2.6 ทดลองและอธิบายปฏิกิริยาระหว่างกรดกับเบสโดยการไทเทรต และปฏิกิริยาไฮโดรลิซิสของ
เกลือ
มาตรฐานที่ 3 เข้าใจและค านวณเกี่ยวกับกฎและความสัมพันธ์ต่างๆ ของสารที่เกี่ยวข้องในปฏิกิริยา
เคมีมีกระบวนการสืบเสาะหาความรู้และจิตวิทยาศาสตร์สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้น าความรู้ไปใช้ประโยชน์
ตัวชี้วัด
3.1 ค านวณเกี่ยวกับมวลอะตอม มวลโมเลกุล โมล และความเข้มข้นของสารละลาย
3.2 ค านวณเกี่ยวกฎทรงมวล กฎสัดส่วนคงที่ กฎของเกย์ลูสแซกและกฎของอาโวกาโดร
3.3 เข้าใจสูตรเคมีความสัมพันธ์ของสารในสมการเคมีและค านวณหาปริมาณสารในสมการเคมี
3.4 เข้าใจกฎต่างๆ ของแก๊ส และค านวณเกี่ยวกับอุณหภูมิความดัน ปริมาตรของแก๊สอุดมคติและ
แก๊สจริงหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
82
3.5 เข้าใจสมดุลเคมีทั่วไป สมดุลกรดเบสและค านวณเกี่ยวกับค่าคงที่สมดุลนั้น
มาตรฐานที่ 4 เข้าใจสมบัติและปฏิกิริยาของสารอินทรีย์สารอนินทรีย์และการน าสารที่มีในธรรมชาติมาใช้
ประโยชน์มีกระบวนการสืบเสาะหาความรู้และจิตวิทยาศาสตร์สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้น าความรู้ไปใช้ประโยชน์
ตัวชี้วัด
4.1 เข้าใจการเขียนสูตรและเรียกชื่อสารอินทรีย์สารอนินทรีย์สมบัติและปฏิกิริยาที่ส าคัญของ
สารอินทรีย์และสารอนินทรีย์
4.2 เข้าใจกฎต่างๆ ของเทอร์โมไดนามิก และค านวณงาน พลังงานภายใน ค่าเอนทาลปีเอนโทรปี
พลังงานอิสระและค่าต่างๆของเทอร์โมเคมีหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554

ชื่อรายวิชาและหน่วยกิต
กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ : เคมี
รายวิชาพื้นฐาน
1. ว30131 เคมีพื้นฐาน 3 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.5 หน่วยกิต
SCI30131 Fundamental Chemistry
2. ว30191 วิทยาศาสตร์โลก 1 1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หน่วยกิต
SCI30191 Earth Science 1
3. ว30192 วิทยาศาสตร์โลก 2 1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หน่วยกิต
SCI30192 Earth Science 2หลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
84
รายวิชา ว30131 เคมีพื้นฐาน
3 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.5 หน่วยกิต
——————————————————————————————————————————
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษาเลขนัยส าคัญ ศึกษาแบบจ าลองอะตอม แนวคิดในการพัฒนาแบบจ าลองอะตอมอนุภาคมูล
ฐานของอะตอมและสัญลักษณ์นิวเคลียร์ ไอโซโทป ไอโซโทนและไอโซบาร์ ศึกษาคลื่นและสมบัติของคลื่น
สเปกตรัม ศึกษาพลังงานไอออไนเซชัน การจัดเรียงอิเล็กตรอนในระดับพลังงานต่างๆศึกษาแรงยึดเหนี่ยว
ระหว่างอนุภาคของสารได้แก่พันธะโคเวเลนต์พันธะไอออนิก พันธะโลหะ การเขียนสูตรและเรียกชื่อ
สารประกอบโคเวเลนต์และสารประกอบไอออนิก ศึกษาสมบัติของสารประกอบโคเวเลนต์สารประกอบไอ
ออนิก ศึกษาทฤษฎีVSEPR และ VBT สภาพขั้วของโมเลกุลมุมพันธะ ความยาวพันธะและพลังงานพันธะ
ศึกษาแรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลและโครงผลึกร่างตาข่ายศึกษาวิวัฒนาการของตารางธาตุ สมบัติของ
ธาตุตามหมู่และตามคาบ สมบัติของสารประกอบคลอไรด์และออกไซด์ตามคาบ สมบัติทางกายภาพและ
ทางเคมีของโลหะอัลคาไล อัลคาไลน์เอิร์ท และธาตุเฮโลเจน ศึกษาธาตุแทรนซิชัน สารประกอบของธาตุแท
รนซิชัน สารประกอบเชิงซ้อนของธาตุแทรนซิชัน การเขียนสูตรและเรียกชื่อสารประกอบเชิงซ้อนของ
ธาตุแทรนซิชัน ศึกษาธาตุกัมมันตรังสีปฏิกิริยานิวเคลียร์การเขียนสมการนิวเคลียร์ประโยชน์และอันตราย
ของธาตุกัมมันตรังสีเพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจ มีทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์มีเจตคติและเห็น
คุณค่าของวิทยาศาสตร์สามารถน ากระบวนการทางวิทยาศาสตร์ไปใช้ในการแก้ปัญหา น าความรู้และ
หลักการเกี่ยวกับเรื่องโครงสร้างอะตอม พันธะเคมีและตารางธาตุไปใช้เป็นพื้นฐานในการศึกษาเคมี
ชั้นสูงต่อไป
ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง
1. สืบค้นข้อมูลและอธิบายโครงสร้างอะตอม และสัญลักษณ์นิวเคลียร์ของธาตุได้
2. อธิบายและเปรียบเทียบแบบจ าลองอะตอมของดอลตันทอมสัรัทเทอร์ฟอร์ด โบร์และแบบกลุ่มหมอกได้
3. อธิบายสมบัติของอนุภาคมูลฐาน เขียนสัญลักษณ์นิวเคลียร์ของธาตุอธิบายความหมายไอโซโทป ไอโซ
โทนและไอโซบาร์ได้
4. ท าการทดลองศึกษาเส้นสเปกตรัมของธาตุต่างๆ เพื่ออธิบายการเปลี่ยนระดับพลังงานของอิเล็กตรอนได้
5. วิเคราะห์และอธิบายการจัดเรียงอิเล็กตรอนในอะตอม ความสัมพันธ์ระหว่างอิเล็กตรอนในระดับ
พลังงานนอกสุดกับสมบัติของธาตุและการเกิดปฏิกิริยาได้
6. อธิบายการจัดเรียงอิเล็กตรอนตามระดับพลังงานหลักโดยใช้พลังงานไอออไนเซชันและจัดเรียง
อิเล็กตรอนตามระดับพลังงานย่อยโดยใช้เส้นสเปกตรัมของธาตุต่างๆ ได้
7. อธิบายวิวัฒนาการของการจัดธาตุในตารางธาตุ และบอกแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงสมบัติบางประการ
ของธาตุตามหมู่และตามคาบได้
8. อธิบายการจัดเรียงธาตุและท านายแนวโน้มสมบัติของธาตุในตารางธาตุได้
9. วิเคราะห์และอธิบายการเกิดพันธะเคมีในโครงผลึกและในโมเลกุลของสารได้
10. สืบค้นข้อมูลและอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างจุดเดือด จุดหลอมเหลว และสถานะของสารกับแรงยึด
เหนี่ยวระหว่างอนุภาคของสารได้
11. อธิบายการเกิดพันธะโคเวเลนต์ละใช้กฎออกเตตในการเขียนสูตรโมเลกุลของสารประกอบโคเวเลนต์
12. ศึกษาความยาวพันธะ พลังงานพันธะ และใช้พลังงานพันธะในการค านวณหาพลังงานของปฏิกิริยาเคมีหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
85
13. อธิบายความหมายของค่าอิเล็กโทรเนกาติวิตีสภาพขั้วของพันธะ และสภาพขั้วโมเลกุลโคเวเลนต์ได้
14. อธิบายและเขียนภาพแสดงรูปร่างโมเลกุลของสารประกอบโคเวเลนต์ โดยใช้ทฤษฎีVSEPR และ VBT
15. อธิบายแรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลของสารโคเวเลนต์ได้
16. อธิบายโครงสร้างแบบโครงผลึกร่างตาข่าย พร้อมทั้งยกตัวอย่างได้
17. อธิบายการเกิดพันธะโลหะและอธิบายสมบัติบางประการของโลหะได้
18. อธิบายการเกิดพันธะไอออนิก สารประกอบไอออนิกและค านวณหาพลังงานที่เกี่ยวข้องได้
19. เขียนสูตร และเรียกชื่อสารประกอบไอออนิกตามระบบ IUPAC และเขียนสมการไอออนิกได้
20. ทดลองอธิบายและเขียนสมการของปฏิกิริยาเคมีทั่วไปที่พบในชีวิตประจ าวันรวมทั้งอธิบายผลของ
สารเคมีที่มีต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อมได้
21. อธิบายและท าการทดลองศึกษาสมบัติของสารประกอบคลอไรด์ออกไซด์ของโลหะและอโลหะได้
22. ท าการทดลองศึกษาสมบัติของธาตุในหมู่ IA IIA และ VIIA พร้อมทั้งอธิบายปฏิกิริยาเคมีที่เกิดขึ้นได้
23. เขียนสูตร และเรียกชื่อสารประกอบเชิงซ้อนและไอออนเชิงซ้อนของธาตุแทรนซิชันได้
24. อธิบายและท าการทดลองเกี่ยวกับสมบัติของธาตุแทรนซิชัน และสารประกอบของธาตุแทรนซิชันได้
25. อธิบายความหมายของธาตุกัมมันตรังสีครึ่งชีวิต และเขียนสมการแสดงการสลายตัวของธาตุ
กัมมันตรังสีได้
26. อธิบายความหมายของปฏิกิริยาฟิชชันและฟิวชัน พร้อมทั้งบอกประโยชน์ของปฏิกิริยาทั้งสองได้
27. บอกประโยชน์และโทษของธาตุกัมมันตรังสีและอธิบายการป้องกันอันตรายจากกัมมันตรังสีได้หลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554

รายวิชา ว30191 วิทยาศาสตร์โลก 1
1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หน่วยกิต
——————————————————————————————————————————
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษาลักษณะวิชาและขอบเขตของการศึกษาทางธรณีวิทยา ลักษณะทางกายภาพของ
พื้นโลก ส่วนประกอบของโลก ปรากฏการณ์ทางธรณีที่มีผลท าให้เกิดภูมิประเทศที่แตกต่างกัน
ทรัพยากรดิน หิน แร่ซากดึกด าบรรพ์และวิวัฒนาการโลกเพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจ มีทักษะกระบวนการ
มีเจตคติและเห็นคุณค่าของวิทยาศาสตร์เข้าใจกระบวนการต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นบนผิวโลกและภายในโลก
ความสัมพันธ์ของกระบวนการต่าง ๆที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงภูมิประเทศ และสัณฐานของโลก มี
กระบวนการสืบเสาะหาความรู้และจิตวิทยาศาสตร์สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และน าความรู้ไปใช้ประโยชน์และใช้
เป็นพื้นฐานในการศึกษาวิชาอื่นต่อไป
ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง
1. สามารถบอกส่วนประกอบทางธรณีวิทยาของโลกได้
2. สามารถอธิบายการเกิดปรากฏการณ์ทางธรณีที่เกิดจากเปลี่ยนแปลงภายในโลกได้
3. สามารถอธิบายการเปลี่ยนแปลงบนพื้นผิวโลกได้
4. สามารถอธิบายปรากฏการณ์ทางธรณีที่มีผลท าให้เกิดภูมิประเทศที่แตกต่างกันได้
5. สามารถบอกปัจจัยที่ท าให้เกิดดิน และวิเคราะห์องค์ประกอบของดินได้
6. สามารถบอกสมบัติทางเคมีทางกายภาพ และทางชีวภาพของดินได้
7. สามารถยกตัวอย่างสาเหตุของมลภาวะของดินและเสนอแนวทางแก้ไขได้
8. สามารถอธิบายกระบวนการเกิด องค์ประกอบ สมบัติและการใช้ประโยชน์ของหินแต่ละประเภทได้และ
สามารถจ าแนกชนิดของหินได้
9. สามารถอธิบายกระบวนการเกิดแร่ องค์ประกอบ สมบัติและการน าแร่ไปใช้ประโยชน์ได้
10. สามารถอธิบายความเป็นมาของโลกโดยใช้ข้อมูลของซากดึกด าบรรพ์และอายุของหินได้หลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554

รายวิชา ว30192 วิทยาศาสตร์โลก 2
1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หน่วยกิต
——————————————————————————————————————————
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษาลักษณะวิชาและขอบเขตของการศึกษาทางอุทกวิทยา วัฏจักรของ ้ น ำ แหล่ง ้ น ำบนดิน
และใต้ดิน ประโยชน์และความส าคัญของ ้ น ำ และการเปลี่ยนแปลงของ ้ น ำในมหาสมุทรศึกษาลักษณะวิชา
และขอบเขตของการศึกษาทางอุตุนิยมวิทยา ส่วนประกอบของบรรยากาศชั้นของบรรยากาศ สมดุลของ
พลังงานและภูมิอากาศ ความกดอากาศ การควบแน่นและการเกิดเมฆการเกิดลม การพยากรณ์อากาศ ภัย
ธรรมชาติที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิการด ารงชีวิตและสิ่งแวดล้อมเพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจ มี
ทักษะกระบวนการ มีเจตคติและเห็นคุณค่าของวิทยาศาสตร์เข้าใจกระบวนการต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นบนผิวโลก
และบรรยากาศ และความสัมพันธ์ของกระบวนการต่างๆที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ ภูมิประเทศ
และสัณฐานของโลก มีกระบวนการสืบเสาะหาความรู้และจิตวิทยาศาสตร์สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และน าความรู้
ไปใช้ประโยชน์และใช้เป็นพื้นฐานในการศึกษาวิชาอื่นต่อไป
ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง
1. อธิบายวัฏจักรของ ้ น ำ แหล่ง ้ น ำบนพื้นโลก และแหล่ง ้ น ำใต้ดิน
2. สามารถบอกสมบัติทางเคมีทางกายภาพ และทางชีวภาพของ ้ น ำและแหล่ง ้ น ำธรรมชาติได้สามารถบอก
ประโยชน์ที่ส าคัญของ ้ น ำต่อการด ารงชีวิตของมนุษย์ได้
3. อธิบายเกิดปรากฏการณ์ธรรมชาติและการเปลี่ยนแปลงในมหาสมุทรที่เกี่ยวของกับชีวิตประจ าวันได้
4. อธิบายความหมายของอุตุนิยมวิทยาได้
5. สามารถอธิบายการก าเนิดบรรยากาศ และบอกโครงสร้างของบรรยากาศได้
6. สามารถอธิบายสมดุลของพลังงานภายในโลกได้และเก็บข้อมูลกรณีศึกษาได้
7. สามารถจ าแนกเมฆชนิดต่าง ๆ และบอกลักษณะของหยาด ้ น ำฟ้าได้
8. อธิบายการเกิดลมชั้นบน ลมหมุนวน ลมพื้นผิว และลมประจ าถิ่นได้
9. สามารถบอกองค์ประกอบของการพยากรณ์อากาศ และแปลความหมายจากการพยากรณ์อากาศได้
10. อธิบายปรากฏการณ์ภัยธรรมชาติที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิการด ารงชีวิตและสิ่งแวดล้อมได้
11. อธิบายปัจจัยที่ท าให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้หลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554

มาตรฐานการเรียนรู้
กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ : ชีววิทยา
มาตรฐานที่ 1 เข้าใจธรรมชาติการเจริญเติบโตและพัฒนาการของมนุษย์
ตัวชี้วัด
1.1 อธิบายกระบวนการสร้างเสริมและด ารงประสิทธิภาพการท างาน ของระบบอวัยวะต่าง ๆ
1.2 วางแผนดูแลสุขภาพตามภาวะการเจริญเติบโตและพัฒนาการของตนเองและบุคคลใน
ครอบครัว
มาตรฐานที่ 2 เข้าใจหน่วยพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต ความสัมพันธ์ของโครงสร้างและหน้าที่ของระบบต่างๆของ
สิ่งมีชีวิตที่ท างานสัมพันธ์กัน มีกระบวนการสืบเสาะหาความรู้สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และน าความรู้ไปใช้ในการ
ด ารงชีวิตของตนเองและดูแลสิ่งมีชีวิต
ตัวชี้วัด
2.1 ทดลองใช้กล้องจุลทรรศน์และอุปกรณ์วิทยาศาสตร์เพื่อศึกษาทดลอง
2.2 ทดลองและอธิบายการรักษาดุลยภาพของเซลล์ของสิ่งมีชีวิต
2.3 ทดลองและอธิบายกลไกการรักษาดุลยภาพของ ้ น ำในพืช
2.4 สืบค้นข้อมูลและอธิบายกลไกการควบคุมดุลยภาพของ ้ น ำ แร่ธาตุและอุณหภูมิของมนุษย์และ
สัตว์อื่นๆ และน าความรู้ไปใช้ประโยชน์
2.5 อธิบายกลไกเกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายและน าความรู้ไปใช้ในการดูแล
รักษาสุขภาพ
มาตรฐานที่ 3 เข้าใจกระบวนการและความส าคัญของการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมวิวัฒนาการของ
สิ่งมีชีวิต ความหลากหลายทางชีวภาพ การใช้เทคโนโลยีชีวภาพ
ตัวชี้วัด
3.1 อธิบายกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ที่น าไปสู่การค้นพบสารพันธุกรรม การถ่ายทอดสาร
พันธุกรรม วิวัฒนาการ
3.2 อธิบายกระบวนการการถ่ายทอดสารพันธุกรรม การแปรผันทางพันธุกรรม มิวเทชัน และการ
เกิดความหลากหลายทางชีวภาพ
3.3 สืบค้นข้อมูลและอภิปรายผลของเทคโนโลยีที่มีต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อมและน าความรู้ไปใช้
ประโยชน์
3.4 สืบค้นข้อมูลและอภิปรายผลของความหลากหลายทางชีวภาพที่มีต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม
3.5 อธิบายกระบวนการคัดเลือกตามธรรมชาติและผลของการคัดเลือกตามธรรมชาติต่อความ
หลากหลายของสิ่งมีชีวิต
มาตรฐานที่ 4 เข้าใจสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่น ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งแวดล้อมกับสิ่งมีชีวิตความสัมพันธ์
ระหว่างสิ่งมีชีวิตต่างๆ ในระบบนิเวศ มีกระบวนการสืบเสาะหาความรู้และจิตวิทยาวิทยาศาสตร์สื่อสารสิ่ง
ที่เรียนรู้และน าความรู้ไปใช้ประโยชน์
ตัวชี้วัด
4.1 อธิบายดุลยภาพของระบบนิเวศหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554

4.2 อธิบายกระบวนการเปลี่ยนแปลงแทนที่ของสิ่งมีชีวิต
4.3 อธิบายความส าคัญของความหลากหลายทางชีวภาพ และเสนอแนะแนวทางในการดูแล
มาตรฐานที่ 5 เข้าใจความส าคัญของทรัพยากรธรรมชาติการใช้ทรัพยากรธรรมชาติในระดับท้องถิ่น
ประเทศ และโลก น าความรู้ไปใช้ในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่นอย่างยั่งยืน
ตัวชี้วัด
5.1 วิเคราะห์สภาพปัญหา สาเหตุของปัญหาสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติในระดับท้องถิ่น
ระดับประเทศและระดับโลก
5.2 อ ภิป ร า ย แ น ว ท า ง ใ น ก า ร ป้อ ง กัน แ ก้ไ ข ปัญ ห าสิ่ง แ ว ด ล้อ ม แ ล ะ
ทรัพยากรธรรมชาติ
5.3 วางแผนและด าเนินการเฝ้าระวังอนุรักษ์และพัฒนาสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554

ชื่อรายวิชาและหน่วยกิต
กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ : ชีววิทยา
รายวิชาพื้นฐาน
1. ว30161 พื้นฐานของสิ่งมีชีวิต 3 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.5 หน่วยกิต
SCI30161 Principle of Lifeหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
91
รายวิชา ว30161 พื้นฐานของสิ่งมีชีวิต
3 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.5 หน่วยกิต
————————————————————————————————————————–
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษาโครงสร้างและหน้าที่ของสารเคมีในเซลล์ของสิ่งมีชีวิต ปฏิกิริยาทางชีวเคมีความส าคัญ
และการท างานของเอนไซม์รูปร่าง หน้าที่ของเซลล์จุลชีพ เซลล์พืชและเซลล์สัตว์บทบาทของออร์แกเนล
ชนิดต่าง ๆ ในเซลล์ปฏิบัติการการใช้กล้องจุลทรรศน์การทดลองเกี่ยวกับการเคลื่อนที่ของสารผ่านเข้าออก
เซลล์การท างานของบางออร์แกเนลที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการสร้างพลังงานของเซลล์วิเคราะห์ความ
แตกต่างของสิ่งมีชีวิตที่มีลักษณะไม่เป็นเซลล์ เป็นเซลล์เดียว เป็นเซลล์ที่รวมเป็นกลุ่มและเป็นกลุ่มเซลล์ที่
พัฒนาเป็นเนื้อเยื่อการรักษาดุลยภาพของเซลล์การติดต่อสื่อสารระหว่างเซลล์การเปลี่ยนแปลงที่เกิด
ขึ้นกับเซลล์วงชีวิตของเซลล์เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับหน่วยพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต
ความสัมพันธ์ของโครงสร้างและหน้าที่ของระบบต่างๆของสิ่งมีชีวิตที่ท างานสัมพันธ์กันมีทักษะกระบวนการ
ในการสืบเสาะหาความรู้สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้สามารถประยุกต์ความรู้และไปใช้ในชีวิตประจ าวัน
ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง
1. ทดลองและอธิบายการรักษาดุลยภาพของเซลล์ของสิ่งมีชีวิตได้
2. สืบค้น ทดลอง วิเคราะห์และอภิปรายเกี่ยวกับ ลักษณะ โครงสร้างและหน้าที่ของสารอนินทรีย์และ
สารอินทรีย์ที่เป็นองค์ประกอบของเซลล์สิ่งมีชีวิตได้
3. อธิบายองค์ประกอบ ประโยชน์และปฏิกิริยาบางชนิดของสารชีวโมเลกุล การเกิดปฏิกิริยาเคมีในเซลล์
ของสิ่งมีชีวิต และจ าแนกประเภทของปฏิกิริยาได้
4. วิเคราะห์ความส าคัญของการท างานของเอนไซม์ในสิ่งมีชีวิต รวมถึงการสืบค้นและอธิบายปัจจัยที่มีผล
ต่อการท างานของเอนไซม์สืบค้นข้อมูลการน าเอนไซม์จากสิ่งมีชีวิตไปใช้ประโยชน์ได้
5. อธิบายส่วนประกอบ หน้าที่ ของกล้องจุลทรรศน์และน าไปใช้ในการศึกษาทางชีววิทยาได้อย่างถูกต้อง
6. วิเคราะห์เปรียบเทียบ รูปร่าง หน้าที่ของเซลล์จุลชีพ เซลล์พืช และเซลล์สัตว์รวมถึงบทบาทของออร์
แกเนลชนิดต่าง ๆ ในเซลล์ลักษณะ ความแตกต่างของสิ่งมีชีวิตที่มีลักษณะไม่เป็นเซลล์ เป็นเซลล์เดียว
เป็นเซลล์ที่รวมเป็นกลุ่ม และเป็นกลุ่มเซลล์ที่พัฒนาเป็นเนื้อเยื่อได้
7. อธิบายการน าสารผ่านเข้าออกเซลล์วิเคราะห์เปรียบเทียบ การรักษาดุลยภาพของเซลล์กับสิ่งมีชีวิต
ศึกษา วิเคราะห์การติดต่อสื่อสารระหว่างเซลล์การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับเซลล์เปรียบเทียบวงชีวิตของ
เซลล์ร่างกายและเซลล์สืบพันธุ์สืบค้นเกี่ยวกับสเต็มเซลล์และเซลล์เทคโนโลยีได้
8. อธิบายความส าคัญของไมโตคอนเดรีย และคลอโรพลาสต์รวมถึงกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการสร้าง
พลังงานในเซลล์ได้
9. สืบค้นข้อมูลและอภิปรายผลของเทคโนโลยีชีวภาพที่มีต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม และน าความรู้ไปใช้
ประโยชน์ได้หลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
92
มาตรฐานการเรียนรู้
กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
มาตรฐานที่ 1 รู้และเข้าใจประวัติความส าคัญ ศาสดา หลักธรรมของพระพุทธศาสนาหรือศาสนา
ที่ตนนับถือและศาสนาอื่น มีศรัทธาที่ถูกต้อง ยึดมั่นและปฏิบัติตามหลักธรรมเพื่ออยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข
ตัวชี้วัด
1.1 วิเคราะห์สังคมชมพูทวีปและคติความเชื่อทางศาสนาสมัยก่อนพระพุทธเจ้าหรือสังคมสมัยของ
ศาสดาที่ตนนับถือ
1.2 วิเคราะห์พระพุทธเจ้าในฐานะเป็นมนุษย์ผู้ฝึกตนได้อย่างสูงสุดในการตรัสรู้การก่อตั้ง วิธีการ
สอนและการเผยแผ่พระพุทธศาสนา หรือวิเคราะห์ประวัติศาสดาที่ตนนับถือตามที่ก าหนด
1.3 วิเคราะห์พุทธประวัติด้านการบริหารและการธ ารงรักษาศาสนา หรือวิเคราะห์ประวัติศาสดาที่
ตนนับถือตามที่ก าหนด
1.4 วิเคราะห์ข้อปฏิบัติทางสายกลางในพระพุทธศาสนา หรือแนวคิดของศาสนาที่ตนนับถือตามที่
ก าหนด
1.5 วิเคราะห์การพัฒนาศรัทธาและปัญญาที่ถูกต้องในพระพุทธศาสนา หรือแนวคิดของศาสนาที่
ตนนับถือตามที่ก าหนด
1.6 วิเคราะห์ลักษณะประชาธิปไตยในพระพุทธศาสนา หรือแนวคิดของศาสนาที่ตนนับถือตามที่
ก าหนด
1.7 วิเคราะห์หลักการของพระพุทธศาสนากับหลักวิทยาศาสตร์หรือแนวคิดของศาสนาที่ตนนับ
ถือตามที่ก าหนด
1.8 วิเคราะห์การฝึกฝนและการพัฒนาตนเองการพึ่งตนเอง และการมุ่งอิสรภาพใน
พระพุทธศาสนาหรือแนวคิดของศาสนาที่ตนนับถือตามที่ก าหนด
1.9 วิเคราะห์พระพุทธศาสนาว่าเป็นศาสตร์แห่งการศึกษาซึ่งเน้นความสัมพันธ์ของเหตุปัจจัยกับ
วิธีการแก้ปัญหา หรือแนวคิดของศาสนาที่ตนนับถือตามที่ก าหนด
1.10 วิเคราะห์พระพุทธศาสนาในการฝึกตนไม่ให้ประมาท มุ่งประโยชน์และสันติภาพบุคคล สังคม
และโลก หรือแนวคิดของศาสนาที่ตนนับถือตามที่ก าหนด
1.11 วิเคราะห์พระพุทธศาสนากับปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและการพัฒนาประเทศแบบ
ยั่งยืนหรือแนวคิดของศาสนาที่ตนนับถือตามที่ก าหนด
1.12 วิเคราะห์ความส าคัญของพระพุทธศาสนาเกี่ยวกับการศึกษาที่สมบูรณ์การเมืองและ
สันติภาพ หรือแนวคิดของศาสนาที่ตนนับถือตามที่ก าหนด
1.13 วิเคราะห์หลักธรรมในกรอบอริยสัจ 4 หรือหลักค าสอนของศาสนาที่ตนนับถือตามที่ก าหนด
1.14 อธิบายประวัติศาสดาของศาสนาอื่นๆโดยสังเขป
1.15 วิเคราะห์ข้อคิดและแบบอย่างการด าเนินชีวิตจากประวัติสาวก ชาดก เรื่องเล่าและศาสนิก
ชนตัวอย่างตาม ที่ก าหนด
1.16 วิเคราะห์คุณค่าและความส าคัญของการสังคายนาพระไตรปิฎก หรือคัมภีร์ของศาสนาที่ตน
นับถือและการเผยแผ่หลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554

1.17 เชื่อมั่นต่อผลของการท าความดีความชั่ว สามารถวิเคราะห์สถานการณ์ที่ต้องเผชิญ และ
ตัดสินใจเลือกด าเนินการและปฏิบัติการได้อย่างมีเหตุผล ถูกต้องตามหลักธรรม จริยธรรม และก าหนด
เป้าหมายบทบาทการด าเนินชีวิตเพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข และอยู่ร่วมกันเป็นชาติอย่างสมานฉันท์
1.18 ตระหนักในคุณค่าและความส าคัญของค่านิยม จริยธรรมที่เป็นตัวก าหนดความเชื่อและ
พฤติกรรมที่แตกต่างกันของศาสนิกชน ศาสนาต่างๆเพื่อขจัดความขัดแย้งและอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างสันติ
สุข
1.19 เห็นคุณค่า เชื่อมั่น และมุ่งมั่นพัฒนาชีวิตด้วยการพัฒนาจิตและพัฒนาการเรียนรู้ด้วยวิธีคิด
แบบโยนิโสมนสิการหรือการพัฒนาจิตตามแนวทางของศาสนาที่ตนนับถือ
1.20 สวดมนต์แผ่เมตตา และบริหารจิตและเจริญปัญญาตามหลักสติปัฎฐานหรือตามแนวทาง
ของศาสนาที่ตนนับถือ
1.21 วิเคราะห์หลักธรรมส าคัญของการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขของศาสนาอื่นๆ และชักชวน
ส่งเสริมสนับสนุนให้บุคคลอื่นเห็นความส าคัญของการท าความดีต่อกันเสนอแนวทางการจัดกิจกรรมความ
ร่วมมือของทุกศาสนาในการแก้ปัญหาและพัฒนาสังคม
มาตรฐานที่ 2 เข้าใจ ตระหนักและปฏิบัติตนเป็นศาสนิกชนที่ดีและธ ารงรักษาพระพุทธศาสนาหรือ
ศาสนาที่ตนนับถือ
ตัวชี้วัด
2.1 ปฏิบัติตนเป็นศาสนิกชนที่ดีต่อสาวก สมาชิกในครอบครัวและคนรอบข้าง
2.2 ปฏิบัติตนถูกต้องตามศาสนพิธีพิธีกรรมตามหลักศาสนาที่ตนนับถือ
2.3 แสดงตนเป็นพุทธมามกะหรือแสดงตนเป็นศาสนิกชนของศาสนาที่ตนนับถือ
2.4 วิเคราะห์หลักธรรม คติธรรมที่เกี่ยวเนื่องกับวันส าคัญทางศาสนาและเทศกาลที่ส าคัญของ
ศาสนาที่ตนนับถือและปฏิบัติตนได้ถูกต้อง
2.5 สัมมนาและเสนอแนะแนวทางในการธ ารงรักษาศาสนาที่ตนนับถือ อันส่งผลถึงการพัฒนาตน
พัฒนาชาติและโลก
มาตรฐานที่ 3 เข้าใจและปฏิบัติตนตามหน้าที่ของการเป็นพลเมืองดีมีค่านิยมที่ดีงาม และธ ารงรักษา
ประเพณีและวัฒนธรรมไทย ด ารงชีวิตอยู่ร่วมกันในสังคมไทย และ สังคมโลกอย่างสันติสุข
ตัวชี้วัด
3.1 วิเคราะห์และปฏิบัติตนตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับตนเอง ครอบครัวชุมชน ประเทศชาติและ
สังคมโลก
3.2 วิเคราะห์ความส าคัญของโครงสร้างทางสังคม การขัดเกลาทางสังคม และการเปลี่ยนแปลง
ทางสังคม
3.3 ปฏิบัติตนและมีส่วนสนับสนุนให้ผู้อื่นประพฤติปฏิบัติเพื่อเป็นพลเมืองดีของประเทศชาติและ
สังคมโลก
3.4 ประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย และเสนอแนวทางพัฒนา
3.5 วิเคราะห์ความจ าเป็นที่ต้องมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงและอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยและเลือก
รับวัฒนธรรมสากลหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554

มาตรฐานที่ 4 เข้าใจระบบการเมืองการปกครองในสังคมปัจจุบัน ยึดมั่น ศรัทธา และธ ารงรักษาไว้ซึ่งการ
ปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
ตัวชี้วัด
4.1 วิเคราะห์ปัญหาการเมืองที่ส าคัญในประเทศ จากแหล่งข้อมูลต่างๆ พร้อมทั้งเสนอแนว
ทางแก้ไข
4.2 เสนอแนวทาง ทางการเมืองการปกครองที่น าไปสู่ความเข้าใจ และการประสานประโยชน์
ร่วมกันระหว่างประเทศ
4.3 วิเคราะห์ความส าคัญและ ความจ าเป็นที่ต้องธ ารงรักษาไว้ซึ่งการปกครองตามระบอบ
ประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
4.4 เสนอแนวทางและมีส่วนร่วมในการตรวจสอบการใช้อ านาจรัฐ
มาตรฐานที่ 5 เข้าใจและสามารถบริหารจัดการทรัพยากรในการผลิต และการบริโภค การใช้ทรัพยากรที่มี
อยู่จ ากัดได้อย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่า รวมทั้งเข้าใจหลักการของเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อการด ารงชีวิต
อย่างมีดุลยภาพ
ตัวชี้วัด
5.1 อภิปรายการก าหนดราคาและค่าจ้างในระบบเศรษฐกิจ
5.2 ตระหนักถึงความส าคัญของปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงที่มีต่อเศรษฐกิจสังคมของประเทศ
5.3 ตระหนักถึงความส าคัญของระบบสหกรณ์ในการพัฒนาเศรษฐกิจในระดับชุมชนและประเทศ
5.4 วิเคราะห์ปัญหาทางเศรษฐกิจในชุมชน และเสนอแนวทางแก้ไข
มาตรฐานที่ 6 เข้าใจระบบและสถาบันทางเศรษฐกิจต่าง ๆ ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและความจ าเป็น
ของการร่วมมือกันทางเศรษฐกิจในสังคมโลก
ตัวชี้วัด
6.1 อธิบายบทบาทของรัฐบาลเกี่ยวกับนโยบายการเงิน การคลังในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ
6.2 วิเคราะห์ผลกระทบของการเปิดเสรีทางเศรษฐกิจในยุคโลกาภิวัฒน์ที่มีผลต่อสังคมไทย
6.3 วิเคราะห์ผลดีผลเสียของความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศในรูปแบบต่าง ๆ
มาตรฐานที่ 7 เข้าใจความหมาย ความส าคัญของเวลาและยุคสมัยทางประวัติศาสตร์สามารถใช้
วิธีการทางประวัติศาสตร์มาวิเคราะห์เหตุการณ์ต่างๆ อย่างเป็นระบบ
ตัวชี้วัด
7.1 ตระหนักถึงความส าคัญของเวลาและยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ที่แสดงถึงการเปลี่ยนแปลง
ของมนุษยชาติ
7.2 สร้างองค์ความรู้ใหม่ทางประวัติศาสตร์โดยใช้วิธีการทางประวัติศาสตร์อย่างเป็นระบบ
มาตรฐานที่ 8 เข้าใจพัฒนาการของมนุษยชาติจากอดีตจนถึงปัจจุบัน ในด้านความสัมพันธ์และการ
เปลี่ยนแปลงของเหตุการณ์อย่างต่อเนื่อง ตระหนักถึงความส าคัญและสามารถวิเคราะห์ผลกระทบที่เกิดขึ้น
ตัวชี้วัด
8.1 วิเคราะห์เหตุการณ์ส าคัญต่าง ๆที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงทางสังคมเศรษฐกิจ และการเมือง
เข้าสู่โลกสมัยปัจจุบันหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
95
8.2 วิเคราะห์ผลกระทบของการขยายอิทธิพลของประเทศในยุโรปไปยังทวีปอเมริกา แอฟริกา
และเอเซีย
8.3 วิเคราะห์สถานการณ์ของโลกในคริสต์ศตวรรษที่ 21
8.4 วิเคราะห์อิทธิพลของอารยธรรมโบราณ และการติดต่อระหว่างโลกตะวันออกและโลก
ตะวันตกที่มีผลต่อพัฒนาการและการเปลี่ยนแปลงของโลก
8.5 วิเคราะห์ผลกระทบของการขยายอิทธิพลของประเทศในยุโรปไปยังทวีปอเมริกา แอฟริกา
และเอเซีย
มาตรฐานที่ 9 เข้าใจความเป็นมาของชาติไทย วัฒนธรรม ภูมิปัญญาไทย มีความรัก ความภูมิใจและธ ารง
ความเป็นไทย
ตัวชี้วัด
9.1 วิเคราะห์ความส าคัญของสถาบันพระมหากษัตริย์ต่อชาติไทย
9.2 วิเคราะห์ผลงานของบุคคลส าคัญทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ที่มีส่วนสร้างสรรค์วัฒนธรรม
ไทยและประวัติศาสตร์ไทย
9.3 วิเคราะห์ประเด็นส าคัญของประวัติศาสตร์ไทย
9.4 วิเคราะห์ปัจจัยที่ส่งเสริมการสร้างสรรค์ภูมิปัญญาไทยและวัฒนธรรมไทยซึ่งมีผลต่อสังคมไทย
ยุคปัจจุบัน
9.5 วิเคราะห์ผลงานของบุคคลส าคัญทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ที่มีส่วนสร้างสรรค์วัฒนธรรม
ไทยและประวัติศาสตร์ไทย
9.6 วางแผนก าหนดแนวทางและการมีส่วนร่วมการอนุรักษ์ภูมิปัญญาไทยและวัฒนธรรมไทย
มาตรฐานที่ 10 เข้าใจลักษณะของโลกทางกายภาพ และความสัมพันธ์ของสรรพสิ่งซึ่งมีผลต่อกันและกัน
ในระบบของธรรมชาติใช้แผนที่และเครื่องมือทางภูมิศาสตร์ในการค้นหาวิเคราะห์สรุป และใช้ข้อมูลภูมิ
สารสนเทศอย่างมีประสิทธิภาพ
ตัวชี้วัด
10.1 ใช้เครื่องมือทางภูมิศาสตร์ในการรวบรวม วิเคราะห์และน าเสนอข้อมูลภูมิสารสนเทศอย่างมี
ประสิทธิภาพ
10.2 วิเคราะห์อิทธิพลของสภาพภูมิศาสตร์ซึ่งท าให้เกิดปัญหาทางกายภาพหรือภัยพิบัติทาง
ธรรมชาติในประเทศไทยและภูมิภาคต่างๆของโลก
10.3 วิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ซึ่งได้รับอิทธิพลจากปัจจัยทางภูมิศาสตร์ในประเทศไทย
และทวีปต่างๆ
10.4 ประเมินการเปลี่ยนแปลงธรรมชาติในโลกว่าเป็นผลมาจากการกระท าของมนุษย์และหรือ
ธรรมชาติ
มาตรฐานที่ 11 เข้าใจปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสภาพแวดล้อมทางกายภาพที่ก่อให้เกิดการสร้างสรรค์
วัฒนธรรม มีจิตส านึกและมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
ตัวชี้วัด
11.1 วิเคราะห์สถานการณ์และวิกฤตการณ์ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของประเทศ
ไทยและของโลกหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
96
11.2 ระบุมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหา บทบาทขององค์การและการประสานการร่วมมือทั้ง
ในประเทศและนอกประเทศเกี่ยวกับกฎหมายสิ่งแวดล้อม การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
11.3 ระบุแนวทางการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในภูมิภาคต่างๆของโลก
11.4 อธิบายการใช้ประโยชน์จากสิ่งแวดล้อมในการสร้างสรรค์วัฒนธรรม อันเป็นเอกลักษณ์ของ
ท้องถิ่นทั้งในประเทศและโลก
11.5 มีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาและการด าเนินชีวิตตามแนวทางการอนุรักษ์ทรัพยากรและ
สิ่งแวดล้อมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
มาตรฐานที่ 12 เข้าใจการท างาน มีความคิดสร้างสรรค์มีทักษะกระบวนการท างาน ทักษะการจัดการ
ทักษะกระบวนการแก้ปัญหา ทักษะการท างานร่วมกัน และทักษะการแสวงหาความรู้มีคุณธรรม และ
ลักษณะนิสัยในการท างาน มีจิตส านึกในการใช้พลังงาน ทรัพยากร และสิ่งแวดล้อมเพื่อการด ารงชีวิตและ
ครอบครัว
ตัวชี้วัด
12.1 อธิบายวิธีการท างานเพื่อการด ารงชีวิต
12.2 สร้างผลงานอย่างมีความคิดสร้างสรรค์และมีทักษะการท างานร่วมกัน
12.3 มีทักษะการจัดการในการท างาน
12.4 มีทักษะกระบวนการแก้ปัญหาในการท างาน
12.5 มีทักษะในการแสวงหาความรู้เพื่อ การด ารงชีวิต
12.6 มีคุณธรรมและลักษณะนิสัยในการท างาน
12.7 ใช้พลังงาน ทรัพยากร ในการท างานอย่างคุ้มค่าและยั่งยืนเพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
มาตรฐานที่ 13 เข้าใจ มีทักษะที่จ าเป็น มีประสบการณ์เห็นแนวทางในงานอาชีพ ใช้เทคโนโลยีเพื่อพัฒนา
อาชีพ มีคุณธรรม และมีเจตคติที่ดีต่ออาชีพ
ตัวชี้วัด
13.1 อภิปรายแนวทางสู่อาชีพที่สนใจ
13.2 เลือกและใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสมกับอาชีพ
13.3 มีประสบการณ์ในอาชีพที่ถนัดและสนใจ
13.4 มีคุณลักษณะที่ดีต่ออาชีพ
มาตรฐานที่ 14 เห็นคุณค่าและมีทักษะในการสร้างเสริมสุขภาพ การด ารงสุขภาพ การป้องกันโรคและการ
สร้างเสริมสมรรถภาพเพื่อสุขภาพ
ตัวชี้วัด
14.1 มีบทบาทและความรับผิดชอบต่อการสร้างเสริมสุขภาพและการป้องกันโรคของตนเองและ
คนรอบข้าง
14.2 ตระหนักถึงอิทธิพลของสื่อโฆษณาเกี่ยวกับสุขภาพเพื่อการเลือกบริโภคและปฏิบัติตนตาม
สิทธิของผู้บริโภค
14.3 มีส่วนร่วมในการวางแผน ส่งเสริม และพัฒนาสุขภาพของตนเอง ครอบครัวและสังคมหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554

ชื่อรายวิชาและหน่วยกิต
กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
รายวิชาพื้นฐาน
1. ส30101 ศาสนศึกษา 1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หน่วยกิต
SOC30101 Religious Study
2. ส30102 หน้าที่พลเมือง 2 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.0 หน่วยกิต
SOC30102 Civil Duty
3. ส30103 ภูมิศาสตร์ 2 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.0 หน่วยกิต
SOC30103 Geography
4. ส30104 เศรษฐศาสตร์ 2 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.0 หน่วยกิต
SOC30104 Economics
5. ส30105 อารยธรรมโลก 2 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.0 หน่วยกิต
SOC30105 World Civilization
6. ส30106 ประวัติศาสตร์สมัยใหม่ 2 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.0 หน่วยกิต
SOC30106 Modern History
7. ส30107 คุณธรรมเพื่อชีวิต 1คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หน่วยกิต
SOC30107 Moral for Lifeหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
98
รายวิชา ส 30101 ศาสนศึกษา
1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หน่วยกิต
——————————————————————————————————————————
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษาประวัติความเป็นมาของศาสดาและองค์ประกอบของศาสนาต่างๆวิเคราะห์ความเหมือนและ
แตกต่างของหลักธรรมและแนวทางการเผยแพร่ศาสนาพุทธคริสต์อิสลาม พราหมณ์-ฮินดูและสิกข์ศึกษา
ความส าคัญของพระพุทธศาสนาในสังคมไทย และความสอดคล้องกับหลักประชาธิปไตย หลักวิทยาศาสตร์
และหลักศรัทธาปัญญาศึกษาหลักการและแนวปฏิบัติของศาสนาคริสต์อิสลาม พราหมณ์-ฮินดูและสิกข์
เพื่อรู้และเข้าใจประวัติของศาสนา ความส าคัญของศาสนา หลักธรรมของพระพุทธศาสนาหรือศาสนาที่ตน
นับถือ เกิดความศรัทธา เห็นคุณค่าในวัตรปฏิบัติที่เหมาะสม น้อมน าไปสู่การขจัดความขัดแย้ง สามารถอยู่
ร่วมกันอย่างสันติสุข
ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง
1. รู้และเข้าใจองค์ประกอบของศาสนา 5 ศาสนาทั้งศาสนาพุทธ คริสต์อิสลาม พราหมณ์-ฮินดูและสิกข์
2. วิเคราะห์เปรียบเทียบความเหมือนและความแตกต่างของหลักธรรมและแนวทางการเผยแพร่ศาสนา
ส าคัญทั้ง 5 ศาสนาได้
3. มีความรู้และเข้าใจในความส าคัญของศาสนาพุทธในสังคมไทย ทั้งหลักการของพระพุทธศาสนากับหลัก
ประชาธิปไตย หลักวิทยาศาสตร์และหลักศรัทธาปัญญา
4. มีความรู้และเข้าใจหลักการของพระพุทธศาสนากับหลักประชาธิปไตย หลักวิทยาศาสตร์และหลัก
ศรัทธาปัญญา
5. มีความรู้และเข้าใจหลักความรักตามแนวศาสนาคริสต์
6. มีความรู้และเข้าใจหลักปฏิบัติและหลักศรัทธาตามแนวศาสนาอิสลามได้
7. มีความรู้และเข้าใจหลักอาศรม 4 ตามแนวศาสนาพราหมณ์-ฮินดูได้
8. มีความรู้และเข้าใจหลักเสมอภาคและเสรีภาพตามแนวศาสนาสิกข์ได้
9. เสนอแนวทางในการน าหลักธรรมของศาสนาที่ตนนับถือไปใช้จริงในชีวิตประจ าวัน และขจัดความ
ขัดแย้ง สามารถอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขได้หลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554

รายวิชา ส30102 หน้าที่พลเมือง
2 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.0 หน่วยกิต
——————————————————————————————————————————
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษากฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับตนเอง ครอบครัว ชุมชน
ประเทศชาติสังคมไทย และสังคมโลกปฏิบัติตนส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้อื่นปฏิบัติให้สอดคล้องตามที่
กฎหมายรัฐธรรมนูญและกฎหมายอื่นๆได้อย่างถูกต้องศึกษาความหมาย ประเภท โครงสร้างและ
องค์ประกอบของสถาบันทางสังคม การจัดระเบียบทางสังคม มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสถาบันทาง
สังคม วัฒนธรรมไทย ภูมิปัญญาไทยศึกษาระบอบการเมืองการปกครองในปัจจุบันของสังคมไทยและสังคม
โลกศึกษาหลักสิทธิมนุษยชนในเรื่องความหมาย ความส าคัญ แนวคิด หลักการและปฏิญญาสากลที่ว่าด้วย
สิทธิมนุษยชน องค์กรที่เกี่ยวข้องวิเคราะห์เกี่ยวกับกฎหมายรัฐธรรมนูญโดยเน้นมาตราที่เกี่ยวข้องกับการ
เลือกตั้ง สิทธิเสรีภาพ หน้าที่พลเมืองตามวิถีประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขและมีผลต่อ
การเปลี่ยนแปลงสังคมไทย อีกทั้งปฏิบัติตนและส่งเสริมให้ผู้อื่นปฏิบัติตนอย่างสอดคล้องกับกฎหมาย
รัฐธรรมนูญและกฎหมายอื่นๆศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างระบอบการเมืองการปกครองกับระบบเศรษฐกิจ
และคุณธรรมทางศาสนา ภูมิปัญญาและวัฒธรรมไทย เชิงสร้างสรรค์น าไปสู่การเลือกรับวัฒนธรรมที่
เหมาะสมเพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องระบอบการเมืองการปกครองไทย การปกครองโลกกฎหมาย
รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันและกฎหมายอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับตนเอง ครอบครัว ชุมชน ประเทศชาติสามารถ
ปฏิบัติตนเองและส่งเสริมสนับสนุนให้ผู้อื่นปฏิบัติตนตามสถานภาพ บทบาทสิทธิเสรีภาพ และหน้าที่ของ
การเป็นพลเมืองดีตามกฎหมายและหลักธรรมของศาสนาที่ตนนับถือตระหนักในความส าคัญของการมีส่วน
ร่วมในการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน และเห็นความส าคัญของสถาบันหลักของสังคมไทย การจัดระเบียบทาง
สังคม วัฒนธรรม ภูมิปัญญาไทย จนสามารถปรับปรุงเปลี่ยนแปลงและอนุรักษ์วัฒนธรรมและภูมิปัญญาที่ดี
งามของไทยไว้อย่างเหมาะสม เห็นความส าคัญในนโยบายการประสานประโยชนะความสัมพันธ์ระหว่าง
ประเทศเพื่อด ารงอยู่ในสังคมโลกอย่าง สันติสุข
ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง
1. มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความรู้ทั่วไปทางด้านกฎหมาย และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจ าวัน
สามารถน าไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจ าวันได้อย่างถูกต้องเหมาะสม
2. อธิบายเกี่ยวกับกฎหมายรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย วิเคราะห์สาระส าคัญในรัฐธรรมนูญที่
เกี่ยวกับการเลือกตั้ง สิทธิเสรีภาพ หน้าที่ของปวงชนชาวไทยตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญแห่ง
ราชอาณาจักรไทย ยึดมั่นศรัทธาและธ ารงรักษาไว้ซึ่งการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมี
พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
3. มีความรู้ความเข้าใจในความหมาย ประเภท โครงสร้างของสังคม และองค์ประกอบของสถาบันทาง
สังคม ตระหนักในความส าคัญของสถาบันทางสังคม
4. มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดระเบียบทางสังคม สามารถปฏิบัติตนตามสถานภาพในฐานะ
พลเมืองดีของสังคมไทยและสังคมโลก
5. มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสังคมไทย แนวโน้มในการเปลี่ยนแปลง วิเคราะห์แนวโน้มการเปลี่ยนแปลง
ของสังคมไทยในสังคมโลกปัจจุบันหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554

6. สามารถปฏิบัติตนเป็นพลเมืองดีตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข มุ่งมั่นในการ
ท าประโยชน์กับสังคม
7. มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับรัฐ และระบอบการปกครอง สามารถวิเคราะห์การปกครองรูปแบบต่าง ๆ
ในโลก มีความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับวิวัฒนาการการปกครองของไทย
8. มีความรู้ความเข้าใจในความหมาย ประเภท วัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย วิเคราะห์และเห็นคุณค่า
ตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญาไทย มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์วัฒนธรรมและภูมิ
ปัญญาไทยที่ดีงามของชาติให้คงอยู่สืบไป
9. วิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างระบอบการปกครอง ระบบเศรษฐกิจ คุณธรรม วัฒนธรรมและภูมิปัญญา
ไทย สถานการณ์การเมืองการปกครองของไทยในปัจจุบัน
10. มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน การคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของตนเองและผู้อื่น ใน
สังคมไทยและสังคมโลกหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554

รายวิชา ส30103 ภูมิศาสตร์
2 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.0 หน่วยกิต
——————————————————————————————————————————
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษาแผนที่และการใช้ประโยชน์จากแผนที่ กายภาพ ภูมิภาค แผนที่การแบ่งเขตภูมิอากาศ
ของโลก เครื่องมือ ข่าวสาร ภูมิสารสนเทศของสังคมไทยและภูมิภาคต่างๆของโลกวิเคราะห์การ
เปลี่ยนแปลงลักษณะทางกายภาพของภูมิภาคต่าง ๆ ในประเทศไทย และส่วนต่าง ๆ ของโลก รวมทั้งผล
การเปลี่ยนแปลงธรรมชาติในโลกที่มีเกิดจากการกระท าของมนุษย์และธรรมชาติวิเคราะห์สถานการณ์
วิกฤตการณ์ด้านทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมภูมิภาคต่างๆของประเทศไทยและของโลกศึกษา
กฎหมายสิ่งแวดล้อม การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม
บทบาทขององค์กรต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนที่มีการส่งเสริมการประสานประโยชน์และการแก้ไขปัญหา
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การใช้ประโยชน์จากสิ่งแวดล้อมในการสร้างสรรค์วัฒนธรรมอันเป็น
เอกลักษณ์ของท้องถิ่นในประเทศไทยและภูมิภาคของโลกเพื่อน ามาใช้ในการวิเคราะห์ และน าเสนอข้อมูล
ข่าวสาร ภูมิสารสนเทศอย่างมีประสิทธิภาพตระหนักถึงกระบวนการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพที่มีผลต่อ
การเกิดภูมิสังคมใหม่ในประเทศไทยและของโลก ผลกระทบที่เกิดต่อมนุษยชาติและสิ่งแวดล้อมในโลก
ตระหนักในสถานการณ์สิ่งแวดล้อมที่วิกฤตของโลก บทบาทหน้าที่และมีส่วนร่วมในการป้องกันและแก้ไข
ปัญหาสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งเสนอมาตรการ การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในการด าเนิน
ชีวิตตามแนวทางอนุรักษ์ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง
1. มีความรู้ความเข้าใจแผนที่ชนิดต่าง ๆ ตลอดจนเครื่องมือ ข่าวสาร ภูมิสารสนเทศของประเทศไทยและ
ภูมิภาคต่างๆของโลก สามารถน าไปใช้ประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
2. วิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงลักษณะทางกายภาพของประเทศไทยและของโลก
3. ตระหนักถึงกระบวนการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพที่ส่งผลต่อการเกิดภูมิสังคมใหม่ทั้งของ
ไทยและของโลก
4. อธิบายสถานการณ์และวิกฤตการณ์ที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติที่มีผลกระทบมาจากการ
กระท าของมนุษย์และธรรมชาติ
5. วิเคราะห์บทบาทขององค์กรต่าง ๆ และการประสานประโยชน์ตลอดจนความร่วมมือในระดับประเทศ
และระดับโลกในด้านมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของประเทศ
และภูมิภาคต่างๆของโลก
6. ตระหนักถึงความส าคัญของบทบาทและหน้าที่ของประชาชนที่ต้องให้ความร่วมมือ ในการแก้ไขปัญหา
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของไทยและโลก
7. เมื่อยกกรณีตัวอย่าง เกี่ยวกับข่าว เรื่องการท าความผิดกฎหมายสิ่งแวดล้อม นักเรียนสามารถเสนอ
มาตรการการป้องกัน และการแก้ไขปัญหาได้8. รู้และเข้าใจกระบวนการด าเนินชีวิตอย่างสร้างสรรค์และมี
วัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่นในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมพร้อมทั้งสามารถ
น ามาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจ าวันหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2559. มีความคิดสร้างสรรค์และมีจิตสาธารณะที่จะสร้างความส านึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ
ตลอดจนสิ่งแวดล้อมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
10. เสนอโครงการเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่นหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554

รายวิชา ส30104 เศรษฐศาสตร์
2 คาบ/สัปดาห์/ ภาคเรียน 1 หน่วยกิต
——————————————————————————————————————————
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษาระบบเศรษฐกิจของโลกปัจจุบัน ผลดีผลเสียของระบบเศรษฐกิจแบบต่าง ๆ และ
สามารถวิเคราะห์ผลดีผลเสียของการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศในรูปแบบต่าง ๆศึกษาตลาด
และประเภทของตลาด ข้อดีข้อเสียของตลาดประเภทต่าง ๆ ก าหนดราคาตามอุปสงค์ อุปทาน และการ
ก าหนดราคาในเชิงกลยุทธ์ค่าจ้าง และกฎหมายที่เกี่ยวข้องและอัตราค่าจ้างแรงงาน สามารถวิเคราะห์
ผลกระทบของการเปิดเสรีทางเศรษฐกิจในโลกาภิวัตน์ที่มีผลต่อสังคมไทยศึกษาบทบาทของรัฐบาลด้าน
นโยบายการเงิน การคลัง หลักในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ ตลอดจนบทบาทของรัฐบาลในการ
แทรกแซงราคา การควบคุมราคา เพื่อการแจกจ่ายและจัดสรรทางเศรษฐกิจตระหนักในความส าคัญของ
หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง จนสามารถน าไปประยุกต์ใช้ในการด าเนินชีวิตของตนเอง ครอบครัว และใน
ระดับประเทศ ภาคเกษตร อุตสาหกรรม การค้า และบริการศึกษาแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของ
ประเทศไทย พร้อมน าหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ในการวางแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมใน
ปัจจุบันศึกษาวิวัฒนาการของระบบสหกรณ์ในประเทศไทยในด้านความส าคัญ และหลักการของระบบ
สหกรณ์พร้อมตัวอย่างของสหกรณ์ในประเทศไทยวิเคราะห์ปัญหาทางเศรษฐกิจของชุมชนพร้อมเสนอแนว
ทางแก้ไขเพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจในระบบเศรษฐกิจของโลกจนสามารถวิเคราะห์ถึงผลดีผลเสียของ
การร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ การเปิดเสรีทางการค้าในยุคโลกาภิวัตน์ เข้าใจในเรื่องของ
ตลาดประเภทของตลาด การก าหนดราคาตามอุปสงค์ อุปทาน ตระหนักในบทบาทของรัฐด้านนโยบาย
การเงินการคลัง แผนพัฒนาเศรษฐกิจของชาติการน าหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการค้า และ
แผน พัฒนาเศรษฐกิจของชาติของครอบครัว และตนเอง พร้อมน าหลักการและระบบของสหกรณ์มาใช้ใน
สังคมไทย สามารถน าความรู้ต่าง ๆ มาแก้ปัญหาเศรษฐกิจ และพัฒนาเศรษฐกิจของชุมชน สามารถ
ยกตัวอย่างชุมชนที่ประสบความส าเร็จในการแก้ปัญหาดังกล่าวได้
ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง
1. มีความรู้ความเข้าใจในระบบเศรษฐกิจแบบต่าง ๆ ตลอดจนผลดีผลเสียของระบบเศรษฐกิจแบบต่าง ๆ
ของโลกปัจจุบัน
2. มีความเข้าใจเกี่ยวกับระบบตลาด กลไกตลาด อุปสงค์อุปทาน และสามารถน าไปประยุกต์ใช้ใน
ชีวิตประจ าวัน
3. อธิบายการก าหนดอัตราค่าจ้าง กฎหมายแรงงานและบทบาทของรัฐในการแทรกแซงราคาสินค้าและ
บริการในสังคมไทย
4. มีความรู้ความเข้าใจในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ และตระหนักถึงความส าคัญของ
ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่มีต่อเศรษฐกิจสังคมของประเทศไทย
5. ตระหนักถึงความส าคัญของระบบสหกรณ์ในการพัฒนาเศรษฐกิจและแก้ปัญหาเศรษฐกิจในระดับชุมชน
และประเทศหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
16. มีทักษะในการน าหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและระบบสหกรณ์และสามารถน าความรู้ไปใช้ใน
กระบวนการแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจของตนเองและชุมชนพร้อมยกตัวอย่างชุมชนที่แก้ปัญหาได้อย่างยั่งยืน
7. อธิบายบทบาทของรัฐบาลเกี่ยวกับนโยบายการเงินนโยบายการคลัง ในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ
8. วิเคราะห์ผลดีผลเสียของความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศในรูปแบบต่าง ๆ
9. มีความเข้าใจและตระหนักถึงความส าคัญของการค้า การค้าเสรีและการเงินระหว่างประเทศที่มีต่อการ
พึ่งพา การแข่งขัน การขัดแย้ง และประสานประโยชน์เพื่อการพัฒนาประเทศในยุคโลกาภิวัตน์หลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
105
รายวิชา ส30105 อารยธรรมโลก
2 คาบ/สัปดาห์/ ภาคเรียน 1 หน่วยกิต
——————————————————————————————————————————
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษาวิเคราะห์ความหมาย ความส าคัญของเวลาและยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ วิเคราะห์
ความสัมพันธ์ระหว่างยุคสมัยกับความเปลี่ยนแปลงที่ส าคัญในประวัติศาสตร์สากลและประวัติศาสตร์
ไทย คุณค่าของวิธีการทางประวัติศาสตร์สามารถยกตัวอย่างการสร้างองค์ความรู้ใหม่โดยใช้วิธีการ
ทางประวัติศาสตร์ได้อย่างเป็นระบบวิเคราะห์อิทธิพลของอารยธรรมโบราณในโลกตะวันออกและตะวันตก
ด้านการปกครองเศรษฐกิจและสังคม ที่มีผลต่อการพัฒนาการที่ส าคัญของมนุษยชาติจากอดีตถึงปัจจุบัน
วิเคราะห์ความส าคัญของความเปลี่ยนแปลงตั้งแต่สมัยกลางจนถึงสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ด้านการ
ปกครอง เศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม ที่มีผลต่อพัฒนาการของมนุษย์ชาติในอดีตจนถึงปัจจุบันศึกษา
แนวคิดต่าง ๆ ความเป็นมาของชนชาติไทย ตลอดจนการตั้งอาณาจักรโบราณที่ส าคัญก่อนสมัยสุโขทัย
ศึกษาที่มาและผลจากการปฏิรูปประเทศสู่ความทันสมัยของไทย ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระ
จุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว การรักษาเอกราชจากการล่าอาณานิคมของชาติตะวันตก ตลอดจนความ
เปลี่ยนแปลงด้านการเมืองการปกครอง เศรษฐกิจและสังคม สู่ความเป็นประชาธิปไตยในพ.ศ. 2475ศึกษา
ความส าคัญของสถาบันกษัตริย์ไทยในการป้องกันและรักษาเอกราชของชาติการสร้างสรรค์ด้านการเมือง
เศรษฐกิจ สังคม การศึกษาและวัฒนธรรมไทย ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันศึกษาบทบาทและความส าคัญของ
บุคคลในประวัติศาสตร์ไทยทั้งชาวไทยและต่างประเทศสมัยรัตนโกสินทร์ กาเปลี่ยนแปลงและการ
สร้างสรรค์ในประวัติศาสตร์ไทยด้านการเมือง เศรษฐกิจสังคม การศึกษาและวัฒนธรรมไทยศึกษาปัจจัย
และผลงานของพระมหากษัตริย์และพระราชวงศ์ที่สร้างสรรค์และส่งเสริมภูมิปัญญาไทย ที่มีผลต่อการ
พัฒนาสังคมไทยในปัจจุบันศึกษาสภาพแวดล้อมที่มีผลต่อการสร้างสรรค์ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมไทย วิถี
ชีวิตของคนไทยในสมัยต่าง ๆ การสืบทอดและการเปลี่ยนแปลงของวัฒนธรรมไทย การมีส่วนร่วมในการ
อนุรักษ์ภูมิปัญญาไทยและวัฒนธรรมไทย โดยใช้ทักษะและวิธีการทางประวัติศาสตร์ น าเสนอผลงานด้าน
ภูมิปัญญาไทยและวัฒนธรรมไทยที่ตนสนใจเพื่อให้เข้าใจความส าคัญของเวลาและยุคสมัยทาง
ประวัติศาสตร์ความเข้าใจวิธีการทางประวัติศาสตร์สามารถน าความรู้ไปศึกษาเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ได้
อย่าง เป็นระบบ ตระหนักถึงความส าคัญของพัฒนาการในอดีตของมนุษยชาติเข้าใจสาเหตุและผลกระทบ
ของความเปลี่ยนแปลงที่มีต่อมนุษยชาติในอดีตและปัจจุบันอย่างต่อเนื่อง เข้าใจความเป็นมาของชาติไทย
และการสร้างอาณาจักรต่าง ๆ ในดินแดนไทยอย่างเป็นระบบ ตระหนักถึงความส าคัญของการปฏิรูป
ประเทศไทยสู่ความทันสมัยและการรักษาเอกราชของชาติในสมัยรัตนโกสินทร์ จากการล่าอาณานิคมของ
ชาติตะวันตก เข้าใจพัฒนาการทางการเมืองการปกครอง จากระบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์สู่การปกครอง
แบบประชาธิปไตย
ตระหนักถึงความส าคัญของการอุทิศตนของพระมหากษัตริย์และพระราชวงศ์ตลอดจนบุคคลอื่น ๆ
ผู้ปฏิบัติหน้าที่ มุ่งมั่นเสียสละ ท าประโยชน์เพื่อชาติบ้านเมือง สร้างสรรค์ความเจริญให้กับประเทศชาติด้าน
ต่าง ๆ ด้วยความรับผิดชอบยึดมั่นเป็นแบบอย่างด้านจริยธรรมที่พึงปฏิบัติตลอดจนตระหนักถึงความส าคัญ
และมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ภูมิปัญญาไทย วัฒนธรรมประเพณีไทยและสิ่งแวดล้อม มุ่งสร้างประโยชน์ที่ดี
งามให้กับสังคมหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
106
ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง
1. รู้และตระหนักถึงความส าคัญของเวลาและยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ สามารถวิเคราะห์ความสัมพันธ์
ระหว่างยุคสมัยกับความเปลี่ยนแปลงที่ส าคัญในประวัติศาสตร์สากลและประวัติศาสตร์ไทย
2. เข้าใจและตระหนักถึงคุณค่าของวิธีการทางประวัติศาสตร์ สามารถยกตัวอย่างการสร้างองค์ความรู้ใหม่
โดยใช้วิธีการทางประวัติศาสตร์ได้อย่างเป็นระบบ
3. รู้และเข้าใจการสร้างสรรค์ความเจริญ และอิทธิพลของอารยธรรมโบราณ สมัยกลางถึงสมัยฟื้นฟู
ศิลปวิทยาการ ในโลกตะวันออกและตะวันตก ที่มีผลต่อความเปลี่ยนแปลงส าคัญด้านการปกครอง
เศรษฐกิจ สังคมและแนวคิดต่าง ๆ ที่ส่งผลต่อความเปลี่ยนแปลงส าคัญของมนุษยชาติในอดีตและปัจจุบัน
4. วิเคราะห์ผลกระทบของการขยายอิทธิพลของประเทศต่าง ๆในยุโรป ไปยังทวีปอเมริกาแอฟริกา และ
เอเซีย อันน าไปสู่ความร่วมมือ ความขัดแย้งและการล่าอาณานิคมในคริสต์ศตวรรษที่ 20 และ 21 ด้านการ
ปกครอง เศรษฐกิจและสังคม ในช่วงขยายตัวของจักรวรรดินิยมจนถึงสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง
5. สามารถใช้วิธีการทางประวัติศาสตร์ศึกษาหลักฐานและแนวคิดต่าง ๆ เรื่องความเป็นมาของชาติไทย
การตั้งอาณาจักรโบราณที่ส าคัญก่อนสมัยสุโขทัย สามารถเปรียบเทียบปัจจัยต่างๆ ที่มีอิทธิพลต่อการ
สถาปนาอาณาจักรสุโขทัย อยุธยา ธนบุรีและสมัยรัตนโกสินทร์
6. วิเคราะห์ความเปลี่ยนแปลงการปรกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ มาเป็นประชาธิปไตยใน
สมัยรัตนโกสินทร์ โดยค านึงถึงผลของการปฏิรูปประเทศสู่ความทันสมัยทางด้านการศึกษา การเมืองการ
ปกครอง เศรษฐกิจและสังคม ในสมัยรัชกาลที่ 4แห่งกรุงรัตนโกสินทร์เป็นต้นมา
7. วิเคราะห์สาเหตุและผลของการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองการปกครองจากระบอบ
สมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นประชาธิปไตยในพ.ศ. 2475
8. ตระหนักถึงความส าคัญของสถาบันกษัตริย์ไทยในการป้องกันและรักษาเอกราชของชาติการสร้างสรรค์
ด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม การศึกษาและวัฒนธรรมไทย ตั้งแต่อดีตจนปัจจุบัน
9. ตระหนักถึงความส าคัญของสถาบันพระมหากษัตริย์และพระราชวงศ์ ตลอดจนบุคคลส าคัญอื่น ๆ ใน
ประวัติศาสตร์ไทยทั้งชาวไทย ชาวต่างประเทศ และตัวอย่างสตรีไทยสมัยกรุงศรีอยุธยาถึงกรุงรัตนโกสินทร์
ที่มีบทบาทในการรักษาเอกราชของชาติการสร้างสรรค์ความเปลี่ยนแปลงในประวัติศาสตร์ไทย ด้าน
การเมือง เศรษฐกิจ สังคมการศึกษา วัฒนธรรมไทยและภูมิปัญญาไทย
10. รู้และเข้าใจสภาพแวดล้อมและปัจจัยอื่น ๆ ซึ่งมีผลต่อการสร้างสรรค์ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมไทย วิถี
ชีวิตคนไทยในอดีต สาเหตุและผลของความเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมไทย และการเลือกรับวัฒนธรรมและ
การสืบทอดวัฒนธรรมไทยได้อย่างเหมาะสม
11. ตระหนักถึงความส าคัญของการมีส่วนร่วม ในการอนุรักษ์ภูมิปัญญาไทยและวัฒนธรรมไทย โดยใช้
ทักษะและวิธีการทางประวัติศาสตร์น าเสนอโครงงานด้านภูมิปัญญาไทยและวัฒนธรรมไทยที่ตนสนใจหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
107
รายวิชา ส30106 ประวัติศาสตร์สมัยใหม่
2 คาบ/สัปดาห์/ ภาคเรียน 1 หน่วยกิต
——————————————————————————————————————————
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษาพัฒนาการของความร่วมมือและความขัดแย้งในคริสต์ศตวรรษที่ 20 ที่น าไปสู่สงครามโลก
ครั้งที่ 2 การประจันหน้าระหว่างมหาอ านาจฝ่ายเสรีประชาธิปไตยและคอมมิวนิสต์ สมัยสงครามเย็นและ
สถานการณ์หลังสงครามเย็น ถึงปัจจุบันรู้และวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์ของโลกในคริสต์ศตวรรษที่ 21
สาเหตุและผลกระทบของสถานการณ์ส าคัญของโลกที่ยกตัวอย่าง เช่น ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกา
กับกลุ่มผู้ก่อการร้ายในตะวันออกกลาง การระเบิดตึกเวิร์ดเทรด เซ็นเตอร์และเหตุการณ์ 11 กันยายน
2001 และความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในประเทศไทยกับการเมืองโลก ทศวรรษที่ 2000 เป็นต้น พร้อม
ทั้งเสนอแนวคิดในการแก้ปัญหาด้วยหลักธรรมที่ตนนับถือศึกษาตัวอย่างบทบาทสตรีไทยสมัยกรุง
รัตนโกสินทร์ที่ส่งผลต่อความเปลี่ยนแปลงในปัจจุบันศึกษาอิทธิพลของวัฒนธรรมตะวันตกและตะวันออกที่
มีผลกระทบต่อสังคมไทยปัจจุบันและเสนอแนวคิดในการรับวัฒนธรรมต่าง ๆ บูรณาการกับวัฒนธรรมไทย
ได้อย่างเหมาะสมเพื่อให้ตระหนักถึงหายนะของความขัดแย้งและผลดีของความร่วมมือของมนุษยชาติ
เข้าใจสถานการณ์ความขัดแย้งที่ส าคัญต่อโลก เป็นบทเรียนในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง และเป็น
แนวทางสร้างความสมานฉันท์ระหว่างมนุษยชาติในปัจจุบัน ในคริสต์ศตวรรษที่ 20 รวมทั้งตระหนักถึง
ความส าคัญของการปฏิบัติตนตามแบบอย่างทางจริยธรรมของบุคคลผู้อุทิศตนเพื่อความเจริญของ
ชาติไทยและโลกในปัจจุบัน เข้าใจความเปลี่ยนแปลงของสังคมไทย ที่ได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมภายนอก
และมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยได้อย่างเหมาะสม
ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง
1. รู้และเข้าใจพัฒนาการของความขัดแย้งและความร่วมมือในคริสต์ศตวรรษที่ 20 ที่น าไปสู่สงครามโลก
ครั้งที่ 2 การประจันหน้าระหว่างมหาอ านาจฝ่ายเสรีประชาธิปไตยและคอมมิวนิสต์สมัยสงครามเย็นและ
สถานการณ์หลังสงครามเย็น ถึงปัจจุบัน
2. รู้และตระหนักถึงแนวโน้มสถานการณ์ของโลกในคริสต์ศตวรรษที่ 21 ระบุสาเหตุและผลกระทบของ
สถานการณ์ส าคัญของโลกที่ยกตัวอย่าง เช่น ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกากับกลุ่มผู้ก่อการร้ายใน
ตะวันออกกลาง การระเบิดตึกเวิร์ดเทรด เซ็นเตอร์และเหตุการณ์11กันยายน 2001และความเปลี่ยนแปลง
ทางการเมืองในประเทศไทยกับการเมืองโลก ทศวรรษที่ 2000 เป็นต้น พร้อมทั้งเสนอแนวคิดในการ
แก้ปัญหาด้วยหลักธรรมที่ตนนับถือ
3. ตระหนักถึงความส าคัญของตัวอย่างบทบาทสตรีไทยสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ที่ส่งผลต่อความเปลี่ยนแปลง
ในอดีตและปัจจุบัน
4. เข้าใจอิทธิพลของวัฒนธรรมตะวันตกและตะวันออกที่มีผลกระทบต่อสังคมไทยปัจจุบันพร้อมทั้งเสนอ
แนวคิดในการรับวัฒนธรรมต่าง ๆ บูรณาการกับวัฒนธรรมไทย สามารถอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยไว้ได้อย่าง
เหมาะสมหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
108
รายวิชา ส 30107 คุณธรรมเพื่อชีวิต
1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หน่วยกิต
——————————————————————————————————————————
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษาหลักธรรมส าคัญของศาสนาที่ตนนับถือ ค่านิยมและจริยธรรมทางสังคม ซึ่งเป็นตัวก าหนด
ความเชื่อและพฤติกรรมที่แตกต่างของแต่ละบุคคลวิเคราะห์กระบวนการฝึกจิต การบริหารจิต เจริญ
ปัญญา ในเรื่องการคิดถูกวิธีสามารถปฏิบัติให้เกิดทักษะ เลือกสรรหลักธรรมที่เกี่ยวกับการพัฒนาตนเอง
สังคม สิ่งแวดล้อมและสังคมโลกวิเคราะห์ข้อมูลข่าวสาร สารสนเทศ และตัวอย่างในสังคมไทยสามารถ
แยกแยะความเป็นเหตุเป็นผลของสถานการณ์ที่ต้องเผชิญเกี่ยวกับผลของการกระท าความดีความชั่ว
เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจในหลักธรรม ค่านิยม และจริยธรรมที่ดีงามทางสังคม ตัดสินใจเลือกแนวทาง
ปฏิบัติตนและธ ารงรักษาศาสนาโดยเป็นศาสนิกชนที่ดี และน าไปประยุกต์ใช้ในการด าเนินชีวิตอย่างมี
เหตุผล สามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตและสังคมให้อยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข
ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง
1. รู้และเข้าใจหลักธรรมส าคัญของศาสนาที่ตนนับถือ
2. มีทักษะและสามารถน าหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาไปพัฒนาตนเอง และพัฒนาสังคม
3. เมื่อยกตัวอย่างเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสังคมไทย สังคมโลก นักเรียนสามารถแยกแยะรู้ค่านิยมที่ดีงามและ
วิเคราะห์เหตุการณ์ได้อย่างถูกต้อง
4. ตระหนักถึงความส าคัญและยึดมั่นในศีลธรรมเกี่ยวกับผลของการกระท าความความดี
5. สามารถใช้กระบวนการฝึกสมาธิการคิดที่ถูกวิธีตามหลักการเจริญปัญญาหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
109
มาตรฐานการเรียนรู้
กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา
มาตรฐานที่ 1 เข้าใจธรรมชาติการเจริญเติบโตและพัฒนาการของมนุษย์
ตัวชี้วัด
1.1 อธิบายกระบวนการสร้างเสริมและด ารงประสิทธิภาพการท างาน ของระบบอวัยวะต่าง ๆ
1.2 วางแผนดูแลสุขภาพตามภาวะการเจริญเติบโตและพัฒนาการของตนเองและบุคคลใน
ครอบครัว
มาตรฐานที่ 2 เข้าใจและเห็นคุณค่าของชีวิต ครอบครัว เพศศึกษา และมีทักษะในการด าเนินชีวิต
ตัวชี้วัด
2.1 วิเคราะห์อิทธิพลของครอบครัว เพื่อน สังคม และวัฒนธรรมที่มีผลต่อพฤติกรรมทางเพศและ
การด าเนินชีวิต
2.2 วิเคราะห์ค่านิยมในเรื่องเพศ ตามวัฒนธรรมไทยและวัฒนธรรม อื่น ๆ
2.3 เลือกใช้ทักษะที่เหมาะสมในการป้องกัน ลดความขัดแย้งและแก้ปัญหาเรื่องเพศและครอบครัว
2.4 วิเคราะห์สาเหตุและผลของความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นระหว่างนักเรียน หรือเยาวชนในชุมชน
และเสนอแนวทางแก้ไขปัญหา
มาตรฐานที่ 3 เข้าใจ มีทักษะในการเคลื่อนไหว กิจกรรมทางกาย การเล่นกีฬา
ตัวชี้วัด
3.1 วิเคราะห์ความคิดรวบยอดเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวรูปแบบต่างๆ ในการเล่นกีฬา
3.2 ใช้ความสามารถของตน เพื่อเพิ่มศักยภาพของทีม ค านึงถึงผล ที่เกิดต่อผู้อื่นและสังคม
3.3 เล่นกีฬาไทย กีฬาสากลประเภทบุคคล / คู่ กีฬาประเภททีมได้อย่างน้อย 1 ชนิด
3.4 แสดงการเคลื่อนไหวได้อย่างสร้างสรรค์
3.5 เข้าร่วมกิจกรรมนันทนาการนอกโรงเรียน และน าหลักการแนวคิด ไปปรับปรุงและพัฒนา
คุณภาพชีวิตของตนและสังคม
มาตรฐานที่ 4 รักการออกก าลังกาย การเล่นกีฬา ปฏิบัติเป็นประจ าอย่างสม ่ำเสมอ มีวินัย เคารพ สิทธิกฎ
กติกา มี ้ น ำใจนักกีฬา มีจิตวิญญาณในการแข่งขัน และชื่นชมในสุนทรียภาพของการกีฬา
ตัวชี้วัด
4.1 ออกก าลังกายและเล่นกีฬา ที่เหมาะสมกับตนเองอย่างสม ่ำเสมอ และใช้ความสามารถของ
ตนเองเพิ่มศักยภาพของทีม ลดความเป็นตัวตน ค านึงถึงผลที่เกิดต่อสังคม
4.2 อธิบายและปฏิบัติเกี่ยวกับสิทธิกฎ กติกา กลวิธีต่างๆ ในระหว่างการเล่นการแข่งขันกีฬากับ
ผู้อื่นและน าไปสรุปเป็นแนวปฏิบัติและใช้ในชีวิตประจ าวันอย่างต่อเนื่อง
4.3 แสดงออกถึงการมีมารยาทในการดูการเล่นและการแข่งขันกีฬา ด้วยความมี ้ น ำใจนักกีฬา
และน าไปใช้ปฏิบัติทุกโอกาส จนเป็นผู้มีบุคลิกภาพที่ดี
4.4 ร่วมกิจกรรมทางกายและเล่นกีฬาอย่างมีความสุข ชื่นชมในคุณค่าและความ
งามของการกีฬาหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
110
มาตรฐานที่ 5 เห็นคุณค่าและมีทักษะในการสร้างเสริมสุขภาพ การด ารงสุขภาพ การป้องกันโรคและการ
สร้างสมรรถภาพเพื่อสุขภาพ
ตัวชี้วัด
5.1 วิเคราะห์บทบาทและความรับผิดชอบของบุคคลที่มีต่อการสร้างเสริมสุขภาพและการป้องกัน
โรคในชุมชน
5.2 วิเคราะห์อิทธิพลของสื่อโฆษณาเกี่ยวกับสุขภาพเพื่อการเลือกบริโภค
5.3 ปฏิบัติตนตามสิทธิของผู้บริโภค
5.4 วิเคราะห์สาเหตุและเสนอแนวทางการป้องกันการเจ็บป่วยและการตายของคนไทย
5.5 วางแผนและปฏิบัติตามแผน การพัฒนาสุขภาพของตนเองและครอบครัว
5.6 มีส่วนร่วมในการส่งเสริมและพัฒนาสุขภาพของบุคคลในชุมชน
5.7 วางแผนและปฏิบัติตามแผน การพัฒนาสมรรถภาพกายและสมรรถภาพกลไก
มาตรฐานที่ 6 ป้องกันและหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยง พฤติกรรมต่อสุขภาพ อุบัติเหตุ การใช้ยาสารเสพติด และ
ความรุนแรง
ตัวชี้วัด
6.1 มีส่วนร่วมในการป้องกันความเสี่ยงต่อการใช้ยา การใช้สารเสพติด และความรุนแรง เพื่อ
สุขภาพของตนเอง ครอบครัว และสังคม
6.2 วิเคราะห์ผลกระทบที่เกิดจากการครอบครอง การใช้และการจ าหน่ายสารเสพติด
6.3 วิเคราะห์ปัจจัยที่มีผลต่อสุขภาพ หรือความรุนแรงของคนไทยและเสนอแนวทางป้องกัน
6.4 วางแผน ก าหนดแนวทางลดอุบัติเหตุ และสร้างเสริมความปลอดภัยในชุมชน
6.5 มีส่วนร่วมในการสร้างเสริมความปลอดภัยในชุมชน
6.6 ใช้ทักษะการตัดสินใจแก้ปัญหาในสถานการณ์ที่เสี่ยงต่อสุขภาพและความรุนแรง
6.7 แสดงวิธีการช่วยฟื้นคืนชีพอย่างถูกวิธีหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554

ชื่อรายวิชาและหน่วยกิต
กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา
รายวิชาพื้นฐาน
1. พ30101 สุขศึกษาและพลศึกษา 1 1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หน่วยกิต
HPE30101 Health and Physical Education 1
2. พ30102 สุขศึกษาและพลศึกษา 2 1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หน่วยกิต
HPE30102 Health and Physical Education 2
3. พ30103 สุขศึกษาและพลศึกษา 3 1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หน่วยกิต
HPE30103 Health and Physical Education 3
4. พ30104 สุขศึกษาและพลศึกษา 4 1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หน่วยกิต
HPE30104 Health and Physical Education 4
5. พ30105 สุขศึกษาและพลศึกษา 5 1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หน่วยกิต
HPE30105 Health and Physical Education 5
6. พ30106 สุขศึกษาและพลศึกษา 6 1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หน่วยกิต
HPE30106 Health and Physical Education 6หลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554

รายวิชา พ30101 สุขศึกษาและพลศึกษา 1
1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หน่วยกิต
——————————————————————————————————————————
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษากระบวนการท างานตามหน้าที่และการด ารงประสิทธิภาพการท างานของระบบต่อมไร้ท่อ
และระบบสืบพันธุ์ การวางแผนการดูแลสุขภาพตามภาวการณ์เจริญเติบโตและพัฒนาการของวัยรุ่น
เหตุผลและความจ าเป็นต้องป้องกันโรค การมีส่วนร่วมในการสร้างเสริมและพัฒนาสุขภาพของบุคคล
บทบาทและความรับผิดชอบในการสร้างสุขภาพ การป้องกันโรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและโรคมะเร็ง
การสร้างเสริมสมรรถภาพทางกายเพื่อสุขภาพและสมรรถภาพทางกลไก ระบบการใช้พลังงานของร่างกาย
ในรูปแบบต่าง ๆ การประเมินสมรรถภาพทางกายของตนเองโดยใช้เครื่องมือการประเมินและทดสอบ
สมรรถภาพทางกายที่ถูกต้อง การดูแลรักษาการบาดเจ็บจากการออกก าลังกายและเล่นกีฬา การวางแผน
และปฏิบัติตามแผนการพัฒนาสมรรถภาพทางกายและสมรรถภาพทางกลไกวิเคราะห์อิทธิพลของ
ครอบครัวเพื่อน สังคมและวัฒนธรรมที่มีต่อพฤติกรรมทางเพศหลักวิทยาศาสตร์การเคลื่อนไหวและรูปแบบ
การเคลื่อนไหวน าไปประยุกต์ใช้ในการเล่นกีฬาการสร้างเสริมสมรรถภาพทางกาย หลักการส าคัญในการ
ออกก าลังกายและเล่นกีฬาเพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง มีเจตคติและค่านิยมที่ดีในเรื่องการ
เจริญเติบโตและพัฒนาการของมนุษย์ มีกระบวนการสร้างเสริมสุขภาพและประสิทธิภาพการท างานของ
ระบบต่อมไร้ท่อและระบบสืบพันธุ์มีทักษะปฏิบัติด้านสุขภาพและสมรรถภาพจนเป็นกิจนิสัย
ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง
1. วิเคราะห์กระบวนการท างานและความผิดปกติของระบบต่อมไร้ท่อและระบบสืบพันธุ์ที่มีต่อสุขภาพได้
2. เข้าใจประสิทธิภาพการท างานของระบบต่อมไร้ท่อและระบบสืบพันธุ์
3. รู้วิธีวางแผนการดูแลสุขภาพตามภาวการณ์เจริญเติบโตและพัฒนาการของตนเอง
4. บอกคุณค่าของการวางแผนดูแลสุขภาพของตนเองได้
5. วิเคราะห์อิทธิพลของครอบครัว เพื่อน สังคมและวัฒนธรรมที่มีต่อพฤติกรรมทางเพศและการด าเนินชีวิต
6. เข้าใจเหตุผลและความจ าเป็นที่ทุกคนต้องป้องกันโรค มีส่วนร่วมในการสร้างเสริมและพัฒนาสุขภาพของ
บุคคลในชุมชน
7. เข้าใจบทบาทและความรับผิดชอบในการสร้างเสริมสุขภาพและการป้องกันโรคความดันโลหิตสูง
โรคหัวใจ และโรคมะเร็ง
8. วิเคราะห์ความคิดรวบยอดเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวรูปแบบต่างๆและน าไปใช้ในการเล่นกีฬา
9. ประยุกต์ความคิดรวบยอดจากหลักการทางวิทยาศาสตร์การเคลื่อนไหวในการเล่นกีฬาได้อย่างมี
ประสิทธิภาพ
10. เห็นคุณค่าและมีทักษะในการสร้างเสริมสมรรถภาพทางกายเพื่อสุขภาพและสมรรถภาพทางกลไก
11. เข้าใจกระบวนการสร้างเสริมสมรรถภาพทางกายและสมรรถภาพทางกลไกเพื่อด ารงชีวิตอย่างมี
ประสิทธิภาพและมีความสุข
12. รู้วิธีการวางแผนและปฏิบัติตามแผนการพัฒนาสมรรถภาพทางกายและสมรรถภาพทางกลไก เพื่อ
สุขภาพที่ยั่งยืน
13. อธิบายหลักการส าคัญในการออกก าลังกายและเล่นกีฬาได้หลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554

14. บอกขั้นตอนในการออกก าลังกายและเล่นกีฬาได้
15. อธิบายระบบการใช้พลังงานของร่างกายในรูปแบบต่าง ๆ ได้
16. มีทักษะในการดูแลรักษาการบาดเจ็บจากการออกก าลังกายและเล่นกีฬา
17. ประเมินสมรรถภาพทางกายของตนเองโดยใช้เครื่องมือการประเมินและทดสอบสมรรถภาพทางกายได้หลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554

รายวิชา พ30102 สุขศึกษาและพลศึกษา 2
1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หน่วยกิต
——————————————————————————————————————————
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษาวิธีการจัดการกับอารมณ์ความเครียด การพัฒนาจิต และการฝึกสติการประเมินความเสี่ยง
ต่อสุขภาพ แนวทางป้องกันอันตรายและการปฐมพยาบาลจากการได้รับสารพิษ ไฟไหม้ ้ น ำร้อนลวก การสูบ
บุหรี่ และการดื่มสุรา องค์ประกอบของกระบวนการทางสังคม และกระบวนการเพื่อสร้างเสริมเข้มแข็งทาง
สังคม ความปลอดภัยในชุมชน สิทธิกฎ กติกา กลวิธีระหว่างการเล่นและการแข่งขันกีฬากับผู้อื่นวิเคราะห์
อิทธิพลของสื่อโฆษณาเกี่ยวกับสุขภาพและการบริโภค หลักวิทยาศาสตร์การเคลื่อนไหวและรูปแบบการ
เคลื่อนไหว การประยุกต์หลักวิทยาศาสตร์การเคลื่อนไหวไปใช้ในทักษะการใช้ลูกบอลและการสร้างเสริม
สมรรถภาพทางกาย การใช้ความสามารถของตนเพื่อเพิ่มศักยภาพของทีม คุณค่าของการออกก าลังกาย
และการเข้าร่วมกิจกรรมกีฬาเกี่ยวกับทักษะการใช้ลูกบอลเพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจ อิทธิพลของสื่อ
โฆษณาที่ส่งผลต่อสุขภาพและการบริโภคมีวิธีการจัดการกับอารมณ์และความเครียดได้อย่างเหมาะสมจน
เป็นผู้มีบุคลิกภาพที่ดีน าหลักวิทยาศาสตร์การเคลื่อนไหวและรูปแบบการเคลื่อนไหวน าไปประยุกต์ไปใช้ใน
การออกก าลังกายและเล่นกีฬาได้หลากหลายประเภท แสดงออกถึงการมีมารยาทในการดู การเล่น การ
แข่งขันกีฬาด้วยความมี ้ น ำใจนักกีฬา มีสุนทรียภาพและแสดงออกถึงความมี ้ น ำใจนักกีฬามีเจตคติที่ดีต่อ
การออกก าลังกายและเล่นกีฬา ยอมรับและเห็นคุณค่าของประสบการณ์ที่ได้รับจากกิจกรรมทางการกีฬา
ไปใช้เป็นแนวทางในการท างานและด าเนินชีวิตประจ าวันอย่างต่อเนื่อง
ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง
1. วิเคราะห์อิทธิพลของสื่อโฆษณาเกี่ยวกับสุขภาพเพื่อการบริโภคได้
2. รู้วิธีการจัดการกับอารมณ์ความเครียด การพัฒนาจิต และการฝึกสติได้
3. รู้วิธีการออกก าลังกายและพักผ่อนได้อย่างถูกต้อง
4. เข้าใจการประเมินความเสี่ยงต่อสุขภาพ และแสวงหาแนวทางป้องกันอันตรายเพื่อความปลอดภัยใน
เรื่อง การได้รับสารพิษ ไฟไหม้ ้ น ำร้อนลวก การสูบบุหรี่ และการดื่มสุรา
5. เข้าใจองค์ประกอบของกระบวนการทางสังคม
6. รู้วิธีการใช้กระบวนการทางสังคมเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยในชุมชนเข้มแข็ง
7. แสดงการปฐมพยาบาล การได้รับสารพิษ ไฟไหม้ ้ น ำร้อนลวกได้อย่างถูกต้อง
8. วิเคราะห์หลักวิทยาศาสตร์การเคลื่อนไหวและน าไปใช้ในทักษะการใช้ลูกบอล และการสร้างเสริม
สมรรถภาพทางกายได้
9. วิเคราะห์รูปแบบการเคลื่อนไหวและน าไปใช้ในกิจกรรมการใช้ลูกบอล และการสร้างเสริม
สมรรถภาพทางกายได้
10. ประยุกต์ความคิดรวบยอดจากหลักการทางวิทยาศาสตร์การเคลื่อนไหวในกิจกรรมการใช้
ลูกบอลได้อย่างมีประสิทธิภาพ
11. ใช้ความสามารถของตนเพื่อเพิ่มศักยภาพของทีม ค านึงถึงผลที่เกิดต่อผู้อื่นและสังคมได้
12. เห็นคุณค่าของการออกก าลังกายและการเข้าร่วมกิจกรรมกีฬาประเภททักษะการใช้ลูกบอลได้หลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554

13. อธิบายและปฏิบัติเกี่ยวกับสิทธิกฎ กติกา กลวิธีต่างๆ ในระหว่างการเล่น การแข่งขันกีฬากับผู้อื่นและ
น าไปสรุปเป็นแนวปฏิบัติและใช้ในชีวิตประจ าวันอย่างต่อเนื่องได้
14. แสดงออกถึงการมีมารยาทในการดูการเล่น การแข่งขันกีฬาด้วยความมี ้ น ำใจนักกีฬาและน าไปใช้
ปฏิบัติทุกโอกาส จนเป็นผู้มีบุคลิกภาพที่ดี
15. ชื่นชมในสุนทรียภาพและแสดงความมี ้ น ำใจนักกีฬาของการออกก าลังกายและเล่นกีฬา
16. ยอมรับและเห็นคุณค่าของการน าประสบการณ์ที่ได้รับจากกิจกรรมทางการกีฬาไปใช้เป็นแนวทางใน
การท างานและด าเนินชีวิตประจ าวันได้หลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554

รายวิชา พ30103 สุขศึกษาและพลศึกษา 3
1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หน่วยกิต
——————————————————————————————————————————
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษากระบวนการท างานของระบบย่อยอาหาร ระบบหายใจ และระบบไหลเวียนเลือดที่มีต่อ
สุขภาพ พฤติกรรมเบี่ยงเบนทางเพศและการด าเนินชีวิตในสังคม วิธีการสร้างเสริมสัมพันธภาพที่ดีต่อกัน
ระหว่างบุคคล ครอบครัวและสังคม การป้องกัน ลดความขัดแย้งและแก้ปัญหาเรื่องเพศและครอบครัว การ
จัดการกับอารมณ์เพศ ค่านิยมในเรื่องเพศ ตามวัฒนธรรมไทยและวัฒนธรรมอื่น ๆการหลีกเลี่ยงและ
ป้องกันตนเองจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ โรคเอดส์ และการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ หลักวิทยาศาสตร์
การเคลื่อนไหวและการน ารูปแบบการเคลื่อนไหวน าไปประยุกต์ใช้ในศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัววิเคราะห์การ
ด ารงประสิทธิภาพการท างานของระบบย่อยอาหาร ระบบหายใจ และระบบไหลเวียนเลือด ปัจจัยเสี่ยงและ
สถานการณ์เสี่ยงต่อการมีเพศสัมพันธ์ปัจจัยเสี่ยงและการป้องกันหรือหลีกเลี่ยงจากความรุนแรง การสร้าง
เสริมสมรรถภาพทางกายเพื่อสุขภาพของตนเองเพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง เห็นคุณค่าของการ
วางแผนดูแลสุขภาพ สร้างเสริมสุขภาพของบุคคลในครอบครัว มีเจตคติและค่านิยมที่ดีต่อการเคารพสิทธิ
และปฏิบัติตามกฎ กติกาของการเล่นกีฬาอย่างเคร่งครัด มีสุนทรียภาพในการชมและแสดงความมี ้ น ำใจ
นักกีฬาระหว่างการออกก าลังกายหรือเล่นกีฬา เห็นคุณค่าของการน าประสบการณ์ที่ได้รับจากกิจกรรม
ทางการกีฬาไปใช้เป็นแนวทางในการท างานและด าเนินชีวิตประจ าวัน
ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง
1. วิเคราะห์กระบวนการท างานของระบบย่อยอาหาร ระบบหายใจ และระบบไหลเวียนเลือดที่มีต่อ
สุขภาพ
2. รู้วิธีการด ารงประสิทธิภาพการท างานของระบบย่อยอาหาร ระบบหายใจ และระบบไหลเวียนเลือด
3. รู้วิธีการวางแผนดูแลสุขภาพของบุคคลในครอบครัว
4. เห็นคุณค่าของการวางแผนดูแลสุขภาพของบุคคลในครอบครัว
5. วิเคราะห์ปัจจัยเสี่ยงและสถานการณ์เสี่ยงต่อการมีเพศสัมพันธ์พฤติกรรมเบี่ยงเบนทางเพศและการ
ด าเนินชีวิตในสังคม
6. รู้วิธีการสร้างเสริมสัมพันธภาพที่ดีต่อกันระหว่างบุคคล ครอบครัวและสังคม
7. เลือกใช้ทักษะที่เหมาะสมในการป้องกัน ลดความขัดแย้งและแก้ปัญหาเรื่องเพศและครอบครัวได้
8. เข้าใจอารมณ์เพศและรู้วิธีการจัดการกับอารมณ์เพศได้ถูกต้องเหมาะสม
9. วิเคราะห์ค่านิยมในเรื่องเพศ ตามวัฒนธรรมไทยและวัฒนธรรมอื่น ๆ ได้
10. หลีกเลี่ยงและป้องกันตนเองจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์โรคเอดส์และการตั้งครรภ์
11. วิเคราะห์หลักวิทยาศาสตร์การเคลื่อนไหวและน าไปใช้ในศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัว และการสร้างเสริม
สมรรถภาพทางกายได้
12. วิเคราะห์รูปแบบการเคลื่อนไหวและน าไปใช้ในศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัว และการสร้างเสริม
สมรรถภาพทางกายได้หลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554

13. ประยุกต์ความคิดรวบยอดจากหลักการทางวิทยาศาสตร์การเคลื่อนไหวในกิจกรรมศิลปะการต่อสู้
ป้องกันตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
14. สร้างเสริมสมรรถภาพทางกายเพื่อสุขภาพของตนเองได้
15. เห็นคุณค่าของการออกก าลังกายและการเข้าร่วมกิจกรรมกีฬาประเภทศิลปะต่อสู้ป้องกันตัวได้
16. เคารพสิทธิและปฏิบัติตามกฎ กติกาการเล่นกีฬาอย่างเคร่งครัด
17. ชื่นชมในสุนทรียภาพและแสดงความมี ้ น ำใจนักกีฬาของการออกก าลังกายและเล่นกีฬา
18. ยอมรับและเห็นคุณค่าของการน าประสบการณ์ที่ได้รับจากกิจกรรมทางการกีฬาไปใช้เป็นแนวทางใน
การท างานและด าเนินชีวิตประจ าวันได้หลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554

รายวิชา พ30104 สุขศึกษาและพลศึกษา 4
1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หน่วยกิต
——————————————————————————————————————————
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษาวิธีประเมินสุขภาพส่วนบุคคลเพื่อก าหนดวิธีการลดความเสี่ยง การสร้างเสริมสุขภาพของ
ตนเอง ชุมชน และสังคมด้วยภูมิปัญญาไทย ความรับผิดชอบของบุคคลต่อสิ่งแวดล้อมในชุมชนตนเอง แนว
ทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมในชุมชน วิธีประเมินและกระบวนการในการจัดการกับอารมณ์
และความเครียดและน าไปใช้วางแผนปรับปรุงตนเอง ระบบบริการสุขภาพของประเทศ แนวทางการ
ป้องกันแก้ไขปัญหาสาธารณสุขที่ส าคัญของประเทศ หลักการปฏิบัติตนเพื่อความปลอดภัยจากอุบัติภัยและ
ภัยสาธารณะ กระบวนการทางประชาสังคมสร้างเสริมความปลอดภัยให้ชุมชนเข้มแข็ง แนวทางการแก้ไข
ปัญหาเมื่อเกิดการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ และความรุนแรงทางสังคมฝึกปฏิบัติกิจกรรมการออกก าลังกาย
และกิจกรรมนันทนาการประเภทต่าง ๆ การปฐมพยาบาลกระดูกหัก ข้อเคลื่อน การเข้าเฝือกชั่วคราว
วิเคราะห์หลักวิทยาศาสตร์การเคลื่อนไหวและรูปแบบการเคลื่อนไหวน าไปประยุกต์ใช้ในการละเล่นพื้นบ้าน
และกีฬาไทย การสร้างเสริมสมรรถภาพทางกายเพื่อสุขภาพของตนเองเพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง
มีเจตคติและค่านิยมที่ดีมีทักษะปฏิบัติด้านสุขภาพและสมรรถภาพจนเป็นกิจนิสัย เห็นคุณค่าของการออก
ก าลังกายและการเข้าร่วมกิจกรรมการละเล่นพื้นบ้านและกีฬาไทย ชื่นชมในสุนทรียภาพและแสดงความมี
้ น ำใจนักกีฬาของการออกก าลังกายและเล่นกีฬา เคารพสิทธิและปฏิบัติตามกฎ กติกาการเล่นกีฬา ยอมรับ
และเห็นคุณค่าของการน าประสบการณ์ที่ได้รับจากกิจกรรมทางการกีฬาไปใช้เป็นแนวทางในการท างาน
และด าเนินชีวิตประจ าวันได้
ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง
1. ประเมินสุขภาพส่วนบุคคลเพื่อก าหนดวิธีการลดความเสี่ยง และการสร้างเสริมสุขภาพของตนเอง ชุมชน
และสังคมด้วยภูมิปัญญาไทย
2. แสดงความรับผิดชอบของบุคคลต่อสิ่งแวดล้อมในชุมชนตนเอง ตลอดจนรู้แนวทางการ
3. ป้องกันและแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมในชุมชน
4. รู้และเข้าใจวิธีการประเมินและกระบวนการในการจัดการกับอารมณ์และความเครียดและน าไปใช้
วางแผนปรับปรุงตนเอง
5. ปฏิบัติกิจกรรมการออกก าลังกาย การพักผ่อน และกิจกรรมนันทนาการประเภทต่างๆได้อย่างถูกต้อง
เหมาะสม
6. เข้าใจระบบบริการสุขภาพของประเทศ และรู้แนวทางการป้องกันแก้ไขปัญหาสาธารณสุขที่ส าคัญของ
ประเทศได้
7. รู้และเข้าใจหลักการปฏิบัติตนเพื่อความปลอดภัยจากอุบัติภัยและภัยสาธารณะได้
8. รู้วิธีการป้องกันอุบัติเหตุจากการจราจร ตลอดจนพฤติกรรมเสี่ยงและพฤติกรรมความปลอดภัยในการขับ
ขี่และการเดินทางได้
9. ใช้กระบวนการทางประชาสังคมสร้างเสริมความปลอดภัยให้ชุมชนเข้มแข็ง
10. รู้ปัญหาและแนวทางการแก้ไขปัญหาเมื่อเกิดการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ และความรุนแรงทางสังคมหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
119
11. แสดงทักษะการปฐมพยาบาลกระดูกหัก ข้อเคลื่อน การเข้าเฝือกชั่วคราวได้อย่างถูกต้อง
12. วิเคราะห์หลักวิทยาศาสตร์การเคลื่อนไหวและน าไปใช้ในการละเล่นพื้นบ้านและกีฬาไทยและการสร้าง
เสริมสมรรถภาพทางกายได้
13. วิเคราะห์รูปแบบการเคลื่อนไหวและน าไปใช้ในการละเล่นพื้นบ้านและกีฬาไทย และการสร้างเสริม
สมรรถภาพทางกายได้
14. ประยุกต์ความคิดรวบยอดจากหลักการทางวิทยาศาสตร์การเคลื่อนไหวในกิจกรรม
15. การละเล่นพื้นบ้านและกีฬาไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ
16. สร้างเสริมสมรรถภาพทางกายเพื่อสุขภาพของตนเองได้
17. เห็นคุณค่าของการออกก าลังกายและการเข้าร่วมกิจกรรมการละเล่นพื้นบ้านและกีฬาไทยได้
18. เคารพสิทธิและปฏิบัติตามกฎ กติกาการเล่นกีฬาอย่างเคร่งครัด
19. ชื่นชมในสุนทรียภาพและแสดงความมี ้ น ำใจนักกีฬาของการออกก าลังกายและเล่นกีฬา
20. ยอมรับและเห็นคุณค่าของการน าประสบการณ์ที่ได้รับจากกิจกรรมทางการกีฬาไปใช้เป็นแนวทางใน
การท างานและด าเนินชีวิตประจ าวันได้หลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554

รายวิชา พ30105 สุขศึกษาและพลศึกษา 5
1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หน่วยกิต
——————————————————————————————————————————
ค าอธิบายรายวิชา
วิเคราะห์กระบวนการท างานของระบบประสาท ระบบขับถ่าย ระบบกระดูก และกล้ามเนื้อที่มีผล
ต่อสุขภาพ การด ารงประสิทธิภาพการท างานของระบบขับถ่าย ระบบกระดูก และกล้ามเนื้อการวางแผน
ดูแลสุขภาพของบุคคลในครอบครัว ชุมชนและสังคม ปัจจัยเสี่ยงต่อการมีเพศสัมพันธ์แนวทางป้องกันความ
รุนแรงระหว่างบุคคล ความแตกต่างระหว่างความรู้สึกนึกคิดเรื่องของเพศชายและเพศหญิง รูปแบบและ
ขอบเขตของความสัมพันธ์แบบเพื่อนสนิท แบบคู่รัก การวางแผนชีวิตและการสร้างสัมพันธภาพครอบครัว
ในชีวิตคู่ กลวิธีการหาแนวร่วมในการสร้างเสริมสุขภาพและการป้องกันโรคของชุมชนด้วยภูมิปัญญาไทยที่
เหมาะสมวิเคราะห์หลักวิทยาศาสตร์การเคลื่อนไหวและรูปแบบการเคลื่อนไหวน าไปประยุกต์ใช้ในทักษะ
การใช้แร็กเกต สิทธิกฎ กติกา กลวิธีต่าง ๆ ในระหว่างการเล่น การแข่งขันกีฬากับผู้อื่นเพื่อให้มีความรู้
ความเข้าใจในเรื่องระบบประสาท ระบบขับถ่าย ระบบกระดูก และกล้ามเนื้อน ามาใช้วางแผนดูแลสุขภาพ
ของบุคคลในครอบครัว มีค่านิยมที่ดีในการปฏิบัติตนตามค่านิยมที่เหมาะสมของสังคมปัจจุบัน มีทักษะใน
การใช้แร็กเกตส าหรับการเล่นกีฬาหรือออกก าลังกาย และใช้ทักษะการใช้แร็กเกตในการเข้าร่วมกิจกรรม
กีฬา แสดงออกถึงการมีมารยาทในการดู การเล่น การแข่งขันกีฬาด้วยความมี ้ น ำใจนักกีฬา ใช้
ความสามารถของตนเองเพื่อเพิ่มศักยภาพของทีม ดูกีฬาด้วยความชื่นชมและมีสุนทรียภาพ ยอมรับและ
เห็นคุณค่าของการน าประสบการณ์ที่ได้รับจากกิจกรรมทางการกีฬาไปใช้เป็นแนวทางในการท างานและ
ด าเนินชีวิตประจ าวัน
ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง
1. วิเคราะห์กระบวนการท างานของระบบประสาท ระบบขับถ่าย ระบบกระดูก และกล้ามเนื้อที่มีผลต่อ
สุขภาพได้
2. รู้วิธีการด ารงประสิทธิภาพการท างานของระบบประสาท ระบบขับถ่าย ระบบกระดูก และระบบ
กล้ามเนื้อ
3. รู้วิธีการวางแผนดูแลสุขภาพของบุคคลในครอบครัว ชุมชน และสังคม
4. เห็นคุณค่าของการวางแผนดูแลสุขภาพของบุคคลในครอบครัว ชุมชน และสังคม
5. วิเคราะห์ปัจจัยเสี่ยงของสังคมที่มีต่อการมีเพศสัมพันธ์หรือความรุนแรงของคนไทย และเสนอแนวทาง
ป้องกันได้
6. เข้าใจความแตกต่างระหว่างความรู้สึกนึกคิดเรื่องของเพศชายและเพศหญิงที่ถูกต้อง
7. เข้าใจรูปแบบและขอบเขตของความสัมพันธ์แบบเพื่อนสนิทแตกต่างจากความสัมพันธ์แบบคู่รักที่ถูกต้อง
8. มีค่านิยมที่ดีในเรื่องการเลือกปฏิบัติตนตามค่านิยมที่เหมาะสมของสังคมปัจจุบัน
9. รู้วิธีการวางแผนชีวิตและการสร้างสัมพันธภาพครอบครัวในชีวิตคู่
10. พัฒนากลวิธีในการหาแนวร่วมในการสร้างเสริมสุขภาพและการป้องกันโรคของชุมชนด้วยภูมิปัญญา
ไทยที่เหมาะสมหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
121
11. วิเคราะห์หลักวิทยาศาสตร์การเคลื่อนไหวและน าไปใช้ในทักษะการใช้แร็กเกต และการสร้างเสริม
สมรรถภาพทางกายได้
12. วิเคราะห์รูปแบบการเคลื่อนไหวและน าไปใช้ในทักษะการใช้แร็กเกต และการสร้างเสริมสมรรถภาพ
ทางกายได้
13. ประยุกต์ความคิดรวบยอดจากหลักการทางวิทยาศาสตร์การเคลื่อนไหวในกิจกรรมทักษะการใช้
แร็กเกตได้อย่างมีประสิทธิภาพ
14. อธิบายและปฏิบัติเกี่ยวกับสิทธิกฎ กติกา กลวิธีต่าง ๆ ในระหว่างการเล่น การแข่งขันกีฬากับผู้อื่น
และน าไปสรุปเป็นแนวปฏิบัติและใช้ในชีวิตประจ าวันอย่างต่อเนื่องได้
15. แสดงออกถึงการมีมารยาทในการดูการเล่น การแข่งขันกีฬาด้วยความมี ้ น ำใจนักกีฬาและน าไปใช้
ปฏิบัติทุกโอกาส จนเป็นผู้มีบุคลิกภาพที่ดี
16. สร้างเสริมสมรรถภาพทางกายเพื่อสุขภาพของตนเองได้
17. ใช้ความสามารถของตนเองเพื่อเพิ่มศักยภาพของทีม ค านึงถึงผลที่เกิดต่อผู้อื่นและสังคมได้
18. เห็นคุณค่าของการออกก าลังกายและการเข้าร่วมกิจกรรมกีฬาประเภททักษะการใช้แร็กเกตได้
19. ชื่นชมในสุนทรียภาพและแสดงความมี ้ น ำใจนักกีฬาของการออกก าลังกายและเล่นกีฬา
20. ยอมรับและเห็นคุณค่าของการน าประสบการณ์ที่ได้รับจากกิจกรรมทางการกีฬาไปใช้เป็นแนวทางใน
การท างานและด าเนินชีวิตประจ าวันได้หลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
122
รายวิชา พ30106 สุขศึกษาและพลศึกษา 6
1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หน่วยกิต
——————————————————————————————————————————
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษาการป้องกันและความเสี่ยงต่อการใช้ยา การใช้สารเสพติดและความรุนแรง ปัญหาใน
สถานการณ์เสี่ยงต่อสุขภาพและความรุนแรงในสังคมไทย ผลกระทบที่เกิดจากครอบครัว การใช้ยาและการ
จ าหน่ายสารเสพติด การจัดการกับอารมณ์และความเครียด ภาวะการเป็นผู้น าและผู้ตามที่ดีในการออก
ก าลังกายและการเข้าร่วมกิจกรรมนันทนาการ งานสาธารณสุขของชุมชนและของประเทศการมีส่วนร่วมใน
การพัฒนาสาธารณสุข การสร้างเสริมสุขภาพของตนเอง ชุมชน และสังคมให้เข้มแข็ง การเลือกคบเพื่อน
การบริโภคสื่อในรูปแบบต่างๆ ที่ยั่วยุให้เกิดความรุนแรงในสังคม การน าทักษะการช่วยชีวิตการเคห
พยาบาลวิเคราะห์หลักวิทยาศาสตร์การเคลื่อนไหวและรูปแบบการเคลื่อนไหวเพื่อประยุกต์ใช้ในกิจกรรม
การเคลื่อนไหวเข้าจังหวะและการสร้างเสริมสมรรถภาพทางกายเพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องการใช้
ยา การใช้สารเสพติด สามารถวางแผนอย่างมีทักษะการใช้กระบวนการทางประชาสังคมลดความรุนแรงได้
อย่างมีประสิทธิภาพ สร้างเสริมให้ชุมชนเข้มแข็งปลอดภัย แสดงทักษะการเคลื่อนไหวเข้าจังหวะอย่าง
สร้างสรรค์เพื่อสร้างเสริมสุขภาพ เห็นคุณค่าของการออกก าลังกายและการเข้าร่วมกิจกรรมการเคลื่อนไหว
เข้าจังหวะ เคารพสิทธิและปฏิบัติตามกฎ กติกาการเล่นกีฬาอย่างเคร่งครัด มีเจตคติและค่านิยมที่ดีและชื่น
ชมในสุนทรียภาพและแสดงความมี ้ น ำใจนักกีฬาของการออกก าลังกายและเล่นกีฬา ยอมรับและเห็นคุณค่า
ของการน าประสบการณ์ที่ได้รับจากกิจกรรมทางการกีฬาไปใช้เป็นแนวทางในการท างานและด าเนิน
ชีวิตประจ าวัน
ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง
1. มีส่วนร่วมในการป้องกันความเสี่ยงต่อการใช้ยา การใช้สารเสพติดและความรุนแรงเพื่อสุขภาพของ
ตนเอง ครอบครัว และสังคม
2. ใช้ทักษะการตัดสินใจแก้ปัญหาในสถานการณ์เสี่ยงต่อสุขภาพและความรุนแรงในสังคมไทยได้
3. วิเคราะห์ผลกระทบที่เกิดจากครอบครัว การใช้ยา และการจ าหน่ายสารเสพติด
4. แสดงศักยภาพของตนเองในการจัดการกับอารมณ์และความเครียดได้อย่างเหมาะสม
5. มีภาวการณ์เป็นผู้น าและผู้ตามที่ดีในการออกก าลังกาย และการเข้าร่วมกิจกรรมนันทนาการ และน า
หลักการแนวคิดไปปรับปรุง และพัฒนาคุณภาพของตนและสังคม
6. เข้าใจงานสาธารณสุขของชุมชนประเทศ และแสดงการมีส่วนร่วมในการพัฒนาสาธารณสุขได้เป็นอย่างดี
7. วิเคราะห์สถานการณ์เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ อุบัติภัยในโรงเรียน ชุมชนและแนวทางการป้องกันแก้ไข
ได้เป็นอย่างดี
8. มีส่วนร่วมในการสร้างเสริมสุขภาพของตนเอง ชุมชน และสังคมให้เข้มแข็ง
9. รู้วิธีการเลือกคบเพื่อน การบริโภคสื่อในรูปแบบต่าง ๆ ที่ยั่วยุให้เกิดความรุนแรงในสังคม
10. รู้หลักการและทักษะการช่วยชีวิตการเคหพยาบาลไปใช้ได้อย่างถูกต้อง
11. วิเคราะห์หลักวิทยาศาสตร์การเคลื่อนไหวและน าไปใช้ในกิจกรรมการเคลื่อนไหวเข้าจังหวะ และการ
สร้างเสริมสมรรถภาพทางกายได้หลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
123
12. วิเคราะห์รูปแบบการเคลื่อนไหวและน าไปใช้ในกิจกรรมการเคลื่อนไหวเข้าจังหวะ และการสร้างเสริม
สมรรถภาพทางกายได้
13. ประยุกต์ความคิดรวบยอดจากหลักการทางวิทยาศาสตร์การเคลื่อนไหวในกิจกรรมการเคลื่อนไหวเข้า
จังหวะได้อย่างมีประสิทธิภาพ
14. แสดงการเคลื่อนไหวในกิจกรรมเข้าจังหวะได้อย่างสร้างสรรค์
15. เห็นคุณค่าของการออกก าลังกายและการเข้าร่วมกิจกรรมการเคลื่อนไหวเข้าจังหวะได้
16. เคารพสิทธิและปฏิบัติตามกฎ กติกาการเล่นกีฬาอย่างเคร่งครัด
17. ชื่นชมในสุนทรียภาพและแสดงความมี ้ น ำใจนักกีฬาของการออกก าลังกายและเล่นกีฬา
18. ยอมรับและเห็นคุณค่าของการน าประสบการณ์ที่ได้รับจากกิจกรรมทางการกีฬาไปใช้เป็นแนวทางใน
การท างานและด าเนินชีวิตประจ าวันได้หลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
124
มาตรฐานการเรียนรู้
กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ
มาตรฐานที่ 1 สร้างสรรค์งานทัศนศิลป์ตามจินตนาการ และความคิดสร้างสรรค์วิเคราะห์วิพากษ์วิจารณ์
คุณค่างานทัศนศิลป์ถ่ายทอดความรู้สึก ความคิดต่องานศิลปะอย่างอิสระชื่นชม และประยุกต์ใช้ใน
ชีวิตประจ าวัน
ตัวชี้วัด
1.1 วิเคราะห์การใช้ทัศนธาตุและหลักการออกแบบในการสื่อความหมายในรูปแบบต่างๆ
1.2 บรรยายจุดประสงค์และเนื้อหาของงานทัศนศิลป์ โดยใช้ศัพท์ทางทัศนศิลป์
1.3 วิเคราะห์การเลือกใช้วัสดุ อุปกรณ์และเทคนิคของศิลปินในการแสดงออกทางทัศนศิลป์
1.4 มีทักษะและเทคนิคในการใช้วัสดุอุปกรณ์และกระบวนการที่สูงขึ้นในการสร้างงานทัศนศิลป์
1.5 สร้างสรรค์งานทัศนศิลป์ด้วยเทคโนโลยีต่างๆโดยเน้นหลักการออกแบบและการจัด
องค์ประกอบศิลป์
1.6 ออกแบบงานทัศนศิลป์ได้เหมาะกับโอกาสและสถานที่
1.7 วิเคราะห์และอธิบายจุดมุ่งหมายของศิลปินในการเลือกใช้วัสดุอุปกรณ์เทคนิค และเนื้อหาเพื่อ
สร้างสรรค์งานทัศนศิลป์
1.8 ประเมินและวิจารณ์งานทัศนศิลป์โดยใช้ทฤษฎีการวิจารณ์ศิลปะ
1.9 จัดกลุ่มงานทัศนศิลป์เพื่อสะท้อนพัฒนาการและความก้าวหน้าของตนเอง
1.10 สร้างสรรค์งานทัศนศิลป์ไทย สากล โดยศึกษาจากแนวคิดและวิธีการสร้างงานของศิลปินที่
ตนชื่นชอบ
1.11 วาดภาพระบายสีเป็นภาพล้อเลียนหรือการ์ตูนเพื่อแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสภาพสังคมใน
ปัจจุบัน
มาตรฐานที่ 2 เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างทัศนศิลป์ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม เห็นคุณค่างาน
ทัศนศิลป์ที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น ภูมิปัญญาไทยและสากล
ตัวชี้วัด
2.1 วิเคราะห์และเปรียบเทียบงานทัศนศิลป์ในรูปแบบตะวันออกและรูปแบบตะวันตก
2.2 ระบุงานทัศนศิลป์ของศิลปินที่มีชื่อเสียงและบรรยายผลตอบรับของสังคม
2.3 อภิปรายเกี่ยวกับอิทธิพลของวัฒนธรรมระหว่างประเทศที่มีผลต่องานทัศนศิลป์ในสังคม
มาตรฐานที่ 3 เข้าใจและแสดงออกทางดนตรีอย่างสร้างสรรค์วิเคราะห์วิพากษ์วิจารณ์คุณค่าดนตรี
ถ่ายทอดความรู้สึก ความคิดต่อดนตรีอย่างอิสระ ชื่นชม และประยุกต์ใช้ในชีวิตประจ าวัน
ตัวชี้วัด
3.1 เปรียบเทียบรูปแบบของบทเพลงและวงดนตรีแต่ละประเภท
3.2 จ าแนกประเภทและรูปแบบของวงดนตรีทั้งไทยและสากล
3.3 อธิบายเหตุผลที่คนต่างวัฒนธรรมสร้างสรรค์งานดนตรีแตกต่างกัน
3.4 อ่าน เขียน โน้ตดนตรีไทยและสากลในอัตราจังหวะต่างๆหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
125
3.5 ร้องเพลง หรือเล่นตรีเดี่ยวและรวมวง โดยเน้นเทคนิคการอสดงออกและ
คุณภาพของการแสดง
3.6 สร้างเกณฑ์ส าหรับประเมินคุณภาพการประพันธ์และการเล่นดนตรีของ
ตนเองและผู้อื่นได้อย่างเหมาะสม
3.7 เปรียบเทียบอารมณ์และความรู้สึกที่ได้รับจากงานดนตรีที่มาจากวัฒนธรรม
ต่างกัน
3.8 น าดนตรีไปประยุกต์ใช้ในงานอื่นๆ
มาตรฐานที่ 4 เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างดนตรีประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม เห็นคุณค่าของดนตรีที่เป็น
มรดกทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น ภูมิปัญญาไทยและสากล
ตัวชี้วัด
4.1 วิเคราะห์รูปแบบของดนตรีไทยและดนตรีสากลในยุคสมัยต่างๆ
4.2 วิเคราะห์สถานะทางสังคมของนักดนตรีในวัฒนธรรมต่างๆ
4.3 เปรียบเทียบลักษณะเด่นของดนตรีในวัฒนธรรมต่างๆ
4.4 อธิบายบทบาทของดนตรีในการสะท้อนแนวความคิดและค่านิยมที่เปลี่ยนไปของคนในสังคม
4.5 น าเสนอแนวทางในการส่งเสริมและอนุรักษ์ดนตรีในฐานะมรดกของชาติ
มาตรฐานที่ 5 เข้าใจ และแสดงออกทางนาฏศิลป์อย่างสร้างสรรค์วิเคราะห์วิพากษ์วิจารณ์คุณค่า
นาฏศิลป์ถ่ายทอดความรู้สึก ความคิดอย่างอิสระ ชื่นชม และประยุกต์ใช้ในชีวิตประจ าวัน
ตัวชี้วัด
5.1 มีทักษะในการแสดงหลากหลายรูปแบบ
5.2 สร้างสรรค์ละครสั้นในรูปแบบที่ชื่นชอบ
5.3 ใช้ความคิดริเริ่มในการแสดงแสดงนาฏศิลป์เป็นคู่และหมู่
5.4 วิจารณ์การแสดงตามหลักนาฏศิลป์และการละคร
5.5 วิเคราะห์แก่นของการแสดงนาฏศิลป์และการละครที่ต้องการสื่อความหมายในการแสดง
5.6 บรรยายและวิเคราะห์อิทธิพลของเครื่องแต่งกาย แสง สีเสียง ฉาก อุปกรณ์และสถานที่ที่มีผล
ต่อการแสดง
5.7 พัฒนาและใช้เกณฑ์การประเมินในการประเมินการแสดง
5.8 วิเคราะห์ท่าทาง และการเคลื่อนไหวของผู้คนในชีวิตประจ าวันและน ามาประยุกต์ใช้ในการ
แสดง
มาตรฐานที่ 6 เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างนาฏศิลป์ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม เห็นคุณค่าของนาฏศิลป์
ที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น ภูมิปัญญาไทยและสากล
ตัวชี้วัด
6.1 เปรียบเทียบการน าการแสดงไปใช้ในโอกาสต่างๆ
6.2 อภิปรายบทบาทของบุคคลส าคัญในวงการนาฏศิลป์และการละครของประเทศไทยในยุคสมัย
6.3 บรรยายวิวัฒนาการของนาฏศิลป์และการละครไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
6.4 น าเสนอแนวคิดในการอนุรักษ์นาฏศิลป์ไทยหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
126
ชื่อรายวิชาและหน่วยกิต
กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ
รายวิชาพื้นฐาน
1. ศ30101 ดนตรีปฏิบัติ 1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หน่วยกิต
ART30101 Music Performance
2. ศ301012 สุนทรียนาฏศิลป์ไทย 1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หน่วยกิต
ART30102 Appreciation of Thai Dance
3. ศ30103 ทัศนศิลป์ 1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หน่วยกิต
ART30103 Visual Arts
4. ศ30104 สังคีตนิยม 1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หน่วยกิต
ART30104 Music Appreciation
5. ศ30105 สุนทรียศาสตร์กับการด ารงชีวิต 2 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.0 หน่วยกิต
ART30105 Aesthetics and Lifeหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
127
รายวิชา ศ30101 ดนตรีปฏิบัติ
1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หน่วยกิต
——————————————————————————————————————————
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษาเครื่องหมายก าหนดจังหวะ เครื่องหมายก าหนดบันไดเสียงและการอ่านโน้ตเพลงบันทึกโน้ต
ทั้งแบบดนตรีไทยและดนตรีสากลปฏิบัติเครื่องดนตรีตามเครื่องหมายและสัญลักษณ์ทางดนตรีและเข้าใจถึง
การดูแลรักษาเครื่องดนตรีเพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจเทคนิคการเล่นเครื่องดนตรีและการถ่ายทอด
อารมณ์เพลงโดยการเน้นเทคนิคการแสดงออกและคุณภาพของการแสดงด้วยการปฏิบัติดนตรีทั้งประเภท
แบบบรรเลงเดี่ยวและรวมวงได้
ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง
1. สามารถอ่าน เข้าใจเครื่องหมายก าหนดอัตราจังหวะและเครื่องหมายก าหนดบันไดเสียงแบบดนตรีไทย
และดนตรีสากลได้
2. สามารถอ่านโน้ตเพลงและบันทึกโน้ตแบบดนตรีไทยและแบบดนตรีสากลได้
3. เข้าใจเทคนิคการเล่นดนตรีและถ่ายทอดอารมณ์เพลงด้วยการปฏิบัติเครื่องดนตรีไทยและเครื่องดนตรี
สากลโดยการปฏิบัติเดี่ยวและรวมวงได้หลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
128
รายวิชา ศ30102 สุนทรียนาฏศิลป์ไทย
1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หน่วยกิต
——————————————————————————————————————————
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษาความหมายของนาฏศิลป์ไทย ประเภท คุณค่าและความงาม ตลอดจนรูปแบบของการแสดง
นาฏศิลป์ เทคนิคการจัดการแสดงและการชมนาฏศิลป์ ศึกษาประวัติการแต่งกาย ศึกษาบุคคลส าคัญใน
วงการนาฏศิลป์รวมทั้งศึกษาประวัติการละครไทยในยุคสมัยต่างๆ ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างวัฒนธรรม
ไทยกับการแสดงนาฏศิลป์วิจารณ์การแสดงตามหลักนาฏศิลป์และการละคร วิเคราะห์แก่นของการแสดง
นาฏศิลป์และการละครที่ต้องการสื่อความหมายในการแสดง วิเคราะห์อิทธิพลของเครื่องแต่งกาย แสง สี
เสียง ฉากอุปกรณ์และสถานที่ที่มีผลต่อการแสดงพัฒนาและใช้เกณฑ์การประเมินในการประเมินการแสดง
วิเคราะห์ท่าทาง และการเคลื่อนไหวของผู้คนในชีวิตประจ าวันและน ามาประยุกต์ใช้ในการแสดงเพื่อให้เกิด
ความซาบซึ้งและและภาคภูมิใจในภูมิปัญญาไทย สามารถแสดงความคิดเห็นในการอนุรักษ์นาฏศิลป์ไทยได้
เข้าใจ และแสดงออกทางนาฏศิลป์อย่างสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษ์วิจารณ์คุณค่านาฏศิลป์ ถ่ายทอด
ความรู้สึก ความคิดอย่างอิสระ ชื่นชม และประยุกต์ใช้ในชีวิตประจ าวัน
ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง
1. รู้ความหมาย ประเภท คุณค่าและความงามของการแสดงนาฏศิลป์ไทยตลอดจนรูปแบบของการแสดง
นาฏศิลป์เทคนิคการจัดการแสดงและการชมนาฏศิลป์
2. เข้าใจประวัติการแต่งกาย ประวัติการละครไทย และละครสร้างสรรค์
3. รู้จักบุคคลส าคัญในวงการนาฏศิลป์ไทย
4. รู้ความสัมพันธ์ระหว่างวัฒนธรรมไทยกับการแสดงนาฏศิลป์
5. วิจารณ์การแสดงตามหลักนาฏศิลป์และการละคร
6. วิเคราะห์อิทธิพลของเครื่องแต่งกาย แสง สีเสียง ฉาก อุปกรณ์และสถานที่ที่มีผลต่อการแสดง
7. วิเคราะห์ท่าทาง และการเคลื่อนไหวของผู้คนในชีวิตประจ าวันและน ามาประยุกต์ใช้ในการแสดง
8. แสดงความคิดเห็นในการอนุรักษ์นาฏศิลป์ไทยหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
129
รายวิชา ศ30103 ทัศนศิลป์
1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หน่วยกิต
——————————————————————————————————————————
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษา ความหมาย ขอบข่าย ทัศนธาตุ องค์ประกอบศิลป์ วิธีการสร้างสรรค์ การวิจารณ์การ
ประเมินคุณค่าผลงาน และสุนทรียศาสตร์ทางทัศนศิลป์ เปรียบเทียบความสัมพันธ์ระหว่างพัฒนาการของ
ประวัติศาสตร์ศิลป์กับความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีศึกษา วิเคราะห์แนวคิดและวิธีการ
สร้างสรรค์ผลงานทัศนศิลป์จากศิลปินที่มีชื่อเสียงทั้งศิลปินไทยและสากล เพื่อเป็นแนวทางในการวิเคราะห์
และสังเคราะห์องค์ความรู้ในการปฏิบัติการสร้างสรรค์ผลงานทัศนศิลป์ด้วยรูปแบบและลักษณะเฉพาะตน
รวมทั้งน าเสนอผลงานทัศนศิลป์ออกสู่สาธารณะชนเพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจในการชื่นชมความ
งามรวมทั้งตระหนักถึงคุณค่าของผลงานและสามารถปฏิบัติการสร้างสรรค์ผลงานทัศนศิลป์ได้อย่างมี
ประสิทธิภาพ
ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง
1. มีความรู้ความเข้าใจในความหมายและขอบข่ายงานทัศนศิลป์
2. มีความเข้าใจสุนทรียศาสตร์ทางทัศนศิลป์
3. มีความรู้ความเข้าใจเรื่อง ทัศนธาตุ และองค์ประกอบทางศิลปะของผลงานทัศนศิลป์
4. มีความรู้ความสามารถในการสร้างสรรค์ผลงานทัศนศิลป์ด้วยรูปแบบและลักษณะเฉพาะตน
5. มีความสามารถในการจัดนิทรรศการศิลปะเพื่อน าเสนอผลงานสู่สาธารณะชน
6. มีความรู้ความเข้าใจ ในการวิเคราะห์สังเคราะห์วิจารณ์และประเมินคุณค่าผลงานทัศนศิลป์ได้
7. มีความรู้ความเข้าใจถึงความสัมพันธ์ระหว่างพัฒนาการของประวัติศาสตร์ศิลป์กับวิทยาศาสตร์และ
เทคโนโลยีหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
130
รายวิชา ศ30104 สังคีตนิยม
1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หน่วยกิต
——————————————————————————————————————————
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษาหลักการพื้นฐานดนตรีไทยและดนตรีประเภทของเครื่องดนตรีไทยและดนตรีตะวันตก
ประเภทของการประสมวงดนตรีไทยและวงดนตรีตะวันตกวิเคราะห์รูปแบบของดนตรีไทยและดนตรีสากล
ในยุคกลางจนถึงปัจจุบัน รูปแบบของบทเพลงรูปแบบองค์ประกอบ สถานะทางสังคมของนักดนตรีใน
วัฒนธรรมต่างๆเพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจถึงประวัติศาสตร์ดนตรีไทยก่อนสมัยกรุงรัตนโกสินทร์
สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ดนตรีพื้นบ้านไทย ประวัติดนตรีตะวันตก ตั้งแต่ยุคกลางจนถึงปัจจุบัน และแสดง
ความคิดเห็นเปรียบเทียบรูปแบบของบทเพลงในวงดนตรีแต่ละประเภทและสร้างสรรค์งานดนตรีที่มาจาก
วัฒนธรรมต่างกันและสามารถน าดนตรีไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจ าวันได้
ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง
1. เข้าใจวิวัฒนาการและยุคสมัยของดนตรีไทยและดนตรีสากล
2. เข้าใจประเภทและรูปแบบการผสมของวงดนตรีไทยเครื่องดนตรีไทยดนตรีสากล
3. แสดงออกถึงความรู้สึกในการรับรู้ความไพเราะของดนตรีไทยและดนตรีสากล
4. เข้าใจถึงรูปแบบบทเพลงของวงดนตรีแต่ละประเภททั้งดนตรีไทยและดนตรีสากล
5. สามารถบอกเหตุผลที่คนต่างวัฒนธรรมสร้างสรรค์งานดนตรีแตกต่างกันได้
6. น าความรู้และหลักทางดนตรีมาประยุกต์ใช้กับวิชาอื่นๆและชีวิตประจ าวันหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
131
รายวิชา ศ30105 สุนทรียศาสตร์กับการด ารงชีวิต
2 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.0 หน่วยกิต
——————————————————————————————————————————
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษา ความหมาย ขอบข่ายของสุนทรียศาสตร์และเข้าใจความงามที่มีอยู่ในธรรมชาติผลงานวิจิตร
ศิลป์ศิลปะประยุกต์ศิลปะประจ าชาติศิลปะพื้นบ้าน ศิลปะการแสดง ดนตรีภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว
อย่างเป็นระบบด้วยหลักการและเหตุผลของวิชาสุนทรียศาสตร์เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจในการชื่น
ชมความงามที่มีอยู่ในธรรมชาติและสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นทั้งในอดีตและปัจจุบัน รวมทั้งตระหนักถึงคุณค่าของ
สุนทรียศาสตร์และประยุกต์ความรู้ไปใช้ในชีวิตประจ าวันได้
ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง
1. สามารถวิเคราะห์ความงามที่มีอยู่ในธรรมชาติและจากสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน
2. มีความรู้ความเข้าใจ สามารถวิเคราะห์ความงามของผลงานวิจิตรศิลป์และศิลปะประยุกต์ได้
3. มีความรู้ความเข้าใจสามารถวิเคราะห์ความงามของศิลปะประจ าชาติไทยและศิลปะพื้นบ้านได้
4. มีความรู้ความเข้าใจสามารถวิเคราะห์ความงามของศิลปะการแสดงและชื่นชมดนตรีได้
5. มีความรู้ความเข้าใจสามารถวิเคราะห์ความงามของศิลปะภาพถ่ายและชื่นชมภาพยนตร์ได้
6. เห็นคุณค่าของวิชาสุนทรียศาสตร์และสามารถน าไปใช้ในชีวิตประจ าวันได้หลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
132
มาตรฐานการเรียนรู้
กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี
มาตรฐานที่ 1 เข้าใจเทคโนโลยีและกระบวนการเทคโนโลยีออกแบบและสร้างสิ่งของเครื่องใช้หรือวิธีการ
ตามกระบวนการเทคโนโลยีอย่างมีความคิดสร้างสรรค์ เลือกใช้เทคโนโลยีในทางสร้างสรรค์ต่อชีวิต สังคม
สิ่งแวดล้อม และมีส่วนร่วมในการจัดการเทคโนโลยีที่ยั่งยืน
ตัวชี้วัด
1.1 เข้าใจความหมาย ความส าคัญ ประโยชน์ระดับและสาขาของเทคโนโลยี
1.2 เข้าใจขบวนการของเทคโนโลยีในการพัฒนาและปรับปรุงเครื่องมือ เครื่องใช้วัสดุอุปกรณ์
ผลิตภัณฑ์หรือวิธีการเพื่อใช้ในการด ารงชีวิตที่ดีขึ้น
1.3 ออกแบบและสร้างวัสดุอุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้และผลิตภัณฑ์หรือวิธีการทดสอบ
ปรับปรุง แก้ไข ประเมินผล น าเสนอแนวคิด กระบวนการและผลงานอย่างคุ้มค่า ถูกวิธีปลอดภัยยอมรับ
ความ คิดเห็น และผลงานของผู้อื่น
1.4 วิเคราะห์วัสดุ อุปกรณ์เครื่องมือ เครื่องใช้ผลิตภัณฑ์หรือวิธีการที่ได้จากเทคโนโลยีทั้ง
ระดับประเทศ และนานาชาติเลือกและใช้โดยค านึงถึงความคุ้มค่า ประสิทธิภาพ วัฒนธรรมสิ่งแวดล้อม
และสังคม
1.5 น าเสนอแนวทางการออกแบบและเทคโนโลยีมาใช้ในงานอาชีพ
1.6 มีเจตคติที่ดีต่อการน าเทคโนโลยีมาใช้การเป็นผู้ผลิตมากกว่าผู้ใช้
มาตรฐานที่ 2 เข้าใจเห็นคุณค่า และใช้กระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศในการสืบค้นข้อมูลการเรียนรู้
การสื่อสาร การแก้ปัญหา การท างาน และอาชีพอย่างมีประสิทธิภาพประสิทธิผล และมีคุณธรรม
ตัวชี้วัด
2.1 เข้าใจหลักการและวิธีการของเทคโนโลยีสารสนเทศ
2.2 เข้าใจองค์ประกอบและหลักการท างานของคอมพิวเตอร์
2.3 เข้าใจระบบคอมพิวเตอร์ระบบสื่อสารข้อมูลและระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์
2.4 เข้าใจข้อก าหนดของคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง
2.5 จัดเก็บและบ ารุงรักษาสารสนเทศให้ถูกต้องและเป็นปัจจุบันอยู่เสมอ
2.6 เข้าใจหลักการและวิธีการแก้ปัญหาด้วยกระบวนการทางเทคโนโลยีอย่างมีประสิทธิภาพและ
ประสิทธิผล
2.7 เข้าใจหลักการพัฒนาโครงงานที่มีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ
2.8 ใช้ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ให้เหมาะสมกับงาน
2.9 ติดต่อสื่อสาร ค้นหาข้อมูล และหาความรู้ผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์อย่างมีประสิทธิภาพ
2.10 ใช้คอมพิวเตอร์ช่วยประมวลผลข้อมูลให้เป็นสารสนเทศเพื่อประกอบการตัดสินใจ
2.11 ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศน าเสนองานในรูปแบบที่เหมาะสมตรงตามวัตถุประสงค์ของงาน
2.12 ใช้คอมพิวเตอร์อย่างมีจิตส านึกและมีความรับผิดชอบหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
133
ชื่อรายวิชาและหน่วยกิต
กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี
รายวิชาพื้นฐาน
1. ง30101 เทคโนโลยีสารสนเทศ และการเขียนโปรแกรมขั้นต้น 2 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.0 หน่วยกิต
TECH30101 Introduction to Information Technology and Programming
2. ง30102 การสื่อสารข้อมูลและเครือข่ายคอมพิวเตอร์ 1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หน่วยกิต
TECH30102 Introduction to Data Communications and Computer Networks
3. ง30161 การออกแบบและเทคโนโลยี 3 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.5 หน่วยกิต
TECH30161 Design and Technologyหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
134
รายวิชา ง30101 เทคโนโลยีสารสนเทศและการเขียนโปรแกรมขั้นต้น
2 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.0 หน่วยกิต
——————————————————————————————————————————
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษาข้อมูลสารสนเทศ หลักการและวิธีการทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ซอฟแวร์ในการจัดการ
ข้อมูล การประมวลผลข้อมูลให้เป็นสารสนเทศ และการน าเทคโนโลยีสารสนเทศไปประยุกต์ใช้ในสาขา
วิชาชีพต่าง ๆ ให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงในเชิงปริมาณ และเชิงคุณภาพเมื่อน าเทคโนโลยีสารสนเทศเข้าไป
ใช้ศึกษาองค์ประกอบของระบบคอมพิวเตอร์ด้าน ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์อาทิหน่วยความจ าหน่วยควบคุม
หน่วยประมวลผล หน่วยน าเข้าข้อมูล และหน่วยแสดงผลข้อมูล เป็นต้นศึกษาการเขียนแผนภาพแสดง
ขั้นตอนการท างานของโปรแกรม และโครงสร้างภาษาโปรแกรม กฎเกณฑ์ไวยากรณ์ชนิดของข้อมูล ค าสั่ง
ต่าง ๆเพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจองค์ประกอบต่าง ๆ ของเทคโนโลยีสารสนเทศ ทางด้านฮาร์ดแวร์และ
ซอฟต์แวร์รวมถึงหลักการท างานเบื้องต้นของระบบคอมพิวเตอร์และน าความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการท างาน
ทางด้านอื่น ๆ ได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมต่อไป
ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง
1. อธิบายความหมายของค าว่า เทคโนโลยีสารสนเทศ และเทคโนโลยีสารสนเทศได้
2. อธิบายพัฒนาการของเทคโนโลยีสารสนเทศตั้งแต่อดีต ปัจจุบัน และแนวโน้มในอนาคตได้
3. อธิบายและตระหนักถึงประโยชน์ของเทคโนโลยีสารสนเทศ และสามารถน าไปประยุกต์ใช้ได้
4. อธิบายความหมายของข้อมูล และคุณสมบัติของสารสนเทศที่ดีได้
5. เปรียบเทียบข้อแตกต่างระหว่างข้อมูลและสารสนเทศได้
6. บอกวิธีการท าข้อมูลให้เป็นสารสนเทศได้
7. อธิบายการแทนข้อมูลในคอมพิวเตอร์ได้
8. อธิบายโครงสร้างแฟ้มข้อมูลและฐานข้อมูล พร้อมทั้งข้อแตกต่างระหว่างโครงสร้างแฟ้มข้อมูลและ
ฐานข้อมูลได้
9. จ าแนกประเภทของแฟ้มข้อมูล และสามารถบอกข้อดีข้อเสียของแฟ้มข้อมูลได้
10. อธิบายลักษณะของฐานข้อมูล และลักษณะของข้อมูลในฐานข้อมูลได้
11. อธิบายโครงสร้างของข้อมูลในระบบฐานข้อมูลได้
12. บอกข้อดีและข้อเสียของฐานข้อมูลได้
13. อธิบายลักษณะการจัดการสารสนเทศที่ดีได้
14. บอกความเป็นมาและวิวัฒนาการของคอมพิวเตอร์ในแต่ละยุคจนถึงปัจจุบันได้
15. อธิบายชนิดและส่วนประกอบที่เป็นหน่วยรับข้อมูล หน่วยแสดงผลข้อมูล หน่วยความจ าและหน่วย
ประมวลผลข้อมูล ของคอมพิวเตอร์ในเบื้องต้นได้
16. อธิบายหลักการท างานของคอมพิวเตอร์ในเบื้องต้นได้
17. อธิบายความหมายของซอฟต์แวร์ได้
18. อธิบายความหมายและยกตัวอย่างของซอฟต์แวร์ระบบได้
19. อธิบายความหมายและยกตัวอย่างของซอฟต์แวร์ประยุกต์ได้
20. อธิบายขั้นตอนการพัฒนาซอฟต์แวร์และอธิบายถึงวิธีการในแต่ละขั้นตอนได้หลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
135
21. อธิบายความหมายและเหตุผลในการเขียนแผนภาพที่ใช้ในการออกแบบโปรแกรมได้
22. บอกสัญลักษณ์และสามารถเขียนผังงานที่ใช้ในการออกแบบโปรแกรมได้
23. บอกความหมายของข้อมูลและชนิดของข้อมูลที่ใช้ในการเขียนโปรแกรมได้
24. อธิบายและเปรียบเทียบตัวแปรและค่าคงที่ที่ใช้ในการเขียนโปรแกรมได้
25. บอกความหมายของนิพจน์และสามารถเขียนนิพจน์เพื่อใช้งานได้
26. อธิบายตัวด าเนินการที่ใช้ในการเขียนโปรแกรมและสามารถใช้ตัวด าเนินการต่างๆ ได้
ตามความเหมาะสม
27. เขียนโปรแกรมโดยใช้ค าสั่งรับและแสดงผลบนหน้าจอได้
28. เขียนโปรแกรมที่มีโครงสร้างการท างานแบบมีทางเลือกได้
29. เขียนโปรแกรมที่มีโครงสร้างการท างานแบบวนซ้ าและเลือกใช้ค าสั่งได้อย่างเหมาะสม
30. อธิบายความสัมพันธ์ของเทคโนโลยีสารสนเทศ ข้อมูล คอมพิวเตอร์และการเขียนโปรแกรมได้
31. ใช้คอมพิวเตอร์สร้างงานอย่างมีจิตส านึกและมีความรับผิดชอบหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
136
รายวิชา ง30102 การสื่อสารข้อมูลและเครือข่ายคอมพิวเตอร์
1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หน่วยกิต
——————————————————————————————————————————
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษาเกี่ยวกับการสื่อสารข้อมูล องค์ประกอบของระบบสื่อสารข้อมูล การถ่ายโอนข้อมูลแบบ
ต่างๆ รูปแบบการสื่อสาร สื่อกลางที่ใช้ในการส่งสัญญาณ เครือข่ายคอมพิวเตอร์ชนิดต่างๆโพรโตคอล
รูปร่างเครือข่าย อุปกรณ์เครือข่าย เทคโนโลยีเครือข่ายในปัจจุบัน และข้อควรปฏิบัติส าหรับผู้ใช้ะบบสื่อ
สารข้อมูลและเครือข่ายคอมพิวเตอร์เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจ และเห็นคุณค่าของการสื่อสารข้อมูลและ
เครือข่ายคอมพิวเตอร์ออกแบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์อย่างง่ายๆ ได้ และใช้ระบบสื่อสารข้อมูลและ
เครือข่ายคอมพิวเตอร์ในชีวิตประจ าวัน ได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม มีจิตส านึกและรับผิดชอบ
ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง
1. บอกประโยชน์ที่ได้รับจากการสื่อสารข้อมูลและเครือข่ายคอมพิวเตอร์ได้
2. อธิบายความหมายและองค์ประกอบของระบบสื่อสารข้อมูลได้
3. อธิบายและเปรียบเทียบการถ่ายโอนข้อมูลแบบต่างๆ ได้
4. อธิบายและเปรียบเทียบรูปแบบการสื่อสารแบบทางเดียว(Simplex) แบบสองทางครึ่งอัตรา(Half
duplex) และแบบสองทางเต็มอัตรา(Full duplex)ได้
5. จ าแนกสื่อกลางแต่ละประเภทในการสื่อสารข้อมูลได้
6. บอกชนิดของสื่อกลางแต่ละประเภทที่ใช้ในการส่งสัญญาณได้
7. อธิบายลักษณะของสื่อกลางแต่ละชนิดที่ใช้ในการส่งสัญญาณได้
8. อธิบายความหมายของเครือข่ายคอมพิวเตอร์ได้
9. จ าแนกเครือข่ายคอมพิวเตอร์แต่ละชนิดได้
10. อธิบายลักษณะการท างานของเครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบต่างๆ ได้
11. อธิบายความหมายและความส าคัญของโพรโตคอลได้
12. ยกตัวอย่างโพรโตคอลที่ใช้ในปัจจุบันได้
13. อธิบายความหมายของรูปร่างเครือข่ายคอมพิวเตอร์ (Network Topology) ได้
14. จ าแนกและเปรียบเทียบรูปร่างเครือข่ายคอมพิวเตอร์แต่ละแบบได้
15. อธิบายหน้าที่และการท างานของอุปกรณ์เครือข่ายคอมพิวเตอร์แต่ละประเภทได้
16. ยกตัวอย่างเทคโนโลยีเครือข่ายคอมพิวเตอร์ในปัจจุบันได้
17. ออกแบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ตามที่โจทย์ก าหนดให้ได้
18. บอกสาเหตุของปัญหาที่เกี่ยวกับเครือข่ายคอมพิวเตอร์ในขั้นต้นได้
19. บอกข้อควรปฏิบัติส าหรับผู้ใช้ระบบสื่อสารข้อมูลและเครือข่ายคอมพิวเตอร์ได้
รายวิชา ง30161 การออกแบบและเทคโนโลยี
3 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.5 หน่วยกิต
——————————————————————————————————————————
ค าอธิบายรายวิชาหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
137
ศึกษาความส าคัญในการเขียนแบบ การใช้เครื่องมือ และอุปกรณ์ประกอบในการเขียนแบบขั้น
พื้นฐาน มุมมองวัตถุในมุมมองต่างๆ ซึ่งสามารถมองได้ทั้งรูปด้านบน ด้านข้าง ด้านหน้า และมองภาพ 3 มิติ
(Three Dimension) ในรูปแบบต่างๆ ได้แก่ ภาพ Isometric ภาพ Obliqueภาพ Dimetric ภาพ
Perspective และสรุปการน าเสนองานภาพฉายและภาพสามมิติพร้อมหุ่นจ าลองศึกษาทฤษฎีไฟฟ้าและ
อิเลคทรอนิกส์ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน การแปลงหน่วยความต้านทาน การอ่านค่าจากรหัสและแถบสีการ
ใช้มัลติมิเตอร์ การต่อวงจรไฟฟ้า การวัดแรงดันและกระแสไฟฟ้าในวงจรไฟฟ้ากระแสตรง สมบัติและ
ประยุกต์ใช้งานตัวต้านทานแสง (LDR) หลอด LEDออดไฟฟ้า (Buzzer) รีเลย์ (Reley) ทรานซิสเตอร์
(Transistor) วงจรไฟกระพริบ SCR ไอซี555ศึกษางานโลหะแผ่น ปฏิบัติงานโลหะแผ่น เครื่องมือวัดและ
เครื่องมือร่างแบบ เครื่องมือทั่วไป เครื่องจักรที่ใช้ในงานโลหะแผ่น การประกอบโลหะแผ่น ปฏิบัติงานกัด
โลหะ เครื่องกัดโลหะเครื่องใส ส่วนประกอบ หน้าที่การท างานและประโยชน์ของเครื่องกัด เครื่องมือวัด
พื้นฐานปฏิบัติงานกัดโลหะ ปฏิบัติงานกลึงโลหะ เครื่องกลึง ส่วนประกอบ หน้าที่การท างาน และประโยชน์
ของเครื่องกลึงเพื่อให้เห็นคุณค่าและเจตคติที่ดีต่อเทคโนโลยี สามารถท างานอย่างเป็นระบบ ระเบียบ
รอบคอบ มีความรับผิดชอบ มีวิจารณญาณ และเชื่อมั่นในตนเอง
ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง
1. อธิบายถึงความส าคัญ ในการเขียนแบบ และเห็นคุณค่าวัฒนธรรมในงานเขียนแบบ
2. มีความรู้ความช านาญในการใช้เครื่องถือ และอุปกรณ์การเขียนแบบขั้นพื้นฐาน
3. เขียนภาพฉายในมุมมองต่างๆ ทั้งรูปด้านบน ด้านข้าง ด้านหน้า
4. เขียนแบบภาพสามมิติ(Three Dimension) ในลักษณะของภาพ Isometric ภาพ Oblique ภาพ
Dimetric ภาพ Perspective
5. อธิบายเกี่ยวกับตัวน าไฟฟ้า, สายไฟฟ้า, สวิตซ์, หลอดไฟฟ้า, แบตเตอรี่, อุปกรณ์อิเลคทรอนิกส์
6. อธิบายการท างานและมีทักษะในการใช้มัลติมิเตอร์ในการวัดปริมาณทางไฟฟ้า
7. อธิบายการท างานและใช้งาน ตัวต้านทาน แอลดีอาร์แอลอีดีบัซเซอร์รีเลย์แอสซีอาร์
8. อธิบายการท างานและใช้งานทรานซิสเตอร์เบอร์2N3035 ในลักษณะของสวิตซ์และการ
ขยายสัญญาณไฟฟ้า
9. อธิบายการท างานและใช้งานไอซีเบอร์555
10. สามารถน าความรู้ความเข้าใจในเทคโนโลยีไปประยุกต์ในการสร้างสิ่งประดิษฐ์ทางอิเลคทรอนิกส์ได้
อย่างเหมาะสม และถูกหลักวิธีการ
11. มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโลหะแผ่นและคุณสมบัติ
12. มีทักษะในการใช้เครื่องมือในงานโลหะแผ่น เครื่องวัด เครื่องมือร่างแบบ และเครื่องมือทั่วไป
13. มีทักษะในการประกอบโลหะแผ่น
14. มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเครื่องกัด ส่วนประกอบ หน้าที่การท างาน และประโยชน์ของเครื่อง
15. มีทักษะในการใช้เครื่องกัด และเครื่องมือวัดพื้นฐาน
16. มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเครื่องกลึง ส่วนประกอบ หน้าที่การท างาน และประโยชน์ของเครื่อง
17. มีทักษะในการใช้เครื่องกลึง และเครื่องมือวัดพื้นฐาน
18. สามารถน าความรู้ความเข้าใจในเทคโนโลยีไปประยุกต์ในการสร้างสิ่งประดิษฐ์สิ่งต่างๆได้อย่าง
เหมาะสม และถูกหลักวิธีการหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
138
มาตรฐานการเรียนรู้
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ
มาตรฐานที่ 1 เข้าใจและตีความเรื่องที่ฟังและอ่านจากสื่อประเภทและแสดงความคิดอย่างมีเหตุผล
ตัวชี้วัด
1.1 เข้าใจและปฏิบัติตามค าแนะน าในคู่มือการใช้งานต่าง ๆ ค าชี้แจง และค าบรรยายที่ฟังและ
อ่านได้
1.2 อธิบายและเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างโครงสร้างประโยค ข้อความส านวน ค าพังเพย
สุภาษิต และบทกลอนของภาษาต่างประเทศและภาษาไทย
มาตรฐานที่ 2 มีทักษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร แสดงความรู้สึกและความ
คิดเห็นอย่างมีประสิทธิภาพ
ตัวชี้วัด
2.1 พูดและเขียนแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกิจกรรม ประสบการณ์และเหตุการณ์ทั้งในท้องถิ่น
สังคม และโลก พร้อมให้เหตุผลและยกตัวอย่างประกอบ
2.2 เลือกใช้ภาษา ้ น ำเสียง และกิริยาท่าทางเหมาะกับระดับของบุคคล เวลาโอกาสและสถานที่
ตามมารยาทสังคมและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา
2.3 ค้นคว้า/สืบค้น บันทึก สรุป และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระการ
เรียนรู้อื่น จากแหล่งเรียนรู้อื่น และน าเสนอได้ทั้งการพูดและการเขียน
2.4 มีทักษะการใช้ภาษาต่างประเทศ สื่อสารตามหัวเรื่องเกี่ยวกับตนเอง ครอบครัวโรงเรียน
สิ่งแวดล้อม อาหาร เครื่องดื่ม ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล เวลาว่างและนันทนาการ สุขภาพและสวัสดิการ
การซื้อ-ขาย ลมฟ้าอากาศ การศึกษาและอาชีพ การเดินทางท่องเที่ยว และวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็น
ต้นภายในวงค าศัพท์ประมาณสี่พันค า
2.5 พูดและเขียนน าเสนอข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง/ประสบการณ์ข่าว/เหตุการณ์เรื่องและประเด็น
ต่าง ๆ ตามความสนใจ
มาตรฐานที่ 3 น าเสนอข้อมูลข่าวสาร ความคิดรวบยอด และความคิดเห็นในเรื่องต่าง ๆ โดยการพูดและ
การเขียน
ตัวชี้วัด
3.1 แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น จากแหล่งเรียนรู้อื่น
และน าเสนอได้ทั้งการพูดการเขียน
3.2 พูดและเขียนสรุปใจความส าคัญ แก่นสาระที่ได้จากการวิเคราะห์เรื่องกิจกรรม ข่าว เหตุการณ์หลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
139
ชื่อรายวิชาและหน่วยกิต
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ
รายวิชาพื้นฐาน
1. อ30104 ภาษาอังกฤษพื้นฐาน 4 4 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 2.0 หน่วยกิต
ENG30104 Foundation English 4
2. อ30105 ภาษาอังกฤษพื้นฐาน 5 4 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 2.0 หน่วยกิต
ENG30105 Foundation English 5
3. อ30106 ภาษาอังกฤษพื้นฐาน 6 4 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 2.0 หน่วยกิต
ENG30106 Foundation English 6หลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
140
รายวิชา อ30104 ภาษาอังกฤษพื้นฐาน 4
4 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 2.0 หน่วยกิต
——————————————————————————————————————————
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษาโครงสร้างทางไวยากรณ์ต่างๆ อย่างละเอียด วิเคราะห์ แยกแยะส่วนประกอบต่างๆของวลี
ข้อความ และประโยค ศึกษาความสัมพันธ์ของส่วนประกอบต่างๆ ที่มีต่อกัน ซึ่งส่งผลต่อความหมายของวลี
ข้อความ และประโยคนั้นๆเพื่อพัฒนาสู่ขั้นที่สูงขึ้นไปศึกษาค าศัพท์ที่พบในงานเขียนด้านต่างๆ และศึกษา
รากศัพท์ซึ่งเป็นพื้นฐานส าคัญของความหมาย การเดาศัพท์ วิเคราะห์และแยกแยะลักษณะหน้าที่ของ
ค าศัพท์ในบริบทนั้นๆศึกษาและฝึกฝนทักษะการอ่านเบื้องต้น (Skim and Scan) ศึกษาวิธีอ่านเพื่อจับ
ใจความ(Comprehension) และสรุปใจความส าคัญ (Summary) ศึกษากลยุทธ์ในการท าความเข้าใจโดย
ใช้บริบทเป็นตัวช่วย (Context Clues) ศึกษาองค์ประกอบต่างๆ (Content, Organization, Style
andPunctuation) ของการเขียนย่อหน้า (Paragraph) ตลอดถึงทักษะในการถอดความหรือปรับเปลี่ยน
ข้อความ (Paraphrasing)ฝึกฝนทักษะการฟังขั้นต้นในรูปแบบที่พบในข้อสอบ TOEFL iBT อันได้แก่ การ
ฟังบทสนทนาขนาดสั้นเกี่ยวกับเรื่องราวทั่วไปในชีวิตประจ าวัน ศึกษาลักษณะการใช้ภาษาแบบไม่เป็น
ทางการในภาษาพูด ซึ่งมีส่วนประกอบของ ้ น ำเสียงและลักษณะการใช้ภาษาที่แตกต่างไปจากภาษาเขียน
หรือภาษาวิชาการฝึกบทสนทนาหรือบทพูดขนาดกลาง ทั้งที่เกี่ยวกับเรื่องราวทั่วไปในชีวิตประจ าวัน การใช้
ชีวิตในโรงเรียน สถาบันการศึกษาและเรื่องราววิชาการ เช่น การแลกเปลี่ยนข้อมูล และบทความทางสาร
คดีต่างๆ เป็นต้นฝึกฝนการพูดแสดงความคิดเห็นเบื้องต้น เกี่ยวกับเรื่องราวต่างๆ ที่น ามาจากบทอ่านใน
ห้องเรียน ศึกษาแนวทางและเนื้อหาข้อสอบ TOEFL iBT โดยใช้ข้อสอบดังกล่าวเป็นแบบทดสอบความ
เข้าใจ และความสามารถของผู้เรียนในระยะต่างๆ ของการเรียนศึกษาวัฒนธรรมของเจ้าของภาษาที่แฝง
เข้ามากับภาษาที่ใช้ทั้งในการเขียนและภาษาพูดเพื่อความเข้าใจใน
ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง
1. นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจในโครงสร้างไวยากรณ์อังกฤษขั้นพื้นฐาน และเรียนรู้ค าศัพท์ที่หลากหลายที่
ใช้ในงานเขียนด้านต่างๆ
2. สามารถอ่านบทความทั่วๆ ไป และสรุปความ เพื่อน าไปปรับใช้ในชีวิตประจ าวัน และการศึกษาต่อได้
3. สามารถใช้ทักษะการพูดขั้นต้นในการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ เช่น การอภิปรายใน
ห้องเรียน การโต้ตอบ หรือการใช้ชีวิตในโรงเรียนซึ่งแตกต่างจากการสนทนาเกี่ยวกับกิจกรรมทั่วๆ ไปใน
ชีวิตประจ าวัน ซึ่งเป็นการเตรียมตัวนักเรียนให้คุ้นเคยกับการแสดงความคิดเห็นในห้องเรียน และการใช้
ชีวิตในระดับมหาวิทยาลัย
4. นักเรียนเกิดความคุ้นเคยกับรูปแบบ และเนื้อหาของการทดสอบ TOEFL iBT ทั้งทักษะการอ่าน และ
การเขียน เพื่อประโยชน์ในการศึกษาต่อระดับอุดมศึกษาทั้งในและต่างประเทศ
5. รู้จักใช้ทักษะขั้นพื้นฐานในการสืบค้น ค้นคว้าข้อมูล โดยใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม
6. รับรู้ถึงวัฒนธรรมของชนชาติที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่อันจะเป็นการสร้างทัศนคติที่ดีต่อการเรียน
ภาษา และเป็นการเปิดโลกทัศน์ให้กว้างขึ้น
7. เข้าใจความเหมือนและความต่างของภาษาและวัฒนธรรมของผู้ใช้ภาษาอังกฤษและภาษาไทย (Crosscultural)หลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
141
รายวิชา อ30105 ภาษาอังกฤษพื้นฐาน 5
4 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 2.0 หน่วยกิต
——————————————————————————————————————————
ค าอธิบายรายวิชา
(ทักษะต่อเนื่อง) ศึกษาและฝึกฝนโครงสร้างทางไวยากรณ์ขั้นสูงต่างๆ อย่างละเอียด วิเคราะห์
แยกแยะส่วนประกอบต่างๆ ของวลีข้อความ และประโยค ศึกษาความสัมพันธ์ของส่วนประกอบต่างๆ ที่มี
ต่อกัน ซึ่งส่งผลต่อความหมายของวลีข้อความ และประโยคนั้นๆศึกษาค าศัพท์ที่พบในงานเขียนด้านต่างๆ
และศึกษารากศัพท์ซึ่งเป็นพื้นฐานส าคัญของความหมาย วิเคราะห์และแยกแยะลักษณะหน้าที่ของค าศัพท์
ในบริบทนั้นๆศึกษาและฝึกฝนทักษะการอ่านขั้นสูง ศึกษาวิธีอ่านเพื่อจับใจความ (Comprehension) และ
สรุปใจความส าคัญ (Summary) ศึกษากลยุทธ์ในการท าความเข้าใจโดยใช้บริบทเป็นตัวช่วย (Context
Clues) ศึกษาองค์ประกอบต่างๆ (Content, Organization, Style and Punctuation) ของการเขียนย่อ
หน้า (Paragraph) ตลอดถึงทักษะในการถอดความหรือปรับเปลี่ยนข้อความ (Paraphrasing)ฝึกฝนทักษะ
การฟังขั้นต้นจนถึงขั้นสูงในรูปแบบที่พบในข้อสอบ TOEFL iBT อันได้แก่ การฟังบทสนทนาขนาดสั้น
เกี่ยวกับเรื่องราวทั่วไปในชีวิตประจ าวัน ศึกษาลักษณะการใช้ภาษาแบบไม่เป็นทางการในภาษาพูด ซึ่งมี
ส่วนประกอบของ ้ น ำเสียงและลักษณะการใช้ภาษาที่แตกต่างไปจากภาษาเขียนหรือภาษาวิชาการสร้างบท
สนทนาหรือบทพูดขนาดกลาง ที่เกี่ยวกับเรื่องราวทั่วไปในชีวิตประจ าวัน การใช้ชีวิตในสถาบันการศึกษา
การแลกเปลี่ยนข้อมูลและเรื่องราววิชาการ เช่น บทความสารคดีเป็นต้นพูดแสดงความคิดเห็นในระดับสูง
เกี่ยวกับเรื่องราวต่างๆ ที่น ามาจากบทอ่านในห้องเรียนศึกษาแนวทางและเนื้อหาข้อสอบ TOEFL iBT โดย
ใช้ข้อสอบดังกล่าวเป็นแบบทดสอบความเข้าใจและความสามารถของผู้เรียนในระยะต่างๆ ของการเรียนรู้
และตระหนักถึงวัฒนธรรมที่แตกต่างของเจ้าของภาษาที่แฝงเข้ามากับภาษาที่ใช้ทั้งในการเขียนและภาษา
พูด
ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง
1. นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจโครงสร้างไวยากรณ์ของภาษาที่ซับซ้อน สามารถวิเคราะห์ส่วนประกอบของ
ค า วลีประโยค และเรียนรู้ค าศัพท์ที่หลากหลายที่ใช้ในงานเขียนด้านต่างๆ
2. สามารถอ่านบทความทางวิชาการ งานวิจัย และสรุปความบทที่อ่าน และสามารถสามารถน าไปปรับใช้
ในชีวิตประจ าวัน การศึกษาต่อ ตลอดจนสามารถเลือกแห่ลงข้อมูลในการศึกษาค้นว้าด้วยตนเอง
3. สามารถใช้ทักษะการพูดขั้นสูงในการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ เช่น การอภิปรายใน
ห้องเรียน การโต้ตอบ หรือการใช้ชีวิตในโรงเรียนซึ่งแตกต่างจากการสนทนาเกี่ยวกับกิจกรรมทั่วๆ ไปใน
ชีวิตประจ าวัน นักเรียนคุ้นเคยกับการแสดงความคิดเห็นในห้องเรียน การอภิปรายหัวข้อต่างๆ มีความ
พร้อมในการใช้ชีวิตในระดับมหาวิทยาลัย
4. นักเรียนเข้าใจรูปแบบและเนื้อหาของการทดสอบ TOEFL iBT ทั้งทักษะการ ฟัง พูด อ่านและการเขียน
สามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูลเพื่อพัฒนาต่อด้วยตนเอง เพื่อประโยชน์ในการศึกษาต่อระดับอุดมศึกษาทั้งใน
และต่างประเทศ
5. นักเรียนรู้จักใช้ทักษะในการสืบค้น ค้นคว้าข้อมูล การใช้แหล่งข้อมูลที่มีอยู่ภายในโรงเรียน และ
อินเตอร์เน็ตเกิดประโยชน์สูงสุด โดยใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
142
6. นักเรียนตระหนักถึงความแตกต่างระหว่างวัฒนธรรมของชนชาติที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่กับภาษา
แม่ของผู้เรียน อันจะเป็นการสร้างทัศนคติที่ดีต่อการเรียนภาษา และเป็นการเปิดโลกทัศน์ให้กว้างขึ้น
7. นักเรียนตระหนักและเข้าใจความเหมือนและความแตกต่างของภาษาและวัฒนธรรมของผู้ใช้
ภาษาอังกฤษและภาษาแม่ของผู้เรียนหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
143
รายวิชา อ30106 ภาษาอังกฤษพื้นฐาน 6
4 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 2.0 หน่วยกิต
——————————————————————————————————————————
ค าอธิบายรายวิชา
(ทักษะต่อเนื่อง) ศึกษาโครงสร้างทางไวยากรณ์ขั้นสูงต่างๆ อย่างละเอียด วิเคราะห์ แยกแยะ
ส่วนประกอบต่างๆ ของค า (prefix and suffix) วลี ข้อความ และประโยค ศึกษาความสัมพันธ์ของ
ส่วนประกอบต่างๆ ที่มีต่อกันซึ่งส่งผลต่อความหมายของวลีข้อความ และประโยคนั้นๆศึกษาค าศัพท์ที่พบ
ในงานเขียนด้านต่างๆ และศึกษารากศัพท์ซึ่งเป็นพื้นฐานส าคัญของความหมาย วิเคราะห์และแยกแยะ
ลักษณะหน้าที่ของค าศัพท์ในบริบทนั้นๆ ซึ่งจะน าไปสู่การใช้บริบทของภาษาในการเดาความหมายของ
ค าศัพท์ที่ยากศึกษาและฝึกฝนทักษะการอ่าน ศึกษาวิธีอ่านเพื่อจับใจความ (Comprehension) และสรุป
ใจความส าคัญ (Summary) ศึกษากลยุทธ์ในการท าความเข้าใจโดยใช้บริบทเป็นตัวช่วย (Context Clues)
ศึกษาองค์ประกอบต่างๆ (Content, Organization, Style and Punctuation) ของการเขียนย่อหน้า
(Paragraph) ตลอดถึงทักษะในการถอดความหรือปรับเปลี่ยนข้อความ (Paraphrasing) ตลอดฝึกฝนการ
จับผิดและแก้ไขความหรือบทความที่ผิดหลักภาษา (Error Identification and ProveReading)ศึกษา
องค์ประกอบที่ส าคัญในการเขียนบทความ (Essay report) เช่น content, style,organization,
punctuation and structure ศึกษาตัวอย่างบทวิจารณ์ทางวรรณคดีข้อความเชิงเปรียบเทียบ เหตุและ
ผล (Cause and Effect Article) ของบทความที่ได้รับการวิจารณ์แล้วต่างๆฝึกฝนทักษะการฟังเพื่อจับ
ใจความ สรุปความ ในรูปแบบที่พบในข้อสอบ IELTS อันได้แก่การฟังบทสนทนาขนาดสั้นเกี่ยวกับเรื่องราว
ทั่วไปในชีวิตประจ าวัน ศึกษาลักษณะการใช้ภาษาแบบไม่เป็นทางการในภาษาพูด ซึ่งมีส่วนประกอบของ
้ น ำเสียงและลักษณะการใช้ภาษาที่แตกต่างไปจากภาษาเขียนหรือภาษาวิชาการ จนถึงบทสนทนาหรือบท
พูดขนาดกลาง ทั้งที่เกี่ยวกับเรื่องราวทั่วไปในชีวิตประจ าวัน และเรื่องราววิชาการ เช่น บทความสารคดี
เป็นต้นฝึกฝนทักษะการจับใจความขนาดยาวในรูปแบบของข้อสอบ IELTS เพื่อให้นักเรียนเกิดความเคยชิน
กับส าเนียงและวิธีการหาค าตอบศึกษาและฝึกฝนทักษะการเขียนอธิบายกราฟประเภทต่างๆ การสัมภาษณ์
ปากเปล่า โดยอิงรูปแบบของการสอบแบบ IELTSฝึกฝนการพูดแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องราวต่างๆ ที่
น ามาจากบทอ่านในห้องเรียนศึกษาแนวทางและเนื้อหาข้อสอบ IELTS โดยใช้ข้อสอบดังกล่าวเป็น
แบบทดสอบความเข้าใจ และความสามารถของผู้เรียนในระยะต่างๆ ของการเรียนศึกษาแนวทางในการ
พัฒนาศักยภาพของตนเองเพื่อเตรียมความพร้อมในการเข้าศึกษาต่อตลอดจนฝึกและสัมผัสวัฒนธรรมของ
เจ้าของภาษาที่แฝงเข้ามากับภาษาที่ใช้ในชีวิตประจ าวัน ทั้งในการเขียนและภาษาพูดหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
144
ผลการเรียนที่คาดหวัง
1. นักเรียนเข้าใจความแตกต่างของภาษาอังกฤษแบบอังกฤษและอังกฤษแบบอเมริกัน(ส าเนียง ตัวสะกด)
และเข้าใจความแตกต่างการทดสอบทางด้านภาษาอังกฤษระหว่างTOEFL iBT และ IELTS
2. รู้และเข้าใจโครงสร้างไวยากรณ์ของภาษาที่ซับซ้อน สามารถวิเคราะห์ส่วนประกอบของค า วลีประโยค
และเรียนรู้ค าศัพท์ที่หลากหลายที่ใช้ในงานเขียนด้านต่างๆ และสามารถเขียนสรุปความได้
3. สามารถอ่านบทความทางวิชาการ งานวิจัย สรุปความบทที่อ่าน และสามารถน าไปปรับใช้ใน
ชีวิตประจ าวัน การศึกษาต่อ ตลอดจนสามารถเลือกแหล่งข้อมูลในการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเองได้
4. สามารถใช้ทักษะการพูดขั้นสูงในการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ เช่น การอภิปรายใน
ห้องเรียน การโต้ตอบ หรือการใช้ชีวิตในโรงเรียนซึ่งแตกต่างจากการสนทนาเกี่ยวกับกิจกรรมทั่วๆ ไปใน
ชีวิตประจ าวัน นักเรียนคุ้นเคยกับการแสดงความคิดเห็นในห้องเรียน การอภิปรายหัวข้อต่างๆ มีความ
พร้อมในการใช้ชีวิตในระดับมหาวิทยาลัย
5. ตระหนักและเข้าใจองค์ประกอบที่ส าคัญในการพัฒนางานเขียนในรูปแบบต่างๆ ทั้งในเชิงวิชาการ
วรรณคดีบทวิจารณ์และเหตุการณ์ที่ส าคัญของโลก สามารถอธิบายจุดเด่นและจุดหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
145
รายวิชาเพิ่มเติมกลุ่ม 1หลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
146
ชื่อและหน่วยกิต
กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
รายวิชาเพิ่มเติมกลุ่ม 1
1. ค30201 ความรู้พื้นฐานส าหรับแคลคูลัส 4 3 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.5 หน่วยกิต
MATH30201 Pre-calculus 4
2. ค30202 แคลคูลัสเบื้องต้น 3 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.5 หน่วยกิต
MATH30202 Elementary Calculus
3. ค30203 สถิติเบื้องต้น 3 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.5 หน่วยกิต
MATH30203 Introduction to Statistics
4. ค30204 ความน่าจะเป็นเบื้องต้น 3 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.5 หน่วยกิต
MATH30204 Introduction to Probability
5. ค30205 พีชคณิตเชิงเส้น 1 4 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 2.0 หน่วยกิต
MATH30205 Linear Algebra 1หลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
147
รายวิชา ค30201 ความรู้พื้นฐานส าหรับแคลคูลัส 4
3 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.5 หน่วยกิต
——————————————————————————————————————————
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษาเกี่ยวกับระบบสมการและอสมการ การหาค าตอบของระบบสมการและอสมการเศษส่วน
ย่อย การเขียนกราฟของระบบอสมการ ก าหนดการเชิงเส้นศึกษาเกี่ยวกับเมทริกซ์และดีเทอร์มินันต์ เมท
ริกซ์และระบบสมการ การด าเนินการของเมทริกซ์ตัวผกผันของเมทริกซ์จัตุรัส ดีเทอร์มินันต์บทประยุกต์
ของเมทริกซ์และดีเทอร์มินันต์ศึกษาเกี่ยวกับเวกเตอร์สามมิติการบวกเวกเตอร์ การลบเวกเตอร์ การคูณ
เวกเตอร์ด้วยสเกลาร์ ผลคูณเชิงสเกลาร์ และผลคูณเชิงเวกเตอร์เพื่อพัฒนาทักษะ/กระบวนการในการคิด
ค านวณ การแก้ปัญหา การให้เหตุผล การสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์และน าประสบการณ์ด้านความรู้
ความคิด ทักษะกระบวนการที่ได้ไปใช้ในการเรียนรู้สิ่งต่างๆ และใช้ในชีวิตประจ าวันอย่างสร้างสรรค์ วมทั้ง
เห็นคุณค่าและมีเจตคติที่ดีต่อคณิตศาสตร์ สามารถท างานอย่างเป็นระบบระเบียบ มีความรอบคอบ มี
ความรับผิดชอบ มีวิจารณญาณและมีความเชื่อมั่นในตนเอง โดยจัดประสบการณ์หรือสร้างสถานการณ์ใน
ชีวิตประจ าวันที่ใกล้ตัวให้ผู้เรียนได้ศึกษาค้นคว้าโดยการปฏิบัติจริง ทดลอง สรุป รายงาน
ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง
1. วิเคราะห์และหาค าตอบของระบบสมการ และอสมการเชิงเส้นได้
2. สามารถแยกฟังก์ชันตรรกยะเป็นเศษส่วนย่อยได้
3. น าความรู้เรื่องก าหนดการเชิงเส้นไปใช้แก้ปัญหาได้
4. สามารถแก้ปัญหาเกี่ยวกับเมทริกซ์และการด าเนินการของเมทริกซ์ได้
5. หาดีเทอร์มินันต์ของเมทริกซ์มิติn x n เมื่อ n เป็นจ านวนเต็มบวกและแก้สมการโดยใช้เมทริกซ์ได้
6. หาผลบวกเวกเตอร์และผลคูณเวกเตอร์ด้วยสเกลาร์ได้
7. หาขนาด และทิศทางของเวกเตอร์ที่ก าหนดให้ได้

0

หลักสูตร ม.ต้น

มาตราฐานการเรียนรู้
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
1. ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพื่อน าไปใช้ตัดสินใจ แก้ปัญหาในการด าเนินชีวิต
และมีนิสัยรักการอ่าน
2. ใช้กระบวนการเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียนเรื่องราวในรูปแบบต่าง ๆ เขียนรายงาน
ข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นคว้าอย่างมีประสิทธิภาพ
3. สามารถเลือกฟังและดูอย่างมีวิจารณญาณ และพูดแสดงความรู้ ความคิด ความรู้สึกในโอกาสต่าง ๆ
อย่างมีวิจารณญาณและสร้างสรรค์
4. เข้าใจธรรมชาติของภาษา หลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษา พลังของภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา
และรักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัติของชาติ
5. เข้าใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทยอย่างเห็นคุณค่า และน ามา
ประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง
ชื่อรายวิชาละหน่วยกิต
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
รายวิชาพื้นฐาน
1. ท21101ภาษาไทย 1 (การฟัง ดู อ่านและพูด) 3 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.5 หน่วยกิต
THA21101 Thai Language 1
2. ท21102 ภาษาไทย 2 (การเขียน) 3 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.5 หน่วยกิต
THA21102 Thai Language 2
3. ท22101 ภาษาไทย 3 (หลักภาษาไทย 1) 3 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.5 หน่วยกิต
THA22101 Thai Language 3
4. ท22102 ภาษาไทย 4 (วรรณคดีวิจักษ์) 3 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.5 หน่วยกิต
THA22102 Thai Language 4
5. ท23101 ภาษาไทย 5 (หลักภาษาไทย 2) 3 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.5 หน่วยกิต
THA23101 Thai Language 5
6. ท23102 ภาษาไทย 6 (วรรณคดีกับชีวิต) 3 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.5 หน่วยกิต
THA23102 Thai Language 6หลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
54
รายวิชา ท21101 ภาษาไทย 1 (การฟัง ดู อ่านและพูด)
3 คาบ /สัปดาห์/ภาคเรียน 1.5 หน่วยกิต
———————————————————————————————————————–
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษาร้อยกรองจากวรรณกรรมเรื่องกาพย์พระไชยสุริยา นิทานค ากลอนเรื่องพระอภัยมณีตอน
พระอภัยมณีหนีนางผีเสื้อและวรรณกรรมร้อยแก้วจากสื่อต่าง ๆ การใช้วิจารณญาณในการเลือกอ่านหนังสือ การพูด
ในโอกาสต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม โดยใช้กระบวนการทางภาษาและกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
เพื่ออ่านออกเสียงบทร้อยแก้วและร้อยกรองได้ถูกต้อง เข้าใจความหมายโดยตรงและโดยนัย จับใจความ
ส าคัญและรายละเอียดของสิ่งที่อ่าน มีวิจารณญาณในการเลือกอ่าน พูดแสดงความคิดเห็น โต้แย้งเกี่ยวกับเรื่อง
ที่ อ่ านวิ เคราะห์ วิ จารณ์ อย่ างมี เหตุ ผล ล าดั บความอย่ างมี ขั้ นตอน ประเมิ นสิ่ งที่ ได้ จากการฟั ง
ดูและอ่าน แล้วน าไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจ าวัน พูดรายงานเรื่องหรือประเด็นที่ได้จากการอ่าน พูดในโอกาสต่าง ๆ
ตรงตามวัตถุประสงค์ พูดโน้มน้าวอย่างมีเหตุผลน่าเชื่อถือและมีมารยาทในการฟัง ดู พูด
ตัวชี้วัด
1. อ่านออกเสียงร้อยแก้ว ได้เหมาะสมกับเนื้อความ
2. อ่านออกเสียงร้อยกรอง ได้ถูกต้องตามฉันทลักษณ์
3. พูดหรือเขียนแปลความ ถอดความ ตีความ ขยายความจากวรรณคดีหรือวรรณกรรมที่อ่านหรือฟังได้
4. จับใจความส าคัญจากวรรณคดีหรือวรรณกรรมที่อ่านหรือฟังได้ถูกต้องแล้วน าเสนอด้วยการพูดหรือเขียน
5. พูดอภิปรายแสดงความรู้ ความคิดจากการฟัง ดู อ่าน ได้อย่างสร้างสรรค์
6. พูดหรือเขียนแนะน าตัว สถานที่ และบรรยายประสบการณ์ได้
7. พูดในโอกาสต่าง ๆ ได้ตรงตามวัตถุประสงค์
8. ฟัง ดู อ่าน และ ศึกษาค้นคว้าแล้วน ามาพูดรายงานได้
9. พูดโน้มน้าวใจในรูปแบบต่าง ๆ ได้
10. บอกเหตุผลที่เลือกหรือไม่เลือกอ่านงานเขียนเรื่องต่าง ๆ ได้หลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
55
รายวิชา ท21102 ภาษาไทย 2 (การเขียน)
3 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.5 หน่วยกิต
—————————————————————————————————————————-
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษาวรรณคดีเรื่องราชาธิราชและบทความจากสื่อต่าง ๆ ที่หลากหลาย ฝึกการเขียนคัดลายมือตัว
บรรจงครึ่งบรรทัด เขียนบรรยาย เขียนพรรณนา เขียนเรียงความ เขียนย่อความ เขียนแสดงความคิดเห็น
เขียนวิเคราะห์วิจารณ์ เขียนโต้แย้ง เขียนจดหมายส่วนตัว จดหมายกิจธุระ เขียนชีวประวัติหรืออัตชีวประวัติ
กรอกแบบสมัครงาน เขียนรายงานการศึกษาค้นคว้าโครงงาน โดยใช้กระบวนการทางภาษาและกระบวนการ
ทางวิทยาศาสตร์
เพื่อให้เกิดทักษะในการเขียนสื่อสารด้วยลายมือที่อ่านง่ายชัดเจน ใช้ถ้อยค าได้ถูกต้องเหมาะสมตาม
ระดับภาษา เขียนข้อความในโอกาสต่าง ๆ เขียนชีวประวัติ อัตชีวประวัติและประสบการณ์ต่าง ๆ เขียนย่อความ
จดหมายส่วนตัว จดหมายกิจธุระ แบบกรอกสมัครงาน เขียนวิเคราะห์วิจารณ์และแสดงความรู้ความคิดหรือ
โต้แย้งอย่างมีเหตุผล เขียนรายงานจากการศึกษาค้นคว้าและเขียนโครงงานแล้วน าความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้
ในชีวิตจริง
ตัวชี้วัด
1. เขียนคัดลายมือตัวบรรจงครึ่งบรรทัดได้
2. เขียนบรรยายประสบการณ์โดยระบุสาระส าคัญและรายละเอียดสนับสนุนได้
3. เขียนบรรยายเชิงพรรณนาโดยใช้ถ้อยค าถูกต้องเหมาะสมและสละสลวยได้
4. เขียนเรียงความได้
5. เขียนย่อความและเล่าเรื่องย่อจากเรื่องที่ฟังและดูได้
6. เขียนแสดงความคิดเห็นและพูดแสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์เกี่ยวกับสาระจากสื่อที่ได้รับได้
7. เขียนจดหมายส่วนตัว จดหมายกิจธุระโดยใช้ถ้อยค าได้ถูกต้องตามระดับภาษาได้
8. เขียนรายงานการศึกษาค้นคว้า โครงงานแล้วพูดรายงานเรื่องหรือประเด็นที่ศึกษาได้
9. เขียนวิเคราะห์วิจารณ์ แสดงความรู้ แสดงความคิดเห็นหรือโต้แย้งในเรื่องที่อ่านหรือฟังอย่างมีเหตุผล
โดยส่งงานทางอินเทอร์เน็ตได้
10. เขียนชีวประวัติหรืออัตชีวประวัติ โดยเล่าเหตุการณ์ ข้อคิดเห็นและทัศนคติในเรื่องต่าง ๆ ได้และมี
มารยาทในการเขียน
11. กรอกแบบสมัครงานพร้อมเขียนบรรยายเกี่ยวกับความรู้ และทักษะของตนเองที่เหมาะกับงานได้
12. ใช้เลขไทยในการเขียนงานภาษาไทยทุกครั้งหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
56
รายวิชา ท22101 ภาษาไทย 3 (หลักภาษาไทย 1)
3 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.5 หน่วยกิต
———————————————————————————————————————–
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษาลักษณะของเสียงในภาษาไทย ชนิดและหน้าที่ของค าการสร้างค าประสม ค าซ้ า ค าซ้ าที่เป็น
ส านวน ค าซ้อน ค าพ้องในภาษาไทย ความแตกต่างของภาษาพูด และภาษาเขียน แต่งบทร้อยกรองประเภท
กลอนสุภาพ กาพย์ยานี๑๑ และโคลงสี่สุภาพ ส านวนที่เป็นค าพังเพยและสุภาษิตโครงสร้างประโยค
สามัญประโยครวม และประโยคซ้อน ระดับภาษา ค าราชาศัพท์ ค าภาษาต่างประเทศที่ใช้ในภาษาไทย โดย
ใช้กระบวนการทางภาษาและกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เพื่อให้เกิดความเข้าใจธรรมชาติของภาษา ลักษณะ
ของเสียงในภาษาไทย การสร้างค า ชนิดและหน้าที่ของค าในประโยค โครงสร้างประโยคสามัญ ประโยครวม
ประโยคซ้อน ความแตกต่างของภาษาพูดและภาษาเขียน ส านวนที่เป็นพังเพยและสุภาษิต ระดับภาษา
ระดับพิธีการ ระดับทางการระดับกึ่งทางการ ระดับไม่ เป็นทางการและระดับกันเอง ค าราชาศัพท์
ค าภาษาต่างประเทศที่ใช้ในภาษาไทย สามารถแต่งบทร้อยกรองประเภทกลอนสุภาพ กาพย์ยานี ๑๑ และโคลง
สี่สุภาพ
ตัวชี้วัด
1. บอกลักษณะของเสียงในภาษาไทยจากวรรณคดีเรื่อง ศิลาจารึกหลักที่ 1 และจากบทความที่ก าหนดได้
2. บอกและยกตัวอย่างชนิดและหน้าที่ของค าได้
3. บอกหลักการสร้างค าประสม ค าซ้ า ค าซ้ าที่เป็นส านวน ค าซ้อน ค าพ้องในภาษาไทยได้
4. จ าแนกความแตกต่างของภาษาพูดและภาษาเขียนได้
5. แต่งบทร้อยกรอง ประเภทกลอนสุภาพ กาพย์ยานี ๑๑ และโคลงสี่สุภาพได้
6. จ าแนกและใช้ส านวนที่เป็นค าพังเพยและสุภาษิตได้
7. บอกความหมายของส านวนและสุภาษิตจากวรรณคดีเรื่องสุภาษิตพระร่วงได้
8. อธิบายโครงสร้างประโยคสามัญ ประโยครวมและประโยคซ้อนได้
9. บอกความส าคัญของการใช้ภาษาได้ถูกต้องตามระดับของภาษาและน าไปใช้ในชีวิตประจ าวันได้ถูกต้อง
เหมาะสม
10. บอกความส าคัญของค าราชาศัพท์และใช้ได้ถูกต้อง
11. จ าแนกค าภาษาต่างประเทศที่ใช้ในภาษาไทยได้ หลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
57
รายวิชา ท22102 ภาษาไทย 4 (วรรณคดีวิจักษ์)
3 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.5 หน่วยกิต
———————————————————————————————————————–
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษาสมบัติวรรณคดีของไทย วรรณคดีและวรรณกรรม เรื่อง กาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวานนิราศภูเขา
ทอง โคลงโลกนิติ โคลงภาพพระราชพงศาวดาร บทเสภาสามัคคีเสวก ตอน วิศวกรรมาและสามัคคีเสวก
บทละครเรื่อง รามเกียรติ์ ตอนนารายณ์ปราบนนทก กาพย์ห่อโคลงประพาสธารทองแดง โคลงสุภาษิตพระราช
นิพนธ์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ศาสนา ประเพณี พิธีกรรม สุภาษิตค าสอน เหตุการณ์
ประวัติศาสตร์ บันเทิงคดี บันทึกการเดินทาง โดยใช้กระบวนการทางภาษาและกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
เพื่อสรุปเนื้อหาวรรณคดีและวรรณกรรมที่อ่าน วิเคราะห์การใช้ส านวนภาษา ตัวละครส าคัญ
วิถีชีวิตไทย คุณค่าที่ได้รับจากวรรณคดีวรรณกรรมและบทอาขยาน พร้อมทั้งสรุปความรู้ข้อคิด เพื่อน าไป
ประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง
ตัวชี้วัด
1. สรุปเนื้อหาวรรณคดีและวรรณกรรมที่อ่านได้
2. วิเคราะห์วิจารณ์วรรณคดีวรรณกรรม และวรรณกรรมท้องถิ่นที่อ่าน พร้อมยกเหตุผลประกอบได้
3. บอกคุณค่าของวรรณคดีและวรรณกรรมที่อ่านได้
4. สรุปความรู้และข้อคิดจากการอ่านเพื่อน าไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริงได้
5. ท่องจ าและบอกคุณค่าบทอาขยานตามที่ก าหนดและบทร้อยกรองที่มีคุณค่าตามความสนใจได้หลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
58
รายวิชา ท23101 ภาษาไทย 5 (หลักภาษาไทย 2)
3 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.5 หน่วยกิต
———————————————————————————————————————–
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษาลักษณะของค าบาลี สันสกฤต เขมรและภาษาอื่นๆ ที่ใช้ในภาษาไทย การสร้างค าสมาส
โครงสร้างประโยคซับซ้อน ค าทับศัพท์และศัพท์บัญญัติ ค าศัพท์ทางวิชาการและวิชาชีพ ฝึกพูดสุนทรพจน์ฝึก
แต่งบทร้อยกรองประเภทโคลงสี่สุภาพ โดยใช้กระบวนการทางภาษาและกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจ ลักษณะของค าบาลี สันสกฤต เขมรและภาษาอื่น ๆ ที่ใช้ในภาษาไทย
บอกโครงสร้างประโยคซับซ้อน ค าทับศัพท์และศัพท์บัญญัติ ค าศัพท์ทางวิชาการและวิชาชีพ ชื่นชมและ
อนุรักษ์การใช้ภาษาไทย พูดสุนทรพจน์ แต่งบทร้อยกรองประเภทโคลงสี่สุภาพ
ตัวชี้วัด
1. บอกลักษณะของค าบาลี สันสกฤต เขมรและภาษาอื่น ๆ ที่ใช้ในภาษาไทยได้
2. บอกการสร้างค าสมาสและยกตัวอย่างได้
3. บอกโครงสร้างและสร้างประโยคซับซ้อนได้
4. บอกลักษณะและยกตัวอย่างค าทับศัพท์ ศัพท์บัญญัติ ค าศัพท์ทางวิชาการและวิชาชีพได้
5. พูดสุนทรพจน์ในหัวข้อที่ก าหนดหรือสนใจได้
6. แต่งบทร้อยกรองประเภทโคลงสี่สุภาพได้หลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
59
รายวิชา ท23102 ภาษาไทย 6 (วรรณคดีกับชีวิต)
3 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.5 หน่วยกิต
———————————————————————————————————————–
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษาสมบัติวรรณคดีของไทย วรรณคดีวรรณกรรม เรื่อง กลอนดอกสร้อยร าพึงในป่าช้า พระบรม
ราโชวาทอิศรญาณภาษิต บทพากย์เอราวัณ บทละคร เรื่องเห็นแก่ลูกและนิทานพื้นบ้านเกี่ยวกับศาสนา
ประเพณี พิธีกรรม สุภาษิตค าสอน เหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ โดยใช้กระบวนการทางภาษาและกระบวนการ
ทางวิทยาศาสตร์
เพื่อสรุปเนื้อหาวรรณคดีและวรรณกรรมที่อ่าน วิเคราะห์ตัวละครส าคัญ วิถีชีวิตไทย และคุณค่าที่ได้รับ
จากวรรณคดีวรรณกรรมและบทอาขยาน พร้อมทั้งสรุปความรู้ข้อคิดเพื่อน าไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง
ตัวชี้วัด
1. สรุปเนื้อหาวรรณคดีวรรณกรรมและวรรณกรรมท้องถิ่นในระดับที่ยากยิ่งขึ้นได้
2. วิเคราะห์วิถีไทยและคุณค่าจากวรรณคดีและวรรณกรรม พร้อมยกเหตุผลประกอบได้
3. สรุปความรู้และข้อคิดจากการอ่านเพื่อประยุกต์ใช้ในชีวิตจริงได้
4. ท่องจ าและบอกคุณค่าบทอาขยานตามที่ก าหนดหรือบทร้อยกรองที่มีคุณค่าตามความสนใจและน าไปใช้
อ้างอิงได้หลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
60
มาตราฐานการเรียนรู้
กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
1. เข้าใจถึงความหลากหลายของการแสดงจ านวนและการใช้จ านวนในชีวิตจริง
2. เข้าใจถึงผลที่เกิดขึ้นจากการด าเนินการของจ านวนและความสัมพันธ์ระหว่างการด าเนินการต่างๆ
และสามารถใช้การด าเนินการในการแก้ปัญหา
3. ใช้การประมาณค่าในการค านวณและแก้ปัญหา
4. เข้าใจระบบจ านวนและน าสมบัติเกี่ยวกับจ านวนไปใช้
5. เข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับการวัด วัดและคาดคะเนขนาดของสิ่งที่ต้องการวัด
6. แก้ปัญหาเกี่ยวกับการวัด
7. อธิบายและวิเคราะห์รูปเรขาคณิตสองมิติและสามมิติ
8. ใช้การนึกภาพ (visualization) ใช้เหตุผลเกี่ยวกับปริภูมิ (spatial reasoning) และใช้แบบจ าลองทาง
เรขาคณิต (geometric model) ในการแก้ปัญหา
9. เข้าใจและวิเคราะห์แบบรูป (pattern) ความสัมพันธ์ และฟังก์ชัน
10. ใช้นิพจน์ สมการ อสมการ กราฟ และตัวแบบเชิงคณิตศาสตร์ (mathematical model) อื่น ๆ
แทนสถานการณ์ต่าง ๆ ตลอดจนแปลความหมายและน าไปใช้แก้ปัญหา
11. เข้าใจและใช้วิธีการทางสถิติในการวิเคราะห์ข้อมูล
12. ใช้วิธีการทางสถิติและความรู้เกี่ยวกับความน่าจะเป็นในการคาดการณ์ได้อย่างสมเหตุสมผล
13. ใช้ความรู้เกี่ยวกับสถิติและความน่าจะเป็นช่วยในการตัดสินใจและแก้ปัญหา
14. มีความสามารถในการแก้ปัญหา การให้เหตุผล การสื่อสาร การสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์และ
การน าเสนอ การเชื่อมโยงความรู้ต่าง ๆ ทางคณิตศาสตร์และเชื่อมโยงคณิตศาสตร์กับศาสตร์อื่น ๆ
และมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์หลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
61
ชื่อรายวิชาและหน่วยกิต
กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
รายวิชาพื้นฐาน
1. ค 21101 คณิตศาสตร์พื้นฐาน 1 3 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.5 หน่วยกิต
MATH 20101 Fundamental Mathematics 1
2. ค 21102 คณิตศาสตร์พื้นฐาน 2 3 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.5 หน่วยกิต
MATH 20102 Fundamental Mathematics 2
3. ค 22101 คณิตศาสตร์พื้นฐาน 3 3 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.5 หน่วยกิต
MATH 22101 Fundamental Mathematics 3
4. ค 22102 คณิตศาสตร์พื้นฐาน 4 3 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.5 หน่วยกิต
MATH 22102 Fundamental Mathematics 4
5. ค 23101 คณิตศาสตร์พื้นฐาน 5 3 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.5 หน่วยกิต
MATH 23101 Fundamental Mathematics 5
6. ค 23102 คณิตศาสตร์พื้นฐาน 6 3 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.5 หน่วยกิต
MATH 23102 Fundamental Mathematics 6หลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
62
รายวิชา ค21101 คณิตศาสตร์พื้นฐาน 1
3 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.5 หนวยกิต
—————————————————————————————————————————-
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษา ฝึกทักษะ/กระบวนการในสาระต่อไปนี้
สมบัติของจ านวนนับ การแยกตัวประกอบ การหา ห.ร.ม.ของจ านวนนับ การหา ค.ร.น.ของจ านวนนับ
การหา ห.ร.ม. แบบยุคลิค การแก้ปัญหาโดยใช้ ห.ร.ม. และ ค.ร.น.
ระบบจ านวนเต็ม จ านวนเต็มบวก จ านวนเต็มลบ และศูนย์ การเปรียบเทียบจ านวนเต็มการบวก ลบ
คูณ และหารจ านวนเต็ม สมบัติของจ านวนเต็มและการน าไปใช้
เลขยกก าลัง ความหมายของเลขยกก าลัง การคูณและหารเลขยกก าลังที่ฐานเดียวกันและเลขชี้ก าลัง
เป็นจ านวนเต็ม การเขียนแสดงจ านวนในรูปสัญกรณ์วิทยาศาสตร์
การสร้างทางเรขาคณิต จุด เส้นตรง ส่วนของเส้นตรง รังสี มุม และสร้างมุมขนาดต่าง ๆ
การสร้างรูปเรขาคณิตโดยใช้วงเวียนและสันตรง การสร้างรูปเรขาคณิตอย่างง่ายโดยใช้การสร้างพื้นฐาน
การสร้างรูปสามเหลี่ยมและรูปสี่เหลี่ยมด้านขนาน
โดยจัดประสบการณ์หรือสร้างสถานการณ์ในชีวิตประจ าวันที่ใกล้ตัวให้ผู้เรียนได้ศึกษาค้นคว้า โดยใช้
ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ การใช้ค าถาม การอธิบายและแสดงเหตุผล การค้นพบ อุปนัย-นิรนัย
การศึกษาค้นคว้า การสืบเสาะหาความรู้ การส ารวจ การตรวจสอบ การปฏิบัติจริงโดยอิงมาตรฐานการเรียนรู้
มุ่งเน้นส่งเสริมความสามารถในการคิด การแก้ปัญหาและการสื่อสาร และคุณลักษณะที่พึงประสงค์
เพื่อพัฒนาให้ผู้เรียนเกิดความรู้ ความเข้าใจ มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ปัญหาหรือสถานการณ์
ต่าง ๆ ได้อย่างถี่ถ้วนรอบคอบและใช้วิธีการที่หลากหลายแก้ปัญหาในสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม มี
ความคิดสร้างสรรค์ สามารถตัดสินใจ เห็นคุณค่าของการน าความรู้ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจ าวันและเป็น
เครื่องมือในการศึกษาทางด้านคณิตศาสตร์และศาสตร์อื่น ๆ สามารถให้เหตุผล สื่อสาร น าเสนอสิ่งที่เรียนรู้
เชื่อมโยงความรู้ต่าง ๆ มีเจตคติที่ดีต่อคณิตศาสตร์ มีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่เหมาะสมมีจิตสาธารณะ
สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข
การวัดและประเมินผล ใช้วิธีการที่หลากหลายตามสภาพความเป็นจริงให้สอดคล้องกับเนื้อหาและ
ทักษะที่ต้องการวัด
ตัวชี้วัด
1. การหา ห.ร.ม. ค.ร.น.ของจ านวนที่ก าหนดให้และน าไปใช้แก้ปัญหา
2. ระบ ุหรือยกต ัวอย่าง และเปร ียบเทียบ จำนวนเต ็มบวก จำนวนเต ็มลบ ศูนย์ เศษส ่วน และทศนิยม
3. บวก ลบ ค ูณ หารจ านวนเต็ม และน าไปใช้แก้ปัญหา ตระหนัก ถึงความสมเหตุสมผลของค าตอบ
อธิบายผลที่เกิดขึ้นจากการบวก การลบ การคูณ การหาร และบอก ความสัมพันธ์ของการบวกกับ
การลบ การคูณกับ การหารของจ านวนเต็ม
4. นำความรู้และสมบัติเกี่ยวกับจ านวนเต็มไปใช้ในการแก้ปัญหา
5. เข้าใจเกี่ยวกับ เลขยกก าลังที่มีเลขชี้ก าลังเป็นจ านวนเต็มบวก และเข ียนแสดง จำนวนให ้อยู่ในรูปสัญ
กรณ์ทางวิทยาศาสตร์ (scientific notation)หลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
63
6. อธ ิบายผลที่เกิดขึ้นจากการยกก าลังของจ านวนเต็ม เศษส่วน และทศนิยม
7. คูณและหาร เลขยกกำลังที่มีฐานเดียวกัน และเลขชี้ก าลัง เป็นจ านวนเต็มบวก
8. สร้างและบอกขั้นตอนการสร้างพื้นฐานทางเรขาคณิต
9. สร้างรูปเรขาคณิตสองมิติ โดยใช้การสร้างพื้นฐานทางเรขาคณิตและบอกขั้นตอนการสร้างโดยไม่เน้น
การพิสูจน์
10.ส ืบเสาะ สังเกต และคาดการณ์ เกี่ยวกับสมบัติทางเรขาคณิต
11.ใช้วิธีการที่หลากหลายแก้ปัญหา
12.ใช้ความรู้ ทักษะและกระบวนการทาง คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยีในการแก้ปัญหาในสถานการณ์ต่าง
ๆ ได้อย่างเหมาะสม
13.ให้เหตุผลประกอบการตัดสินใจ และสรุปผลได้อย่างเหมาะสม
14.ใช้ภาษาและสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ในการสื่อสาร การสื่อความหมาย และการน าเสนอได้อย่าง
ถูกต้อง และชัดเจน
15.เชื่อมโยงความรู้ต่าง ๆ ในคณิตศาสตร์ และน าความรู้ หลักการ กระบวนการทางคณิตศาสตร์ไป
เชื่อมโยงกับศาสตร์อื่น ๆ
16.มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์หลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
64
รายวิชา ค21102 คณิตศาสตร์พื้นฐาน 2
3 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.5 หนวยกิต
—————————————————————————————————————————-
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษา ฝึกทักษะ/กระบวนการในสาระต่อไปนี้
ทศนิยมและเศษส่วน ทศนิยมและการเปรียบเทียบทศนิยม การบวกและการลบทศนิยม การคูณ และ
การหารทศนิยม เศษส่วนและการเปรียบเทียบเศษส่วน การบวกและการลบเศษส่วน การคูณและการหาร
เศษส่วน ความสัมพันธ์ระหว่างทศนิยมและเศษส่วน โจทย์ปัญหาหรือสถานการณ์เกี่ยวกับเศษส่วนและทศนิยม
การประมาณค่า ค่าประมาณ การปัดเศษ การประมาณค่าในสถานการณ์ต่าง ๆ การแก้โจทย์ปัญหา
โดยใช้การประมาณค่า
คู่อันดับและกราฟ คู่อันดับ กราฟ การน าไปใช้
สมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว แบบรูปและความสัมพันธ์ ค าตอบของสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว การแก้
สมการเชิงเส้นตัวแปรเดียวโดยใช้สมบัติของการเท่ากัน โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว
ความสัมพันธ์ระหว่างรูปเรขาคณิตสองมิติและสามมิติ ภาพของรูปเรขาคณิตสองมิติที่เกิดจาก การคลี่
รูปเรขาคณิตสามมิติ หน้าตัดของรูปเรขาคณิตสามมิติ ภาพที่ได้จากการทองทางด้านหน้า (front view) ด้านข้าง
(side view) และด้านบน (top view) ของรูปเรขาคณิตสามมิติ รูปเรขาคณิตที่ประกอบขึ้นจากลูกบาศก์
โดยจัดประสบการณ์หรือสร้างสถานการณ์ในชีวิตประจ าวันที่ใกล้ตัวให้ผู้เรียนได้ศึกษาค้นคว้าโดยใช้
ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ การใช้ค าถาม การอธิบายและแสดงเหตุผล การค้นพบ อุปนัย-นิรนัย
การศึกษาค้นคว้า การสืบเสาะหาความรู้ การส ารวจ การตรวจสอบ การปฏิบัติจริงโดย อิงมาตรฐานการเรียนรู้
มุ่งเน้นส่งเสริมความสามารถในการคิด การแก้ปัญหาและการสื่อสาร และคุณลักษณะ ที่พึงประสงค์ ใช้การ
วัดผลประเมินผลตามสภาพจริงที่หลากหลาย ให้ครอบคลุมทั้งด้านความรู้และทักษะกระบวนการ เพื่อพัฒนาให้
ผู้เรียนเกิดความรู้ ความเข้าใจ มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ปัญหาหรือสถานการณ์ต่างๆ ได้อย่างถี่ถ้วน
รอบคอบและใช้วิธีการที่หลากหลายแก้ปัญหาในสถานการณ์ต่างๆได้ อย่างเหมาะสม มีความคิดสร้างสรรค์
สามารถตัดสินใจ เห็นคุณค่าของการน าความรู้ไปใช้ประโยชน์ ในชีวิตประจ าวัน และเป็นเครื่องมือในการศึกษา
ทางด้านคณิตศาสตร์และศาสตร์อื่น ๆ สามารถให้เหตุผล สื่อสาร น าเสนอสิ่งที่เรียนรู้เชื่อมโยงความรู้ต่าง ๆ มี
เจตคติที่ดีต่อคณิตศาสตร์ มีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่เหมาะสม มีจิตสาธารณะ สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่น
ได้อย่างมีความสุข
การวัดและประเมินผล ใช้วิธีการที่หลากหลายตามสภาพความเป็นจริงให้สอดคล้องกับเนื้อหาและ
ทักษะที่ต้องการวัด
ตัวชี้วัด
1. การเขียนเศษส่วนด้วยทศนิยมและการเขียนทศนิยมซ้ าเป็นเศษส่วน
2. บวก ลบ คูณ หาร เศษส่วนและทศนิยมและน าไปใช้แก้ปัญหา ตระหนักถึงความสมเหตุสมผลของ
ค าตอบอธิบายผลที่เกิดขึ้นจากการบวก การลบ การคูณ การหาร และบอกความสัมพันธ์ของการบวก
การลบ การคูณ การหารของเศษส่วนและทศนิยมหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
65
3. ใช้การประมาณค่าในสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม รวมถึงใช้ในการพิจารณาความสมเหตุสมผล
ของค าตอบที่ได้จากการค านวณ
4. เขียนกราฟบนระนาบในระบบพิกัดฉาก แสดงความเกี่ยวข้องของปริมาณสองชุดที่ก าหนดให้
5. อ่านและแปลความหมายของกราฟบนระนาบในระบบพิกัดฉากที่ก าหนดให้
6. วิเคราะห์และอธิบายความสัมพันธ์ของแบบรูปที่ก าหนดให้
7. แก้สมการเชิงเส้นตัวแปรเดียวอย่างง่าย
8. เขียนสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียวจากสถานการณ์หรือปัญหาอย่างง่าย
9. แก้โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียวอย่างง่ายพร้อมทั้งตระหนักถึงความสมเหตุสมผลของ
ค าตอบ
10.แก้โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียวพร้อมทั้งตระหนักถึงความสมเหตุสมผลของค าตอบ
11.อธิบายลักษณะของรูปเรขาคณิตสามมิติจากภาพที่ก าหนดให้
12.ระบุภาพสองมิติที่ได้จากการมองด้านหน้า (front view) ด้านข้าง (side view) หรือด้านบน (top
view) ของรูปเรขาคณิตสามมิติที่ก าหนดให้
13.วาดหรือประดิษฐ์รูปเรขาคณิตสามมิติที่ประกอบขึ้นจากลูกบาศก์เมื่อก าหนดภาพสองมิติที่ได้จากการ
มองด้านหน้า ด้านข้าง และด้านบนให้
14. ใช้วิธีการที่หลากหลายแก้ปัญหา
15. ใช้ความรู้ ทักษะและกระบวนการทาง คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยีในการแก้ปัญหา
ในสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม
16. ให้เหตุผลประกอบการตัดสินใจ และสรุปผลได้อย่างเหมาะสม
17. ใช้ภาษาและสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ในการสื่อสาร การสื่อความหมาย และการ
น าเสนอได้อย่างถูกต้อง และชัดเจน
18. เชื่อมโยงความรู้ต่าง ๆ ในคณิตศาสตร์ และน าความรู้ หลักการ กระบวนการทาง
คณิตศาสตร์ไปเชื่อมโยงกับศาสตร์อื่น ๆ
19. มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์หลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
66
รายวิชา ค22101 คณิตศาสตร์พื้นฐาน 3
3 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.5 หนวยกิต
—————————————————————————————————————————-
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษา ฝึกทักษะ/กระบวนการในสาระต่อไปนี้
อัตราส่วนและร้อยละ อัตราส่วน อัตราส่วนที่เท่ากัน อัตราส่วนของจ านวนหลาย ๆ จ านวน สัดส่วน
ร้อยละ การประยุกต์ของอัตราส่วนและร้อยละ แผนภูมิรูปวงกลม
การวัด ความเป็นมาของการวัด การวัดความยาว การเปรียบเทียบหน่วยการวัดระบบต่างๆการ
คาดคะเนเกี่ยวกับการวัด การหาพื้นที่รูปเรขาคณิต (รูปสามเหลี่ยมรูปสี่เหลี่ยม รูปวงกลม และรูปหลายเหลี่ยม)
การหาปริมาตรและน้ าหนัก การวัดเวลา
ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับจ านวนจริง จ านวนตรรกยะ เศษส่วนและทศนิยมซ้ า จ านวนอตรรกยะ รากที่
สอง รากที่สาม การบวก การลบ การคูณ การหารจ านวนในรูป a เมื่อ a  0 รากที่ n การหารากที่สอง
ของนิพจน์ที่อยู่ในรูป x  2 y
โดยใช้กระบวนการทางคณิตศาสตร์การสืบเสาะหาความรู้ การส ารวจ การตรวจสอบ การสืบค้นข้อมูล
และการอภิปราย การวัดผลประเมินผลตามสภาพจริงที่หลากหลาย ครอบคลุม ทั้งด้านความรู้ ทักษะ
กระบวนการแก้ปัญหา โดยอิงมาตรฐานการเรียนรู้ และคุณลักษณะที่พึงประสงค์
เพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ มีความสามารถในการคิด ความสามารถวิเคราะห์ปัญหาหรือสถานการณ์
ต่างๆ ได้อย่างเหมาะสม สร้างสรรค์ มีความสามารถในการตัดสินใจ เห็นคุณค่าของ การน าความรู้ไปใช้ประโยชน์
ในชีวิตประจ าวัน และเป็นเครื่องมือในการศึกษาทางด้านคณิตศาสตร์ และศาสตร์อื่น ๆ มีคุณธรรม จริยธรรม
และค่านิยมที่เหมาะสม มีจิตสาธารณะ สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข
การวัดและประเมินผล ใช้วิธีการที่หลากหลายตามสภาพความเป็นจริงให้สอดคล้องกับเนื้อหาและ
ทักษะที่ต้องการวัด
ตัวชี้วัด
1. ใช้ความรู้เกี่ยวกับอัตราส่วน สัดส่วน และร้อยละในการแก้โจทย์ปัญหา
2. อ่านและน าเสนอข้อมูลโดยใช้แผนภูมิรูปวงกลม
3. เปรียบเทียบหน่วยความยาว หน่วยพื้นที่ ในระบบเดียวกัน และต่างระบบ และเลือกใช้หน่วยการวัด
ได้อย่างเหมาะสม
4. คาดคะเน เวลา ระยะทาง พื้นที่ ปริมาตรและน้ าหนักได้อย่างใกล้เคียง และอธิบายวิธีการที่ใช้
5. ใช้การคาดคะเนเกี่ยวกับการวัดในสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม
6. ใช้ความรู้เกี่ยวกับความยาวและพื้นที่แก้ปัญหาในสถานการณ์ต่าง ๆ
7. บอกความเกี่ยวข้องของจ านวนจริง จ านวนตรรกยะ และจ านวนอตรรกยะ
8. จ าแนกจ านวนจริงที่ก าหนดให้ และยกตัวอย่างจ านวนตรรกยะและจ านวนอตรรกยะ
9. เขียนเศษส่วนในรูปทศนิยมและเขียนทศนิยมซ้ าในรูปเศษส่วน
10.อธิบายและระบุรากที่สองและรากที่สามของจ านวนจริงหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
67
11.หารากที่สองและรากที่สามของจ านวนเต็มโดยการแยกตัวประกอบและน าไปใช้ในการแก้ปัญหาพร้อม
ทั้งตระหนักถึงความสมเหตุสมผลของค าตอบ
12.อธิบายผลที่เกิดขึ้นจากการหารากที่สอง รากที่สามของจ านวนเต็ม เศษส่วน และทศนิยม
บอกความสัมพันธ์ของการยกก าลังกับการหารากของจ านวนจริง
13.หาค่าประมาณของรากที่สอง และรากที่สามของจ านวนจริง และน าไปใช้ในการแก้ปัญหา พร้อมทั้ง
ตระหนักถึงความสมเหตุสมผลของค าตอบ
14.ใช้วิธีการที่หลากหลายแก้ปัญหา
15.ใช้ความรู้ ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ และเทคโนโลยีในการแก้ปัญหาในสถานการณ์
ต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม
16.ให้เหตุผลประกอบการตัดสินใจ และสรุปผลได้อย่างเหมาะสม
17.ใช้ภาษาและสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ในการสื่อสาร การสื่อความหมาย และการน าเสนอได้อย่าง
ถูกต้อง และชัดเจน
18.เชื่อมโยงความรู้ต่าง ๆ ในคณิตศาสตร์ และน าความรู้ หลักการ กระบวนการทางคณิตศาสตร์ไป
เชื่อมโยง กับศาสตร์อื่น ๆ
19.มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์หลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
68
รายวิชา ค22102 คณิตศาสตร์พื้นฐาน 4
3 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.5 หนวยกิต
—————————————————————————————————————————-
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษา ฝึกทักษะ/กระบวนการในสาระต่อไปนี้
เส้นขนาน มุมแย้ง มุมภายใน และมุมภายนอก
ความเท่ากันทุกประการของรูปเรขาคณิต ความเท่ากันทุกประการของรูปสามเหลี่ยมที่มีความสัมพันธ์
แบบด้าน–มุม–ด้าน แบบมุม–ด้าน–มุม แบบมุม-มุม-ด้าน แบบด้าน-ด้าน-ด้าน แบบฉาก-ด้าน-ด้าน สมบัติ
ของสามเหลี่ยมหน้าจั่ว และการน าไปใช้
การแปลงทางเรขาคณิต การเลื่อนขนาน การสะท้อน การหมุน และการประยุกต์ของการแปลง
ทฤษฏีบทปีทาโกรัส บทกลับทฤษฏีบทปีทาโกรัส และการน าไปใช้
โดยใช้กระบวนการทางคณิตศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การส ารวจ การตรวจสอบ การสืบค้นข้อมูล
และการอภิปราย
เพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ มีความสามารถในการคิด ความสามารถวิเคราะห์ปัญหาหรือสถานการณ์
ต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม สร้างสรรค์ มีความสามารถในการตัดสินใจ เห็นคุณค่าของการน าความรู้ไปใช้
ประโยชน์ในชีวิตประจ าวัน และเป็นเครื่องมือในการศึกษาทางด้านคณิตศาสตร์ และศาสตร์อื่น ๆ มีคุณธรรม
จริยธรรม และค่านิยมที่เหมาะสม มีจิตสาธารณะ สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข
การวัดและประเมินผล ใช้วิธีการที่หลากหลายตามสภาพความเป็นจริงให้สอดคล้องกับเนื้อหาและ
ทักษะที่ต้องการวัด
ตัวชี้วัด
1. ใช้สมบัติเกี่ยวกับความเท่ากันทุกประการของรูปสามเหลี่ยมและสมบัติของเส้นขนานในการให้เหตุผล
และแก้ปัญหา
2. เข้าใจเกี่ยวกับการแปลงทางเรขาคณิตในเรื่อง การเลื่อนขนาน การสะท้อน และการหมุน และน าไปใช้
3. บอกภาพที่เกิดขึ้นจากการเลื่อนขนาน การสะท้อนและการหมุนรูปต้นแบบ และอธิบายวิธีการที่จะได้
ภาพที่ปรากฏเมื่อก าหนดรูปต้นแบบและภาพนั้นให้
4. หาพิกัดของจุด และอธิบายลักษณะของรูปเรขาคณิตที่เกิดขึ้นจากการเลื่อนขนาน การสะท้อน และการ
หมุนบนระนาบในระบบพิกัดฉาก
5. ใช้ทฤษฎีบทพีทาโกรัสและบทกลับในการให้เหตุผลและแก้ปัญหา
6. ใช้วิธีการที่หลากหลายแก้ปัญหา
7. ใช้ความรู้ ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ และเทคโนโลยีในการแก้ปัญหาในสถานการณ์
ต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม
8. ให้เหตุผลประกอบการตัดสินใจ และสรุปผลได้อย่างเหมาะสม
9. ใช้ภาษาและสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ในการสื่อสาร การสื่อความหมาย และการน าเสนอ ได้อย่าง
ถูกต้อง และชัดเจนหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
69
10.เชื่อมโยงความรู้ต่าง ๆ ในคณิตศาสตร์ และน าความรู้ หลักการ กระบวนการทางคณิตศาสตร์ไปเชื่อมโยง
กับศาสตร์อื่น ๆ
11.มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์หลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
70
รายวิชา ค23101 คณิตศาสตร์พื้นฐาน 5
3 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.5 หนวยกิต
—————————————————————————————————————————-
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษา ฝึกทักษะ/กระบวนการในสาระต่อไปนี้
พื้นที่ผิวและปริมาตรของรูปเรขาคณิตสามมิติ การหาพื้นที่ผิวและปริมาตรของรูปเรขาคณิตสามมิติ
ได้แก่ ปริซึม ทรงกระบอก พีระมิด กรวย ทรงกลม พีระมิดยอดตัด กรวยยอดตัด ความหนาแน่น และการ
แก้ปัญหาหรือสถานการณ์โดยใช้ความรู้เกี่ยวกับปริมาตรและพื้นที่ผิว
กราฟ กราฟแสดงความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณที่มีความสัมพันธ์เชิงเส้น กราฟของสมการเชิงเส้นสอง
ตัวแปร กราฟกับการน าไปใช้
ระบบสมการเชิงเส้น ระบบสมการเชิงเส้นสองตัวแปร การแก้ระบบสมการเชิงเส้นสองตัวแปรและ
กราฟ โจทย์สมการเชิงเส้นสองตัวแปร
ความคล้าย รูปเรขาคณิตที่คล้ายกัน รูปสามเหลี่ยมที่คล้ายกัน และการน าไปใช้
อัตราส่วนตรีโกณมิติ อตราส่วนตรีโกณมิติของค่าไซน์ โคไซน์ แทนเจนต์ บทกลับของมุมที่มีขนาดตั้งแต่
0
o
– 360
o
และการน าไปใช้ การหาพื้นที่ของ sector secment
โดยใช้กระบวนการทางคณิตศาสตร์ การจัดประสบการณ์ หรือสร้างสถานการณ์ที่ใกล้ตัวให้ผู้เรียนได้
ศึกษา ค้นคว้า ปฏิบัติจริง ทดลอง อภิปราย และสรุปผล
เพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ มีความสามารถในการคิด ความสามารถในการวิเคราะห์ปัญหา หรือ
สถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม สร้างสรรค์ มีความสามารถในการตัดสินใจ เห็นคุณค่าของการน าความรู้ไป
ใช้ประโยชน์ในชีวิตประจ าวัน และเป็นเครื่องมือในการศึกษาทางด้านคณิตศาสตร์และศาสตร์อื่น ๆ มีคุณธรรม
จริยธรรม และค่านิยมที่เหมาะสม มีจิตสาธารณะ สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข
การวัดและประเมินผล ใช้วิธีการที่หลากหลายตามสภาพความเป็นจริงให้สอดคล้องกับเนื้อหาและ
ทักษะที่ต้องการวัด
ตัวชี้วัด
1. อธิบายลักษณะและสมบัติของปริซึม พีระมิด ทรงกระบอก กรวย และทรงกลม
2. หาพื้นที่ผิวของปริซึมและทรงกระบอก
3. เปรียบเทียบหน่วยความจุ หรือหน่วยปริมาตร ในระบบเดียวกันหรือต่างระบบและเลือกใช้หน่วยการ
วัดได้อย่างเหมาะสม
4. หาปริมาตรของปริซึม ทรงกระบอก พีระมิด กรวย และทรงกลม
5. ใช้ความรู้เกี่ยวกับพื้นที่ พื้นที่ผิว และปริมาตรในการแก้ปัญหาในสถานการณ์ต่าง ๆ
6. ใช้การคาดคะเนเกี่ยวกับการวัดในสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม
7. เขียนกราฟแสดงความเกี่ยวข้องระหว่างปริมาณสองชุดที่มีความสัมพันธ์เชิงเส้น
8. เขียนกราฟของสมการเชิงเส้นสองตัวแปร
9. อ่านและแปลความหมายกราฟของระบบสมการเชิงเส้นสองตัวแปรและกราฟอื่น ๆหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
71
10.แก้ระบบสมการเชิงเส้นสองตัวแปรและน าไปใช้แก้ปัญหาพร้อมทั้งตระหนักถึงความสมเหตุสมผลของ
ค าตอบ
11.ใช้สมบัติของรูปสามเหลี่ยมคล้ายในการให้เหตุผลและการแก้ปัญหา
12.แก้ปัญหาเกี่ยวกับระยะทาง ความสูง โดยใช้อัตราส่วนตรีโกณมิติ
13.ใช้วิธีการที่หลากหลายแก้ปัญหา
14.ใช้ความรู้ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์และเทคโนโลยีในการแก้ปัญหาในสถานการณ์ต่างๆได้
อย่างเหมาะสม
15.ให้เหตุผลประกอบการตัดสินใจและสรุปผลได้อย่างเหมาะสม
16.ใช้ภาษาและสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ในการสื่อสาร การสื่อความหมาย และการน าเสนอได้อย่าง
ถูกต้องและชัดเจน
17.เชื่อมโยงความรู้ต่างๆในคณิตศาสตร์และน าความรู้หลักการกระบวนการทางคณิตศาสตร์ไปเชื่อมโยงกับ
ศาสตร์อื่น ๆ
18.มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์หลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
72
รายวิชา ค23102 คณิตศาสตร์พื้นฐาน 6
3 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.5 หนวยกิต
—————————————————————————————————————————-
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษา ฝึกทักษะ/กระบวนการในสาระต่อไปนี้
อสมการ อสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว ช่วงและเซตค าตอบของอสมการ การแก้อสมการเชิงเส้น ตัว
แปรเดียว โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับอสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว
ความน่าจะเป็น การทดลองสุ่มและเหตุการณ์ ความน่าจะเป็นของเหตุการณ์ ความน่าจะเป็นกับการ
ตัดสินใจ
สถิติ ความหมายของสถิติ ข้อมูลและการน าเสนอข้อมูล ค่ากลางของข้อมูล การกระจายของข้อมูลเส้น
โค้งปกติ การใช้ความรู้เกี่ยวกับสถิติและความน่าจะเป็นประกอบการตัดสินใจ
ทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ กิจกรรมพัฒนาทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์
โดยใช้กระบวนการทางคณิตศาสตร์ การจัดประสบการณ์ หรือสร้างสถานการณ์ที่ใกล้ตัวให้ผู้เรียนได้
ศึกษา ค้นคว้า ปฏิบัติจริง ทดลอง อภิปราย และสรุปผล วัดและประเมินผลตามสภาพจริง ด้วยวิธีการที่
หลากหลาย ครอบคลุมทั้งด้านความรู้ ทักษะกระบวนการแก้ปัญหา โดยอิงมาตรฐานการเรียนรู้และคุณลักษณะ
อันพึงประสงค์
เพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ มีความสามารถในการคิด ความสามารถในการวิเคราะห์ปัญหาหรือ
สถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม สร้างสรรค์ มีความสามารถในการตัดสินใจ เห็นคุณค่าของการน าความรู้
ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจ าวัน และเป็นเครื่องมือในการศึกษาทางด้านคณิตศาสตร์และศาสตร์อื่น ๆ มี
คุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่เหมาะสม มีจิตสาธารณะ สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข
การวัดและประเมินผล ใช้วิธีการที่หลากหลายตามสภาพความเป็นจริงให้สอดคล้องกับเนื้อหาและ
ทักษะที่ต้องการวัด
ตัวชี้วัด
1. ใช้ความรู้เกี่ยวกับอสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียวในการแก้ปัญหา พร้อมทั้งตระหนักถึงความสมเหตุสมผล
ของค าตอบ
2. อธิบายได้ว่าเหตุการณ์ที่ก าหนดให้เหตุการณ์ใดจะมีโอกาสเกิดขึ้นได้มากกว่ากัน
3. อธิบายได้ว่าเหตุการณ์ที่ก าหนดให้เหตุการณ์ใดจะเกิดขึ้นแน่นอน เหตุการณ์ใดไม่เกิดขึ้นแน่นอน และ
เหตุการณ์ใดมีโอกาสเกิดขึ้นได้มากกว่ากัน
4. หาความน่าจะเป็นของเหตุการณ์จากการทดลองสุ่มที่ผลแต่ละตัวมีโอกาสเกิดขึ้นเท่า ๆ กันและใช้
ความรู้เกี่ยวกับความน่าจะเป็นในการคาดการณ์ได้อย่างสมเหตุสมผล
5. ก าหนดประเด็น และเขียนข้อค าถามเกี่ยวกับปัญหาหรือสถานการณ์ต่าง ๆ รวมทั้งก าหนดวิธีการศึกษา
และการเก็บรวบรวมข้อมูลที่เหมาะสม
6. น าเสนอข้อมูลในรูปแบบที่เหมาะสม
7. อ่าน แปลความหมาย และวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากการน าเสนอหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
73
8. หาค่าเฉลี่ยเลขคณิต มัธยฐาน และฐานนิยมของข้อมูลที่ไม่ได้แจกแจงความถี่ และเลือกใช้ได้อย่าง
เหมาะสม
9. ใช้ความรู้เกี่ยวกับสถิติและความน่าจะเป็นประกอบการตัดสินใจในสถานการณ์ต่าง ๆ
10.อภิปรายถึงความคลาดเคลื่อนที่อาจเกิดขึ้นได้จากการน าเสนอข้อมูลทางสถิติ
11.ใช้วิธีการที่หลากหลายแก้ปัญหา
12.ใช้ความรู้ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์และเทคโนโลยีในการแก้ปัญหาในสถานการณ์
ต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม
13.ให้เหตุผลประกอบการตัดสินใจและสรุปผลได้อย่างเหมาะสม
14.ใช้ภาษาและสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ในการสื่อสาร การสื่อความหมาย และการน าเสนอได้อย่าง
ถูกต้องและชัดเจน
15.เชื่อมโยงความรู้ต่าง ๆ ในคณิตศาสตร์และน าความรู้หลักการกระบวนการทางคณิตศาสตร์ไปเชื่อมโยง
กับศาสตร์อื่น ๆ
16.มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์หลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
74
มาตราฐานการเรียนรู้
กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาตร์
1. เข้าใจหน่วยพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต ความสัมพันธ์ของโครงสร้าง และหน้าที่ของระบบต่าง ๆ ของสิ่งมีชีวิต
ที่ท างานสัมพันธ์กัน มีกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และน าความรู้ไปใช้ในการ
ด ารงชีวิตของตนเองและดูแลสิ่งมีชีวิต
2. เข้าใจกระบวนการและความส าคัญของการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม วิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต
ความหลากหลายทางชีวภาพ การใช้เทคโนโลยีชีวภาพที่มีผลกระทบต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม มี
กระบวนการสืบเสาะหาความรู้และจิตวิทยาศาสตร์ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และน าความรู้ไปใช้ประโยชน์
3. เข้าใจสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่น ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งแวดล้อมกับสิ่งมีชีวิต ความสัมพันธ์ระหว่าง
สิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ในระบบนิเวศ มีกระบวนการสืบเสาะหาความรู้และจิตวิทยาศาสตร์ สื่อสารสิ่งที่
เรียนรู้และน าความรู้ไปใช้ประโยชน์
4. เข้าใจความส าคัญของทรัพยากรธรรมชาติ การใช้ทรัพยากรธรรมชาติในระดับท้องถิ่น ประเทศและ
โลกน าความรู้ไปใช้ในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่นอย่างยั่งยืน
5. เข้าใจสมบัติของสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติของสารกับโครงสร้างและแรงยึดเหนี่ยวระหว่าง
อนุภาค มีกระบวนการสืบเสาะหาความรู้และจิตวิทยาศาสตร์ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้ น าความรู้ไปใช้
ประโยชน์
6. เข้าใจหลักการและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงสถานะของสาร การเกิดสารละลาย การเกิดปฏิกิริยา มี
กระบวนการสืบเสาะหาความรู้และจิตวิทยาศาสตร์ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และน าความรู้ไปใช้ประโยชน์
7. เข้าใจธรรมชาติของแรงแม่เหล็กไฟฟ้า แรงโน้มถ่วงและแรงนิวเคลียร์ มีกระบวนการสืบเสาะหา
ความรู้ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และน าความรู้ไปใช้ประโยชน์อย่างถูกต้องและมีคุณธรรม
8. เข้าใจลักษณะการเคลื่อนที่แบบต่าง ๆ ของวัตถุในธรรมชาติ มีกระบวนการสืบเสาะหาความรู้และ
จิตวิทยาศาสตร์ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และน าความรู้ไปใช้ประโยชน์
9. เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างพลังงานกับการด ารงชีวิต การเปลี่ยนรูปพลังงาน ปฏิสัมพันธ์ระหว่างสาร
และพลังงาน ผลของการใช้พลังงานต่อชีวิตและสิ่งแวดล้อม มีกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ สื่อสาร
สิ่งที่เรียนรู้และน าความรู้ไปใช้ประโยชน์
10.เข้าใจกระบวนการต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นบนผิวโลกและภายในโลก ความสัมพันธ์ของกระบวนการต่าง ๆ ที่มีผล
ต่อการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ ภูมิประเทศและสัณฐานของโลก มีกระบวนการสืบเสาะหาความรู้และ
จิตวิทยาศาสตร์ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และน าความรู้ไปใช้ประโยชน์
11.เข้าใจวิวัฒนาการของระบบสุริยะ กาแล็กซีและเอกภพ การปฏิสัมพันธ์ภายในระบบสุริยะและผลต่อ
สิ่งมีชีวิตบนโลก มีกระบวนการสืบเสาะหาความรู้และจิตวิทยาศาสตร์ การสื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และน า
ความรู้ไปใช้ประโยชน์
12.เข้าใจความส าคัญของเทคโนโลยีอวกาศที่น ามาใช้ในการส ารวจอวกาศและทรัพยากรธรรมชาติ ด้าน
การเกษตรและการสื่อสาร มีกระบวนการสืบเสาะหาความรู้และจิตวิทยาศาสตร์ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้
และน าความรู้ไปใช้ประโยชน์อย่างมีคุณธรรมต่อชีวิตและสิ่งแวดล้อมหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
75
13.ใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์และจิตวิทยาศาสตร์ในการสืบเสาะหาความรู้ การแก้ปัญหา รู้ว่า
ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่มีรูปแบบที่แน่นอน สามารถอธิบายและตรวจสอบได้
ภายใต้ข้อมูลและเครื่องมือที่มีอยู่ในช่วงเวลานั้น ๆ เข้าใจว่า วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีสังคมและ
สิ่งแวดล้อมมีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กันหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
76
ชื่อรายวิชาและหน่วยกิต
กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาตร์
รายวิชาพื้นฐาน
1. ว21101 วิทยาศาสตร์ 1 3 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.5 หน่วยกิต
SCI21101 Science 1
2. ว21102 วิทยาศาสตร์ 2 3 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.5 หน่วยกิต
SCI21102 Science 2
3. ว22101 วิทยาศาสตร์ 3 3 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.5 หน่วยกิต
SCI22101 Science 3
4. ว22102 วิทยาศาสตร์ 4 3 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.5 หน่วยกิต
SCI22102 Science 4
5. ว23101 วิทยาศาสตร์ 5 3 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.5 หน่วยกิต
SCI23101 Science 5
6. ว23102 วิทยาศาสตร์ 6 3 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.5 หน่วยกิต
SCI23102 Science 6หลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
77
รายวิชา ว21101 วิทยาศาสตร์ 1
3 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.5 หนวยกิต
—————————————————————————————————————————-
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษาวิเคราะห์เซลล์ของสิ่งมีชีวิตและหน้าที่ส่วนประกอบของเซลล์พืช และเซลล์สัตว์ กระบวนการสาร
ผ่านเซลล์และออสโมซิส ปัจจัยบางประการที่จ าเป็นต่อการสังเคราะห์ด้วยแสงของพืช แสง คลอโรฟีลล์ แก๊ส
คาร์บอนไดออกไซด์น้ า ปัจจัยที่จ าเป็นต้องใช้ในการสังเคราะห์ด้วยแสง ผลที่ได้จากการการสังเคราะห์ด้วยแสง
ของพืชต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม กลุ่มเซลล์ที่เกี่ยวข้องกับการล าเลียงน้ าของพืช โครงสร้างที่เกี่ยวกับระบบ
การล าเลียงน้ าและอาหารของพืช โครงสร้างของดอกที่เกี่ยวข้องกับการสืบพันธุ์ของพืช การสืบพันธุ์แบบอาศัย
เพศของพืชดอก และการสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศของพืช โดยใช้ส่วนต่าง ๆ ของพืช เพื่อช่วยในการขยายพันธุ์
การตอบสนองของพืชต่อแสง น้ าและการสัมผัส หลักการและผลของการใช้เทคโนโลยีชีวภาพ ในการขยายพันธุ์
ปรับปรุงพันธุ์ เพิ่มผลผลิตของพืช และน าความรู้ไปใช้ประโยชน์ จ าแนกสารเป็นกลุ่มโดยใช้เนื้อสารหรือขนาด
ของอนุภาคเป็นเกณฑ์ สมบัติของสารในแต่ละกลุ่ม สมบัติและการเปลี่ยนสถานะของสาร โดยใช้แบบจ าลอง
การจัดเรียงอนุภาคของสาร สมบัติความเป็นกรด-เบส ของสารละลาย ตรวจสอบค่า pH ของสารละลายและน า
ความรู้ไปใช้ประโยชน์ วิธีเตรียมสารละลายที่มีความเข้มข้นเป็นร้อยละ และการน าไปใช้ประโยชน์ การ
เปลี่ยนแปลงสมบัติ มวลและพลังงานของสาร เมื่อสารเปลี่ยนสถานะและเกิดการละลาย ปัจจัยที่มีผลต่อการ
เปลี่ยนแปลงสถานะและการละลายของสาร
โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การส ารวจและตรวจสอบ การสืบค้น
ข้อมูลและอภิปราย เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถสื่อสารสิ่งที่เรียน มีความสามารถในการ
ตัดสินใจ เห็นคุณค่าของการน าความรู้ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจ าวัน มีจิตวิทยาศาสตร์ ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นใน
การท างาน
ตัวชี้วัด
1. สังเกตและอธิบายรูปร่าง ลักษณะของเซลล์ของสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวและเซลล์ของสิ่งมีชีวิตหลายเซลล์
2. สังเกตและเปรียบเทียบส่วนประกอบส าคัญของเซลล์พืชและเซลล์สัตว์
3. ทดลองและอธิบายหน้าที่ของส่วนประกอบที่ส าคัญของเซลล์พืชและเซลล์สัตว์
4. ทดลองและอธิบายกระบวนการสารผ่านเซลล์ โดยการแพร่และออสโมซิส
5. ทดลองหาปัจจัยบางประการที่จ าเป็นต่อการสังเคราะห์ด้วยแสงของพืช และอธิบายว่าแสง คลอโรฟิลล์
แก๊ส คาร์บอนไดออกไซด์ น้ า เป็นปัจจัยที่จ าเป็น ต้องใช้ในการสังเคราะห์ด้วยแสง
6. ทดลองและอธิบายผลที่ได้จากการสังเคราะห์ด้วยแสงของพืช
7. อธิบายความส าคัญของกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงของพืชต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม
8. ทดลองและอธิบายกลุ่มเซลล์ที่เกี่ยวข้องกับการล าเลียงน้ าของพืช
9. สังเกตและอธิบายโครงสร้างที่เกี่ยวกับระบบล าเลียงน้ าและอาหารของพืช
10.ทดลองและอธิบายโครงสร้างของดอกที่เกี่ยวข้องกับการสืบพันธุ์ของพืช โครงสร้างที่เกี่ยวกับระบบล าเลียง
น้ าและอาหารของพืช หลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
78
11.อธิบายกระบวนการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศของพืชดอกและการสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศของพืช โดยใช้
ส่วนต่าง ๆ ของพืชเพื่อช่วยในการขยายพันธุ์
12.ทดลองและอธิบายการตอบสนองของพืชต่อแสง น้ า และการสัมผัส
13.อธิบายหลักการและผลของการใช้เทคโนโลยีชีวภาพในการขยายพันธุ์ ปรับปรุงพันธุ์ เพิ่มผลผลิตของพืช
และน าความรู้ไปใช้ประโยชน์
14.ทดลองและจ าแนกสารเป็นกลุ่มโดยใช้เนื้อสารหรือขนาดอนุภาคเป็นเกณฑ์ และอธิบายสมบัติของสาร
ในแต่ละกลุ่ม
15.อธิบายสมบัติและการเปลี่ยนสถานะของสาร โดยใช้แบบจ าลองการจัดเรียงอนุภาคของสาร
16.ทดลองและอธิบายสมบัติความเป็นกรด เบส ของสารละลาย
17.ตรวจสอบค่า pH ของสารละลายและน าความรู้ไปใช้ประโยชน์
18.ทดลองและอธิบายวิธีเตรียมสารละลายที่มีความเข้มข้นเป็นร้อยละ และอภิปรายการน าความรู้เกี่ยวกับ
สารละลายไปใช้ประโยชน์
19.ทดลองและอธิบายการเปลี่ยนแปลงสมบัติ มวลและพลังงานของสาร เมื่อสารเปลี่ยนสถานะและเกิดการ
ละลาย
20.ทดลองและอธิบายปัจจัยที่มีผลต่อการเปลี่ยนสถานะ และการละลายของสาร
21.ตั้งค าถามที่ก าหนดประเด็นหรือตัวแปรที่ส าคัญในการส ารวจตรวจสอบ หรือศึกษาค้นคว้าเรื่องที่สนใจ
ได้อย่างครอบคลุมและเชื่อถือได้
22.สร้างสมมติฐานที่สามารถตรวจสอบได้และวางแผนการส ารวจตรวจสอบหลาย ๆ วิธี
23. เลือกเทคนิควิธีการส ารวจตรวจสอบทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพที่ได้ผลเที่ยงตรงและปลอดภัยโดยใช้
วัสดุและเครื่องมือที่เหมาะสม
24.รวบรวมข้อมูล จัดกระท าข้อมูลเชิงปริมาณและคุณภาพ
25.วิเคราะห์และประเมินความสอดคล้องของประจักษ์พยานกับข้อสรุป ทั้งที่สนับสนุนหรือขัดแย้งกับ
สมมติฐาน และความผิดปกติของข้อมูลจากการส ารวจตรวจสอบ
26.สร้างแบบจ าลอง หรือรูปแบบ ที่อธิบายผลหรือแสดงผลของการส ารวจตรวจสอบ
27.สร้างค าถามที่น าไปสู่การส ารวจตรวจสอบ ในเรื่องที่เกี่ยวข้อง และน าความรู้ที่ได้ไปใช้ในสถานการณ์
ใหม่หรืออธิบายเกี่ยวกับแนวคิด กระบวนการ และผลของโครงงานหรือชิ้นงานให้ผู้อื่นเข้าใจ
28.บันทึกและอธิบายผลการสังเกต การส ารวจ ตรวจสอบ ค้นคว้าเพิ่มเติมจากแหล่งความรู้ต่าง ๆ ให้ได้
ข้อมูลที่เชื่อถือได้ และยอมรับการเปลี่ยนแปลงความรู้ที่ค้นพบเมื่อมีข้อมูลและประจักษ์พยานใหม่
เพิ่มขึ้นหรือโต้แย้งจากเดิม
29. จัดแสดงผลงาน เขียนรายงาน และ/หรืออธิบายเกี่ยวกับแนวคิด กระบวนการ และผลของโครงงาน
หรือชิ้นงานให้ผู้อื่นเข้าใจ หลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
79
รายวิชา ว21102 วิทยาศาสตร์ 2
3 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.5 หนวยกิต
—————————————————————————————————————————-
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษาวิเคราะห์และอธิบายปริมาณสเกลาร์ และเวกเตอร์ ระยะทาง การกระจัด อัตราเร็ว ความเร็ว การ
เคลื่อนที่ของวัตถุ อุณหภูมิ การถ่ายโอนความร้อนและน าความรู้ไปใช้ประโยชน์ การดูดกลืนและการคายความ
ร้อน การแผ่รังสี สมดุลความร้อนและผลของความร้อนต่อการขยายตัวของสาร องค์ประกอบ และการแบ่งชั้น
บรรยากาศ ความสัมพันธ์ระหว่างอุณหภูมิ ความชื้นและความกดอากาศ ปรากฏการณ์ทางลมฟ้าอากาศ การ
แปลความหมายจากการพยากรณ์อากาศ ผลของลมฟ้าอากาศต่อการด ารงชีวิตของสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม
ปัจจัยทางธรรมชาติและการกระท าของมนุษย์มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของโลก รูโหว่ โอโซนและฝนกรด
ผลของภาวะโลกร้อนที่มีต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม
โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้การส ารวจและตรวจสอบ การสืบค้นข้อมูล
และอภิปรายเพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถสื่อสารสิ่งที่เรียน มีความสามารถในการตัดสินใจ
เห็นคุณค่าของการน าความรู้ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจ าวัน มีจิตวิทยาศาสตร์ ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการท างาน
ตัวชี้วัด
1. สืบค้นข้อมูล และอธิบายปริมาณสเกลาร์ ปริมาณเวกเตอร์
2. ทดลองและอธิบายระยะทาง การกระจัด อัตราเร็วและความเร็ว ในการเคลื่อนที่ของวัตถุ
3. ทดลองและอธิบายอุณหภูมิและการวัดอุณหภูมิ
4. สังเกตและอธิบายการถ่ายโอนความร้อน และน าความรู้ไปใช้ประโยชน์
5. อธิบายการดูดกลืน การคายความร้อน โดยการแผ่รังสีและน าความรู้ไปใช้ประโยชน์
6. อธิบายสมดุลความร้อนและผลของความร้อนต่อการขยายตัวของสาร และน าความรู้ไปใช้ใน
ชีวิตประจ าวัน
7. สืบค้นและอธิบายองค์ประกอบและการแบ่งชั้นบรรยากาศที่ปกคลุมผิวโลก
8. ทดลองและอธิบายความสัมพันธ์ระหว่าง อุณหภูมิ ความชื้นและความกดอากาศที่มีผลต่อปรากฏการณ์
ทางลมฟ้าอากาศ
9. สังเกต วิเคราะห์และ อภิปรายการเกิดปรากฏการณ์ทางลมฟ้าอากาศที่มีผลต่อมนุษย์
10. สืบค้น วิเคราะห์ และแปลความหมายข้อมูลจากการพยากรณ์อากาศ
11. สืบค้น วิเคราะห์ และอธิบายผลของลมฟ้าอากาศต่อการด ารงชีวิตของสิ่งมีชีวิต และสิ่งแวดล้อม
12. สืบค้น วิเคราะห์ และอธิบายปัจจัยทางธรรมชาติและการกระท าของมนุษย์ที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลง
อุณหภูมิของโลก รูโหว่โอโซนและฝนกรด
13. สืบค้น วิเคราะห์และอธิบายผลของภาวะโลกร้อน รูโหว่โอโซนและฝนกรดที่มีต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม
14. ตั้งค าถามที่ก าหนดประเด็นหรือตัวแปรที่ส าคัญในการส ารวจตรวจสอบ หรือศึกษาค้นคว้าเรื่องที่สนใจ
ได้อย่างครอบคลุมและเชื่อถือได้
15. สร้างสมมติฐานที่สามารถตรวจสอบได้และวางแผนการส ารวจตรวจสอบหลาย ๆ วิธีหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
80
16. เลือกเทคนิควิธีการส ารวจตรวจสอบทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพที่ได้ผลเที่ยงตรงและปลอดภัยโดยใช้
วัสดุและเครื่องมือที่เหมาะสม
17. รวบรวมข้อมูล จัดกระท าข้อมูลเชิงปริมาณและคุณภาพ
18. วิเคราะห์และประเมินความสอดคล้องของประจักษ์พยานกับข้อสรุป ทั้งที่สนับสนุนหรือขัดแย้งกับ
สมมติฐาน และความผิดปกติของข้อมูลจากการส ารวจตรวจสอบ
19. สร้างแบบจ าลอง หรือรูปแบบ ที่อธิบายผลหรือแสดงผลของการส ารวจตรวจสอบ
20. สร้างค าถามที่น าไปสู่การส ารวจตรวจสอบในเรื่องที่เกี่ยวข้อง และน าความรู้ที่ได้ไปใช้ในสถานการณ์ใหม่
หรืออธิบายเกี่ยวกับแนวคิด กระบวนการ และผลของโครงงานหรือชิ้นงานให้ผู้อื่นเข้าใจ
21. บันทึกและอธิบายผลการสังเกต การส ารวจ ตรวจสอบ ค้นคว้าเพิ่มเติมจากแหล่งความรู้ต่าง ๆ ให้ได้
ข้อมูลที่เชื่อถือได้ และยอมรับการเปลี่ยนแปลงความรู้ที่ค้นพบเมื่อมีข้อมูลและประจักษิ์พยานใหม่
เพิ่มขึ้นหรือโต้แย้งจากเดิม
22. จัดแสดงผลงาน เขียนรายงาน และ/หรืออธิบายเกี่ยวกับแนวคิด กระบวนการ และผลของโครงงานหรือ
ชิ้นงานให้ผู้อื่นเข้าใจ หลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
81
รายวิชา ว22101 วิทยาศาสตร์ 3
3 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.5 หนวยกิต
—————————————————————————————————————————-
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษาโครงสร้างและการท างานของระบบ ย่อยอาหาร ระบบหมุนเวียนเลือด ระบบหายใจ ระบบ
ขับถ่าย ระบบสืบพันธุ์ของมนุษย์และสัตว์ รวมทั้งระบบประสาทของมนุษย์ ความสัมพันธ์ของระบบต่าง ๆ ของ
มนุษย์ พฤติกรรมของมนุษย์และสัตว์ที่ตอบสนองต่อสิ่งเร้าภายนอกและภายใน หลักการและผลของการใช้
เทคโนโลยีชีวภาพในการขยายพันธุ์ ปรับปรุงพันธุ์ และเพิ่มผลผลิตของสัตว์ สารอาหารในอาหารมีปริมาณ
พลังงานและสัดส่วนที่เหมาะสมกับเพศและวัย สารเสพติดต่อระบบต่าง ๆ ของร่างกาย และแนวทางในการ
ป้องกันตนเองจากสารเสพติด การหาแรงลัพธ์ของแรงหลายแรงในระนาบเดียวกันที่กระท าต่อวัตถุ แรงลัพธ์ที่
กระท าต่อวัตถุที่หยุดนิ่งหรือวัตถุเคลื่อนที่ด้วยความเร็วคงตัว
โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การส ารวจและตรวจสอบ การสืบค้นข้อมูล
และอภิปราย เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู้ มีความสามารถในการ
ตัดสินใจ เห็นคุณค่าของการน าความรู้ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจ าวัน มีจิตวิทยาศาสตร์ ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการ
ท างาน
ตัวชี้วัด
1. อธิบายโครงสร้างและการท างานของระบบย่อยอาหาร ระบบหมุนเวียนเลือด ระบบหายใจ ระบบ
ขับถ่าย ระบบสืบพันธุ์ของมนุษย์และสัตว์ รวมทั้งระบบประสาทของมนุษย์
2. อธิบายความสัมพันธ์ของระบบต่าง ๆ ของมนุษย์และน าความรู้ไปใช้ประโยชน์
3. สังเกตและอธิบายพฤติกรรมของมนุษย์และสัตว์ที่ตอบสนองต่อสิ่งเร้าภายนอกและภายใน
4. อธิบายหลักการและผลของการใช้เทคโนโลยีชีวภาพในการขยายพันธุ์ ปรับปรุงพันธุ์ และเพิ่มผลผลิต
ของสัตว์และน าความรู้ไปใช้ประโยชน์
5. ทดลอง วิเคราะห์ และอธิบายสารอาหารในอาหารมีปริมาณพลังงานและสัดส่วนที่เหมาะสมกับเพศ
และวัย
6. อภิปรายผลของสารเสพติดต่อระบบต่าง ๆ ของร่างกาย และแนวทางในการป้องกันตนเองจาก
สารเสพติด
7. ทดลองและอธิบายการหาแรงลัพธ์ของแรงหลายแรงในระนาบเดียวกันที่กระท าต่อวัตถุ
8. อธิบายแรงลัพธ์ที่กระท าต่อวัตถุที่หยุดนิ่งหรือวัตถุเคลื่อนที่ด้วยความเร็วคงตัว
9. ตั้งค าถามที่ก าหนดประเด็นหรือตัวแปรที่ส าคัญในการส ารวจตรวจสอบ หรือศึกษาค้นคว้าเรื่องที่สนใจ
ได้อย่างครอบคลุมและเชื่อถือได้
10. สร้างสมมติฐานที่สามารถตรวจสอบได้และวางแผนการส ารวจตรวจสอบหลาย ๆ วิธี
11. เลือกเทคนิควิธีการส ารวจตรวจสอบทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพที่ได้ผลเที่ยงตรงและปลอดภัย
โดยใช้วัสดุและเครื่องมือที่เหมาะสม
12. รวบรวมข้อมูล จัดกระท าข้อมูลเชิงปริมาณและคุณภาพ กับสมมติฐาน และความผิดปกติของข้อมูลจาก
การส ารวจตรวจสอบ หลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
82
13. สร้างแบบจ าลองหรือรูปแบบที่อธิบายผลหรือแสดงผลของการส ารวจตรวจสอบ
14. สร้างค าถามที่น าไปสู่การส ารวจตรวจสอบ ในเรื่องที่เกี่ยวข้องและน าความรู้ที่ได้ไปใช้ในสถานการณ์ใหม่
หรืออธิบายเกี่ยวกับแนวคิด กระบวนการ และผลของโครงงานหรือชิ้นงานให้ผู้อื่นเข้าใจ
15. บันทึกและอธิบายผลการสังเกต การส ารวจ ตรวจสอบ ค้นคว้าเพิ่มเติมจากแหล่งความรู้ต่าง ๆ ให้ได้
ข้อมูลที่เชื่อถือได้ และยอมรับการเปลี่ยนแปลงความรู้ที่ค้นพบเมื่อมีข้อมูลและประจักษ์พยานใหม่
เพิ่มขึ้นหรือโต้แย้งจากเดิม
16. จัดแสดงผลงาน เขียนรายงาน และ/หรืออธิบายเกี่ยวกับแนวคิด กระบวนการ และผลของโครงงานหรือ
ชิ้นงานให้ผู้อื่นเข้าใจ หลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
83
รายวิชา ว22102 วิทยาศาสตร์4
3 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.5 หนวยกิต
—————————————————————————————————————————-
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษาองค์ประกอบ สมบัติของธาตุและสารประกอบ เปรียบเทียบสมบัติของธาตุโลหะ ธาตุอโลหะ ธาตุ
กึ่งโลหะและธาตุกัมมันตรังสีหลักการแยกสารด้วยวิธีการกรอง การตกผลึก การสกัด การกลั่น และโครมาโทก
ราฟี การเปลี่ยนแปลงสมบัติ มวล และพลังงานเมื่อสารเกิดปฏิกิริยาเคมี รวมทั้งอธิบายปัจจัยที่มีผลต่อการ
เกิดปฏิกิริยาเคมี เขียนสมการเคมีของปฏิกิริยาของสารต่าง ๆ สารเคมี ปฏิกิริยาเคมีต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม
การใช้สารเคมีอย่างถูกต้อง ปลอดภัย วิธีป้องกันและแก้ไขอันตรายที่เกิดขึ้นจากการใช้สารเคมี การสะท้อนของ
แสง การหักเหของแสง ความสว่างที่มีต่อมนุษย์และสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ การดูดกลืนแสงสี การมองเห็นสีของวัตถุ
ลักษณะของชั้นหน้าตัดดิน สมบัติของดิน และกระบวนการเกิดดิน การใช้ประโยชน์และการปรับปรุงคุณภาพ
ของดินกระบวนการเกิด และลักษณะองค์ประกอบของหิน องค์ประกอบและสมบัติของหิน เพื่อจ าแนกประเภท
ของหินลักษณะทางกายภาพของแร่ กระบวนการเกิด ลักษณะและสมบัติของปิโตรเลียม ถ่านหิน หินน้ ามัน
ลักษณะแหล่งน้ าธรรมชาติ การใช้ประโยชน์และการอนุรักษ์แหล่งน้ าในท้องถิ่น การเกิดแหล่งน้ าบนดิน แหล่งน้ า
ใต้ดิน กระบวนการผุพังอยู่กับที่ การกร่อน การพัดพา การทับถม การตกผลึกและผลของกระบวนการดังกล่าว
โครงสร้างและองค์ประกอบของโลก
โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การส ารวจและตรวจสอบ การสืบค้นข้อมูล
และอภิปราย เพื่อให้เกิดความรู้ความคิด ความเข้าใจ สามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู้ มีความสามารถในการ
ตัดสินใจ เห็นคุณค่าของการน าความรู้ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจ าวัน มีจิตวิทยาศาสตร์ ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการ
ท างาน
ตัวชี้วัด
1. ส ารวจและอธิบายองค์ประกอบ สมบัติของธาตุและสารประกอบ
2. สืบค้นข้อมูลและเปรียบเทียบสมบัติของธาตุโลหะ ธาตุอโลหะ ธาตุกึ่งโลหะและธาตุกัมมันตรังสีและน า
ความรู้ไปใช้ประโยชน์
3. ทดลองและอธิบายหลักการแยกสารด้วยวิธีการกรอง การตกผลึก การสกัด การกลั่น และ โครมาโท
กราฟฟี และน าความรู้ไปใช้ประโยชน์
4. ทดลองและอธิบายการเปลี่ยนแปลงสมบัติ มวล และพลังงานเมื่อสารเกิดปฏิกิริยาเคมี รวมทั้งอธิบาย
ปัจจัยที่มีผลต่อการเกิดปฏิกิริยาเคมี
5. ทดลอง อธิบายและเขียนสมการเคมีของปฏิกิริยาของสารต่าง ๆ และน าความรู้ไปใช้ประโยชน์
6. สืบค้นข้อมูลและอภิปรายผลของสารเคมี ปฏิกิริยาเคมีต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม
7. สืบค้นข้อมูลและอธิบายการใช้สารเคมีอย่างถูกต้อง ปลอดภัย วิธีป้องกันและแก้ไขอันตรายที่เกิดขึ้นจาก
การใช้สารเคมี
8. ทดลองและอธิบายการสะท้อนของแสง การหักเหของแสง และน าความรู้ไปใช้ประโยชน์
9. อธิบายผลของความสว่างที่มีต่อมนุษย์และสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ หลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
84
10. ทดลองและอธิบายการดูดกลืนแสงสี การมองเห็นสีของวัตถุ และน าความรู้ไปใช้ประโยชน์
11. ส ารวจ ทดลองและอธิบายลักษณะของชั้นหน้าตัดดิน สมบัติของดิน และกระบวนการเกิดดิน
12. ส ารวจ วิเคราะห์และอธิบายการใช้ประโยชน์และการปรับปรุงคุณภาพของดิน
13. ทดลองเลียนแบบเพื่ออธิบายกระบวนการเกิด และลักษณะองค์ประกอบของหิน
14. ทดสอบ และสังเกตองค์ประกอบและสมบัติของหิน เพื่อจ าแนกประเภทของหิน และน าความรู้ไปใช้ประโยชน์
15. ตรวจสอบและอธิบาย ลักษณะทางกายภาพของแร่ และการน าไปใช้ประโยชน์
16. สืบค้นและอธิบายกระบวนการเกิด ลักษณะและสมบัติของปิโตรเลียม ถ่านหิน หินน้ ามัน และการ
น าไปใช้ประโยชน์
17. ส ารวจและอธิบายลักษณะแหล่งน้ าธรรมชาติ การใช้ประโยชน์และการอนุรักษ์แหล่งน้ าในท้องถิ่น
18. ทดลองเลียนแบบ และอธิบาย การเกิดแหล่งน้ าบนดิน แหล่งน้ าใต้ดิน
19. ทดลองเลียนแบบและอธิบายกระบวนการผุพังอยู่กับที่ การกร่อน การพัดพา การทับถม การตกผลึก
และผลของกระบวนการดังกล่าว
20. สืบค้น สร้างแบบจ าลองและ อธิบายโครงสร้างและองค์ประกอบของโลก
21. ตั้งค าถามที่ก าหนดประเด็นหรือตัวแปรที่ส าคัญในการส ารวจตรวจสอบ หรือศึกษาค้นคว้าเรื่องที่สนใจ
ได้อย่างครอบคลุมและเชื่อถือได้
22. สร้างสมมติฐานที่สามารถตรวจสอบได้และวางแผนการส ารวจตรวจสอบหลาย ๆ วิธี
23. เลือกเทคนิควิธีการส ารวจตรวจสอบทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพที่ได้ผลเที่ยงตรงและปลอดภัยโดยใช้
วัสดุและเครื่องมือที่เหมาะสม
24. รวบรวมข้อมูล จัดกระท าข้อมูลเชิงปริมาณและคุณภาพ
25. วิเคราะห์และประเมินความสอดคล้องของประจักษ์พยานกับข้อสรุป ทั้งที่สนับสนุนหรือขัดแย้งกับ
สมมติฐาน และความผิดปกติของข้อมูลจากการส ารวจตรวจสอบ
26. สร้างแบบจ าลอง หรือรูปแบบ ที่อธิบายผลหรือแสดงผลของการส ารวจตรวจสอบ
27. สร้างค าถามที่น าไปสู่การส ารวจตรวจสอบ ในเรื่องที่เกี่ยวข้อง และน าความรู้ที่ได้ไปใช้ในสถานการณ์
ใหม่หรืออธิบายเกี่ยวกับแนวคิด กระบวนการ และผลของโครงงานหรือชิ้นงานให้ผู้อื่นเข้าใจ
28. บันทึกและอธิบายผลการสังเกต การส ารวจ ตรวจสอบ ค้นคว้าเพิ่มเติมจากแหล่งความรู้ต่าง ๆ ให้ได้
ข้อมูลที่เชื่อถือได้ และยอมรับการ เปลี่ยนแปลงความรู้ที่ค้นพบเมื่อมีข้อมูลและประจักษ์พยานใหม่
เพิ่มขึ้นหรือโต้แย้งจากเดิม
29. จัดแสดงผลงาน เขียนรายงาน และ/หรืออธิบายเกี่ยวกับแนวคิด กระบวนการ และผลของโครงงานหรือ
ชิ้นงานให้ผู้อื่นเข้าใจ หลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
85
รายวิชา ว23101 วิทยาศาสตร์ 5
3 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.5 หนวยกิต
—————————————————————————————————————————-
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษาวิเคราะห์ ธรรมชาติของแรงแม่เหล็กไฟฟ้า แรงโน้มถ่วง แรงนิวเคลียร์ ความเร่งและผลของแรง
ลัพธ์ที่กระท าต่อวัตถุ แรงกิริยาและแรงปฏิกิริยา แรงพยุงของของเหลวที่กระท าต่อวัตถุ แรงเสียดทานสถิตและ
แรงเสียดทานจลน์ โมเมนต์ของแรง ลักษณะการเคลื่อนที่แบบต่าง ๆ ของวัตถุในธรรมชาติ ความสัมพันธ์ระหว่าง
พลังงานกับการด ารงชีวิต การเปลี่ยนรูปพลังงาน ปฏิสัมพันธ์ระหว่างงานและพลังงาน ความสัมพันธ์ระหว่างความ
ต่างศักย์ กระแสไฟฟ้า การค านวณหาค่าพลังงานไฟฟ้า การต่อวงจรไฟฟ้า วงจรอิเล็กทรอนิกส์เบื้องต้น
โดยใช้ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสังเกต การอธิบาย การทดลอง
การค านวณ การวิเคราะห์ และการอภิปราย เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู้
เห็นคุณค่าของการน าความรู้ไปใช้ในชีวิตประจ าวันอย่างมีคุณธรรม มีจิตวิทยาศาสตร์ ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการ
ท างาน
ตัวชี้วัด
1. อธิบายความเร่งและผลของแรงลัพธ์ที่ท าต่อวัตถุ
2. ทดลองและอธิบายแรงกิริยาและแรงปฏิกิริยาระหว่างวัตถุ และน าความรู้ไปใช้ประโยชน์
3. ทดลองและอธิบายแรงพยุงของของเหลว ที่กระท าต่อวัตถุ
4. ทดลองและอธิบายความแตกต่างระหว่างแรงเสียดทานสถิตกับแรงเสียดทานจลน์ และน าความรู้ไปใช้
ประโยชน์
5. ทดลองและวิเคราะห์โมเมนต์ของแรง และน าความรู้ไปใช้ประโยชน์
6. สังเกต และอธิบายการเคลื่อนที่ของวัตถุที่เป็นแนวตรงและแนวโค้ง
7. อธิบายงาน พลังงานจลน์ พลังงานศักย์โน้มถ่วง กฎการอนุรักษ์พลังงาน และความสัมพันธ์ระหว่าง
ปริมาณเหล่านี้ รวมทั้งน าความรู้ไปใช้ประโยชน์
8. ทดลองและอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างความต่างศักย์ กระแสไฟฟ้า ความต้านทานและน าความรู้ไปใช้
ประโยชน์
9. ค านวณพลังงานไฟฟ้าของเครื่องใช้ ไฟฟ้า และน าความรู้ไปใช้ประโยชน์
10. สังเกตและอภิปรายการต่อวงจรไฟฟ้าในบ้านอย่างถูกต้องปลอดภัยและประหยัด
11. อธิบายตัวต้านทานไดโอด ทรานซิสเตอร์ และทดลองต่อวงจรอิเล็กทรอนิกส์เบื้องต้น ที่มีทรานซิสเตอร์
12. ตั้งค าถามที่ก าหนดประเด็นหรือตัวแปรที่ส าคัญในการส ารวจตรวจสอบ หรือศึกษาค้นคว้าเรื่องที่สนใจ
ได้อย่างครอบคลุมและเชื่อถือได้
13. สร้างสมมติฐานที่สามารถตรวจสอบได้และวางแผนการส ารวจตรวจสอบหลาย ๆ วิธี
14. เลือกเทคนิควิธีการส ารวจตรวจสอบทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพที่ได้ผลเที่ยงตรงและปลอดภัยโดยใช้
วัสดุและเครื่องมือที่เหมาะสม
15. รวบรวมข้อมูลจัดกระท าข้อมูลเชิงปริมาณและคุณภาพ
16. วิเคราะห์และประเมินความสอดคล้องของประจักษ์พยานกับข้อสรุปทั้งที่สนับสนุนหรือขัดแย้งกับ
สมมติฐานและความผิดปกติของข้อมูลจากการส ารวจตรวจสอบ หลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
86
17. สร้างแบบจ าลอง หรือรูปแบบที่อธิบายผลหรือแสดงผลของการส ารวจตรวจสอบ
18. สร้างค าถามที่น าไปสู่การส ารวจตรวจสอบ ในเรื่องที่เกี่ยวข้องและน าความรู้ที่ได้ไปใช้ในสถานการณ์ใหม่
หรืออธิบายเกี่ยวกับแนวคิด กระบวนการและผลของโครงงานหรือชิ้นงานให้ผู้อื่นเข้าใจ
19. บันทึกและอธิบายผลการสังเกตการส ารวจ ตรวจสอบ ค้นคว้าเพิ่มเติมจากแหล่งความรู้ต่าง ๆ ให้ได้
ข้อมูลที่เชื่อถือได้และยอมรับการเปลี่ยนแปลงความรู้ที่ค้นพบ เมื่อมีข้อมูลและประจักษ์พยานใหม่
เพิ่มขึ้นหรือโต้แย้งจากเดิม
20. จัดแสดงผลงาน เขียนรายงาน และ/หรืออธิบายเกี่ยวกับแนวคิด กระบวนการ และผลของโครงงานหรือ
ชิ้นงานให้ผู้อื่นเข้าใจ หลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
87
รายวิชา ว23102 วิทยาศาสตร์ 6
3 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.5 หนวยกิต
—————————————————————————————————————————-
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษา วิเคราะห์ กระบวนการและความส าคัญของการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม วิวัฒนาการของ
สิ่งมีชีวิต ความผิดปกติของยีนและโครโมโซม ความหลากหลายทางชีวภาพ การใช้เทคโนโล ยีชีวภาพที่มี
ผลกระทบต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งแวดล้อมกับสิ่งมีชีวิต ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิต
ต่าง ๆ ในระบบนิเวศ การถ่ายทอดพลังงานของสิ่งมีชีวิต วัฏจักรของสาร ปัจจัยที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลง
ประชากร ความส าคัญของทรัพยากรธรรมชาติ การใช้ทรัพยากรธรรมชาติในระดับท้องถิ่น ประเทศและโลก
การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่นอย่างยั่งยืน การใช้ทรัพยากร ธรรมชาติตาม
พระราชบัญญัติเศรษฐกิจพอเพียง ปัญหาและแนวทางแก้ปัญหา การดูแลและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม วิวัฒนาการ
ของระบบสุริยะ กาแล็กซี และเอกภพ การปฏิสัมพันธ์ภายในระบบสุริยะและผลต่อสิ่งมีชีวิตบนโลก ความส าคัญ
ของเทคโนโลยีอวกาศที่น ามาใช้ในการส ารวจอวกาศและทรัพยากรธรรมชาติด้านการเกษตรและการสื่อสาร
โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสังเกต การส ารวจ การอธิบาย
การวิเคราะห์ และการอภิปรายเพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู้ เห็นคุณค่า
ของการน าความรู้ไปใช้ในชีวิตประจ าวันอย่างมีคุณธรรม มีจิตวิทยาศาสตร์ ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการท างาน
ตัวชี้วัด
1. สังเกตและอธิบายลักษณะของโครโมโซมที่มีหน่วยพันธุกรรม หรือยีนในนิวเคลียส
2. อธิบายความส าคัญของสารพันธุกรรมหรือดีเอ็นเอ และกระบวนการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม
3. อภิปรายโรคทางพันธุกรรม ที่เกิดจากความผิดปกติของยีนและโครโมโซมและน าความรู้ไปใช้ประโยชน์
4. ส ารวจและอธิบายความหลากหลายทางชีวภาพในท้องถิ่นที่ท าให้สิ่งมีชีวิตด ารงชีวิตอยู่ได้อย่างสมดุล
5. อธิบายผลของความหลากหลายทางชีวภาพที่มีต่อมนุษย์ สัตว์ พืช และสิ่งแวดล้อม
6. อภิปรายผลของเทคโนโลยีชีวภาพต่อการด ารงชีวิตของมนุษย์และสิ่งแวดล้อม
7. ส ารวจระบบนิเวศต่างๆ ในท้องถิ่นและอธิบายความสัมพันธ์ขององค์ประกอบภายในระบบนิเวศ
8. วิเคราะห์และอธิบายความสัมพันธ์ของการถ่ายทอดพลังงานของสิ่งมีชีวิตในรูปของโซ่อาหารและสายใย
อาหาร
9. อธิบายวัฏจักรน้ า วัฏจักรคาร์บอน และความส าคัญที่มีต่อระบบนิเวศ
10. อธิบายปัจจัยที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงขนาดของประชากรในระบบนิเวศ
11. วิเคราะห์สภาพปัญหาสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติในท้องถิ่น และเสนอแนวทางในการแก้ไขปัญหา
12. อธิบายแนวทางการรักษาสมดุลของระบบนิเวศ
13. อภิปรายการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน
14. วิเคราะห์และอธิบายการใช้ทรัพยากรธรรมชาติตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
15. อภิปรายปัญหาสิ่งแวดล้อมและเสนอแนะแนวทางการแก้ปัญหา
16. อภิปรายและมีส่วนร่วมในการดูแลและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในท้องถิ่นอย่างยั่งยืน หลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
88
17. สืบค้นและอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างดวงอาทิตย์ โลก ดวงจันทร์และดาวเคราะห์อื่น ๆ และผลที่
เกิดขึ้นต่อสิ่งแวดล้อมและสิ่งมีชีวิตบนโลก
18. สืบค้นและอธิบายองค์ประกอบของเอกภพ กาแล็กซี และระบบสุริยะ
19. ระบุต าแหน่งของกลุ่มดาวและน าความรู้ไปใช้ประโยชน์
20. สืบค้นและอภิปรายความก้าวหน้าของเทคโนโลยีอวกาศที่ใช้ส ารวจอวกาศ วัตถุท้องฟ้า สภาวะอากาศ
ทรัพยากร ธรรมชาติ การเกษตร และการสื่อสาร
21. ตั้งค าถามที่ก าหนดประเด็นหรือตัวแปรที่ส าคัญในการส ารวจตรวจสอบ หรือศึกษาค้นคว้าเรื่องที่สนใจ
ได้อย่างครอบคลุมและเชื่อถือได้
22. สร้างสมมติฐานที่สามารถตรวจสอบได้และวางแผนการส ารวจตรวจสอบหลาย ๆ วิธี
23. เลือกเทคนิควิธีการส ารวจตรวจสอบทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพที่ได้ผลเที่ยงตรงและปลอดภัยโดยใช้
วัสดุและเครื่องมือที่เหมาะสม
24. รวบรวมข้อมูลจัดกระท าข้อมูลเชิงปริมาณและคุณภาพ
25. วิเคราะห์และประเมินความสอดคล้องของประจักษ์พยานกับข้อสรุปทั้งที่สนับสนุนหรือขัดแย้งกับ
สมมติฐานและความผิดปกติของข้อมูลจากการส ารวจตรวจสอบ
26. สร้างแบบจ าลองหรือรูปแบบที่อธิบายผลหรือแสดงผลของการส ารวจตรวจสอบ
27. สร้างค าถามที่น าไปสู่การส ารวจตรวจสอบ ในเรื่องที่เกี่ยวข้องและน าความรู้ที่ได้ไปใช้ ในสถานการณ์
ใหม่หรืออธิบายเกี่ยวกับแนวคิด กระบวนการและผลของโครงงานหรือชิ้นงานให้ผู้อื่นเข้าใจ
28. บันทึกและอธิบายผลการสังเกตการส ารวจ ตรวจสอบ ค้นคว้าเพิ่มเติมจากแหล่งความรู้ต่าง ๆ ให้ได้
ข้อมูลที่เชื่อถือได้ และยอมรับการเปลี่ยนแปลงความรู้ที่ค้นพบ เมื่อมีข้อมูลและประจักษ์พยานใหม่
เพิ่มขึ้นหรือโต้แย้งจากเดิม
29. จัดแสดงผลงาน เขียนรายงาน และ/หรืออธิบายเกี่ยวกับแนวคิด กระบวนการ และผลของโครงงานหรือ
ชิ้นงานให้ผู้อื่นเข้าใจ หลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
89
มาตรฐานการเรียนรู้
กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
1. รู้และเข้าใจประวัติ ความส าคัญ ศาสดา หลักธรรมของพระพุทธศาสนาหรือศาสนาที่ตนนับถือและ
ศาสนาอื่น มีศรัทธาที่ถูกต้อง ยึดมั่น และปฏิบัติตามหลักธรรม เพื่ออยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข
2. เข้าใจ ตระหนักและปฏิบัติตนเป็นศาสนิกชนที่ดี และธ ารงรักษาพระพุทธศาสนาหรือศาสนาที่ตนนับถือ
3. เข้าใจและปฏิบัติตนตามหน้าที่ของการเป็นพลเมืองดี มีค่านิยมที่ดีงาม และธ ารงรักษาประเพณีและ
วัฒนธรรมไทย ด ารงชีวิตอยู่ร่วมกันในสังคมไทย และสังคมโลกอย่างสันติสุข
4. เข้าใจระบบการเมืองการปกครองในสังคมปัจจุบัน ยึดมั่น ศรัทธา และธ ารงรักษาไว้ซึ่งการปกครอง
ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
5. เข้าใจและสามารถบริหารจัดการทรัพยากรในการผลิต และการบริโภคการใช้ ทรัพยากรที่มีอยู่จ ากัด
ได้อย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่า รวมทั้งเข้าใจหลักการของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อการด ารงชีวิตอย่าง
มีดุลยภาพ
6. เข้าใจระบบและสถาบันทางเศรษฐกิจต่าง ๆ ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและความจ าเป็นของการ
ร่วมมือกันทางเศรษฐกิจในสังคมโลก
7. เข้าใจความหมาย ความส าคัญของเวลาและยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ สามารถใช้วิธีการทาง
ประวัติศาสตร์มาวิเคราะห์เหตุการณ์ต่าง ๆ อย่างเป็นระบบ
8. เข้าใจพัฒนาการของมนุษยชาติจากอดีตจนถึงปัจจุบัน ในด้านความสัมพันธ์และการเปลี่ยนแปลงของ
เหตุการณ์อย่างต่อเนื่อง ตระหนักถึงความส าคัญและสามารถวิเคราะห์ผลกระทบที่เกิดขึ้น
9. เข้าใจความเป็นมาของชาติไทย วัฒนธรรม ภูมิปัญญาไทย มีความรัก ความภูมิใจและธ ารงความเป็นไทย
10. เข้าใจลักษณะของโลกทางกายภาพ และความสัมพันธ์ของสรรพสิ่งซึ่งมีผลต่อกันและกันในระบบของ
ธรรมชาติ ใช้แผนที่และเครื่องมือทางภูมิศาสตร์ในการค้นหาวิเคราะห์ สรุปและใช้ข้อมูลภูมิสารสนเทศ
อย่างมีประสิทธิภาพ
11. เข้าใจปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสภาพแวดล้อมทางกายภาพที่ก่อให้เกิดการสร้างสรรค์วัฒนธรรม มี
จิตส านึก และมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
90
ชื่อรายวิชาและหน่วยกิต
กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
รายวิชาพื้นฐาน
1. ส21101 สังคมศึกษา 1 2 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.0 หนวยกิต
SOC21101 Social Study 1
2. ส21102 พระพุทธศาสนา 1 1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หนวยกิต
SOC21103 Buddhism 1
3. ส21103 ประวัติศาสตร์ไทย 1 1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หนวยกิต
SOC21103 Thai History 1
4. ส21104 สังคมศึกษา 2 2 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.0 หนวยกิต
SOC21104 Social Study 2
5. ส21105 พระพุทธศาสนา 2 1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หนวยกิต
SOC21103 Buddhism 2
6. ส21106 ประวัติศาสตร์ไทย 2 1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หนวยกิต
SOC21102 Thai History 2
7. ส22101 สังคมศึกษา 3 2 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.0 หนวยกิต
SOC22101 Social Study 3
8. ส22102 พระพุทธศาสนา 3 1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หนวยกิต
SOC22102 Buddhism 3
9. ส22103 ประวัติศาสตร์ไทย 3 1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หนวยกิต
SOC21103 Thai History 3
10. ส22104 สังคมศึกษา 4 2 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.0 หนวยกิต
SOC21104 Social Study 4
11. ส22105 พระพุทธศาสนา 4 1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หนวยกิต
SOC22105 Buddhism 4
12. ส22106 ประวัติศาสตร์ไทย 4 1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หนวยกิต
SOC21102 Thai History 4
13. ส23101 สังคมศึกษา 5 2 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.0 หนวยกิต
SOC23101 Social Study 5
14. ส23102 พระพุทธศาสนา 5 1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หนวยกิต
SOC23102 Buddhism 5
15. ส23103 ประวัติศาสตร์ไทย 5 1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หนวยกิต
SOC21103 Thai History 5
16. ส23104 สังคมศึกษา 6 1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หนวยกิตหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
91
SOC21104 Social Study 6
17. ส23105 สังคมศึกษา 7 1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หนวยกิต
SOC21104 Social Study 7
18. ส23106 พระพุทธศาสนา 6 1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หนวยกิต
SOC23106 Buddhism 6
19. ส23107 ประวัติศาสตร์ไทย 6 1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หนวยกิต
SOC23107 Thai History 6หลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
92
รายวิชา ส21101 สังคมศึกษา 1
2 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.0 หนวยกิต
——————————————————————————————————————————
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษาต าแหน่งที่ตั้ง ลักษณะทางกายภาพ กิจกรรมทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทยและ
ทวีปเอเชียและโอเชียเนีย การใช้เส้นแบ่งเวลา การเปรียบเทียบเวลาไทยกับทวีปต่างๆ การใช้เครื่องมือทาง
ภูมิศาสตร์ในการสืบค้นข้อมูล
ศึกษาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติที่มีผลต่อสิ่งแวดล้อม และความร่วมมือของ
ประเทศต่างๆที่เป็นแนวทางการป้องกันภัยธรรมชาติในทวีปเอเชียและโอเชียเนีย
ศึกษาพัฒนาการทางสังคม เศรษฐกิจและการเมืองของภูมิภาคเอเชียและความส าคัญของแหล่งอารย
ธรรมโบราณในภูมิภาคเอเชีย อิทธิพลของอารยธรรมโบราณที่มีต่อภูมิภาคเอเชียในปัจจุบัน
โดยใช้กระบวนการสืบค้นข้อมูล คิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ กระบวนการกลุ่มในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้
สร้างองค์ความรู้
เพื่อวิเคราะห์ลักษณะทางกายภาพของประเทศไทย ทวีปเอเชียและโอเชียเนีย เปรียบเทียบความ
แตกต่างเวลาท้องถิ่น และเวลามาตรฐานของประเทศไทยกับภูมิภาคต่าง ๆ วิเคราะห์ผลกระทบจากการ
เปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติที่มีผลต่อสิ่งแวดล้อม กิจกรรมทางเศรษฐกิจ สังคมและ เสนอแนวทางการใช้
ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจ ากัดให้เกิดประโยชน์สูงสุดโดยใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียง ตลอดจนพัฒนาการทางสังคม
เศรษฐกิจและการเมืองที่มีต่อเอเชียในปัจจุบัน โดยการสร้างจิตส านึกในการร่วมมือกันระหว่างประเทศไทยและ
ประเทศในภูมิภาค
ตัวชี้วัด
1. เลือกใช้เครื่องมือทางภูมิศาสตร์ในการสืบค้นข้อมูลเพื่อวิเคราะห์ลักษณะทางกายภาพ
และสังคมของประเทศไทยและทวีปเอเชีย ออสเตรเลียและโอเชียเนีย
2. อธิบายเส้นแบ่งเวลา และเปรียบเทียบวัน เวลาของประเทศไทยกับทวีปต่าง ๆ
3. ส ารวจ และอธิบายท าเลที่ตั้งกิจกรรมทางเศรษฐกิจ และสังคมในทวีปเอเชีย
ออสเตรเลีย และโอเชียเนีย โดยใช้แหล่งข้อมูลที่หลากหลาย
4. วิเคราะห์เชื่อมโยงสาเหตุและแนวทางป้องกันภัยธรรมชาติและการระวังภัยที่เกิดขึ้นใน
ประเทศไทยและทวีปเอเชีย ออสเตรเลีย และโอเชียเนีย
5. วิเคราะห์ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติของทวีปเอเชีย ออสเตรเลีย และ
โอเชียเนีย
6. วิเคราะห์ความร่วมมือของประเทศต่าง ๆ ที่มีผลต่อสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติของทวีปเอเชีย
ออสเตรเลีย และโอเชียเนีย
7. วิเคราะห์ปัจจัยทางกายภาพและสังคมที่มีผลต่อการเลื่อนไหลของความคิด เทคโนโลยี สินค้า และ
ประชากรในทวีปเอเชีย ออสเตรเลีย และโอเชียเนีย
8. อธิบายพัฒนาการทางสังคม เศรษฐกิจและการเมืองของภูมิภาคเอเชีย
9. ระบุความส าคัญของแหล่งอารยธรรมโบราณในภูมิภาคเอเชียศึกษาหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
93
รายวิชา ส21102 พระพุทธศาสนา 1
1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หนวยกิต
——————————————————————————————————————————
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษาประวัติและความส าคัญของพระพุทธศาสนาที่มีต่อสภาพแวดล้อมในสังคมไทย รวมทั้งการพัฒนา
ตนและครอบครัว
ศึกษาพุทธประวัติตั้งแต่ประสูติจนถึงบ าเพ็ญทุกกรกิริยา การสังคายนา การเผยแผ่พระพุทธศาสนาเข้า
สู่ประเทศไทย
ศึกษาประวัติพระมหากัสสปะ พระอุบาลีอนาถบิณฑิกะ นางวิสาขา พระเจ้าอโศกมหาราช พระโสณะ
และพระอุตตระ ชาดกในเรื่องอัมพชาดก ติตติรชาดก ประพฤติตนตามแบบอย่างการด าเนินชีวิตและข้อคิดจาก
ประวัติสาวก ชาดก เรื่องเล่าและศาสนิกชนตัวอย่าง
ศึกษาการปฏิบัติตนตามหน้าที่ชาวพุทธด้วยการบ าเพ็ญประโยชน์ต่อศาสนสถาน วิถีชีวิตของพระภิกษุ
บทบาทของพระภิกษุในการเผยแผ่พระพุทธ ศาสนา ปฏิบัติตนอย่างเหมาะสมต่อบุคคลต่าง ๆ
ศึกษาศาสนพิธี การจัดโต๊ะหมู่บูชา การจุดธูปเทียน การจัดเครื่องประกอบโต๊ะหมู่บูชา การปฏิบัติตน
ในศาสนพิธีและพิธีกรรมในเรื่องค าอาราธนาต่าง ๆ
ศึกษาประวัติความส าคัญและการปฏิบัติตนในวันส าคัญทางพระพุทธศาสนา
โดยใช้การสืบค้นข้อมูล กระบวนการกลุ่ม กระบวนการคิดวิเคราะห์ การฝึกปฏิบัติ กระบวนการทาง
สังคม บทบาทสมมติและการแก้ปัญหา
เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจ สามารถน าไปปฏิบัติในการด าเนินชีวิต น าไปพัฒนาแก้ปัญหาของตนเอง
และครอบครัว รักษาสิ่งแวดล้อม มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ในด้านรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์ สุจริต
มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งมั่นในการท างาน รักความเป็นไทย มีจิตสาธารณะ สามารถอยู่ร่วมกันได้
อย่างสันติสุข
ตัวชี้วัด
1. อธิบายการเผยแผ่พระพุทธศาสนาหรือศาสนาที่ตนนับถือสู่ประเทศไทย
2. วิเคราะห์ความส าคัญของพระพุทธศาสนาหรือศาสนาที่ตนนับถือที่มีต่อสภาพแวดล้อมในสังคมไทย
รวมทั้งการพัฒนาตนและครอบครัว
3. วิเคราะห์พุทธประวัติตั้งแต่ประสูติจนถึงบ าเพ็ญทุกขกิริยาหรือประวัติศาสดาที่ตนนับถือ ตามที่ก าหนด
4. วิเคราะห์และประพฤติตนตามแบบอย่างการด าเนินชีวิตและข้อคิดจากประวัติสาวก ชาดก เรื่องเล่า
และศาสนิกชนตัวอย่างตามที่ก าหนด
5. อธิบายจริยวัตรของสาวกเพื่อเป็นแบบอย่างในการประพฤติปฏิบัติและปฏิบัติตนอย่างเหมาะสมต่อ
สาวกของศาสนาที่ตนนับถือ
6. ปฏิบัติตนอย่างเหมาะสมต่อบุคคลต่าง ๆ ตามหลักศาสนาที่ตนนับถือตามที่ก าหนด
7. จัดพิธีกรรมและปฏิบัติตนในศาสนพิธี พิธีกรรมได้ถูกต้อง
8. อธิบายประวัติ ความส าคัญ และปฏิบัติตนในวันส าคัญทางศาสนาที่ตนนับถือตามที่ก าหนดได้ถูกต้อง
9. บ าเพ็ญประโยชน์ต่อศาสนสถานของศาสนาที่ตนนับถือหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
94
รายวิชา ส21103 ประวัติศาสตร์ไทย 1
1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หนวยกิต
——————————————————————————————————————————
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษาเรื่องของเวลา การแบ่งเวลา การเทียบศักราช ในระบบต่าง ๆ การแบ่งยุคสมัยใน
ประวัติศาสตร์ของชาติเพื่อ ให้เข้าใจเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ และเปรียบเทียบการนับศักราชในระบบต่างๆ
ในการศึกษาประวัติศาสตร์ได้อย่างถูกต้อง
ศึกษาวิธีการทางประวัติศาสตร์ ประเภทและหลักฐานทางประวัติศาสตร์ เพื่อใช้ในการศึกษา
ประวัติศาสตร์ได้อย่างถูกต้อง
โดยใช้กระบวนการทางประวัติศาสตร์ การส ารวจและการตรวจสอบหลักฐานในการสืบค้นข้อมูลและ
อธิบายให้เกิดความรู้ความเข้าใจในการคิดวิเคราะห์ ศึกษาหลักฐานทางประวัติศาสตร์
เพื่อให้เข้าใจความสัมพันธ์และความส าคัญของอดีตที่มีต่อปัจจุบันและอนาคต ตลอดจนเข้าใจ
พัฒนาการของมนุษยชาติที่มีความเปลี่ยนแปลงจากอดีตตนถึงปัจจุบันและผลกระทบที่มีต่อสังคมไทย เข้าใจและ
อยู่ร่วมกับสังคมที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ตัวชี้วัด
1. วิเคราะห์ความส าคัญของเวลาในการศึกษาประวัติศาสตร์
2. เทียบศักราชตามระบบต่างๆที่ใช้ศึกษาประวัติศาสตร์
3. น าวิธีการทางประวัติศาสตร์มาใช้ศึกษาเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์หลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
95
รายวิชา ส21104 สังคมศึกษา 2
2 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.0 หนวยกิต
—————————————————————————————————————————-
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษากฎหมายในเรื่องการคุ้มครองสิทธิของบุคคล กฎหมายการคุ้มครองเด็ก กฎหมายการศึกษา
กฎหมายการคุ้มครองผู้บริโภค กฎหมายลิขสิทธิ์ ประโยชน์ของการปฏิบัติตนตามกฎหมาย การคุ้มครองสิทธิของ
บุคคล บทบาทและหน้าที่ของเยาวชนที่มีต่อสังคมและประเทศชาติ โดยเน้นจิตสาธารณะ เช่น เคารพกติกา
สังคม ปฏิบัติตนตามกฎหมาย มีส่วนร่วมและรับผิดชอบในกิจกรรมทางสังคม อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และ
การรักษาสาธารณประโยชน์เปรียบเทียบความคล้ายคลึง และความแตกต่างระหว่างวัฒนธรรมไทยกับวัฒนธรรมของ
ประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งเป็นปัจจัยในการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีหรืออาจน าไปสู่ความเข้าใจผิด
ต่อกัน
ศึกษาการปฏิบัติตนในการเคารพในสิทธิของตนเองและผู้อื่น ตลอดจนอธิบายหลักการ
เจตนารมณ์ โครงสร้าง และสาระส าคัญของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับปัจจุบัน รวมทั้งวิเคราะห์
การแบ่งอ านาจและการถ่วงดุลอ านาจอธิปไตยทั้ง 3 ฝ่าย คือ นิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการ ตามที่ระบุใน
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับปัจจุบัน พร้อมทั้งสามารถปฏิบัติตนตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่ง
ราชอาณาจักรไทยฉบับปัจจุบันที่เกี่ยวกับสิทธิ เสรีภาพและหน้าที่ของประชาชนชาวไทย
ศึกษาวิเคราะห์กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับตนเอง ครอบครัว ชุมชน และประเทศชาติ การปฏิบัติ
ตนตามสถานภาพ บทบาท สิทธิเสรีภาพ และหน้าที่ในฐานะพลเมืองดีตามวิถีประชาธิปไตย เข้าใจบทบาท
ความส าคัญและความสัมพันธ์ของสถาบันทางสังคมวัฒนธรรมไทยและวัฒนธรรมของประเทศในภูมิภาคเอเชีย
เพื่อน าไปสู่ความเข้าใจอันดีระหว่างกัน กระบวนการในการตรากฎหมายเพื่อให้เกิดความถูกต้องและยุติธรรม
เหตุการณ์และการเปลี่ยนแปลงส าคัญของระบอบการปกครองของไทย หลักการวิเคราะห์ข้อมูล ข่าวสารของ
ประชาชนทางการเมืองที่มีผลต่อตนเอง สังคม และประเทศชาติ
โดยใช้กระบวนการสืบค้นข้อมูล บทบาทสมมติ คิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ กระบวนการกลุ่ม
แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ฝึกปฏิบัติสรุป น าเสนอข้อมูลและการใช้เหตุผลในการแก้ปัญหา
เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจกฎหมายในการคุ้มครองสิทธิของบุคคล กระบวนการในการตรา
กฎหมาย บทบาทความส าคัญและความสัมพันธ์ของสถาบันทางสังคมวัฒนธรรมไทยและวัฒนธรรมของประเทศ
ในภูมิภาคเอเชียเพื่อน าไปสู่ความเข้าใจอันดีระหว่างกัน ตลอดจนตระหนักเห็นคุณค่าของการน าความรู้ไป
ประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ในชีวิตประจ าวัน มีความรักชาติ ศาสน์กษัตริย์ มีความซื่อสัตย์ มีวินัย ใฝ่รู้ใฝ่เรียน
มีจิตสาธารณะสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสุข
ตัวชี้วัด
1. ปฏิบัติตามกฎหมายในการคุ้มครองสิทธิของบุคคล
2. ระบุความสามารถของตนเองในการท าประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติ
3. อภิปรายเกี่ยวกับคุณค่าทางวัฒนธรรมที่เป็นปัจจัยในการสร้างความสัมพันธ์ที่ดี
หรืออาจน าไปสู่ความเข้าใจผิดต่อกันหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
96
4. แสดงออกถึงการเคารพในสิทธิของตนเองและผู้อื่น
5. อธิบายหลักการเจตนารมณ์ โครงสร้างและสาระส าคัญของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
ฉบับปัจจุบันโดยสังเขป
6. วิเคราะห์บทบาทการถ่วงดุลของอ านาจอธิปไตยในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับ
ปัจจุบัน
7. ปฏิบัติตนตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับปัจจุบันที่เกี่ยวข้องกับ
ตนเอง
8. อธิบายและปฏิบัติตนตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับตนเอง ครอบครัว ชุมชน และประเทศ
9. เห็นคุณค่าในการปฏิบัติตนตามสถานภาพ บทบาท สิทธิ เสรีภาพ หน้าที่ในฐานะพลเมืองดี
ตามวิถีประชาธิปไตย
10. วิเคราะห์บทบาท ความส าคัญ และความสัมพันธ์ของสถาบันทางสังคม
11. อธิบายความคล้ายคลึงและความแตกต่างของวัฒนธรรมไทย และวัฒนธรรมของประเทศใน
ภูมิภาคเอเชีย เพื่อน าไปสู่ความเข้าใจอันดีระหว่างกัน
12. อธิบายกระบวนการในการตรากฎหมาย
13. วิเคราะห์ข้อมูลข่าวสารทางการเมืองการปกครองที่มีผลกระทบต่อสังคมไทยสมัยปัจจุบันหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
97
รายวิชา ส21105 พระพุทธศาสนา 2
1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หนวยกิต
—————————————————————————————————————————-
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษาพระรัตนตรัยตามหลักพุทธคุณ 9 อริยสัจ 4 ทุกข์ (ธรรมที่ควรรู้) ในเรื่อง ขันธ์ 5 (ธาตุ 4)
สมุทัย (ธรรมที่ควรละ) ในเรื่องหลักกรรม อบายมุข 6 นิโรธ (ธรรมที่ควรบรรลุ) ในเรื่องสุข 2 (กายิก เจตสิก)
คิหิสุข มรรค (ธรรมที่ควรเจริญ) ในเรื่องไตรสิกขา มงคล 38 (ไม่คบ คนพาล คบบัณฑิต บูชาผู้ควรบูชา)
ศึกษาพุทธศาสนสุภาษิต ในเรื่อง ย เว เสวติ ตาทิโส (คบคนเช่นใดย่อมเป็นเช่นนั้น)
อตฺตนาโจทยตฺตาน (จงเตือนตนด้วยตน) นิสมฺม กรณ เสยฺโย (ใคร่ครวญก่อนจึงท าดีกว่า) ทุราวาสา ฆรา ทุกฺ
ขานา โจทยตฺตาน (เรือนที่ครองไม่ดีน าทุกข์มาให้)
ศึกษาการปฏิบัติตนตามหลักธรรมและน าไปพัฒนา แก้ปัญหาของตนและครอบครัวในการ
ด ารงชีวิตแบบพอเพียงและดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมเพื่อการอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสุข
ศึกษาการพัฒนาจิตเพื่อการเรียนรู้และและการด าเนินชีวิตด้วยวิธีคิดแบบโยนิโสมนสิการ (วิธีคิด
แบบคุณค่าแท้ คุณค่าเทียม วิธีคิดแบบคุณ-โทษและทางออก) และ กรรมฐาน 2 ปธาน 4 โกศล 3 สวดมนต์แผ่
เมตตา บริหารจิต และเจริญปัญญาด้วยอานาปานสติ บุคคลที่เป็นแบบอย่างด้านศาสนสัมพันธ์
โดยใช้กระบวนการสืบค้นข้อมูล คิดวิเคราะห์ กระบวนการทางสังคม การฝึกปฏิบัติจริง
กระบวนการกลุ่ม และแก้ปัญหา
เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจ สามารถน าไปปฏิบัติในการด าเนินชีวิต สามารถเผชิญสถานการณ์
ต่างๆน าไปพัฒนาแก้ปัญหาของตนเองและครอบครัว รักษาสิ่งแวดล้อม มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ในด้านรัก
ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์ สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งมั่นในการท างาน รักความเป็น
ไทย มีจิตสาธารณะ สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสุข
ตัวชี้วัด
1. อธิบายพุทธคุณและข้อธรรมส าคัญในกรอบอริยสัจ 4 หรือหลักธรรมของศาสนาที่ตนนับถือ
ตามที่ก าหนด เห็นคุณค่าและน าไปพัฒนาแก้ปัญหาของตัวเองและครอบครัว
2. เห็นคุณค่าของการพัฒนาจิตเพื่อการเรียนรู้และการด าเนินชีวิตด้วยวิธีคิดแบบโยนิโส
มนสิการคือวิธีคิดแบบคุณค่าแท้-คุณค่าเทียม และวิธีคิดแบบคุณ-โทษและทางออกหรือ
การพัฒนาจิตตามแนวทางของศาสนาที่ตนนับถือ
3. สวดมนต์ แผ่เมตตา บริหารจิต และเจริญปัญญาด้วยอานาปานสติหรือตามแนวทางของ
ศาสนาที่ตนนับถือตามที่ก าหนด
4. วิเคราะห์และปฏิบัติตนตามหลักธรรมทางศาสนาที่ตนนับถือในการด ารงชีวิตแบบพอเพียง
และดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมเพื่อการอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสุข
5. วิเคราะห์เหตุผลความจ าเป็นที่ทุกคนต้องศึกษาเรียนรู้ศาสนาอื่นๆ
6. ปฏิบัติตนต่อศาสนิกชนอื่นในสถานการณ์ต่างๆได้อย่างเหมาะสม
7. วิเคราะห์การกระท าของบุคคลที่เป็นแบบย่างด้านศาสนสัมพันธ์และน าเสนอแนวทางการ
ปฏิบัติของตนเอง หลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
98
รายวิชา ส21106 ประวัติศาสตร์ไทย 2
1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หนวยกิต
—————————————————————————————————————————-
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษาประวัติความเป็นมาของอาณาจักรต่างๆในดินแดนประเทศไทยสมัยก่อนสมัยสุโขทัย ตั้งแต่
อดีตจนถึงปัจจุบันโดยสังเขป
ศึกษาประวัติศาสตร์สมัยสุโขทัย ด้านการเมือง การปกครอง เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม
โดยเน้นการสร้างและพัฒนาชาติไทย
ศึกษาแหล่งอารยธรรมที่มีอิทธิพลต่อพัฒนาการทางสังคม เศรษฐกิจ และการเมืองรวมทั้งเหตุการณ์
ส าคัญของประเทศต่างๆในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
โดยใช้กระบวนการทางประวัติศาสตร์ การส ารวจและการตรวจสอบหลักฐานในการสืบค้นข้อมูล
และอธิบายให้เกิดความรู้ความเข้าใจในการคิดวิเคราะห์ศึกษาหลักฐานทางประวัติศาสตร์
เพื่อให้เกิดความเข้าใจในพัฒนาการของชาติไทย เกิดความภาคภูมิใจความเป็นปึกแผ่นของชนชาติ
ไทย และมีความเข้าใจในพัฒนาการทางสังคมเศรษฐกิจและการเมืองของประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคเอเชีย
ตะวันออก เฉียงใต้รวมทั้งแหล่งอารยธรรมโบราณใน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ตัวชี้วัด
1. อธิบายเรื่องราวทางประวัติศาสตร์สมัยก่อนสุโขทัยในดินแดนไทยโดยสังเขป
2. วิเคราะห์พัฒนาการของอาณาจักรสุโขทัยในด้านต่าง ๆ
3. วิเคราะห์อิทธิพลของวัฒนธรรม และภูมิปัญญาไทยสมัยสุโขทัย และสังคมไทยในปัจจุบัน
4. อธิบาย พัฒนาการทางสังคมเศรษฐกิจและการเมืองของประเทศต่าง ๆในภูมิภาคเอเชียตะวันออก
เฉียงใต้
5. ระบุความส าคัญของแหล่งอารยธรรมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
99
รายวิชา ส21107 อิสลามศึกษา 1
1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หนวยกิต
—————————————————————————————————————————–
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษา การศรัทธาต่ออัลลอฮฺ คุณลักษณะของอัลลออฮฺสุบหานะฮุวะตะอาลา ประโยชน์ของเตา
ฮีดอัร-รูบูบียะฮฺ และบทลงโทษของชิรฺก สิ่งที่วาญิบ ฟัรดู ชัรฏฺ สุนนะฮฺ และสิ่งที่ท าให้เสียการละหมาด
วิธีการละหมาดสุนนะฮฺ ตะรอวีหฺและวิตฺร การปกปิดเอาเราะฮฺ ชีวประวัติก่อนและหลังรับวะหฺยุ คุณลักษณะ
บทบาทหน้าที่ ค าสั่งสอน คุณธรรม จริยธรรมของท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม และคอลีฟะฮฺ
ทั้งสี่
โดยใช้กระบวนการสร้างความรู้ ความเข้าใจ กระบวนการปฏิบัติและกระบวนการสร้างนิสัย เพื่อให้
เกิดความรู้ ความเข้าใจ เห็นคุณค่าและสามารถน าความรู้มาปฏิบัติในชีวิตประจ าวัน
ตัวชี้วัด
1. อธิบายความหมายคุณลักษณะของอัลลอฮฺ สุบหานะฮุวะตะอาลาและการชิรฺก
ตามเตาฮีดอัร-รูบูบียะฮฺ
2. เชื่อมั่น ยอมรับและปฏิบัติตนเป็นผู้ที่มีความศรัทธาต่ออัลลอฮฺ สุบหานะฮุวะตะอาลา
ตามเตาฮีดอัร-รูบูบียะฮฺ
3. อธิบายและเห็นคุณค่าบทบัญญัติเกี่ยวกับการละหมาดและการปกปิดเอาเราะฮฺ
4. ปฏิบัติตามบทบัญญัติเกี่ยวกับการละหมาดและการปกปิดเอาเราะฮฺ
5. อธิบายความเป็นมา ความส าคัญ ประวัติของท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม
และเคาะลีฟฮฺทั้งสี่
6. วิเคราะห์พฤติกรรมและปฏิบัติตนเป็นมุสลิมที่ดี มีคุณธรรมจริยธรรมตามแบบอย่างของท่าน
นบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม
7. เห็นคุณค่า คุณธรรมจริยธรรมที่ดีงามของท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม
และเคาะลีฟฮฺทั้งสี่ และน าแบบอย่างไปใช้ในการด าเนินชีวิต
8. ยอมรับผู้อื่นที่ปฏิบัติตนตามแบบอย่างของท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม หลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
100
รายวิชา ส21108 อิสลามศึกษา 2
1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หนวยกิต
—————————————————————————————————————————–
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษาศาสนสถานที่ส าคัญ ประวัติความเป็นมาของอัล-กุรฺอาน อ่านตามหลักการอ่านมีมสากินะฮฺ สู
เราะฮฺอัล-ลัยลฺ และอัช- ชัมสฺ หลักค าสอนและท่องจ าสูเราะฮฺอัล-ซิลซาลและอัล-อาดิยาต เห็นคุณค่าและ
ปฏิบัติตนในการเป็นผู้น า ผู้ตาม การรักษาระเบียบวินัย การตรงต่อเวลา การรู้จักความพอเพียงและพอใจใน
สิ่งที่ตนมีตามทัศนะอิสลาม
โดยใช้กระบวนการสร้างความรู้ ความเข้าใจ กระบวนการปฏิบัติและกระบวนการสร้างนิสัย เพื่อให้เกิด
ความรู้ ความเข้าใจ เห็นคุณค่าและสามารถน าความรู้มาปฏิบัติในชีวิตประจ าวัน
ตัวชี้วัด
1. วิเคราะห์ความส าคัญและบ าเพ็ญประโยชน์ต่อศาสนสถาน
2. อ่าน เขียนอายะฮฺ และท่องจ าสูเราะฮฺที่ก าหนด
3. บอกความหมาย ความส าคัญโดยสรุปของสูเราะฮฺที่ก าหนดและน าหลักค าสอนมาใช้ในการด าเนิน
ชีวิตหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
101
รายวิชา ส22101 สังคมศึกษา 3
2 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.0 หนวยกิต
—————————————————————————————————————————–
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษาต าแหน่งที่ตั้งทางภูมิศาสตร์และลักษณะทางกายภาพ สังคม และวัฒนธรรมของทวีป
ยุโรปและแอฟริกา ลักษณะทางกายภาพ และสังคมของทวีปยุโรปและแอฟริกา ที่มีผลต่อพัฒนาการทางสังคม
เศรษฐกิจ และการเมืองของภูมิภาค
ศึกษาอิทธิพลของอารยธรรมตะวันตกที่ส่งผลต่อพัฒนาการและการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลกและ
ความร่วมมือของกลุ่มประเทศในทวีปยุโรปและแอฟริกากับประเทศนอกภูมิภาค
โดยใช้กระบวนการสืบค้นความรู้ รวบรวมข้อมูล การวิเคราะห์ สังเคราะห์ การอภิปราย การ
แก้ปัญหา การสรุปและน าเสนอข้อมูล
เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจ สามารถใช้แหล่งเรียนรู้และเทคโนโลยีในการสืบค้นข้อมูล พัฒนาการของ
มนุษยชาติและวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงและผลกระทบที่เกิดขึ้นสามารถน าความรู้ไปประยุกต์ใช้ใน
ชีวิตประจ าวัน
ตัวชี้วัด
1. ใช้เครื่องมือทางภูมิศาสตร์ในการรวบรวม วิเคราะห์ และน าเสนอข้อมูลเกี่ยวกับ ลักษณะทาง
กายภาพและสังคมของทวีปยุโรป และแอฟริกา
2. วิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างลักษณะทางภายภาพ และสังคมของทวีปยุโรป และแอฟริกา
3. วิเคราะห์การก่อเกิดสิ่งแวดล้อมใหม่ทางสังคม อันเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติ
และทางสังคมของทวีปยุโรป และแอฟริกา
4. ระบุแนวทางการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมในทวีปยุโรป และ แอฟริกา
5. ส ารวจ อภิปรายประเด็นปัญหาเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นในทวีปยุโรป และแอฟริกา
6. วิเคราะห์เหตุและผลกระทบที่ประเทศไทยได้รับจากการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อมในทวีป
ยุโรป และแอฟริกา
7. อธิบายพัฒนาการทางสังคม เศรษฐกิจและการเมืองของภูมิภาคต่างๆในโลกโดยสังเขป
8. วิเคราะห์ผลของการเปลี่ยนแปลงที่น าไปสู่ความร่วมมือและความขัดแย้งในคริสตวรรษที่ 20
ตลอดจนความพยายามในการแก้ปัญหาความขัดแย้งหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
102
รายวิชา ส22102 พระพุทธศาสนา 3
1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หนวยกิต
—————————————————————————————————————————-
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษาการเผยแผ่พระพุทธศาสนาสู่ประเทศเพื่อนบ้าน ความส าคัญของพระพุทธศาสนาที่ช่วยในการ
เสริมสร้างความเข้าใจอันดีกับประเทศเพื่อนบ้าน เป็นรากฐานของวัฒนธรรม เอกลักษณ์ของชาติ และมรดกของ
ชาติ การพัฒนาชุมชนและการจัดระเบียบสังคม
ศึกษาพุทธประวัติ ตอนผจญมาร การตรัสรู้ การสั่งสอน ประวัติพระสารีบุตร พระโมคคัลลานะ นาง
ขุชชุตตรา พระเจ้าพิมพิสาร มิตตวินทุกชาดก ราโชวาทชาดก พระมหาธรรมราชาลิไทย สมเด็จพระมหาสมณ
เจ้ากรมพระยาวชิรญาณวโรรส
ศึกษามารยาทของความเป็นศาสนิกชนที่ดีที่ปฏิบัติตนในศาสนพิธี พิธีกรรม และหลักค าสอนที่
เกี่ยวเนื่องกับวันส าคัญทางพระพุทธ ศาสนา
โดยใช้กระบวนการสืบค้นข้อมูล คิดวิเคราะห์ กระบวนการทางสังคม การฝึกปฏิบัติ การใช้บทบาท
สมมติและการแก้ปัญหา
เพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ สามารถน าไปปฏิบัติในการด าเนินชีวิต น าไปพัฒนาและแก้ปัญหา
ของชุมชนและสังคม มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ในด้านรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้อยู่
อย่างพอเพียง มุ่งมั่นในการท างาน รักความเป็นไทย มีจิตสาธารณะสามารถด าเนินชีวิตอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสุข
ตัวชี้วัด
1. อธิบายการเผยแผ่พระพุทธศาสนาหรือศาสนาที่ตนนับถือสู่ประเทศเพื่อนบ้าน
2. วิเคราะห์ความส าคัญของพระพุทธศาสนาหรือศาสนาที่ตนนับถือ ที่ช่วยเสริมสร้างความเข้าใจ
อันดีกับประเทศเพื่อนบ้าน
3. วิเคราะห์ความส าคัญของพระพุทธศาสนาหรือศาสนาที่ตนนับถือ ในฐานะที่เป็นรากฐานของ
วัฒนธรรม เอกลักษณ์ของชาติ และมรดกของชาติ
4. อภิปรายความส าคัญของพระพุทธศาสนาหรือศาสนาที่ตนนับถือกับการพัฒนาชุมชนและการจัด
ระเบียบสังคม
5. วิเคราะห์พุทธประวัติหรือประวัติศาสดาของศาสนาที่ตนนับถือตามที่ก าหนด
6. วิเคราะห์และประพฤติตนตามแบบอย่างการด าเนินชีวิตและข้อคิดจากประวัติสาวก ชาดก
เรื่องเล่า และศาสนิกชนตัวอย่างตามที่ก าหนด
7. ปฏิบัติตนอย่างเหมาะสมต่อบุคคลต่าง ๆ ตามหลักศาสนาที่ตนนับถือตามที่ก าหนด
8. มีมรรยาทของความเป็นศาสนิกชนที่ดีตามที่ก าหนด
9. วิเคราะห์คุณค่าของศาสนพิธีและปฏิบัติตนได้ถูกต้อง
10. อธิบายค าสอนที่เกี่ยวกับวันส าคัญทางศาสนาและปฏิบัติตนได้ถูกต้อง
11. อธิบายความแตกต่างของศาสนพิธี พิธีกรรม ตามแนวทางของศาสนาอื่น ๆ เพื่อน าไปสู่การ
ยอมรับและความเข้าใจซึ่งกันและกันหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
103
รายวิชา ส22103 ประวัติศาสตร์ไทย 3
1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หนวยกิต
—————————————————————————————————————————-
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษาวิธีการประวัติศาสตร์ในการเรียนรู้การประเมินความน่าเชื่อถือของหลักฐาน ประเภทของข้อมูล
หลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่อยู่ในท้องถิ่นหรือ ข้อมูลจากเอกสารต่างๆ สมัยอยุธยา เช่น ข้อความบางตอนใน
พงศาวดารหรือ จดหมายเหตุชาวต่างชาติ
ศึกษาพัฒนาการของอาณาจักรอยุธยาที่เกิดจากปัจจัยส าคัญที่ส่งผลต่อความเจริญรุ่งเรืองของ
อาณาจักร
ศึกษาภูมิปัญญาและวัฒนธรรมไทยสมัยอยุธยา ที่มีอิทธิพลต่อการพัฒนาชาติไทยในยุคต่อมา
ตลอดจนวีรกรรมของบรรพบุรุษไทยที่มีส่วนสร้างสรรค์ชาติไทย เช่น สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 พระสุริโยทัย
พระนเรศวรมหาราช พระนารายณ์มหาราช
โดยใช้วิธีการทางประวัติศาสตร์ วิเคราะห์ สังเคราะห์ และประเมินความเชื่อถือของข้อเท็จจริง
และอธิบายพัฒนาของเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์
เพื่อให้ผู้เรียนเห็นคุณค่าของการน าความรู้ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจ าวันมีเหตุผล ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่น
ในการท างาน รักความเป็นไทย ใช้ชีวิตอย่างพอเพียง
ตัวชี้วัด
1. ประเมินความน่าเชื่อถือของหลักฐานทางประวัติศาสตร์ในลักษณะต่างๆ
2. วิเคราะห์ความแตกต่างระหว่างความจริงกับข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์
3. เห็นความส าคัญของการตีความทางประวัติศาสตร์ที่น่าเชื่อถือ
4. วิเคราะห์พัฒนาการของอาณาจักรอยุธยาและธนบุรีในด้านต่างๆ
5. วิเคราะห์ปัจจัยที่ส่งผลต่อความมั่นคงและความเจริญรุ่งเรืองของอาณาจักรอยุธยา
6. ระบุภูมิปัญญาและวัฒนธรรมไทยสมัยอยุธยา และธนบุรีและอิทธิพลของภูมิปัญญาต่อการ
พัฒนาชาติไทยยุคต่อมาหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
104
รายวิชา ส22104 สังคมศึกษา 4
2 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.0 หนวยกิต
—————————————————————————————————————————-
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษาความหมายและความส าคัญของเศรษฐศาสตร์เบื้องต้น หลักการการบริโภค ปัจจัยที่มีอิทธิพล
ต่อพฤติกรรมการบริโภค รวมทั้งค่านิยมและพฤติกรรมของการบริโภคของคนในสังคมปัจจุบัน ที่มีผลต่อ
เศรษฐกิจชุมชนและประเทศ
ศึกษาความหมาย กฎอุปสงค์ อุปทาน ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการก าหนดอุปสงค์และอุปทาน
หลักการส าคัญของเศรษฐกิจพอเพียงและโครงการพระราชด าริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รวมทั้ง
กฎหมายเกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญา ความส าคัญและคุณค่า การประยุกต์ใช้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ในการ
ด ารงชีวิตต่อสังคมไทย
ศึกษาการลงทุนและการออม การบริหารจัดการเงินภาคครัวเรือน ปัจจัยและปัญหาการลงทุน การ
ออมในสังคมไทย บทบาทหน้าที่ของสถาบันการเงิน การผลิตสินค้าและบริการ หน่วยงานที่มีบทบาทหน้าที่
เกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค กฎหมายการคุ้มครองสิทธิประโยชน์ผู้บริโภค
ศึกษาระบบเศรษฐกิจแบบต่างๆ ตลาดและประเภทของตลาด กลไกราคา และการก าหนดราคาใน
ระบบเศรษฐกิจผลกระทบที่เกิดจากภาวะเงินเฟ้อ เงินฝืด ปัญหาการว่างงาน ความสัมพันธ์ระหว่างแนวคิด
เศรษฐกิจพอเพียงกับระบบสหกรณ์ บทบาทหน้าที่ของรัฐบาลในระบบเศรษฐกิจ นโยบายและกิจกรรมทาง
เศรษฐกิจของรัฐบาลที่มีต่อประเทศชาติ บทบาทความส าคัญของการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ
การกีดกันทางการค้า
โดยใช้วิธีการกระบวนการกลุ่ม ฝึกปฏิบัติในการออม จ าลองสถานการณ์ ส ารวจตลาดจาก
ประสบการณ์ตรง การเผชิญปัญหาและการแก้ไขสถานการณ์ คิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ รวบรวมข้อมูล อภิปราย
และ น าเสนอข้อมูลองค์ความรู้สืบค้นความรู้
เพื่อมีความรู้เข้าใจหลักเศรษฐศาสตร์เบื้องต้น สามารถคิดวิเคราะห์เชื่อมโยงความรู้
เสนอแนะแนวทางแก้ปัญหาเศรษฐกิจ เกิดความตระหนักถึงความส าคัญของการน าปรัชญาเศรษฐกิจ
พอเพียงมาแก้ปัญหาเศรษฐกิจสังคมไทย
ตัวชี้วัด
1. อธิบายความหมายและความส าคัญของเศรษฐศาสตร์
2. วิเคราะห์ค่านิยม และพฤติกรรมการบริโภคของคนในสังคมซึ่งส่งผลต่อเศรษฐกิจ
ของชุมชนและประเทศ
3. อธิบายความเป็นมาหลักการและความส าคัญของปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงต่อสังคมไทย
4. วิเคราะห์บทบาทหน้าที่ และความแตกต่างของสถาบันการเงินแต่ละประเภท
และธนาคารกลาง
5. ยกตัวอย่างที่สะท้อนให้เห็นการพึ่งพาอาศัยกัน และการแข่งขันกันทางเศรษฐกิจ ในประเทศ
6. ระบุปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการก าหนด อุปสงค์และอุปทาน
7. อภิปรายผลของการมีกฎหมายเกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญาหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
105
8. วิเคราะห์ปัจจัยที่มีผลต่อการลงทุนและการออม
9 . อธิบายปัจจัยการผลิตสินค้าและบริการ และปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการผลิตสินค้า และบริการ
10. เสนอแนวทางการพัฒนาการผลิตในท้องถิ่นตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
11. อภิปรายแนวทางการคุ้มครองสิทธิของตนเองในฐานะผู้บริโภค
12. อภิปรายระบบเศรษฐกิจแบบต่างๆ
13. ยกตัวอย่างที่สะท้อนให้เห็นการพึ่งพาอาศัยกัน และการแข่งขันทางเศรษฐกิจ ในภูมิภาค
เอเชีย
14. วิเคราะห์การกระจายของทรัพยากร ในโลกที่ส่งผลต่อความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ
ระหว่างประเทศ
15. วิเคราะห์การแข่งขันทางการค้าในประเทศและต่างประเทศส่งผลต่อ คุณภาพ สินค้า
ปริมาณการผลิตและ ราคาสินค้า
16. อธิบายกลไกราคาในระบบเศรษฐกิจ
17. มีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาท้องถิ่นตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
18. วิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงกับระบบสหกรณ์
19. อธิบายบทบาทหน้าที่ของรัฐบาลในระบบเศรษฐกิจ
20. แสดงความคิดเห็นต่อนโยบาย และกิจกรรมทาง เศรษฐกิจของรัฐที่มีต่อบุคคล กลุ่มคน
และประเทศชาติ
21. อภิปรายบทบาทความส าคัญของการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ
22. อภิปรายผลกระทบที่เกิดจากภาวะเงินเฟ้อ เงินฝืด
23. วิเคราะห์ผลเสียจากการว่างงาน และแนวทางแก้ปัญหา
24. วิเคราะห์สาเหตุและวิธีการกีดกันทางการค้าในการค้าระหว่างประเทศหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
106
รายวิชา ส22105 พระพุทธศาสนา 4
1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หนวยกิต
—————————————————————————————————————————-
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษาการปฏิบัติตนตามธรรมคุณ และปฏิบัติตนตามข้อธรรมส าคัญในกรอบอริยสัจ 4 ในเรื่อง
ธรรมคุณ 6 อริยสัจ 4 ทุกข์ (ธรรมที่ควรรู้) ในเรื่อง ขันธ์ 5 (อายตนะ) สมุทัย (ธรรมที่ควรละ) ในเรื่อง หลักกรรม
(สมบัติ 4 วิบัติ 4) อกุศลกรรมบถ 10 อบายมุข 6 นิโรธ (ธรรมที่ควรบรรลุ) ในเรื่อง สุข 2 ( สามิส นิรามิส)
มรรค (ธรรมที่ควรเจริญ) ในเรื่องบุพพนิมิตของมัชฌิมาปฏิปทา ดรุณธรรรม 6 กุลจิรัฏฐิติธรรม 4 กุศล
กรรมบถ 10 สติปัฏฐาน 4 มงคล 38 ในเรื่อง ประพฤติธรรม เว้นจากความชั่ว เว้นจากการดื่มน้ าเมา
ศึกษาโครงสร้างและสาระสังเขปของพระไตรปิฎก พุทธศาสนสุภาษิต กมฺมุนา วตฺตติ โลโก กลฺยาณ
การี กลฺยาณ ปาปการี จ ปาปก สุโข ปุญฺญสฺส อุจฺจโย ปูชโก ลภเต ปูช วนฺทโก ปฏิวนฺทน
ศึกษาการพัฒนาจิตเพื่อการเรียนรู้และด าเนินชีวิตด้วยวิธีคิดแบบอุบายปลุกเร้าคุณธรรม และวิธีคิด
แบบอรรถธรรมสัมพันธ์ สวดมนต์แปล แผ่เมตตา บริหารจิตและเจริญปัญญาด้วยอานาปานสติ
โดยใช้กระบวนการสืบค้นข้อมูล คิดวิเคราะห์ การปฏิบัติ รวมทั้งการเผชิญสถานการณ์และแก้ปัญหา
เพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ สามารถน าไปปฏิบัติในการด าเนินชีวิต น าไปพัฒนาและแก้ปัญหา
ของชุมชนและสังคม มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ในด้านรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้อยู่
อย่างพอเพียง มุ่งมั่นในการท างาน รักความเป็นไทย มีจิตสาธารณะ สามารถด าเนินชีวิตอยู่ร่วมกันได้
อย่างสันติสุข
ตัวชี้วัด
1. อธิบายธรรมคุณและข้อธรรมส าคัญในกรอบอริยสัจ 4 หรือหลักธรรมของศาสนาที่ตนนับถือ
ตามที่ก าหนดเห็นคุณค่าและน าไปพัฒนาแก้ปัญหาของชุมชนและสังคม
2. อธิบายโครงสร้างและสาระโดยสังเขปของพระไตรปิฎก หรือคัมภีร์ของศาสนาที่ตนนับถือ
3. เห็นคุณค่าการพัฒนาจิตเพื่อการเรียนรู้และด าเนินชีวิตด้วยวิธีคิดแบบโยนิโสมนสิการ คือวิธีคิด
แบบอุบายปลุกเร้าคุณธรรมและวิธีคิดแบบอรรถธรรมสัมพันธ์หรือการพัฒนาจิตตามแนวทางของ
ศาสนาที่ตนนับถือ
4. สวดมนต์ แผ่เมตตา บริหารจิตและเจริญปัญญาด้วยอานาปนสติหรือตามแนวทางของศาสนาที่
ตนนับถือ
5. วิเคราะห์การปฏิบัติตนตามหลักทางศาสนาที่ตนนับถือ เพื่อการด ารงตนอย่างเหมาะสมในกระแส
ความเปลี่ยนแปลงของโลกและการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
107
รายวิชา ส22106 ประวัติศาสตร์ไทย 4
1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หนวยกิต
—————————————————————————————————————————-
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษาเหตุการณ์การเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 การกู้เอกราชและรวบรวมแผ่นดินของสมเด็จพระ
เจ้าตากสิน
ศึกษาพัฒนาการของสมัยธนบุรี ในด้านการเมืองการปกครอง สังคม เศรษฐกิจและ
ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ปัจจัยที่ส่งผลต่อความมั่นคงและความเสื่อมของกรุงธนบุรี
ศึกษาภูมิปัญญาและวัฒนธรรมไทยสมัยธนบุรี ที่มีอิทธิพลต่อพัฒนาการชาติไทยในสมัยต่อมา
ตลอดจนวีรกรรมของบรรพบุรุษไทย ที่มีส่วนสร้างสรรค์ชาติไทย เช่น สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (ด้วง) สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหา สุรสิงหนาถ(บุญมา)
โดยใช้กระบวนการทางประวัติศาสตร์ การสืบค้นข้อมูล การคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ สร้างองค์
ความรู้สามารถสื่อสาร และอธิบายสิ่งที่เรียนรู้
เพื่อให้เกิดความตระหนักเห็นคุณค่าและความ ส าคัญของประวัติศาสตร์ มีความรักชาติ ศาสนา
พระมหากษัตริย์ ตลอดจนภาคภูมิใจในความเป็นไทย
ตัวชี้วัด
1. วิเคราะห์พัฒนาการของอาณาจักรอยุธยาและธนบุรีในด้านต่างๆ
2. ระบุภูมิปัญญาและวัฒนธรรมไทยสมัยอยุธยาและธนบุรี และอิทธิพลของภูมิปัญญา
ดังกล่าวต่อพัฒนาการชาติไทยในยุคสมัยต่อมา
3. วิเคราะห์ความแตกต่างระหว่างความจริงกับข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์
4. เห็นความส าคัญของการตีความทางประวัติศาสตร์ที่น่าเชื่อถือหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
108
รายวิชา ส22107 อิสลามศึกษา 3
1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หนวยกิต
—————————————————————————————————————————–
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษาการศรัทธาและคุณลักษณะของอัลลอฮฺสุบหานะฮุวะตะอาลา ตามเตาฮีดอุลูฮียะฮฺ บทลงโทษ
ของชิรฺกอุลูฮียะฮฺ ความสัมพันธ์ของโครงสร้างอิสลาม จริยวัตร สภาพก่อนและหลังอพยพ การเผยแผ่ศาสนา
อิสลามของท่านนบีมูฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม และคอลีฟะฮฺทั้งสี่ ประวัติความเป็นมาของมัสญิดอัล-
หะรอม มัสญิดอัล-นะบะวีย์ และมัสญิดอัล-อักศอ
โดยใช้กระบวนการสร้างความรู้ ความเข้าใจ กระบวนการปฏิบัติและกระบวนการสร้างนิสัย เพื่อให้เกิด
ความรู้ ความเข้าใจ เห็นคุณค่าและสามารถน าความรู้มาปฏิบัติในชีวิตประจ าวัน
ตัวชี้วัด
1. อธิบายหมาย คุณลักษณะของอัลลอฮฺสุบหานะฮุวะตะอาลา และการชิรฺกตามเตาฮีดอุลูฮียะฮฺ
2. เชื่อมั่น ยอมรับและปฏิบัติตนเป็นผู้ศรัทธาต่อของอัลลอฮฺสุบหานะฮุวะตะอาลา
ตามเตาฮีดอุลูฮียะฮฺ
3. วิเคราะห์และเชื่อมโยงความสัมพันธ์ของโครงสร้างของอิสลามหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
109
รายวิชา ส22108 อิสลามศึกษา 4
1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หนวยกิต
—————————————————————————————————————————–
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษาหลักการละหมาดสุนนะฮฺ และญัมฮฺ-ก็อศรฺ การจ่ายซะกาฮฺฟิฏรฺ การถือศีลอดสุนนะฮฺ การ
จัดการญะนาซะฮฺ การขออภัยโทษ การอดกลั้นและการให้อภัย ความกล้าหาญ และการเป็นผู้มีจิตอาสา
อ่านตามหลักการอ่านหุกุมมัด สูเราะฮฺอัล-บาลัด อัล-ฆอซียะฮฺ หลักค าสอนและท่องจ าสูเราะฮฺอัต-ตะกาษุร
และสูเราะฮฺอัล-กอรีอะฮฺ
โดยใช้กระบวนการสร้างความรู้ ความเข้าใจ กระบวนการปฏิบัติและกระบวนการสร้างนิสัย เพื่อให้เกิด
ความรู้ ความเข้าใจ เห็นคุณค่าและสามารถน าความรู้มาปฏิบัติในชีวิตประจ าวัน
ตัวชี้วัด
1. อภิปรายความหมาย ความส าคัญบทบัญญัติ วิธีการ เห็นคุณค่าและปฏิบัติตน
ในการละหมาดสุนนะฮฺและการถือศีลอดสุนนะฮฺ
2. ปฏิบัติตามบทบัญญัติเกี่ยวกับการละหมาดสุนนะฮฺและญัอมฺ-ก็อศรฺ
3. ปฏิบัติตามบทบัญญัติเกี่ยวกับการถือศีลอดสุนนะฮฺ
4. ปฏิบัติตามบทบัญญัติเกี่ยวกับการจ่ายซะกาฮฺฟิฎเราะฮฺ
5. ปฏิบัติตามบทบัญญัติเกี่ยวกับการจัดการญะนาซะฮฺ
6. วิเคราะห์พฤติกรรมและปฏิบัติตนเป็นมุสลิมที่ดี มีคุณธรรมจริยธรรมตามแบบอย่างของ
ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม
7. ยอมรับและชื่นชมผู้อื่นที่ปฏิบัติตนตามแบบอย่างของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม
8. อ่านเขียนอายะฮฺตามหลักการอ่านและท่องจ าสูเราะฮฺที่ก าหนด
9. อธิบายความหมาย ความส าคัญของสูเราะฮฺที่ก าหนด และน าหลักค าสอนมาใช้
ในการด าเนินชีวิตหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
110
รายวิชา ส23101 สังคมศึกษา 5
2 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.0 หนวยกิต
—————————————————————————————————————————-
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษาลักษณะทางกายภาพและสังคมของทวีปอเมริกาเหนือและอเมริกาใต้ ด้าน ความสัมพันธ์การ
ก่อเกิดสิ่งแวดล้อมใหม่ทางสังคมเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงประชากรเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรมของทวีป
อเมริกาเหนือ อเมริกาใต้ และแนวทางการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ปัญหาเกี่ยวกับ
สิ่งแวดล้อม และผลกระทบต่อเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อม
ศึกษาปัจจัยทางภูมิศาสตร์ที่มีผลต่อพัฒนาการทางสังคม เศรษฐกิจและการเมือง อิทธิพลของ
อารยธรรมตะวันตกที่ส่งผลต่อพัฒนาการ การเปลี่ยนแปลงของสังคมโลกที่น าไปสู่ความร่วมมือ และความขัดแย้ง
ในคริสต์ศตวรรษที่ 20
โดยใช้วิธีการรวบรวมข้อมูล อภิปราย กระบวนการกลุ่ม วิเคราะห์ สังเคราะห์ และ
น าเสนอข้อมูลองค์ความรู้
เพื่อสามารถวิเคราะห์และเปรียบเทียบ ลักษณะทางกายภาพที่มีผลต่อพัฒนาการทางสังคม
เศรษฐกิจ การเมืองที่ส่งผลต่อเนื่องถึงการเปลี่ยนแปลงของโลกโดยรวม
ตัวชี้วัด
1. ใช้เครื่องมือทางภูมิศาสตร์ในการรวบรวม วิเคราะห์และน าเสนอข้อมูลเกี่ยวกับ
ลักษณะทางกายภาพและสังคมของทวีปอเมริกาเหนือ และอเมริกาใต้
2. วิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างลักษณะทางกายภาพและสังคมของทวีปอเมริกาเหนือ
และอเมริกาใต้
3. วิเคราะห์การก่อเกิดสิ่งแวดล้อมใหม่ทางสังคม อันเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงทาง
ธรรมชาติและทางสังคมของทวีปอเมริกาเหนือและอเมริกาใต้
4. ระบุแนวทางการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมในทวีปอเมริกาเหนือ
และอเมริกาใต้
5. ส ารวจ อภิปรายประเด็นปัญหาเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นในทวีปอเมริกาเหนือ
และอเมริกาใต้
6. วิเคราะห์เหตุผลและผลกระทบต่อเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อมในทวีป
อเมริกาเหนือ และอเมริกาใต้ที่ส่งผลต่อประเทศไทย
7. อธิบายพัฒนาการทางสังคม เศรษฐกิจ และการเมืองของภูมิภาคต่าง ๆ ในโลก
โดยสังเขป
8. วิเคราะห์ผลของการเปลี่ยนแปลงที่น าไปสู่ความร่วมมือ และความขัดแย้งในคริสต์
ศตวรรษที่ 20 ตลอดจน ความพยายามในการขจัดปัญหาความขัดแย้งหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
111
รายวิชา ส23102 พระพุทธศาสนา 5
1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หนวยกิต
—————————————————————————————————————————-
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษาเกี่ยวกับประวัติและความส าคัญของพระพุทธศาสนา ในฐานะที่ช่วยสร้างสรรค์อารยธรรมและ
ความสงบสุขให้แก่โลก สัมมนาพระพุทธศาสนากับปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและการพัฒนาอย่างยั่งยืนการ
เผยแผ่พระพุทธศาสนาเข้าสู่ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก และการนับถือพระพุทธศาสนาของประเทศเหล่านั้นใน
ปัจจุบัน พุทธประวัติจากพระพุทธรูป ปางมารวิชัย ปางปฐมเทศนา ปางลีลา ปางประจ าวันเกิด สรุปและ
วิเคราะห์พุทธประวัติ เรื่องปฐมเทศนา โอวาทปาติโมกข์ ประวัติสาวก ชาดก/เรื่องเล่า และศาสนิกชนตัวอย่าง
คือ พระอัญญาโกณฑัญญะ พระมหาปชาบดีเถรี พระเขมาเถรี พระเจ้าปเสนทิโกศล นันทิวิสาลชาดก สุวัณณหัง
สชาดก
ศึกษาการปฎิบัติตนตามหลักธรรมและพุทธศาสนสุภาษิตพระรัตนตรัย สังฆคุณ อริยสัจ 4 ทุกข์
(ธรรมที่ควรรู้) ขันธ์5 ไตรลักษณ์สมุทัย (ธรรมที่ควรละ) หลักกรรม วัฏฏะ 3 ปปัญจธรรม 3 (ตัณหา มานะ ทิฎฐิ)
นิโรธ (ธรรมที่ควรบรรลุ) อัตถะ 3 มรรค (ธรรมที่ควรเจริญ)มรรคมีองค์ 8 ปัญญา 3 สัปปุริสธรรม 7 บุญกิริยา
วัตถุ 10 อุบาสกธรรม 7 มงคล 38 มีศิลปวิทยา พบสมณะ ฟังธรรมตามกาล สนทนาธรรมตามกาล พุทธศาสน
สุภาษิต อตฺตา หเว ชิต เสยฺโย ชนะตนนั่นแลดีกว่า ธมฺมจารีสุข เสติ ผู้ประพฤติธรรมย่อมอยู่เป็นสุข ปมาโท
มจฺจุโน ปท ความประมาทเป็นทางแห่งความตาย สุสฺสูส ลภเต ปญฺญ ผู้ฟังด้วยดีย่อมได้ปัญญา เรื่องน่ารู้จาก
พระไตรปิฎก พุทธปณิธาน 4 ในมหาปรินิพพานสูตร
โดยใช้กระบวนการ การสืบค้นข้อมูล วิเคราะห์ สังเคราะห์ การอภิปราย การสัมมนาแลกเปลี่ยน
เรียนรู้ การฝึกปฎิบัติ
เพื่อให้เกิดความตระหนักในคุณค่า การปฏิบัติตนตามหลักธรรมในการพัฒนาตน การพัฒนาจิต
ตามแนวทางศาสนาที่ตนนับถือ และวิถีการด าเนินชีวิตของศาสนิกชนในศาสนาอื่นๆ ประพฤติตนถูกต้องตาม
หลักค าสอนทางพระพุทธศาสนา และมีความศรัทธาในพระพุทธศาสนาตลอดจนปฏิบัติตนเป็นพลเมืองดี ด้วย
ความซื่อสัตย์สุจริต มีความรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ รักความเป็นไทย และมีจิตสาธารณะน าไปใช้ในชีวิตประจ าวัน
สามารถด ารงชีวิตอยู่อย่างมีความสุข
ตัวชี้วัด
1. อธิบายการเผยแผ่พระพุทธศาสนา หรือศาสนาที่ตนนับถือสู่ประเทศต่างๆ ทั่วโลก
2. วิเคราะห์ความส าคัญของพระพุทธศาสนา หรือศาสนาที่ตนนับถือในฐานะที่ช่วยสร้างสรรค์
อารยธรรม และความสงบสุขแก่โลก
3. อภิปรายความส าคัญของพระพุทธศาสนา หรือศาสนาที่ตนนับถือ กับปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพียงและการพัฒนาอย่างยั่งยืน
4. วิเคราะห์พุทธประวัติจากพระพุทธรูปปางต่างๆ หรือประวัติศาสดาที่ตนนับถือตามที่ก าหนด
5 .วิเคราะห์และประพฤติตนตามแบบอย่างการด าเนินชีวิตและข้อคิดจากประวัติสาวกชาดก/
เรื่องเล่า และศาสนิกชนตัวอย่าง ตามที่ก าหนด
6. อธิบายสังฆคุณ และข้อธรรมส าคัญในกรอบอริยสัจ 4 หรือหลักธรรมของศาสนาที่ตนนับถือ
ตามที่ก าหนดหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
112
7. เห็นคุณค่า และวิเคราะห์การปฏิบัติตนตามหลักธรรมในการพัฒนาตน เพื่อเตรียมพร้อมส าหรับ
การท างาน และการมีครอบครัว
8. เห็นคุณค่าของการพัฒนาจิตเพื่อการเรียนรู้และด าเนินชีวิตด้วยวิธีคิดแบบโยนิโส –มนสิการคือวิธี
คิดแบบอริยสัจ และวิธีคิดแบบสืบสาวเหตุปัจจัย หรือการพัฒนาจิตตามแนวทางของศาสนาที่ตน
นับถือ
9. สวดมนต์แผ่เมตตา บริหารจิตและเจริญปัญญาด้วยอานาปานสติหรือตามแนวทางของศาสนาที่
ตนนับถือหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
113
รายวิชา ส23103 ประวัติศาสตร์ 5
1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หนวยกิต
—————————————————————————————————————————-
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษาพัฒนาการของไทยในสมัยรัตนโกสินทร์ทางด้านการเมือง การปกครอง สังคม เศรษฐกิจ
และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศตามช่วงสมัยต่างๆ เหตุการณ์ส าคัญในสมัยรัตนโกสินทร์ด้านเศรษฐกิจใน
สมัยรัชกาลที่ 3 เกี่ยวกับการจัดตั้งระบบเจ้าภาษีนายอากร ด้านสังคมในสมัยรัชกาลที่ 4 เกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน
ด้านการเมืองระหว่างประเทศเกี่ยวกับลัทธิจักรวรรดินิยม
โดยใช้กระบวนการศึกษาวิเคราะห์ ใช้วิธีการทางประวัติศาสตร์ ในการประเมินความน่าเชื่อถือ
ตีความและน าเสนอข้อมูลทางประวัติศาสตร์
เพื่อวิเคราะห์เรื่องราวเหตุการณ์ส าคัญทางประวัติศาสตร์ได้อย่างมีเหตุผลตามวิธีการทาง
ประวัติศาสตร์
ตัวชี้วัด
1. วิเคราะห์เรื่องราวเหตุการณ์ส าคัญทางประวัติศาสตร์ได้อย่างมีเหตุผลตามวิธีการ
ทางประวัติศาสตร์
2. ใช้วิธีการทางประวัติศาสตร์ในการศึกษาเรื่องราวต่างๆที่ตนสนใจหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
114
รายวิชา ส23104 สังคมศึกษา 6
1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หนวยกิต
—————————————————————————————————————————-
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษาความแตกต่างของการกระท าความผิดทางอาญาและทางแพ่ง ความหมาย ความส าคัญของ
สิทธิมนุษยชน การอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยและรู้จักเลือกรับวัฒนธรรมสากลที่เหมาะสม
ศึกษาระบอบการปกครองแบบต่างๆ ในปัจจุบัน เปรียบเทียบระบอบการปกครองของไทยกับ
ประเทศอื่นๆ ที่มีการปกครองระบอบประชาธิปไตยและรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันในมาตราต่างๆที่เกี่ยวข้องกับ
การเลือกตั้ง การมีส่วนร่วมและการตรวจสอบการใช้อ านาจรัฐประเด็นปัญหาที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนา
ประชาธิปไตยของประเทศและปัจจัยของความขัดแย้งในประเทศ
โดยใช้กระบวนการ การสืบค้นข้อมูล วิเคราะห์ สังเคราะห์ การอภิปราย การแลกเปลี่ยนเรียนรู้
การสรุป การน าเสนอ
เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจเรื่องความผิดทางอาญาและทางแพ่ง สิทธิมนุษยชน การอนุรักษ์
วัฒนธรรมไทย เปรียบเทียบระบอบการปกครองของไทยกับประเทศอื่นๆ รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน เสนอ
แนวความคิดในการลดความขัดแย้งภายในประเทศ มีความรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ รักความเป็นไทย ตลอดจน
การปฏิบัติตนเป็นพลเมืองดีด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและมีจิตสาธารณะ สามารถด ารงชีวิตอยู่อย่างมีความสุข
ตัวชี้วัด
1. อธิบายความแตกต่างของการกระท าความผิดระหว่างคดีอาญาและคดีแพ่ง
2. มีส่วนร่วมในการปกป้องคุ้มครองผู้อื่นตามหลักสิทธิมนุษยชน
3. อนุรักษ์วัฒนธรรมไทยและเลือกรับวัฒนธรรมสากลที่เหมาะสม
4. อธิบายระบอบการปกครองแบบต่างๆที่ใช้ในยุคปัจจุบัน
5. วิเคราะห์เปรียบเทียบระบอบการปกครองของไทยกับประเทศอื่นๆ ที่มีการ
ปกครองระบอบประชาธิปไตย
6. วิเคราะห์ปัจจัยที่ก่อให้เกิดปัญหาความขัดแย้งในประเทศ และเสนอแนวคิดใน
การลดความขัดแย้ง
7. วิเคราะห์รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันในมาตราต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง
การมีส่วนร่วม และการตรวจสอบการใช้อ านาจรัฐ
8. วิเคราะห์ประเด็น ปัญหาที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประชาธิปไตยของ
ประเทศไทยและเสนอแนวทางแก้ไข
10. เสนอแนวคิดในการด ารงชีวิตอย่างมีความสุขในประเทศและสังคมโลกหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
115
รายวิชา ส23105 สังคมศึกษา 7
1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หนวยกิต
—————————————————————————————————————————-
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษาหลักธรรมอริยสัจ 4 และน าไปใช้ในการแก้ปัญหาและการพัฒนาคน สังคม
ศึกษาปัญหาความขัดแย้งและการแก้ปัญหาในสังคม
ศึกษาสภาพภูมิศาสตร์ ปัญหาสิ่งแวดล้อมกับความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งแวดล้อมกับคนและสังคม
ศึกษาเหตุการณ์ส าคัญในสังคมไทย และเห็นคุณค่าการน าวิธีการทางประวัติศาสตร์ไปใช้ในการศึกษา
ศึกษาสภาพเศรษฐกิจ กลไกราคา เงินเฟ้อ เงินฝืดตลอดจนการน าหลักเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้
โดยใช้กระบวนการกลุ่ม และวิธีการสัมมนาและน าเสนอองค์ความรู้
เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจสามารถวิเคราะห์ประเด็นเหตุการณ์ต่างๆ เกิดความคิดรวบยอด
ที่สามารถน าไปปรับใช้ในชีวิตประจ าวันและสังคมได้
ตัวชี้วัด
1. อธิบายธรรมคุณและข้อธรรมส าคัญในกรอบอริยสัจ 4 หรือหลักธรรมของศาสนาที่ตนนับถือ
ตามที่ก าหนดเห็นคุณค่าและน าไปพัฒนาแก้ปัญหาของชุมชนและสังคม
2. วิเคราะห์ปัจจัยที่ก่อให้เกิดปัญหาความขัดแย้งในประเทศ และเสนอแนวคิดใน
การลดความขัดแย้ง
3. วิเคราะห์เหตุผลและผลกระทบต่อเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อมในทวีป
อเมริกาเหนือ และอเมริกาใต้ที่ส่งผลต่อประเทศไทย
4.วิเคราะห์เรื่องราวเหตุการณ์ส าคัญทางประวัติศาสตร์ได้อย่างมีเหตุผลตามวิธีการทางประวัติศาสตร์
5.อภิปรายผลกระทบที่เกิดจากภาวะเงินเฟ้อและเงินฝืดหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
116
รายวิชา ส23106 พระพุทธศาสนา 6
1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หนวยกิต
—————————————————————————————————————————-
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษาเกี่ยวกับพระสงฆ์และการปฎิบัติตนที่เหมาะสมต่อพระสงฆ์ หน้าที่ของพระสงฆ์ในการปฏิบัติ
ตามหลักพระธรรมวินัย และจริยวัตร การปฏิบัติตนต่อพระสงฆ์ในงานศาสนพิธีที่บ้าน การสนทนา การแต่งกาย
มรรยาทการพูดกับพระสงฆ์ตามฐานะศาสนพิธี พิธีท าบุญ งานมงคล งานอวมงคล การนิมนต์พระภิกษุ การ
เตรียมที่ตั้งพระพุทธรูปและเครื่องบูชา การวงด้ายสายสิญจน์การปูลาดอาสนะ การเตรียมเครื่องรับรอง การจุด
ธูปเทียน ข้อปฏิบัติในวันเลี้ยงพระ การถวายข้าวพระพุทธ การถวายไทยธรรม การกรวดน้ า การแสดงตนเป็น
พุทธมามกะ ขั้นเตรียมการ ขั้นพิธีการ วันส าคัญทางศาสนาวันวิสาขบูชา (วันส าคัญสากล)วันธรรมสวนะและ
เทศกาลส าคัญ หลักปฏิบัติตน การฟังพระธรรมเทศนา การแต่งกายในการประกอบศาสนพิธีที่วัด การงดเว้น
อบายมุข การประพฤติปฏิบัติในวันธรรมสวนะและเทศกาลส าคัญ หน้าที่และมารยาทชาวพุทธ การเป็นศิษย์ที่ดี
ตามหลักทิศเบื้องขวาในทิศ 6 ของพระพุทธศาสนา การปฏิบัติหน้าที่ชาวพุทธตามพุทธปณิธาน 4 ในมหา
ปรินิพพานสูตร องค์ประกอบของพระพุทธศาสนา น าไปปฏิบัติและเผยแผ่ตามโอกาส การศึกษาการรวมตัวของ
องค์กรชาวพุทธ การปลูกจิตส านึกในด้านการบ ารุงรักษาวัดและพุทธสถานให้เกิดประโยชน์ ศาสนสัมพันธ์ วิถี
การด าเนินชีวิตของศาสนิกชนศาสนาอื่นๆ
ศึกษาการสวดมนต์แผ่เมตตา บริหารจิตและเจริญปัญญาด้วยอานาปานสติ สวดมนต์แปล และ
แผ่เมตตา วิธีปฏิบัติและประโยชน์ของการบริหารจิตและเจริญปัญญา การบริหารจิตและเจริญปัญญาตามหลัก
อานาปานสติ การบริหารจิตและเจริญปัญญาไปใช้ในชีวิตประจ าวัน วิธีคิดแบบโยนิโสมนสิการ วิธีคิดแบบ
อริยสัจ วิธีคิดแบบสืบสาวเหตุปัจจัย
โดยใช้กระบวนการ การสืบค้นข้อมูล วิเคราะห์ สังเคราะห์ การอภิปราย การฝึกปฎิบัติ การ
แลกเปลี่ยนเรียนรู้ การสรุป การน าเสนอ และการน าไปใช้ในชีวิตประจ าวัน
เพื่อให้เกิดความตระหนักในคุณค่า การปฏิบัติตนตามหลักธรรมในการพัฒนาตน การพัฒนาจิต
ตามแนวทางศาสนาที่ตนนับถือ และวิถีการด าเนินชีวิตของศาสนิกชนในศาสนาอื่นๆ ประพฤติตนถูกต้องตาม
หลักค าสอนทางพระพุทธศาสนา และมีความศรัทธาในพระพุทธศาสนาตลอดจนปฏิบัติตนเป็นพลเมืองดี ด้วย
ความซื่อสัตย์สุจริต มีความรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ รักความเป็นไทย และมีจิตสาธารณะ สามารถด ารงชีวิตอยู่
อย่างมีความสุข
ตัวชี้วัด
1. วิเคราะห์หน้าที่และบทบาทของสาวก และปฏิบัติตนต่อสาวก ตามที่ก าหนดได้ถูกต้อง
2. ปฏิบัติตนอย่างเหมาะสมต่อบุคคลต่าง ๆ ตามหลักศาสนา ตามที่ก าหนด
3. ปฏิบัติหน้าที่ของศาสนิกชนที่ดี
4. ปฏิบัติตนในศาสนพิธีพิธีกรรมได้ถูกต้อง
5. อธิบายประวัติวันส าคัญทางศาสนาตามที่ก าหนดและปฏิบัติตนได้อย่างถูกต้อง
6. แสดงตนเป็นพุทธมามกะหรือแสดงตนเป็นศาสนิกชนของศาสนาที่ตนนับถือ
7. น าเสนอแนวทางในการธ ารงศาสนาที่ตนนับถือ
8. วิเคราะห์ความแตกต่าง และยอมรับวิถีการด าเนินชีวิตของศาสนิกชนในศาสนาอื่นๆหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
117
รายวิชา ส23107 ประวัติศาสตร์ไทย 6
1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หนวยกิต
—————————————————————————————————————————-
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษาเหตุการณ์ส าคัญสมัยรัตนโกสินทร์ที่มีผลต่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจ สังคมและการเมือง
การปกครองของไทยในสมัยรัตนโกสินทร์ เช่น การท าสนธิสัญญาเบาว์ริง ในสมัยรัชกาลที่ 4 การปฏิรูปประเทศ
ในสมัยรัชกาลที่ 5 การเข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2
ศึกษาภูมิปัญญาและวัฒนธรรมไทยสมัยรัตนโกสินทร์ที่มีอิทธิพลต่อการพัฒนาชาติไทย ตลอดจน
การเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชมา เป็นระบอบประชาธิปไตยและบทบาทของไทย
ในสมัยประชาธิปไตยหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองจนถึงปัจจุบัน
โดยใช้กระบวนการศึกษาวิเคราะห์ ใช้วิธีการทางประวัติศาสตร์ ในการประเมินความน่าเชื่อถือ
ตีความและน าเสนอข้อมูลทางประวัติศาสตร์
เพื่อให้สามารถวิเคราะห์ความส าคัญ และผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากการปฏิรูป
ประเทศสมัยรัชกาลที่ 5 บทบาทของไทยสมัยประชาธิปไตยหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองจนถึงปัจจุบัน
ตลอดจนอิทธิพลของภูมิปัญญาไทยที่มีผลต่อการพัฒนาชาติไทย
ตัวชี้วัด
1. วิเคราะห์พัฒนาการของไทยในสมัยรัตนโกสินทร์ในด้านต่างๆ
2. วิเคราะห์ปัจจัยที่ส่งผลต่อความมั่นคงและความเจริญรุ่งเรืองของไทยในสมัย
รัตนโกสินทร์
3. วิเคราะห์ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมไทยสมัยรัตนโกสินทร์และอิทธิพลต่อพัฒนาการ
ชาติไทย
4. วิเคราะห์บทบาทของไทยในสมัยประชาธิปไตยหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
118
รายวิชา ส23108 อิสลามศึกษา 5
1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หนวยกิต
—————————————————————————————————————————–
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษาการศรัทธาและคุณลักษณะของอัลลอฮฺสุบหานะฮุวะตะอาลา ตามเตาฮีดอัสมาอฺวัศศิฟาต
ประโยชน์ของเตาฮีดอุลูฮียะฮฺ หลักการเตาฮีดตามแนวสะลัฟ เตาฮีดอัร-รูบูบียะฮฺ เตาฮีดอุลูฮียะฮฺ เตาฮีดอัส
มาอฺวัศศิฟาต บทลงโทษของชิรฺกอัสมาอฺวัศศิฟาต เห็นคุณค่าและปฏิบัติการประกอบพิธีหัจญ์และอุมเราะฮฺ
การท า กุรฺบานและอากีเกาะฮฺ การจัดการญะนาซะฮฺ การบริโภคอาหารและเครี่องดื่มที่หะลาล หะรอม
โดยใช้กระบวนการสร้างความรู้ ความเข้าใจ กระบวนการปฏิบัติและกระบวนการสร้างนิสัย เพื่อให้เกิด
ความรู้ ความเข้าใจ เห็นคุณค่าและสามารถน าความรู้มาปฏิบัติในชีวิตประจ าวัน
ตัวชี้วัด
1. อธิบายความหมายคุณลักษณะของอัลลอฮฺสุบหานะฮุวะตะอาลา และการชิรฺก
ตามเตาฮีดอัสมาอฺวัศศิฟาต
2. วิเคราะห์หลักการเตาฮีดอัร-รูบูยะฮฺ อุลูฮียะฮฺ อัสมาอฺวัศศิฟาตตามแนวสะลัฟ และปฏิบัติตน
ให้ห่างไกลจากชิรฺก
3. เชื่อมั่น ยอมรับและปฏิบัติตนเป็นผู้ศรัทธาต่ออัลลอฮฺสุบหานะฮุวะตะอาลา
ตามเตาฮีดอัสมาอฺวัศศิฟาต
4. ปฏิบัติตามบทบัญญัติเกี่ยวกับการประกอบพิธีหัจญ์ การอุมเราะฮฺ กุรฺบาน อากีเกาะฮฺและ
การจัดการญะนาซะฮฺ
5. วิเคราะห์และเห็นคุณค่าในการเลือกอุปโภคและบริโภคสิ่งที่หะลาลและหะรอมหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
119
รายวิชา ส23109 อิสลามศึกษา 6
1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หนวยกิต
—————————————————————————————————————————–
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษาชีวประวัติ คุณลักษณะ บทบาทหน้าที่ จริยธรรม การเผยแผ่ศาสนาของบรรดารสูล “อุลุลอัซ
มียฺ” ยุทธศาสตร์ของนบีมุฮัมมัดศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ในการแก้ปัญหา และประวัติความเป็นมา
ความเจริญรุ่งเรืองในสมัย เคาะลีฟะฮฺทั้งสี่ ศาสนสถานที่ส าคัญในอิสลาม ความยุติธรรม ความใฝ่ รู้ใฝ่
เรียน ความสามัคคี อ่านตามหลักการอ่านวักฟฺ วัศลฺ และพยัญชนะมุกอฏเฏาะอะฮฺ สูเราะฮฺอัล-อะลาอฺ สู
เราะฮฺอัต-ตอรีก สูเราะฮฺอัล-บุรุจ หลักค าสอนและท่องจ าสูเราะฮฺอัฎ-ฎุฮา และสูเราะฮฺอัล-ตีน
โดยใช้กระบวนการสร้างความรู้ ความเข้าใจ กระบวนการปฏิบัติและกระบวนการสร้างนิสัย เพื่อให้เกิด
ความรู้ ความเข้าใจ เห็นคุณค่าและสามารถน าความรู้มาปฏิบัติในชีวิตประจ าวัน
ตัวชี้วัด
1. วิเคราะห์ประวัติความเป็นมา ความส าคัญของบรรดารสูลอุลุอัซมีที่ปรากฏอยู่ในอัล-กุรฺอาน
และน าข้อคิดที่ได้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจ าวัน
2. วิเคราะห์เหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ของท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม
และเคาะลีฟฮฺทั้งสี่ พร้อมน าข้อคิดที่ได้ไปใช้ในชีวิตประจ าวัน
3. ตระหนักและคุณค่าความส าคัญและประวัติความเป็นมาของศาสนสถานที่ส าคัญในอิสลาม
4. วิเคราะห์พฤติกรรมและปฏิบัติตนเป็นมุสลิมที่ดี มีคุณธรรมจริยธรรมตมแบบอย่างของ
ท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม
5. ยอมรับ ชื่นชมและน าผู้อื่นให้ปฏิบัติตนตามแบบอย่างของท่านนบีมุฮัมมัด
ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม
6. อ่านเขียนอายะฮฺตามหลักการอ่านและท่องจ าสูเราะฮฺที่ก าหนด
7. สรุปความหมาย ความส าคัญของสูเราะฮฺที่ก าหนดและน าหลักค าสอนมาใช้ในการด าเนินชีวิตหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
120
มาตรฐานการเรียนรู้
กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา
1. เข้าใจธรรมชาติของการเจริญเติบโตและพัฒนาการของมนุษย์
2. เข้าใจและเห็นคุณค่าตนเอง ครอบครัว เพศศึกษา และมีทักษะในการด าเนินชีวิต
3. เข้าใจ มีทักษะในการเคลื่อนไหว กิจกรรมทางกาย การเล่นเกม และกีฬา
4. รักการออกก าลังกาย การเล่นเกม และการเล่นกีฬา ปฏิบัติเป็นประจ าอย่างสม่ าเสมอมีวินัย เคารพสิทธิ กฎ
กติกา มีน้ าใจนักกีฬา มีจิตวิญญาณในการแข่งขัน และชื่นชมในสุนทรียภาพของการกีฬา
5. เห็นคุณค่าและมีทักษะในการสร้างเสริมสุขภาพ การด ารงสุขภาพ การป้องกันโรคและการสร้างเสริม
สมรรถภาพเพื่อสุขภาพ
6. ป้องกันและหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยง พฤติกรรมเสี่ยงต่อสุขภาพ อุบัติเหตุ การใช้ยา สารเสพติด และความ
รุนแรงหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
121
ชื่อรายวิชาและหน่วยกิต
กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา
รายวิชาพื้นฐาน
1. พ21101 สุขศึกษา 1 1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หน่วยกิต
HPE21101 Health 1
2. พ21103 สุขศึกษา 2 1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หน่วยกิต
HPE21103 Health 2
3. พ22101 สุขศึกษา 3 1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หน่วยกิต
HPE2211 Health 3
4. พ22103 สุขศึกษา 4 1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หน่วยกิต
HPE22103 Health 4
5. พ23101 สุขศึกษา 5 1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หน่วยกิต
HPE23101 Health 5
6. พ23103 สุขศึกษา 6 1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หน่วยกิต
HPE23103 Health 6
รายวิชาพื้นฐาน พลศึกษา
1. พ21102 พลศึกษา 1 1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หน่วยกิต
HPE21102 Physical Education 1
2. พ21104 พลศึกษา 2 1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หน่วยกิต
HPE21104 Physical Education 2
3. พ22102 พลศึกษา 3 1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หน่วยกิต
HPE22102 Physical Education 3
4. พ22104 พลศึกษา 4 1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หน่วยกิต
HPE22104 Physical Education 4
5. พ23102 พลศึกษา 5 1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หน่วยกิต
HPE23102 Physical Education 5
6. พ23104 พลศึกษา 6 1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หน่วยกิต
HPE23104 Physical Education 6หลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
122
รายวิชา พ21101 สุขศึกษา 1และ พ21103 พลศึกษา 1
2 คาบ/สัปดาห์ 1.0 หนวยกิต/ภาคเรียน
—————————————————————————————————————————-
ค าอธิบายรายวิชา
ความส าคัญของระบบประสาท ระบบต่อมไร้ท่อ ระบบกล้ามเนื้อ และข้อต่อ ที่มีผลต่อสุขภาพ การ
เจริญเติบโต และพัฒนาการของวัยรุ่น วิธีดูแลรักษาระบบประสาท ระบบต่อมไร้ท่อ และระบบกล้ามเนื้อและข้อ
ต่อ ให้ท างานตามปกติ อนามัยเจริญพันธุ์ วิธีการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และ
พัฒนาการทางเพศอย่างเหมาะสม การยอมรับและการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลง การเบี่ยงเบนทางเพศ การ
สร้างและรักษาสัมพันธภาพกับผู้อื่นและการหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยง วิธีปฐมพยาบาล การเป็นลม ไฟไหม้ น้ า
ร้อนลวก บาดแผล กระดูกหัก การดูแลผู้ป่วย การนวด ฯลฯ การดูแลเบื้องต้น และการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยอย่า ง
ปลอดภัย
การวิเคราะห์ปัญหาที่เกิดจากการภาวะโภชนาการที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ การเลือกกินอาหารที่
เหมาะสมกับวัย การควบคุมน้ าหนักของตนเองให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน การสร้างเสริมและการปรับปรุง
สมรรถภาพทางกายตามผลการทดสอบ การเล่นกีฬาไทยและกีฬาสากลประเภทบุคคลและทีมโดยใช้ทักษะ
พื้นฐานตามชนิดกีฬา อย่างละ 1 ชนิด การเพิ่มพูนความสามารถของตนตามหลักการเคลื่อนไหวที่ใช้ทักษะกลไก
และทักษะพื้นฐานที่น าไปสู่การพัฒนาทักษะการเล่นกีฬา หลักการเพิ่มพูนความสามารถในการเคลื่อนไหวที่ใช้
ทักษะกลไกและทักษะพื้นฐานที่น าไปสู่การพัฒนาทักษะการเล่นกีฬา(การเคลื่อนไหวแบบอยู่กับที่/การ
เคลื่อนไหวแบบเคลื่อนที่/การเคลื่อนไหวแบบผสมผสาน) กีฬาไทยและกีฬาสากล (กรีฑาประเภทลู่และลาน
บาสเกตบอล กระบี่ เทเบิลเทนิส เทนนิส ว่ายน้ า) การควบคุมการเล่นด้วยมือประกอบด้วย(บาสเกตบอล
วอลเล่ย์บอล) การควบคุมวัตถุด้วยส่วนต่างๆของร่างกาย (ตะกร้อ ฟุตบอล)การควบคุมวัตถุด้วยอุปกรณ์ (เทเบิล
เทนิส แบดมินตัน เทนนิส) และการใช้อุปกรณ์ประกอบการเคลื่อนไหว (กระบี่ ดาบ พลอง ) การละเล่นพื้นเมือง/
พื้นบ้าน (ปันจักสิลัต การตีกลองสะบัดชัย) กีฬาภูมิปัญญาไทย (ศิลปะมวยไทย ตะกร้อวง กระบี่กระบอง) การน า
ความรู้และหลักการของกิจกรรมนันทนาการไปเชื่อมโยงสัมพันธ์กับวิชาอื่น (การละเล่นกีฬาพื้นบ้านและกิจกรรม
พลศึกษาเพื่อนันทนาการ) ความส าคัญของการออกก าลังกายและเล่นกีฬาจนเป็นวิถีชีวิตที่มีสุขภาพดี การออก
ก าลังกาย ( กายบริหารแบบต่างๆ เต้นแอโรบิก โยคะ ร ามวยจีน) การประเมินการเล่นกีฬาของตนเองและผู้อื่น
การเคลื่อนไหวแบบอยู่กับที่/การเคลื่อนไหวแบบเคลื่อนที่/การเคลื่อนไหวแบบผสมผสาน การควบคุม
การเล่นด้วยมือ(บาสเกตบอล วอลเล่ย์บอล)การควบคุมด้วยส่วนต่างๆของร่างกาย(ตะกร้อ ฟุตบอล)การควบคุม
ด้วยวัตถุด้วยอุปกรณ์(เทเบิลเทนนิส เทนนิส แบดมินตัน)และการใช้อุปกรณ์ประกอบการเคลื่อนไหว(กระบี่ ดาบ
พลอง)การละเล่นพื้นบ้าน/พื้นเมือง(ปันจักสิลัต การตีกลองสะบัดชัย)กีฬาไทย(ศิลปะมวยไทย ตะกร้อวง กระบี่
กระบอง)วิเคราะห์ผลพัฒนาการของตนเองและผู้อื่นในการกีฬา กฎ กติกา การเล่นเกมและการแข่งขันกีฬาที่
เลือกเล่น รูปแบบ วิธีการรุกและป้องกันในการเล่นกีฬาที่เลือก การเล่น การแข่งขันกีฬา และการท างานเป็นทีม
การยอมรับความสามารถและความแตกต่างระหว่างบุคคลในการเล่นกีฬา ประกอบด้วยการวิเคราะห์ความ
แตกต่างระหว่างบุคคลเพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาการเล่นกีฬา
ตัวชี้วัดหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
123
1. อธิบายความส าคัญของระบบประสาท ระบบต่อมไร้ท่อ ระบบกล้ามเนื้อ และข้อต่อที่มีผลต่อสุขภาพ
การเจริญเติบโต และพัฒนาการของวัยรุ่นได้
2. อธิบายวิธีดูแลรักษาระบบประสาท ระบบต่อมไร้ท่อ ระบบกล้ามเนื้อ และข้อต่อให้ท างานตามปกติ
3. วิเคราะห์ภาวะการเจริญเติบโตทางร่างกายของตนเองกับเกณฑ์มาตรฐาน
4. แสวงหาแนวทางในการพัฒนาตนเองให้เจริญเติบโตสมวัย
5. อธิบายวิธีปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และพัฒนาการทางเพศอย่างเหมาะสม
6. แสดงทักษะการปฏิเสธเพื่อป้องกันตนเองจากการถูกล่วงละเมิดทางเพศ
7. อธิบายความส าคัญของการออกก าลังกายและการเล่นกีฬา จนเป็นวิถีชีวิตที่ดี
8. ออกก าลังกายและเลือกเข้าร่วมเล่นกีฬาตามความถนัด ความสนใจอย่างเต็มความสามารถ พร้อมทั้งมี
การประเมินการเล่นของตนและผู้อื่น
9. ปฏิบัติตามกฎ กติกา และข้อตกลงตามชนิดกีฬาที่เลือกเล่น
10. วางแผนการรุกและการป้องกันในการเล่นกีฬาที่เลือกและน าไปใช้ในการเล่นอย่างเป็นระบบ
11. ร่วมมือในการเล่นกีฬา และการท างานเป็นทีมอย่างสนุกสนาน
12. วิเคราะห์เปรียบเทียบและยอมรับความแตกต่างระหว่างวิธีการเล่นกีฬาของตนเองกับผู้อื่น
13. เพิ่มพูนความสามารถของตน ตามหลักการเคลื่อนไหวที่ใช้ทักษะกลไกลและทักษะพื้นฐานที่น าไปสู่การ
พัฒนาทักษะการเล่นกีฬา
14. เล่นกีฬาไทยและกีฬาสากลประเภทบุคคลและทีมโดยใช้ทักษะพื้นฐานตามชนิดกีฬา อย่างละ 1 ชนิด
15. ร่วมกิจกรรมนันทนาการอย่างน้อย 1 กิจกรรมและน าความรู้ที่ได้ไปเชื่อมโยงสัมพันธ์กับวิชาอื่น
16. ควบคุมน้ าหนักของตนเองให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน
17. การสร้างเสริมและปรับปรุงสมรรถภาพทางกายตามผลการทดสอบหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
124
รายวิชา พ21103 สุขศึกษา 2 และ พ21104 พลศึกษา 2
2 คาบ/สัปดาห์ 1.0 หนวยกิต/ภาคเรียน
—————————————————————————————————————————-
ค าอธิบายรายวิชา
การเจริญเติบโตทางร่างกาย การหาค่าดัชนีมวลกายของตนเองกับเกณฑ์มาตรฐาน ตามแนวทางในการ
พัฒนาตนเองให้เจริญเติบโตสมวัย โดยค านึงถึงปัจจัยของการมีสุขภาพดีตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
มีทักษะการปฏิเสธเพื่อป้องกันตนเองจากการถูกล่วงละเมิดทางเพศ การป้องกันการตั้งครรภ์ บอกอาการของผู้
ติดสารเสพติดและป้องกันการติดยาเสพติดประเภท เหล้า บุหรี่ ยาบ้า ยาอี ยาไอซ์ และชนิดผสมเช่น 4×100 ยา
แก้ไอ ยาแก้อักเสพ ฯลฯ การใช้สารเสพติดกับการเกิดโคประสาท โรคจิต และอุบัติเหตุทางบก ทางน้ า ทาง
อากาศ พฤติกรรมที่พึงประสงค์และไม่พึงประสงค์ในการแก้ปัญหาความขัดแย้งในครอบครัวและกลุ่มเพื่อน การ
ชักชวนผู้อื่นให้ลดละเลิกสารเสพติดโดยใช้ทักษะการคิดวิเคราะห์ ทักษะการสื่อสาร ทักษะการตัดสินใจ ทักษะ
การแก้ปัญหา ทักษะชีวิต และทักษะการใช้เทคโนโลยี
การควบคุมน้ าหนักของตนเองให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน การสร้างเสริมและปรับปรุงสมรรถภาพทางกาย
ตามผลการทดสอบ การเล่นกีฬาไทยและกีฬาสากลประเภทบุคคลและทีม โดยใช้ทักษะพื้นฐานตามชนิดกีฬา
อย่างละ 1 ชนิด การเพิ่มพูนความสามารถของตนตามหลักการเคลื่อนไหวที่ใช้ทักษะกลไกและทักษะพื้นฐานที่
น าไปสู่การพัฒนาทักษะการเล่นกีฬา หลักการเพิ่มพูนความสมมารถในการเคลื่อนไหวที่ใช้ทักษะกลไกและทักษะ
พื้นฐานที่น าไปสู่การพัฒนาทักษะการเล่นกีฬา(การเคลื่อนไหวแบบอยู่กับที่/การเคลื่อนไหวแบบเคลื่อนที่/การ
เคลื่อนไหวแบบผสมผสาน) กีฬาไทยและกีฬาสากล (กรีฑาประเภทลู่และลาน บาสเกตบอล กระบี่ เทเบิลเทนิส
เทนนิส ว่ายน้ า) การควบคุมการเล่นด้วยมือประกอบด้วย(บาสเกตบอล วอลเล่ย์บอล) การควบคุมวัตถุด้วยส่วน
ต่างๆของร่างกาย (ตะกร้อ ฟุตบอล)การควบคุมวัตถุด้วยอุปกรณ์ (เทเบิลเทนิส แบดมินตัน เทนนิส) และการใช้
อุปกรณ์ประกอบการเคลื่อนไหว (กระบี่ ดาบ พลอง ) การละเล่นพื้นเมือง /พื้นบ้าน (ปันจักสิลัต การตีกลอง
สะบัดชัย) กีฬาภูมิปัญญาไทย (ศิลปะมวยไทย ตะกร้อวง กระบี่กระบอง) การน าความรู้และหลักการของ
กิจกรรมนันทนาการไปเชื่อมโยงสัมพันธ์กับวิชาอื่น (การละเล่นกีฬาพื้นบ้านและกิจกรรมพลศึกษาเพื่อ
นันทนาการ) ความส าคัญของการออกก าลังกายและเล่นกีฬาจนเป็นวิถีชีวิตที่มีสุขภาพดี การออกก าลังกาย
(กายบริหารแบบต่างๆ เต้นแอโรบิก โยคะ ร ามวยจีน) การประเมินการเล่นกีฬาของตนเองและผู้อื่น
การเคลื่อนไหวแบบอยู่กับที่/การเคลื่อนไหวแบบเคลื่อนที่/การเคลื่อนไหวแบบผสมผสาน การควบคุม
การเล่นด้วยมือ(บาสเกตบอล วอลเล่ย์บอล)การควบคุมด้วยส่วนต่างๆของร่างกาย(ตะกร้อ ฟุตบอล)การควบคุม
ด้วยวัตถุด้วยอุปกรณ์(เทเบิลเทนนิส เทนนิส แบดมินตัน)และการใช้อุปกรณ์ประกอบการเคลื่อนไหว(กระบี่ ดาบ
พลอง)การละเล่นพื้นบ้าน/พื้นเมือง(ปันจักสิลัต การตีกลองสะบัดชัย)กีฬาไทย(ศิลปะมวยไทย ตะกร้อวง กระบี่
กระบอง)วิเคราะห์ผลพัฒนาการของตนเองและผู้อื่นในการกีฬา กฎ กติกา การเล่นเกมและการแข่งขันกีฬาที่
เลือกเล่น รูปแบบ วิธีการรุกและป้องกันในการเล่นกีฬาที่เลือก การเล่น การแข่งขันกีฬา และการท างานเป็นทีม
การยอมรับความสามารถและความแตกต่างระหว่างบุคคลในการเล่นกีฬา ประกอบด้วยการวิเคราะห์ความ
แตกต่างระหว่างบุคคลเพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาการเล่นกีฬา
ตัวชี้วัด
1. วิเคราะห์การเจริญเติบโตทางร่างกาย และค านวณหาค่าดัชนีมวลกายของตนเองกับเกณฑ์มาตรฐาน
2. แสวงหาแนวทางในการพัฒนาตนเองให้เจริญเติบโตสมวัยโดยค านึงถึงปัจจัยของการมีสุขภาพดีตามหลัก
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
3. แสดงทักษะการปฏิเสธเพื่อป้องกันตนเองจากการถูกล่วงละเมิดทางเพศหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
125
4. ระบุพฤติกรรมที่พึงประสงค์และไม่พึงประสงค์ในการแก้ปัญหาความขัดแย้งในครอบครัวและกลุ่มเพื่อน
5. การป้องกันการตั้งครรภ์
6. อธิบายความส าคัญของการออกก าลังกายและการเล่นกีฬา จนเป็นวิถีชีวิตที่ดี
7. ออกก าลังกายและเลือกเข้าร่วมเล่นกีฬาตามความถนัด ความสนใจอย่างเต็มความสามารถ พร้อมทั้งมี
การประเมินการเล่นของตนและผู้อื่น
8. ปฏิบัติตามกฎ กติกา และข้อตกลงตามชนิดกีฬาที่เลือกเล่น
9. วางแผนการรุกและการป้องกันในการเล่นกีฬาที่เลือกและน าไปใช้ในการเล่นอย่างเป็นระบบ
10. ร่วมมือในการเล่นกีฬา และการท างานเป็นทีมอย่างสนุกสนาน
11. วิเคราะห์เปรียบเทียบและยอมรับความแตกต่างระหว่างวิธีการเล่นกีฬาของตนเองกับผู้อื่น
12. เพิ่มพูนความสามารถของตน ตามหลักการเคลื่อนไหวที่ใช้ทักษะกลไกลและทักษะพื้นฐานที่น าไปสู่การ
พัฒนาทักษะการเล่นกีฬา
13. เล่นกีฬาไทยและกีฬาสากลประเภทบุคคลและทีมโดยใช้ทักษะพื้นฐานตามชนิดกีฬา อย่างละ 1 ชนิด
14. ร่วมกิจกรรมนันทนาการอย่างน้อย 1 กิจกรรมและน าความรู้ที่ได้ไปเชื่อมโยงสัมพันธ์กับวิชาอื่น
15. ควบคุมน้ าหนักของตนเองให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน
16. การสร้างเสริมและปรับปรุงสมรรถภาพทางกายตามผลการทดสอบ
17. อธิบายลักษณะอาการของผู้ติดสารเสพติดและการป้องกันการติดยาเสพติด
18. อธิบายความสัมพันธ์ของการใช้สารเสพติดกับการเกิดโรและอุบัติเหตุหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
126
รายวิชา พ22101 สุขศึกษา 3 และ พ22102 พลศึกษา 3
2 คาบ/สัปดาห์ 1.0 หนวยกิต/ภาคเรียน
—————————————————————————————————————————-
ค าอธิบายรายวิชา
ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการเจริญเติบโต การเปลี่ยนแปลง และพัฒนาการทางด้านร่างกาย จิตใจ
อารมณ์ สังคมและสติปัญญาในวัยรุ่น(พันธุกรรม อาหาร การออกก าลังกาย การพักผ่อน การท างานของระบบ
ต่อมไร้ท่อ สิ่งแวดล้อม การอบรมเลี้ยงดู การเจ็บป่วยจากโรคภัยไข้เจ็บและการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ) การ
วิเคราะห์ปัจจัยทางด้านครอบครัว เพื่อน วัฒนธรรม และสื่อที่มีอิทธิพลต่อเจตคติในเรื่องเพศ ปัญหาและ
ผลกระทบที่เกิดจากการมีเพศสัมพันธ์ในวัยเรียน การป้องกันตนเอง และการหลีกเลี่ยงจากโรคติดต่อทาง
เพศสัมพันธ์ เอดส์ และการตั้งครรภ์โดยไม่พึงประสงค์ความเสมอภาคทางเพศ และการวางตัวต่อเพศตรงข้ามได้
อย่างเหมาะสม
การปฏิบัติตนเกี่ยวกับทักษะกลไกและทักษะการเคลื่อนไหวในการเล่นกีฬาที่หลากหลาย การก าหนด
รูปแบบการเคลื่อนไหว(การเคลื่อนไหวแบบอยู่กับที่/การเคลื่อนไหวแบบเคลื่อนที่/การเคลื่อนไหวแบบ
ผสมผสาน)ที่ส่งผลต่อการเล่นกีฬาและการเข้าร่วมกิจกรรมการเล่นที่เหมาะสมตามบริบทของตนเอง เช่น
กิจกรรมการออกก าลังกาย การเล่นกีฬาตามความถนัดความสนใจ กิจกรรมนันทนาการอย่างละ 1 ชนิด
(การละเล่นกีฬาพื้นบ้านและกิจกรรมพลศึกษาเพื่อนันทนาการ) การวางแผนการรุก การป้องกันในการเล่นกีฬา
การมีวินัย ปฏิบัติตามกฎ กติกา และข้อตกลงในการเล่นกีฬาที่เลือก
วิเคราะห์ความแตกต่างระหว่างบุคคล ประกอบด้วยการเปลี่ยนแปลงทางกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม และ
สติปัญญา ที่เกิดจากการออกก าลังกาย การเล่นกีฬาไทยและกีฬาสากลทั้งประเภทบุคคลและทีม(กรีฑาประเภท
ลู่และลาน บาสเกตบอล กระบี่ เทนนิส ตระกร้อลอดบ่วง ฟุตบอล ว่ายน้ า เทคควันโด ฯลฯ) เป็นประจ า
สม่ าเสมอจนเป็นวิถีชีวิต น าผลที่ได้ไปปรับใช้ในการพัฒนาตนเอง(การเลือกวิธีการเล่น การแก้ไขข้อบกพร่อง การ
เพิ่มทักษะ การสร้างแรงจูงใจและการสร้างความมุ่งมั่นในการเล่นและแข่งขันกีฬา) อย่างเป็นระบบและมี
ประสิทธิภาพ
ตัวชี้วัด
1. อธิบายการเปลี่ยนแปลงด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคมและสติปัญญาในวัยรุ่น
2. ระบุปัจจัยที่มีผลผลกระทบต่อการเจริญเติบโต และพัฒนาการด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคมและ
สติปัญญาในวัยรุ่น
3. วิเคราะห์ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อเจตคติในเรื่องเพศ
4. วิเคราะห์ปัญหาและผลกระทบที่เกิดจากการมีเพศสัมพันธ์ในวัยเรียน
5. อธิบายวิธีป้องกันตนเอง และหลีกเลี่ยงจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เอดส์ และการตั้งครรภ์โดยไม่พึง
ประสงค์
6. อธิบายความส าคัญของความเสมอภาคทางเพศ และวางตัวได้อย่างเหมาะสม
7. น าผลการปฏิบัติตนเกี่ยวกับทักษะกลไกและทักษะการเคลื่อนไหวในการเล่นกีฬาจากแหล่งข้อมูลที่
หลากหลายมาสรุปเป็นวิธีที่เหมาะสมในบริบทของตนเอง
8. เล่นกีฬาไทยและกีฬาสากลทั้งประเภทบุคคลและทีมได้อย่างละ 1 ชนิดหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
127
9. เปรียบเทียบประสิทธิภาพของรูปแบบการเคลื่อนไหวที่ส่งผลต่อการเล่นกีฬาและกิจกรรมใน
ชีวิตประจ าวัน
10. ร่วมกิจกรรมนันทนาการอย่างน้อย 1 กิจกรรม และน าความรู้และหลักการที่ได้ไปปรับใช้ใน
ชีวิตประจ าวันอย่างเป็นระบบ
11. อธิบายสาเหตุการเปลี่ยนแปลงทางกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม และสติปัญญา ที่เกิดจากการออกก าลัง
กาย และเล่นกีฬาเป็นประจ าจนเป็นวิถีชีวิต
12. เลือกเข้าร่วมกิจกรรมการออกก าลังกาย เล่นกีฬาตามความถนัดความสนใจพร้อมทั้งวิเคราะห์ความ
แตกต่างระหว่างบุคคลเพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาตนเอง
13. มีวินัย ปฏิบัติตามกฎ กติกา และข้อตกลงในการเล่นกีฬาที่เลือก
14. วางแผนการรุกและการป้องกันในการเล่นกีฬาที่เลือกและน าไปใช้ในการเล่นอย่างเหมาะสมกับทีม
15. น าผลการปฏิบัติในการเล่นกีฬามาสรุปเป็นวิธีที่เหมาะสมกับตนเองด้วยความมุ่งมั่นหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
128
รายวิชา พ22103 สุขศึกษา 4 และ พ22104 พลศึกษา 4
2 คาบ/สัปดาห์ 1.0 หนวยกิต/ภาคเรียน
—————————————————————————————————————————-
ค าอธิบายรายวิชา
การใช้บริการทางสุขภาพอย่างมีเหตุผล การวิเคราะห์ผลของการใช้เทคโนโลยีที่มีต่อสุขภาพ ความ
เจริญก้าวหน้าทางการแพทย์ที่มีผลต่อสุขภาพ ความสัมพันธ์ของภาวะสมดุลระหว่างสุขภาพกายและสุขภาพจิต
บอกลักษณะอาการเบื้องต้นของผู้มีปัญหาสุขภาพจิต วิธีการปฏิบัติตนเพื่อจัดการกับอารมณ์และความเครียด
การสร้างเสริมสมรรถภาพทางกายตนเองให้เป็นไปตามเกณฑ์ที่ก าหนด ปัจจัยและแหล่งที่ช่วยเหลือฟื้นฟูผู้ติด
สารเสพติด (โรงพยาบาลธัญญรักษ์ปทุมธานี โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า กรุงเทพมหานคร
โรงพยาบาลทหารเรือ กรุงเทพมหานคร โรงพยาบาลอาภากรเกียรติวงศ์ชลบุรี ศูนย์เกิดใหม่ อ.สวนผึ้ง
ราชบุรี ศูนย์เกิดใหม่ อ.บางคล้า ฉะเชิงเทรา ศูนย์ฟื้นฟูชีวิตผู้ติดยาเสพติด คอมมูนิต้าอินคอนโทร อ.ล าลูกา
ปทุมธานีฯลฯ) การหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงและสถานการณ์เสี่ยง (การมั่วสุม การทะเลาะวิวาท การเข้าไปใน
แหล่งอบายมุข การแข่งขันจักยานต์บนท้องถนน ฯลฯ) การใช้ทักษะชีวิต (ทักาะการสื่อสาร ทักษะกา รคิด
วิเคราะห์ ทักษะการต่อรอง ทักษะการตัดสินใจ ทักษะการแก้ปัญหา ทักษะการปฏิเสธ) ในการป้องกันตนเอง
และหลีกเลี่ยงสถานการณ์คับขันอาจน าไปสู่อันตราย
การปฏิบัติตนเกี่ยวกับทักษะกลไกและทักษะการเคลื่อนไหวในการเล่นกีฬาที่หลากหลาย การก าหนดรูป
แทบบการเคลื่อนไหว(การเคลื่อนไหวแบบอยู่กับที่/การเคลื่อนไหวแบบเคลื่อนที่/การเคลื่อนไหวแบบผสมผสาน)
ที่ส่งผลต่อการเล่นกีฬาและการเข้าร่วมกิจกรรมการเล่นที่เหมาะสมตามบริบทของตนเอง เช่น กิจกรรมการออก
ก าลังกาย การเล่นกีฬาตามความถนัดความสนใจ กิจกรรมนันทนาการอย่างละ 1 ชนิด(การละเล่นกีฬาพื้นบ้าน
และกิจกรรมพลศึกษาเพื่อนันทนาการ) การวางแผนการรุก การป้องกันในการเล่นกีฬา การมีวินัย ปฏิบัติตาม
กฎ กติกา และข้อตกลงในการเล่นกีฬาที่เลือก
การวิเคราะห์ความแตกต่างระหว่างบุคคล ประกอบด้วยการเปลี่ยนแปลงทางกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม
และสติปัญญา ที่เกิดจากการออกก าลังกาย การเล่นกีฬาไทยและกีฬาสากลทั้งประเภทบุคคลและทีม(กรีฑา
ประเภทลู่และลาน บาสเกตบอล กระบี่ เทนนิส ตระกร้อลอดบ่วง ฟุตบอล ว่ายน้ า เทคควันโด ฯลฯ) เป็นประจ า
สม่ าเสมอจนเป็นวิถีชัวิต น าผลที่ได้ไปปรับใช้ในการพัฒนาตนเอง (การเลือกวิธีการเล่น การแก้ไขข้อบกพร่อง
การเพิ่มทักษะ การสร้างแรงจูงใจและการสร้างความมุ่งมั่นในการเล่นและแข่งขันกีฬา) อย่างเป็นระบบและมี
ประสิทธิภาพ
ตัวชี้วัด
1. เลือกใช้บริการทางสุขภาพอย่างมีเหตุผล
2. วิเคราะห์ผลของการใช้เทคโนโลยีที่มีต่อสุขภาพ
3. วิเคราะห์ตามความเจริญก้าวหน้าทางการแพทย์ที่มีผลต่อสุขภาพ
4. วิเคราะห์ความสัมพันธ์ของภาวะสมดุลระหว่างสุขภาพกายและสุขภาพจิต
5. อธิบายลักษณะอาการเบื้องต้นของผู้มีปัญหาสุขภาพจิต
6. เสนอแนะวิธีปฏิบัติตนเพื่อจัดการกับอารมณ์และความเครียด
7. พัฒนาสมรรถภาพทางกายตนเองให้เป็นไปตามเกณฑ์ที่ก าหนด
8. ระบุวิธีการ ปัจจัยและแหล่งที่ช่วยเหลือฟื้นฟูผู้ติดสารเสพติด
9. อธิบายวิธีการหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงและสถานการณ์เสี่ยงหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
129
10. ใช้ทักษะชีวิตในการป้องกันตนเองและหลีกเลี่ยงสถานการณ์คับขันอาจน าไปสู่อันตราย
11. น าผลการปฏิบัติตนเกี่ยวกับทักษะกลไกและทักษะการเคลื่อนไหวในการเล่นกีฬาจากแหล่งข้อมูลที่
หลากหลายมาสรุปเป็นวิธีที่เหมาะสมในบริบทของตนเอง
12. เล่นกีฬาไทยและกีฬาสากลทั้งประเภทบุคคลและทีมได้อย่างละ 1 ชนิด
13. เปรียบเทียบประสิทธิภาพของรูปแบบการเคลื่อนไหวที่ส่งผลต่อการเล่นกีฬาและกิจกรรมใน
ชีวิตประจ าวัน
14. ร่วมกิจกรรมนันทนาการอย่างน้อย 1 กิจกรรม และน าความรู้และหลักการที่ได้ไปปรับใช้ใน
ชีวิตประจ าวันอย่างเป็นระบบ
15. อธิบายสาเหตุการเปลี่ยนแปลงทางกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม และสติปัญญา ที่เกิดจากการออกก าลัง
กาย และเล่นกีฬาเป็นประจ าจนเป็นวิถีชีวิต
16. เลือกเข้าร่วมกิจกรรมการออกก าลังกาย เล่นกีฬาตามความถนัดความสนใจพร้อมทั้งวิเคราะห์ความ
แตกต่างระหว่างบุคคลเพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาตนเอง
17. มีวินัย ปฏิบัติตามกฎ กติกา และข้อตกลงในการเล่นกีฬาที่เลือก
18. วางแผนการรุกและการป้องกันในการเล่นกีฬาที่เลือกและน าไปใช้ในการเล่นอย่างเหมาะสมกับทีม
19. น าผลการปฏิบัติในการเล่นกีฬามาสรุปเป็นวิธีที่เหมาะสมกับตนเองด้วยความมุ่งมั่นหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
130
รายวิชา พ23101 สุขศึกษา 5 และ พ23102 พลศึกษา 5
2 คาบ/สัปดาห์ 1.0 หนวยกิต/ภาคเรียน
—————————————————————————————————————————-
ค าอธิบายรายวิชา
การเปลี่ยนแปลงทางด้านร่างกายจิตใจ อารมณ์ สังคม และสติปัญญาของแต่ละช่วงวัย(วัยทารก วัยก่อน
เรียน วัยเรียน วัยรุ่น วัยผู้ใหญ่ วัยสูงอายุ) การ วิเคราะห์อิทธิพลสื่อโฆษณา(โทรทัศน์ วิทยุ สื่อสิ่งพิมพ์
อินเทอร์เน็ต) ที่มีผลต่อการเจริญเติบโต พัฒนาการ และการเปลี่ยนแปลงของวัยรุ่น อนามัยแม่และเด็ก การ
วางแผนครอบครัว ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการตั้งครรภ์(แอลกอฮอล์ สารเสพติด บุหรี่ สภาพแวดล้อม การติดเชื้อ
โรคที่เกิดจากภาวะการตั้งครรภ์) สาเหตุ การป้องกัน และการแก้ไขความขัดแย้งในครอบครัว
การเล่นกีฬาไทยและกีฬาสากลที่เลือกได้อย่างละ 1 ชนิด(กรีฑาประเภทลู่ลาน วอลเลย์บอล บาสเกตบอล
ดาบสองมือ เทนนิส ตะกร้อตาข่าย ฟุตบอล ฯลฯ) โดยใช้เทคนิคที่เหมาะสมกับตนเองและทีม น าหลักความรู้
และทักษะในการเคลื่อนไหว กิจกรรมทางกาย การเล่นเกม และการเล่นกีฬาไปใช้สร้างเสริมสุขภาพอย่าง
ต่อเนื่องเป็นระบบ การเข้าร่วมกิจกรรมนันทนาการอย่างน้อย 1 กิจกรรม (การละเล่นพื้นบ้าน และกิจกรรม
พลศึกษาเพื่อนันทนาการ) และน าไปขยายผลการเรียนให้กับผู้อื่น การเล่นและดูกีฬาด้วยความมีน้ าใจนักกีฬา
การออกก าลังกายและการเล่นกีฬาอย่างสม่ าเสมอ และ การปฏิบัติตนตามกฎ กติกา และข้อตกลงในการเล่น
ตามชนิดกีฬาที่เลือก การประยุกต์ใช้กลวิธีการรุก การป้องกัน การตัดสินใจที่เหมาะสมกับทีมไปใช้ใน
สถานการณ์ของการเล่น การพัฒนาสุขภาพของตนเองที่เกิดจากการออกก าลังกายและการเล่นกีฬาเป็นประจ า
สม่ าเสมอ การประยุกต์ประสบการณ์ และแนวความคิดจากการปฏิบัติตามกฏ กติกา และข้อตกลงในการเล่น
กีฬาที่ได้รับไปปรับใช้ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนในสังคมด้วยความภาคภูมิใจ
ตัวชี้วัด
1. เปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลงด้านร่างกายจิตใจ อารมณ์ สังคม และสติปัญญาของแต่ละช่วงของชีวิต
2. วิเคราะห์อิทธิพล และความคาดหวังของสังคมต่อการเปลี่ยนแปลงของวัยรุ่น
3. วิเคราะห์สื่อโฆษณาที่มีอิทธิพลต่อการเจริญเติบโต และพัฒนาการของวัยรุ่น
4. อธิบายอนามัยแม่และเด็ก การวางแผนครอบครัว และวิธีการปฏิบัติตนที่เหมาะสม
5. วิเคราะห์ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการตั้งครรภ์
6. วิเคราะห์สาเหตุ และเสนอแนวทางป้องกัน แก้ไขความขัดแย้งในครอบครัว
7. เล่นกีฬาไทยและกีฬาสากลได้อย่างละ 1 ชนิดโดยใช้เทคนิคที่เหมาะสมกับตนเองและทีม
8. น าหลักการ ความรู้และทักษะในการเคลื่อนไหว กิจกรรมทางกาย การเล่นเกม และการเล่นกีฬาไปใช้
สร้างเสริมสุขภาพอย่างต่อเนื่องเป็นระบบ
9. ร่วมกิจกรรมนันทนาการอย่างน้อย 1 กิจกรรมและน าหลักความรู้ วิธีการไปขยายผลการเรียนให้กับผู้อื่น
10. มีมารยาทในการเล่นและดูกีฬาด้วยความมีน้ าใจนักกีฬา
11. ออกก าลังกายและเล่นกีฬาอย่างสม่ าเสมอและน าแนวคิดหลักการจากการเล่นไปพัฒนาคุณภาพชีวิต
ของตนด้วยความภาคภูมิใจ
12. ปฏิบัติตนตามกฎ กติกา และข้อตกลงในการเล่นตามชนิดกีฬาที่เลือกและน าแนวคิดที่ได้ไปพัฒนา
คุณภาพชีวิต ของตนในสังคมหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
131
13. จ าแนกกลวิธีการรุก การป้องกัน และใช้นการตัดสินใจเลือกวิธีที่เหมาะสมกับทีมไปใช้ได้ตาม
สถานการณ์ของการเล่น
14. เสนอผลการพัฒนาสุขภาพของตนเองที่เกิดจากการออกก าลังกายและการเล่นกีฬาประจ าหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
132
รายวิชา พ23103 สุขศึกษา 6 และ พ23104 พลศึกษา 6
2 คาบ/สัปดาห์ 1.0 หนวยกิต/ภาคเรียน
—————————————————————————————————————————-
ค าอธิบายรายวิชา
รายการอาหารที่เหมาะสมกับวัยต่าง ๆ ประกอบด้วย วัยทารก วัยเด็ก(วัยก่อนเรียน วัยเรียน) วัยรุ่น วัย
ผู้ใหญ่ วัยสูงอายุ โดยค านึงถึงความประหยัดและคุณค่าทางโภชนาการ การเสนอแนวทางในการป้องกันโรคที่
เป็นสาเหตุของการเจ็บป่วยและการตายของคนไทย ได้แก่ โรคติดต่อ และโรคไม่ติดต่อ เช่น โรคที่เกิดจากการมี
เพศสัมพันธ์ โรคเอดส์ โรคไข้หวัดนก โรคหัวใจ เบาหวาน มะเร็ง ฯลฯ การแก้ไขปัญหาสุขภาพในชุมชน การ
วางแผน และการจัดเวลาในการออกก าลังกาย การพักผ่อน และการสร้างเสริมและปรับปรุงสมรรถภาพทางตาม
ผลการทดสอบ โดยใช้แบบทดสอบสมรรถภาพทางกายแบบต่าง ๆ เช่น แบบทดสอบสมรรถภาพทางกายเพื่อ
สุขภาพ(Health-Related Physical Fitness) และหรือสมรรถภาพกลไก(Motor Fitness) สมรรถภาพเชิง
ทักษะปฏิบัติ (Skill-Related Physical Fitness)
การวิเคราะห์ปัจจัยเสี่ยงและพฤติกรรมเสี่ยงที่มีผลต่อสุขภาพ การป้องกัน การชักชวนเพื่อนให้หลีกเลี่ยงการ
ใช้ความรุนแรงในการแก้ปัญหา อิทธิพลของสื่อต่อพฤติกรรมสุขภาพและความรุนแรง(คลิปวิดิโอ การทะเลาะ
วิวาท อินเทอร์เน็ต เกม ฯลฯ) ความสัมพันธ์ของการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ต่อสุขภาพและการเกิดอุบัติเหตุ
การช่วยฟื้นคืนชีพอย่างถูกวิธี
การเล่นกีฬาไทยและกีฬาสากลที่เลือกได้อย่างละ 1 ชนิด(กรีฑาประเภทลู่ลาน วอลเลย์บอล บาสเกตบอล
ดาบสองมือ เทนนิส ตะกร้อตาข่าย ฟุตบอล ฯลฯ) โดยใช้เทคนิคที่เหมาะสมกับตนเองและทีม น าหลักความรู้
และทักษะในการเคลื่อนไหว กิจกรรมทางกาย การเล่นเกม และการเล่นกีฬาไปใช้สร้างเสริมสุขภาพอย่าง
ต่อเนื่องเป็นระบบ การเข้าร่วมกิจกรรมนันทนาการอย่างน้อย 1 กิจกรรม (การละเล่นพื้นบ้าน และกิจกรรม
พลศึกษาเพื่อนันทนาการ) และน าไปขยายผลการเรียนให้กับผู้อื่น การเล่นและดูกีฬาด้วยความมีน้ าใจนักกีฬา
การออกก าลังกายและการเล่นกีฬาอย่างสม่ าเสมอ และการปฏิบัติตนตามกฎ กติกา และข้อตกลงในการเล่นตาม
ชนิดกีฬาที่เลือก การประยุกต์ใช้กลวิธีการรุก การป้องกัน การตัดสินใจที่เหมาะสมกับทีมไปใช้ในสถานการณ์
ของการเล่น การพัฒนาสุขภาพของตนเองที่เกิดจากการออกก าลังกายและการเล่นกีฬาเป็นประจ าสม่ าเสมอ
การประยุกต์ประสบการณ์ และแนวความคิดจากการปฏิบัติตามกฏ กติกา และข้อตกลงในการเล่นกีฬาที่ได้รับ
ไปปรับใช้ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนในสังคมด้วยความภาคภูมิใจ
ตัวชี้วัด
1. ก าหนดรายการอาหารที่เหมาะสมกับวัยต่าง ๆ โดยค านึงถึงความประหยัดและคุณค่าทางโภชนาการ
2. เสนอแนวทางป้องกันโรคที่เป็นสาเหตุส าคัญของการเจ็บป่วยและการตายของคนไทย
3. รวบรวมข้อมูลและเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาสุขภาพในชุมชน
4. วางแผนและจัดเวลาในการออกก าลังกาย การพักผ่อน และการสร้างเสริมสมรรถภาพทางกาย
5. ทดสอบสมรรถภาพทางกายและพัฒนาได้ตามความแตกต่างระหว่างบุคคล
6. วิเคราะห์ปัจจัยเสี่ยงและพฤติกรรมเสี่ยงที่มีผลต่อสุขภาพ และแนวทางป้องกัน
7. หลีกเลี่ยงการใช้ความรุนแรงและชักชวนเพื่อนให้หลีกเลี่ยงการใช้ความรุนแรงในการแก้ปัญหา
8. วิเคราะห์อิทธิพลของสื่อต่อพฤติกรรมสุขภาพและความรุนแรง
9. วิเคราะห์ความสัมพันธ์ของการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ต่อสุขภาพและการเกิดอุบัติเหตุหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
133
10. แสดงวิธีการช่วยฟื้นคืนชีพอย่างถูกวิธี
11. เล่นกีฬาไทยและกีฬาสากลได้อย่างละ 1 ชนิดโดยใช้เทคนิคที่เหมาะสมกับตนเองและทีม
12. น าหลักการ ความรู้และทักษะในการเคลื่อนไหว กิจกรรมทางกาย การเล่นเกม และการเล่นกีฬาไปใช้
สร้างเสริมสุขภาพอย่างต่อเนื่องเป็นระบบ
13. ร่วมกิจกรรมนันทนาการอย่างน้อย 1 กิจกรรมและน าหลักความรู้ วิธีการไปขยายผลการเรียนให้กับผู้อื่น
14. มีมารยาทในการเล่นและดูกีฬาด้วยความมีน้ าใจนักกีฬา
15. ออกก าลังกายและเล่นกีฬาอย่างสม่ าเสมอและน าแนวคิดหลักการจากการเล่นไปพัฒนาคุณภาพชีวิต
ของตนด้วยความภาคภูมิใจ
16. ปฏิบัติตนตามกฎ กติกา และข้อตกลงในการเล่นตามชนิดกีฬาที่เลือกและน าแนวคิดที่ได้ไปพัฒนา
คุณภาพชีวิต ของตนในสังคม
17. จ าแนกกลวิธีการรุก การป้องกัน และใช้นการตัดสินใจเลือกวิธีที่เหมาะสมกับทีมไปใช้ได้ตาม
สถานการณ์ของการเล่น
18. เสนอผลการพัฒนาสุขภาพของตนเองที่เกิดจากการออกก าลังกายและการเล่นกีฬาประจ าหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
134
มาตรฐานการเรียนรู้
กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ
1. สร้างสรรค์งานทัศนศิลป์ตามจินตนาการ และความคิดสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษ์วิจารณ์คุณค่า
งานทัศนศิลป์ ถ่ายทอดความรู้สึก ความคิดต่องานศิลปะอย่างอิสระชื่นชม และประยุกต์ใช้ใน
ชีวิตประจ าวัน
2. เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างทัศนศิลป์ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม เห็นคุณค่างานทัศนศิลป์ที่เป็น
มรดกทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น ภูมิปัญญาไทย และสากล
3. เข้าใจและแสดงออกทางดนตรีอย่างสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษ์วิจารณ์คุณค่าดนตรี ถ่ายทอด
ความรู้สึก ความคิดต่อดนตรีอย่างอิสระ ชื่นชม และประยุกต์ใช้ในชีวิตประจ าวัน
4. เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างดนตรี ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม เห็นคุณค่าของดนตรีที่ เป็นมรดกทาง
วัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น ภูมิปัญญาไทยและสากล
5. เข้าใจ และแสดงออกทางนาฏศิลป์อย่างสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษ์วิจารณ์คุณค่านาฏศิลป์ถ่ายทอด
ความรู้สึก ความคิดอย่างอิสระ ชื่นชม และประยุกต์ใช้ในชีวิตประจ าวัน
6. เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างนาฏศิลป์ ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม เห็นคุณค่าของนาฏศิลป์ที่เป็น
มรดกทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น ภูมิปัญญาไทยและสากลหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
135
ชื่อรายวิชาและหน่วยกิต
กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ
รายวิชาพื้นฐาน
1. ศ21101 ทัศนศิลป์ 2 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.0 หน่วยกิต
ART21101 Visual Art
2. ศ21102 ดนตรีศึกษา 1 1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หน่วยกิต
ART21102 Music Education 1
3. ศ21103 นาฏศิลป์พื้นฐาน 1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หน่วยกิต
ART21103 Basic Thai Dance
4. ศ22101 ดนตรีศึกษา 2 2 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.0 หน่วยกิต
ART22101 Music Education 2
5. ศ22102 การแสดงนาฏศิลป์ 1 คาบง/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หน่วยกิต
ART22102 Thai Dance Performance
6. ศ22103 ทัศนศิลป์ร่วมสมัย 1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หน่วยกิต
ART22103 Contemporary Visual Art
7. ศ23101 นาฏศิลป์และการละคร 2 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.0 หน่วยกิต
ART23101 Thai Dance and Drama
8. ศ23102 ทัศนศิลป์สร้างสรรค์ 1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หน่วยกิต
ART23102 Creative Visual Art
9. ศ23103 ดนตรีศึกษา 3 1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หน่วยกิต
ART23103 Music Education 3หลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
136
รายวิชา ศ21101 ทัศนศิลป์
2 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.0 หนวยกิต
—————————————————————————————————————————-
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษาเพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความแตกต่างและความคล้ายคลึงกันของงานทัศนศิลป์และ
สิ่งแวดล้อมโดยใช้ความรู้เรื่อง ทัศนธาตุ องค์ประกอบศิลป์และหลักการออกแบบรูปภาพสัญลักษณ์หรืองาน
กราฟิกอื่นๆในการน าเสนอความคิดและข้อมูล การประเมินงานทัศนศิลป์ ลักษณะรูปแบบงานจิตรกรรม
ประติมากรรมและสถาปัตยกรรมของชาติและท้องถิ่นในภาคต่าง ๆ ของไทย ความแตกต่างของงานทัศนศิลป์ใน
วัฒนธรรมไทยและสากล
โดยใช้ทักษะกระบวนการปฏิบัติ การวาดภาพทัศนียภาพ แสดงให้เห็นระยะไกลใกล้เป็น 3มิติ
รวบรวมงานปั้นสื่อผสมมาสร้างเป็นสื่อเรื่องราว 3 มิติ โดยเน้นหลักการออกแบบและองค์ประกอบศิลป์ที่สื่อถึง
เรื่องราวของงานออกแบบรูปภาพ สัญลักษณ์หรือกราฟิกอื่น ๆ เสนอความคิดในรูปแบบการบรรยาย
เปรียบเทียบประกอบการวิจารณ์เพื่อประเมินผลงานทัศนศิลป์ เพื่อให้เห็นความส าคัญของการน าความรู้
เกี่ยวกับงานทัศนศิลป์มาสร้างสรรค์ผลงานเพื่อพัฒนาความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการน าไปประยุกต์ใช้ได้
อย่างชื่นชมและเห็นคุณค่าของงานทัศนศิลป์ที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรม มีจิตวิญญาณทางศิลปะ จริยธรรม
คุณธรรม และค่านิยมที่เหมาะสม
ตัวชี้วัด
1. บรรยาย ความแตกต่างและความคล้ายคลึงกันของงานทัศนศิลป์ และสิ่งแวดล้อมโดยใช้ความรู้เรื่อง
ทัศนธาตุ
2. ระบุ และบรรยายหลักการออกแบบงานทัศนศิลป์ โดยเน้นความเป็นเอกภาพ ความกลมกลืน และ
ความสมดุล
3. วาดภาพทัศนียภาพแสดงให้เห็นระยะไกลใกล้ เป็น 3 มิติ
4. รวบรวมงานปั้นหรือสื่อผสมมาสร้างเป็นเรื่องราว 3 มิติ โดยเน้นความเป็นเอกภาพความกลมกลืน และ
การสื่อถึงเรื่องราวของงาน
5. ออกแบบรูปภาพ สัญลักษณ์ หรือกราฟิกอื่น ๆ ในการน าเสนอความคิดและข้อมูล
6. ระบุ และบรรยายเกี่ยวกับลักษณะรูปแบบงานทัศนศิลป์ของชาติและของท้องถิ่นตนเอง จากอดีตจนถึง
ปัจจุบัน
7. ระบุ และเปรียบเทียบงานทัศนศิลป์ของภาคต่าง ๆ ในประเทศไทย
8. เปรียบเทียบความแตกต่างของจุดประสงค์ในการสร้างสรรค์งานทัศนศิลป์ของวัฒนธรรมไทยและสากล
ประเมินงานทัศนศิลป์ และบรรยายถึงวิธีการปรับปรุงงานของตนเองและผู้อื่นโดยใช้เกณฑ์ที่ก าหนดให้หลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
137
รายวิชา ศ21102 ดนตรีศึกษา 1
1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หนวยกิต
—————————————————————————————————————————-
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษาการอ่าน เขียน ร้อง โน้ตไทยและโน้ตสากล เปรียบเทียบเสียงร้องและเสียงของเครื่องดนตรี
ที่มาจากวัฒนธรรมที่ต่างกัน จัดประเภทของเครื่องดนตรีและวงดนตรีไทย วงดนตรีที่มาจากวัฒนธรรมต่าง ๆ
ถ่ายทอดอารมณ์ของบทเพลง บทบาทความสัมพันธ์และอิทธิพลของดนตรีที่มีต่อสังคมไทย ระบุความ
หลากหลายขององค์ประกอบดนตรีในวัฒนธรรมต่างกัน สร้างความรู้ความเข้าใจเรื่องสัญลักษณ์และเครื่องหมาย
ทางดนตรี ฟังเพลงที่มีอัตราจังหวะช้า ปานกลาง เร็ว แสดงความคิดเห็นที่มีต่ออารมณ์ของบทเพลงที่มีความช้า
ปานกลาง เร็วของจังหวะและความดัง-เบาแตกต่างกัน เปรียบเทียบอารมณ์ความรู้สึกในการฟังดนตรีไทย
ดนตรีสากล สร้างความรู้ความเข้าใจเรื่องประเภทของเครื่องดนตรีและวงดนตรีไทย วงดนตรีที่มาจากวัฒนธรรม
ต่าง ๆ ปฏิบัติการร้องเพลงและใช้เครื่องดนตรีบรรเลงประกอบการร้องเพลงด้วยบทเพลงที่หลากหลายรูปแบบ
ในบทเพลงพื้นบ้าน เพลงปลุกใจ เพลงไทยเดิม เพลงประสานเสียง 2 แนว บทเพลงรูปแบบ ABA บทเพลง
ประกอบการเต้นร า
โดยน าเสนอตัวอย่างเพลงที่ตนชื่นชอบและอภิปรายลักษณะเด่นที่ท าให้งานนั้นน่าชื่นชม ใช้เกณฑ์
ส าหรับประเมินคุณภาพงานดนตรีหรือเพลงที่ฟัง บ ารุงรักษาเครื่องดนตรีอย่างระมัดระวังและรับผิดชอบ โดยใช้
กระบวนการคิดวิเคราะห์บทบาทความสัมพันธ์และอิทธิพลของดนตรีที่มีต่อสังคมไทย เพื่อให้รู้ เข้าใจและ
แสดงออกทางดนตรีอย่างสร้างสรรค์ และเห็นคุณค่าของดนตรีที่ เป็นมรดกทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น
ภูมิปัญญาไทยและสากล
ตัวชี้วัด
1. อ่าน เขียน ร้อง โน้ตไทย และโน้ตสากล
2. เปรียบเทียบเสียงร้องและเสียงของเครื่องดนตรีที่มาจากวัฒนธรรมที่ต่างกัน
3. จัดประเภทของวงดนตรีไทยและวงดนตรีที่มาจากวัฒนธรรมต่าง ๆ
4. ร้องเพลงและใช้เครื่องดนตรีบรรเลงประกอบ การร้องเพลงด้วยบทเพลงที่หลากหลายรูปแบบ
5. แสดงความคิดเห็นที่มีต่ออารมณ์ของบทเพลงที่มีความเร็ว ของจังหวะ และความดัง-เบา แตกต่างกัน
6. เปรียบเทียบอารมณ์ ความรู้สึกในการฟังดนตรีแต่ละประเภท
7. น าเสนอตัวอย่างเพลงที่ตนเองชื่นชอบ และอภิปรายลักษณะเด่นที่ท าให้งานนั้นน่าชื่นชม
8. ใช้เกณฑ์ส าหรับประเมินคุณภาพงานดนตรีหรือเพลงที่ฟัง
9. ใช้และบ ารุงรักษาเครื่องดนตรีอย่างระมัดระวังและรับผิดชอบ
10. อธิบายบทบาทความสัมพันธ์และอิทธิพลของดนตรีที่มีต่อสังคมไทย
11. ระบุความหลากหลายขององค์ประกอบดนตรีในวัฒนธรรมต่างกันหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
138
รายวิชา ศ21103 นาฏศิลป์พื้นฐาน
1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หนวยกิต
—————————————————————————————————————————-
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษาวิเคราะห์ อิทธิพลของนักแสดงชื่อดังที่มีผลต่อการโน้มน้าวอารมณ์หรือความคิดของผู้ชม และฝึก
ปฏิบัติ เพื่อให้มีความรู้ความสามารถเกี่ยวกับนาฏยศัพท์ หรือศัพท์ทางการละครในการแสดง พัฒนาทักษะ
พื้นฐานทางนาฏศิลป์อย่างง่าย ได้แก่ นาฏยศัพท์ ระบ าเบ็ดเตล็ด ร าวงมาตรฐาน รู้จักรูปแบบการแสดงนาฏศิลป์
ไทย นาฏศิลป์พื้นเมือง และประเภทของละครไทยในแต่ละยุคสมัย
โดยใช้กระบวนการการสร้างความรู้ความเข้าใจ กระบวนการคิดวิเคราะห์ และเรียนรู้วิธีการสืบค้น
ข้อมูลอย่างสร้างสรรค์ มีความรู้ความเข้าใจในปัจจัยที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของนาฏศิลป์ไทย นาฏศิลป์
พื้นบ้าน ละครไทย และละครพื้นบ้าน สามารถสร้างสรรค์กิจกรรมการแสดงละครอย่างง่าย ๆ ใช้ทักษะการ
ท างานเป็นกลุ่มในกระบวนการผลิตการแสดง ศึกษาการประเมินคุณภาพของผลงานการแสดงที่ชม ใช้เกณฑ์ง่าย
ๆ ที่ก าหนดให้ในการพิจารณาคุณภาพ การแสดงที่ชม โดยเน้นเรื่องการใช้เสียง การแสดงท่า และการ
เคลื่อนไหว ใช้กระบวนการคิดวิเคราะห์ และกระบวนการสร้างเสริมคุณลักษณะอันพึงประสงค์
มีทักษะพื้นฐานของนาฏศิลป์และการละคร สามารถแสดงออกทางนาฏศิลป์อย่างสร้างสรรค์ เรียนรู้
วิธีการท างานเป็นกลุ่ม ฝึกความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ จินตนาการ มีสุนทรียภาพ สร้างสรรค์งานนาฏศิลป์ด้วย
ความชื่นชมและเห็นคุณค่าของนาฏศิลป์ไทย
ตัวชี้วัด
1. อธิบายอิทธิพลของนักแสดงชื่อดังที่มีผลต่อการโน้มน้าวอารมณ์หรือความคิดของผู้ชม
2. ใช้นาฏยศัพท์หรือศัพท์ทางการละครในการแสดง
3. แสดงนาฏศิลป์และการละครในรูปแบบง่าย ๆ
4. บรรยายประเภทของละครไทย ในแต่ละยุคสมัย
5. ระบุปัจจัยที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของนาฏศิลป์ นาฏศิลป์พื้นบ้าน ละครไทย และละครพื้นบ้าน
6. ใช้ทักษะการท างานเป็นกลุ่มในระบวนการผลิตการแสดงง่าย ๆ ที่ก าหนดให้ ในการพิจารณาคุณภาพ
การแสดงที่ชมโดยเน้นเรื่องการใช้เสียง การแสดงท่า และการเคลื่อนไหว
7. ใช้เกณฑ์ง่าย ๆ ที่ก าหนดให้ในการพิจารณาคุณภาพการแสดงที่ชมโดยเน้นเรื่องการใช้เสียง
การแสดงท่า และการเคลื่อนไหวหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
139
รายวิชา ศ22101 ดนตรีศึกษา 2
2 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.0 หนวยกิต
—————————————————————————————————————————-
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษาการอ่าน การเขียน การร้อง โน้ตไทย โน้ตสากลที่มีเครื่องหมายแปลงเสียง เปรียบเทียบองค์ประกอบ
ของดนตรีจากวัฒนธรรมที่ต่างกัน ศึกษาปัจจัยส าคัญที่มีอิทธิพลต่อการสร้างสรรค์งาน ดนตรีขับร้อง บรรยาย
อารมณ์ ความรู้สึกต่อบทเพลงที่ฟัง ศึกษางานอาชีพต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับดนตรีและบทบาทของดนตรีในธุรกิจ
บันเทิง บรรเลงดนตรีทั้งเดี่ยวและรวมวง ประเมินพัฒนาการทักษะทางดนตรีของตนเองหลังจากฝึกปฏิบัติและ
ศึกษาบทบาทและอิทธิพลของดนตรีในวัฒนธรรมของประเทศต่าง ๆ อิทธิพลของวัฒนธรรมและเหตุการณ์
ประวัติศาสตร์ที่มีต่อดนตรีในประเทศไทย
โดยใช้กระบวนการคิดวิเคราะห์ กระบวนการ สืบค้นข้อมูล อภิปราย น าเสนอ กระบวนการฝึกปฏิบัติ
เรียนรู้เทคนิค วิธีการท างานเป็นกลุ่ม และเดี่ยว กระบวนการสร้างเสริมคุณลักษณะที่พึงประสงค์ เพื่อให้รู้
เข้าใจและแสดงออกทางดนตรีอย่างสร้างสรรค์ วิเคราะห์วิจารณ์คุณค่าดนตรีความรู้สึกความคิดต่อดนตรีอย่าง
อิสระ และเห็นคุณค่าของดนตรีที่ เป็นมรดกทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น ภูมิปัญญาไทยและสากล
ตัวชี้วัด
1. อ่าน เขียน ร้อง โน้ตไทยและโน้ตสากลที่มีเครื่องหมายแปลงเสียง
2. เปรียบเทียบการใช้องค์ประกอบดนตรีที่มาจากวัฒนธรรมต่างกัน
3. ระบุปัจจัยส าคัญที่มีอิทธิพลต่อการสร้างสรรค์งานดนตรี
4. บรรยายอารมณ์ของเพลงและความรู้สึกที่มีต่อบทเพลงที่ฟัง
5. ระบุงานอาชีพต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับดนตรีและบทบาทของดนตรีในธุรกิจบันเทิง
6. ร้องเพลง และเล่นดนตรีเดี่ยว และรวมวง
7. ประเมิน พัฒนาการทักษะทางดนตรีของตนเอง หลังจากการฝึกปฏิบัติ
8. บรรยายบทบาท และอิทธิพลของดนตรีในวัฒนธรรมของประเทศต่าง ๆ
9. บรรยายอิทธิพลของวัฒนธรรม และเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ที่มีต่อรูปแบบของดนตรีในประเทศไทยหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
140
รายวิชา ศ22102 การแสดงนาฏศิลป์
1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หนวยกิต
—————————————————————————————————————————-
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษาหลักและวิธีการสร้างสรรค์ การแสดงโดยใช้องค์ประกอบนาฏศิลป์และการละคร วิเคราะห์การ
แสดงของตนเองและผู้อื่นโดยใช้นาฏยศัพท์หรือศัพท์ทางการละครที่เหมาะสม การเสนอข้อคิดเห็นในการ
ปรับปรุงการแสดง การบูรณาการศิลปะแขนงอื่น ๆ กับการแสดง เพื่อเชื่อมโยงการเรียนรู้ระหว่างนาฏศิลป์การ
ละครกับสาระการเรียนรู้อื่น ๆ
โดยการใช้กระบวนการเรียนรู้แบบบูรณาการและกระบวนการสร้างเสริมคุณลักษณะที่พึงประสงค์มี
ความรู้ความเข้าใจในการแสดงนาฏศิลป์ นาฏศิลป์พื้นเมือง ละครไทย ละครพื้นบ้าน หรือมหรสพอื่นที่เคยนิยม
กันในอดีต เปรียบเทียบลักษณะเฉพาะของการแสดงนาฏศิลป์จากวัฒนธรรมต่าง ๆ ใช้กระบวนการจัดการการ
เรียนรู้ด้วยตนเอง กระบวนการสืบค้นข้อมูลและอภิปราย กระบวนการคิดวิเคราะห์ อธิบายอิทธิพลของ
วัฒนธรรมที่มีผลต่อเนื้อหาของละคร เพื่อให้เข้าใจในหลักการสร้างสรรค์การแสดง ใช้องค์ประกอบนาฏศิลป์และ
การละคร สามารถวิเคราะห์ วิพากษ์วิจารณ์คุณค่าของนาฏศิลป์ สามารถถ่ายทอดความรู้สึก ความคิดอย่างอิสระ
ชื่นชมและน าไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจ าวัน พร้อมทั้งเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างนาฏศิลป์ ประวัติศาสตร์และ
วัฒนธรรม เห็นคุณค่าของนาฏศิลป์ที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น ภูมิปัญญาไทยและสากล
ตัวชี้วัด
1. สร้างสรรค์การแสดง โดยใช้องค์ประกอบนาฏศิลป์และการละคร
2. วิเคราะห์การแสดงของตนเองและผู้อื่น โดยใช้นาฏยศัพท์หรือศัพท์ทางการละครที่เหมาะสม
3. เสนอข้อคิดเห็นในการปรับปรุงการแสดง ระหว่างนาฏศิลป์และการละคร กับสาระการเรียนรู้อื่น ๆ
4. อธิบายการบูรณาการศิลปะแขนงอื่น ๆ กับการแสดง
5. เชื่อมโยงการเรียนรู้ระหว่างนาฏศิลป์และการละครกับสาระการเรียนรู้อื่น ๆ
6. ระบุหรือแสดงนาฏศิลป์นาฏศิลป์พื้นบ้าน ละครไทย ละครพื้นบ้าน หรือมหรสพอื่น ที่เคยนิยมกันในอดีต
7. .เปรียบเทียบลักษณะเฉพาะของการแสดงนาฏศิลป์จากวัฒนธรรมต่าง ๆ
8. อธิบายอิทธิพลของวัฒนธรรมที่มีผลต่อเนื้อหาของละครหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
141
รายวิชา ศ22103 ทัศนศิลป์ร่วมสมัย
1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หนวยกิต
—————————————————————————————————————————-
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษาเพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจสามารถเกี่ยวกับสุนทรียภาพทางศิลปะ รูปแบบของทัศนธาตุและ
องค์ประกอบศิลป์ในงานทัศนศิลป์และสื่อโฆษณาด้าน ความเหมือนและความแตกต่างของรูปแบบการใช้วัสดุ
อุปกรณ์ เทคนิคในการวาดภาพสื่อความหมายในงานทัศนศิลป์ของศิลปินไทยและสากล ลักษณะ รูปแบบของ
งานภูมิปัญญาไทยและสากล ศิลปะพื้นบ้าน จิตรกรรมไทย
โดยเน้นทักษะการคิดสร้างสรรค์ สืบค้นข้อมูลมาวิเคราะห์และถ่ายทอดเป็นผลงานทางด้านทัศนศิลป์
งานสื่อโฆษณา ภูมิปัญญาไทย ศิลปะพื้นบ้านและจิตรกรรม เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ เทคนิควิธีการท างาน การเปิด
โอกาสให้แสดงออกอย่างอิสระมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ มีสุนทรียภาพ สร้างสรรค์งานทัศนศิลป์ด้วยความชื่นชม
และเห็นคุณค่างานทัศนศิลป์ที่มีบริบทมาจากภูมิปัญญาไทยและสากล
ตัวชี้วัด
1. อภิปรายเกี่ยวกับทัศนธาตุในด้านรูปแบบและแนวคิดของงานทัศนศิลป์ที่เลือกมา
2. บรรยายเกี่ยวกับความเหมือนและความแตกต่างของรูปแบบการใช้วัสดุอุปกรณ์ในงานทัศนศิลป์ของ
ศิลปิน
3. วาดภาพด้วยเทคนิคที่หลากหลายในการสื่อความหมายและเรื่องราวต่าง ๆ
4. สร้างเกณฑ์ในการประเมินและวิจารณ์งานทัศนศิลป์
5. น าผลการวิจารณ์ไปปรับปรุงแก้ไขและพัฒนางาน
6. บรรยายวิธีการใช้งานทัศนศิลป์ในการโฆษณาเพื่อโน้มน้าวใจ และน าเสนอตัวอย่างประกอบ
7. ระบุและบรรยายเกี่ยวกับวัฒนธรรม ต่าง ๆ ที่สะท้อนถึงงานทัศนศิลป์ในปัจจุบัน
8. บรรยายถึงการเปลี่ยนแปลงของงานทัศนศิลป์ของไทยในแต่ละยุคสมัยโดยเน้นถึงแนวคิด และเนื้อหา
ของงาน
9. เปรียบเทียบแนวคิดในการออกแบบงานทัศนศิลป์ที่มาจาก วัฒนธรรม ไทย และสากล
10. วาดภาพแสดงบุคลิกลักษณะของตัวละครหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
142
รายวิชา ศ23101 นาฏศิลป์และการละคร
2 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.0 หนวยกิต
—————————————————————————————————————————-
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษานาฏยศัพท์ หรือศัพท์ทางละครที่เหมาะสมโดยสามารถน ามาเปรียบเทียบ การแสดงอากัปกิริยา
ของผู้คนในชีวิตประจ าวันและในการแสดง มีทักษะในการใช้ความคิดพัฒนารูปแบบการแสดง มีทักษะในแปล
ความและการสื่อสารผ่านการแสดง ได้แก่ การแสดงเป็นหมู่ การแสดงเดี่ยว การแสดงเป็นชุดเป็นตอน การ
ประดิษฐ์ท่าร าและท่าทางประกอบการแสดง แล้วน ามาวิจารณ์เปรียบเทียบงานนาฏศิลป์ที่มีความแตกต่างกัน
โดยใช้ความรู้เรื่ององค์ประกอบนาฏศิลป์ ศึกษาเกี่ยวกับองค์ประกอบของบทละคร ได้แก่โครงเรื่อง ตัวละคร
ความคิดหรือแก่นของเรื่อง บทสนทนา โดยน ามาร่วมจัดการแสดง ในบทบาทหน้าที่ต่าง ๆ แล้วน าเสนอแนวคิด
จากเนื้อเรื่องของการแสดงที่สามารถน าไปปรับใช้ในชีวิตประจ าวัน สามารถออกแบบและสร้างสรรค์อุปกรณ์
เครื่องแต่งกาย เพื่อแสดงนาฏศิลป์และการละครที่มาจากวัฒนธรรมต่าง ๆ ศึกษาความส าคัญและบทบาทของ
นาฏศิลป์และการละคร ในชีวิตประจ าวัน สามารถแสดงความคิดเห็นในการอนุรักษ์งานนาฏศิลป์โดยใช้
กระบวนการ การสร้างความรู้ความ กระบวนการคิดวิเคราะห์ วิจารณ์ กระบวนการฝึกปฏิบัติ กระบวนการ
ประยุกต์และน าไปใช้ กระบวนการเรียนรู้แบบบูรณาการ กระบวนการสืบค้นข้อมูล และกระบวนการสร้างเสริม
คุณลักษณะที่พึงประสงค์
เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับนาฏศิลป์และการละคร มีทักษะการแสดงออกอย่างอิสระ
มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ จินตนาการ มีสุนทรียภาพ สร้างสรรค์งานนาฏศิลป์ที่มีบริบทมาจากศิลปวัฒนธรรม
ไทย ร่วมอนุรักษ์ชื่นชมและเห็นคุณค่าของนาฏศิลป์และละครในชีวิตประจ าวัน
ตัวชี้วัด
1. ใช้นาฏยศัพท์ หรือศัพท์ทางการละครที่เหมาะสมบรรยายเปรียบเทียบการแสดงอากัปกิริยาของผู้คนใน
ชีวิต ประจ าวันและในการแสดง
2. มีทักษะในการใช้ความคิดในการพัฒนารูปแบบการแสดงสื่อสารผ่านการแสดง
3. มีทักษะในการแปลความและการสื่อสารผ่านการแสดง
4. วิจารณ์เปรียบเทียบงานนาฏศิลป์ที่มีความแตกต่างกันโดยใช้ความรู้เรื่ององค์ประกอบนาฏศิลป์
5. ระบุโครงสร้างของบทละครโดยใช้ศัพท์ทางการละคร
6. ร่วมจัดงานการแสดง ในบทบาทหน้าที่ต่าง ๆ
7. ออกแบบ และสร้างสรรค์อุปกรณ์ และเครื่องแต่งกาย เพื่อแสดงนาฏศิลป์และการละครที่มาจาก
วัฒนธรรมต่าง ๆ
8. น าเสนอแนวคิดจากเนื้อเรื่อง ของการแสดงที่สามารถน าไปปรับใช้ในชีวิตประจ าวัน
9. อธิบายความส าคัญและบทบาทของนาฏศิลป์และการละครในชีวิตประจ าวัน
10. แสดงความคิดเห็นในการอนุรักษ์หลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
143
รายวิชา ศ23102 ทัศนศิลป์สร้างสรรค์
1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หนวยกิต
—————————————————————————————————————————-
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษาหลักทัศนธาตุ และหลักการออกแบบในสิ่งแวดล้อมและงานทัศนศิลป์โดยระบุและบรรยายเทคนิค
วิธีการของศิลปินในการสร้างงานทัศนศิลป์ มีทักษะในการสร้างงานและประยุกต์ใช้ทัศนธาตุและหลักการ
ออกแบบสร้างสรรค์งานทัศนศิลป์ทั้ง 2 มิติและ 3 มิติในรูปแบบงานสื่อผสมทั้งไทยและสากล เพื่อน าทักษะที่
จ าเป็นไปใช้ในการประกอบอาชีพ เล็งเห็นคุณค่าของวัฒนธรรมและเปรียบเทียบความแตกต่างของงานทัศนศิลป์
ในแต่ละยุคสมัยของวัฒนธรรมไทยและสากลได้
การสร้างความรู้ความเข้าใจ กระบวนการคิดวิเคราะห์ อภิปราย กระบวนการการจัดการเรียนรู้ด้วย
ตนเอง กระบวนการสืบค้นข้อมูลและอภิปรายกระบวนการเรียนรู้แบบบูรณาการ และกระบวนการสร้างเสริม
คุณลักษณะที่พึงประสงค์ เพื่อให้เกิดการเรียนรู้เทคนิค วิธีการท างาน ตลอดจนเปิดโอกาสให้แสดงออกอย่าง
อิสระ มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ จินตนาการ มีสุนทรียภาพ สร้างสรรค์งานศิลปะด้วยความชื่นชมและเห็น
คุณค่าของศิลปวัฒนธรรมไทยสากล
ตัวชี้วัด
1. บรรยายสิ่งแวดล้อม และงานทัศนศิลป์ที่เลือกมาโดยใช้ความรู้เรื่องทัศนธาตุ และหลักการออกแบบ
2. ระบุ และบรรยายเทคนิค วิธีการของศิลปินในการสร้างงาน ทัศนศิลป์
3. วิเคราะห์ และบรรยายวิธีการใช้ทัศนธาตุ และหลักการออกแบบในการสร้างงาน ทัศนศิลป์ของตนเองให้มี
คุณภาพ
4. มีทักษะในการสร้างงานทัศนศิลป์อย่างน้อย 3 ประเภท
5. มีทักษะในการผสมผสานวัสดุต่าง ๆ ในการสร้างงานทัศนศิลป์โดยใช้หลักการออกแบบ
6. สร้างงานทัศนศิลป์ ทั้ง 2 มิติ และ 3 มิติเพื่อถ่ายทอดประสบการณ์และจินตนาการ
7. สร้างสรรค์งานทัศนศิลป์สื่อความหมายเป็นเรื่องราวโดยประยุกต์ใช้ทัศนธาตุ และหลักการออกแบบ
8. วิเคราะห์และอภิปรายรูปแบบ เนื้อหาและคุณค่าในงานทัศนศิลป์ของตนเอง และผู้อื่น หรือของศิลปิน
9. สร้างสรรค์งานทัศนศิลป์เพื่อบรรยาย เหตุการณ์ต่าง ๆ โดยใช้เทคนิคที่หลากหลาย
10. ระบุอาชีพที่เกี่ยวข้องกับงานทัศนศิลป์และทักษะที่จ าเป็นในการประกอบอาชีพนั้น ๆ
11. เลือกงานทัศนศิลป์โดยใช้เกณฑ์ที่ก าหนดขึ้นอย่างเหมาะสม และน าไปจัดนิทรรศการ
12. ศึกษาและอภิปรายเกี่ยวกับงานทัศนศิลป์ที่สะท้อนคุณค่าของวัฒนธรรม
13. เปรียบเทียบความแตกต่างของงานทัศนศิลป์ในแต่ละยุคสมัย ของวัฒนธรรมไทยและสากลหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
144
รายวิชา ศ23103 ดนตรีศึกษา 3
1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หนวยกิต
—————————————————————————————————————————-
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษาและอภิปรายวิวัฒนาการของดนตรีแต่ละยุคสมัย การเลือกใช้องค์ประกอบดนตรีในการสร้างสรรค์
งานดนตรีของตนเอง อิทธิพลของดนตรีที่มีต่อบุคคลและสังคม เปรียบเทียบองค์ประกอบที่ใช้ในงานดนตรีและ
งานศิลปะอื่น ศึกษาความแตกต่างระหว่างงานดนตรีของตนเองและผู้อื่น สามารถอธิบายเกี่ยวกับอิทธิพลของ
ดนตรีที่มีต่อบุคคลและสังคม
ฝึกปฏิบัติการร้องเพลง การเล่นดนตรีเดี่ยวและรวมวง โดยเน้นเทคนิคการร้อง การเล่น การแสดงออก
และคุณภาพเสียง สามารถแต่งเพลงสั้น ๆ ด้วยจังหวะง่าย ๆ และอธิบายเหตุผลในการเลือกใช้องค์ประกอบ
ดนตรีในการสร้างสรรค์งานดนตรีของตนเอง โดยใช้กระบวนการเรียนรู้และบูรณาการ กระบวนการการจัดการ
เรียนรู้ด้วยตนเอง กระบวนการสร้างเสริมคุณลักษณะที่พึงประสงค์
เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจ และสามารถแสดงออกทางดนตรีอย่างสร้างสรรค์ โดยการบูรณาการกับ
สาระการเรียนรู้อื่นในกลุ่มศิลปะ และประยุกต์ใช้ในชีวิตประจ าวัน
ตัวชี้วัด
1. บรรยายวิวัฒนาการของดนตรีแต่ละยุคสมัย
2. เปรียบเทียบองค์ประกอบที่ใช้ในงานดนตรีและงานศิลปะอื่น
3. อภิปรายลักษณะเด่นที่ท าให้งานดนตรีนั้นได้รับการยอมรับ
4. เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างงานดนตรีของตนเองและผู้อื่น
5. อธิบายเหตุผลในการเลือกใช้องค์ประกอบดนตรีในการสร้างสรรค์งานดนตรีของตนเอง
6. อธิบายเกี่ยวกับอิทธิพลของดนตรีที่มีต่อบุคคลและสังคม
7. แต่งเพลงสั้น ๆ จังหวะง่าย ๆ
8. ร้องเพลง เล่นดนตรีเดี่ยว และรวมวง โดยเน้นเทคนิคการร้อง การเล่น การแสดงออก และคุณภาพ
สียง
9. โดยการบูรณาการกับสาระการเรียนรู้อื่นในกลุ่มศิลปะหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
145
มาตราฐานการเรียนรู้
กลุ่มสาระเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี
 เข้าใจการท างาน มีความคิดสร้างสรรค์ มีทักษะกระบวนการท างาน ทักษะ การจัดการ
ทักษะกระบวนการแก้ปัญหา ทักษะการท างานร่วมกัน และทักษะ การแสวงหาความรู้ มีคุณธรรม
และลักษณะนิสัยในการท างาน มีจิตส านึก ในการใช้พลังงาน ทรัพยากร และสิ่งแวดล้อม เพื่อการ
ด ารงชีวิตและครอบครัว
 เข้าใจเทคโนโลยีและกระบวนการเทคโนโลยี ออกแบบและสร้างสิ่งของเครื่องใช้หรือ
วิธีการ ตามกระบวนการเทคโนโลยีอย่างมีความคิดสร้างสรรค์ เลือกใช้เทคโนโลยีในทางสร้างสรรค์ต่อ
ชีวิต สังคม สิ่งแวดล้อม และมีส่วนร่วมในการจัดการเทคโนโลยีที่ยั่งยืน
 เข้าใจ เห็นคุณค่า และใช้กระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศในการสืบค้นข้อมูล การเรียนรู้ การ
สื่อสาร การแก้ปัญหา การท างาน และอาชีพอย่างมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และมีคุณธรรม
 เข้าใจ มีทักษะที่จ าเป็น มีประสบการณ์ เห็นแนวทางในงานอาชีพใช้เทคโนโลยีเพื่อพัฒนา
อาชีพ มีคุณธรรม และมีเจตคติที่ดีต่ออาชีพหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
146
ชื่อรายวิชาและหน่วยกิต
กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี
รายวิชาพื้นฐาน
1. ง21101 เทคโนโลยีสารสนเทศ 2 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.0 หน่วยกิต
TEC21101 Information Technology
1. ง21102 งานอาชีพ 1 2 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.0 หน่วยกิต
TEC21102 Occupation 1
2. ง22101 การสื่อสารและเครือข่าย คอมพิวเตอร์ 2 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.0 หน่วยกิต
TEC22101 Communication & Network
3. ง22102 งานอาชีพ 2 2 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.0 หน่วยกิต
TEC22102 Occupation 2
4. ง23101 การเขียนโปรแกรมเบื้องต้น 2 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.0 หน่วยกิต
TEC23101 Basic Programming
5. ง23102 งานอาชีพ 3 2 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.0 หน่วยกิต
TEC23102 Occupation 3หลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
147
รายวิชา ง21101 เทคโนโลยีสารสนเทศ
2 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.0 หนวยกิต
—————————————————————————————————————————-
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษาองค์ประกอบและหลักการท างานของคอมพิวเตอร์ บทบาทของคอมพิวเตอร์ที่เกี่ยวข้องกับงาน
ด้านต่างๆ บอกประโยชน์ที่ได้รับจากการใช้คอมพิวเตอร์ ผลกระทบของเทคโนโลยีสารสนเทศที่มีต่อสังคม
ความหมายและความส าคัญของข้อมูลสารสนเทศ ประเภทของข้อมูล ความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูลและ
สารสนเทศ การจัดเก็บและแยกประเภทข้อมูล วิธีการประมวลผลข้อมูลให้เป็นสารสนเทศ การจัดการ
สารสนเทศระดับสารสนเทศ
ปฏิบัติการใช้คอมพิวเตอร์ค้นหาข้อมูล ประมวลผลข้อมูล จัดท ารายงานและใช้โปรแกรมส าเร็จรูป
น าเสนอข้อมูลเพื่อเผยแพร่ข้อมูล
เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับหลักการท างาน บทบาท และประโยชน์ของคอมพิวเตอร์
สามารถอภิปรายลักษณะส าคัญ และผลกระทบของเทคโนโลยีสารสนเทศ มีทักษะในการประมวลผลข้อมูลให้
เป็นสารสนเทศได้เกิดการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการเรียนรู้ด้วยตนเองอย่างสร้างสรรค์ มี
คุณธรรมจริยธรรม เจตคติ และลักษณะนิสัยในการท างาน
ตัวชี้วัด
1. อธิบายหลักการท างาน บทบาท และประโยชน์ของคอมพิวเตอร์
2. อภิปรายลักษณะส าคัญและผลกระทบของเทคโนโลยีสารสนเทศ
3. ประมวลผลข้อมูลให้เป็นสารสนเทศหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
148
รายวิชา ง21102 งานอาชีพ 1
2 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.0 หนวยกิต
—————————————————————————————————————————-
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษากระบวนการท างาน (การวิเคราะห์งาน การวางแผนในการท างาน การปฏิบัติงานและการ
ประเมินผลการท างาน) การท างานโดยใช้กระบวนการกลุ่ม (กระบวนการในการท างานกลุ่ม มีขั้นตอน ดังนี้การ
เลือกหัวหน้ากลุ่ม การก าหนดเป้าหมาย หรือวัตถุประสงค์ของงาน วางแผนการท างาน แบ่งงานตาม
ความสามารถของแต่ละบุคคล ปฏิบัติตามบทบาทหน้าที่ ประเมินผล และปรับปรุงการท างาน) การใช้เหตุผล
ในการแก้ปัญหาในการท างาน (เป็นกระบวนการที่ต้องการให้ผู้เรียนได้เกิดความคิดหาวิธีการแก้ปัญหาอย่างมี
ขั้นตอน การสังเกต การวิเคราะห์ การสร้างทางเลือก และการประเมินทางเลือก) การเลือกอาชีพ (ขั้นตอนก่อน
ตัดสินใจเลือกอาชีพ กระบวนการตัดสินใจเลือกอาชีพ ความจ าเป็นในการประกอบอาชีพ การด าเนินงานอาชีพ
ส่วนตัว การน าเทคโนโลยีและภูมิปัญญาไทยมาใช้กับงานอาชีพ การเตรียมความพร้อมในการปฏิบัติงานอาชีพ
รายได้จากอาชีพ)
ปฏิบัติการวิเคราะห์ขั้นตอนการท างานตามกระบวนการท างาน การท างานโดยใช้กระบวนการกลุ่มและ
ใช้การตัดสินใจแก้ปัญหาอย่างมีเหตุผลรายงานการเลือกอาชีพที่ตนเองสนใจเพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจ
กระบวนการท างาน สามารถวิเคราะห์ขั้นตอนการท างานตามกระบวนการท างาน ท างานกลุ่มด้วยความ
เสียสละ ตัดสินใจแก้ปัญหาอย่างมีเหตุผล มีแนวทางการเลือกอาชีพ มีเจตคติที่ดีต่อการประกอบอาชีพและ
เห็นความส าคัญของการสร้างอาชีพ
ตัวชี้วัด
1. วิเคราะห์ขั้นตอนการท างานตามกระบวนการท างาน
2. ใช้กระบวนการกลุ่มในการท างานด้วยความเสียสละ
3. ตัดสินใจแก้ปัญหาการท างานอย่างมีเหตุผล
4. อธิบายแนวทางการเลือกอาชีพ
5. มีเจตคติที่ดีต่อการประกอบอาชีพ
6. เห็นความส าคัญของการสร้างอาชีพหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
149
รายวิชา ง22101 การสื่อสารข้อมูลและเครือข่ายคอมพิวเตอร์พื้นฐาน
2 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.0 หนวยกิต
—————————————————————————————————————————-
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษาความหมาย พัฒนาการ การสื่อสารข้อมูล ชนิด อุปกรณ์ ประโยชน์ของเครือข่ายคอมพิวเตอร์
กระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศ วิธีการแก้ปัญหาโดยใช้คอมพิวเตอร์ การใช้อินเทอร์เน็ต ซอฟต์แวร์ระบบ
ซอฟต์แวร์ประยุกต์
ปฏิบัติการเชื่อมต่อเครือข่าย ใช้ค าสั่งเครือข่ายเบื้องต้น และจัดการทรัพยากรบนเครือข่าย การใช้
โปรแกรมติดต่อสื่อสารและบริการบนอินเทอร์เน็ต การใช้ซอฟต์แวร์ระบบและซอฟต์แวร์ประยุกต์ช่วยในการ
ท างาน
เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจ ความหมาย พัฒนาการ การสื่อสารข้อมูล ชนิด อุปกรณ์ กระบวนการ
เทคโนโลยีสารสนเทศ วิธีการแก้ปัญหาโดยใช้คอมพิวเตอร์ มีทักษะในการใช้งานโปรแกรมติดต่อสื่อสารและ
บริการบนอินเทอร์เน็ต ซอฟต์แวร์ระบบและซอฟต์แวร์ประยุกต์ในการท างานอย่างมีคุณธรรม จริยธรรม
ตัวชี้วัด
1. อธิบายหลักการเบื้องต้นของการสื่อสารข้อมูลและเครือข่ายคอมพิวเตอร์
2. อธิบายหลักการและวิธีการแก้ปัญหาด้วยกระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศ
3. ค้นหาข้อมูล และติดต่อสื่อสารผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์อย่างมีคุณธรรมและจริยธรรม
4. ใช้ซอฟต์แวร์ในการท างานหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
150
รายวิชา ง22102 งานอาชีพ 2
2 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.0 หนวยกิต
—————————————————————————————————————————-
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษาวิธีการแสวงหาความรู้(เช่น การศึกษาค้นคว้า การรวบรวม การสังเกต การส ารวจ และการ
บันทึก) กระบวนการแก้ปัญหาในการท างาน (การสังเกต การวิเคราะห์ การสร้างทางเลือก และการประเมิน
ทางเลือก) กระบวนการเทคโนโลยี (ก าหนดปัญหาหรือความต้องการ รวบรวมข้อมูลเพื่อแสวงหาวิธีการ
แก้ปัญหาหรือสนองความต้องการ เลือกวิธีการ ออกแบบและปฏิบัติการ ทดสอบ ปรับปรุงแก้ไข และ
ประเมินผล) สร้างสิ่งของเครื่องใช้และน าเสนอวิธีการสร้าง (ออกแบบเป็นภาพร่าง 3 มิติ หรือภาพฉายหรือ
ถ่ายทอดความคิดของวิธีการเป็นแบบจ าลองความคิด) การเสริมสร้างประสบการณ์อาชีพ การเตรียมตัวเข้าสู่
อาชีพ
ปฏิบัติการแสวงหาความรู้เพื่อพัฒนาการท างาน แก้ปัญหาการท างานโดยใช้กระบวนการแก้ปัญหา สร้าง
สิ่งของเครื่องใช้และน าเสนอวิธีการสร้าง กิจกรรมเสริมสร้างประสบการณ์อาชีพเพื่อเตรียมตัวเข้าสู่อาชีพ
เพื่อให้เกิดทักษะการแสวงหาความรู้เพื่อพัฒนาการท างาน ทักษะกระบวนการแก้ปัญหาในการท างาน การ
สร้างสิ่งของเครื่องใช้หรือวิธีการตามกระบวนการเทคโนโลยีอย่างปลอดภัยและน าเสนอวิธีการสร้าง โดยเลือกใช้
ทรัพยากร พลังงาน เทคโนโลยีที่ไม่มีผลกระทบกับสิ่งแวดล้อม มีจิตส านึกในการท างานและใช้ทรัพยากรในการ
ปฏิบัติงานอย่างประหยัดและคุ้มค่า มีทักษะพื้นฐานที่จ าเป็นส าหรับการประกอบอาชีพที่สนใจ
ตัวชี้วัด
1. ใช้ทักษะการแสวงหาความรู้ เพื่อพัฒนาการท างาน
2. ใช้ทักษะกระบวนการแก้ปัญหาในการท างาน
3. มีจิตส านึกในการท างานและใช้ทรัพยากรในการปฏิบัติงานอย่างประหยัดและคุ้มค่า
4. อธิบายกระบวนการเทคโนโลยี
5. สร้างสิ่งของเครื่องใช้หรือวิธีการตามกระบวนการเทคโนโลยีอย่างปลอดภัย ออกแบบโดยถ่ายทอด
ความคิดเป็นภาพร่าง 3 มิติ หรือภาพฉาย เพื่อน าไปสู่การสร้างต้นแบบของสิ่งของเครื่องใช้ หรือ
ถ่ายทอดความคิดของวิธีการเป็นแบบจ าลองความคิดและการรายงานผลเพื่อน าเสนอวิธีการ
6. มีความคิดสร้างสรรค์ในการแก้ปัญหา หรือสนองความต้องการในงานที่ผลิตเอง
7. เลือกใช้เทคโนโลยีอย่างสร้างสรรค์ต่อชีวิต สังคม สิ่งแวดล้อมและมีการจัดารเทคโนโลยีด้วยการลดการ
ใช้ทรัพยากร หรือเลือกใช้เทคโนโลยีที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
8. อธิบายการเสริมสร้างประสบการณ์อาชีพ
9. ระบุการเตรียมตัวเข้าสู่อาชีพ
10. มี ทั ก ษ ะ พื้ น ฐ า น ที่ จ า เ ป็ น ส า ห รั บ ก า ร ป ร ะ ก อ บ อ า ชี พ ที่ ส น ใ จหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
151
รายวิชา ง23101การเขียนโปรแกรมขั้นพื้นฐาน
2 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.0 หนวยกิต
—————————————————————————————————————————-
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษาหลักการโปรแกรมและเขียนโปรแกรมขั้นพื้นฐาน หลักการท าโครงงานและท าโครงงานที่มีการใช้
เทคโนโลยีสารสนเทศ
ปฏิบัติการเขียนโปรแกรมภาษาขั้นพื้นฐาน การพัฒนาโครงงานที่มีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและ
น าเสนองานในรูปแบบที่เหมาะสมกับลักษณะงาน
เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจหลักการโปรแกรม หลักการท าโครงงาน และสามารถเขียนโปรแกรมขั้น
พื้นฐาน และพัฒนาชิ้นงานจากจินตนาการหรืองานที่ท าในชีวิตประจ าวันตามหลักการท าโครงงานอย่างมี
จิตส านึกและความรับผิดชอบ มีทักษะในการน าเสนองานในรูปแบบที่เหมาะสมกับลักษณะงาน
ตัวชี้วัด
1. อธิบายหลักการท างานท าโครงงานที่มีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ
2. เขียนโปรแกรมภาษาขั้นพื้นฐาน
3. ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศน าเสนองานในรูปแบบที่เหมาะสมกับลักษณะงาน
4. ใช้คอมพิวเตอร์ช่วยสร้างชิ้นงานจากจินตนาการหรืองานที่ท าในชีวิตประจ าวัน ตามหลักการท าโครงงาน
อย่างมีจิตส านึกและความรับผิดชอบหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
152
รายวิชา ง23102 งานอาชีพ 3
2 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.0 หนวยกิต
—————————————————————————————————————————-
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษาขั้นตอนการท างานที่มีประสิทธิภาพ การท างานร่วมกันอย่างมีคุณธรรม การจัดการเพื่อการ
ประหยัดพลังงานทรัพยากร และสิ่งแวดล้อม สร้างสิ่งของเครื่องใช้หรือวิธีการตามกระบวนการเทคโนโลยีอย่าง
ปลอดภัย การหางานด้วยวิธีหลากหลาย วิเคราะห์แนวทางเข้าสู่อาชีพ ประเมินทางเลือกในการประกอบอาชีพ
ที่สอดคล้องกับความรู้ความถนัด และความสนใจของตนเอง
ปฏิบัติการสร้างสิ่งของเครื่องใช้หรือวิธีการตามกระบวนการเทคโนโลยีอย่างปลอดภัย โดยการท างาน
ร่วมกันอย่างมีคุณธรรม อภิปรายขั้นตอนการท างานที่มีประสิทธิภาพ มีการจัดการเพื่อการประหยัดพลังงาน
ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม พร้อมรายงานผลอภิปรายการหางานด้วยวิธีหลากหลาย วิเคราะห์แนวทางเข้าสู่
อาชีพ จัดท ารายงานผลการประเมินทางเลือกในการประกอบอาชีพที่สอดคล้องกับความรู้ความถนัด และความ
สนใจของตนเอง
เพื่อให้สามารถตัดสินใจเลือกขั้นตอนการท างานที่มีประสิทธิภาพ และการจัดการเพื่อการประหยัด
พลังงานทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม มีทักษะการท างานร่วมกันอย่างมีคุณธรรม มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ
ระดับของเทคโนโลยี การออกแบบและการถ่ายทอดความคิดของวิธีการเป็นแบบจ าลองความคิด สร้างสิ่งของ
เครื่องใช้หรือวิธีการตามกระบวนการเทคโนโลยีอย่างปลอดภัย มีแนวทางเข้าสู่อาชีพและเลือกอาชีพที่สอดคล้อง
กับความรู้ความถนัดและความสนใจของตนเอง
ตัวชี้วัด
1. อภิปรายขั้นตอนการท างานที่มีประสิทธิภาพ
2. ใช้ทักษะในการท างานร่วมกันอย่างมีคุณธรรม
3. อภิปรายการท างานโดยใช้ทักษะการจัดการเพื่อการประหยัดพลังงานทรัพยากร และสิ่งแวดล้อม
4. สร้างสิ่งของเครื่องใช้หรือวิธีการตามกระบวนการเทคโนโลยีอย่างปลอดภัยออกแบบโดยถ่ายทอด
ความคิดเป็นภาพฉายเพื่อน าไปสู่การสร้างต้นแบบ และแบบจ าลองของสิ่งของเครื่องใช้หรือถ่ายทอด
ความคิดของวิธีการเป็นแบบจ าลองความคิดและการรายงานผล
5. อธิปรายการหางานด้วยวิธีหลากหลาย
6. วิเคราะห์แนวทางเข้าสู่อาชีพ
7. ประเมินทางเลือกในการประกอบอาชีพที่สอดคล้องกับความรู้ความถนัด และความสนใจของตนเองหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
153
มาตรฐานการเรียนรู้
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ
1. เข้าใจและตีความเรื่องที่ฟังและอ่านจากสื่อประเภทต่าง ๆ และแสดงความคิดเห็น อย่างมีเหตุผล
2. มีทักษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร แสดงความรู้สึกและความคิดเห็นอย่างมี
ประสิทธิภาพ
3. น าเสนอ ข้อมูล ข่าวสาร ความคิดรวบยอด และความคิดเห็นในเรื่องต่าง ๆ โดยการพูดและการเขียน
4. เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างภาษากับวัฒนธรรมของเจ้าของภาษาและน าไปใช้ได้อย่างเหมาะสมกับ
กาลเทศะ
5. เข้าใจความเหมือนและความแตกต่างระหว่างภาษาและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษากับภาษาและ
วัฒนธรรมใทยและน ามาใช้อย่างถูกต้อง
6. ใช้ภาษาต่างประเทศในการเชื่อมโยงความรู้กับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น และเป็นพื้นฐานในการพัฒนา
แสวงหาความรู้ และเปิดโลกทัศน์ของตน
7. ใช้ภาษาต่างประเทศในสถานการต่าง ๆ ทั้งในสถานศึกษา ชุมชน และสังคม
8. ใช้ภาษาต่างประเทศเป็นเครื่องมือพื้นฐานในการศึกษาต่อ การประกอบอาชีพ และการแลกเปลี่ยน
เรียนรู้กับสังคมโลกหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
154
ชื่อรายวิชาและหน่วยกิต
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ
รายวิชาพื้นฐาน
1. อ21101 ภาษาอังกฤษพื้นฐาน 1 2 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.0 หน่วยกิต
ENG21101 Fundamental English 1
2. อ21102 ภาษาอังกฤษพื้นฐาน 2 2 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.0 หน่วยกิต
ENG21102 Fundamental English 2
3. อ22101 ภาษาอังกฤษพื้นฐาน 3 2 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.0 หน่วยกิต
ENG22101 Fundamental English 3
4. อ22102 ภาษาอังกฤษพื้นฐาน 4 2 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.0 หน่วยกิต
ENG22102 Fundamental English 4
5. อ23101 ภาษาอังกฤษพื้นฐาน 5 2 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.0 หน่วยกิต
ENG23101 Fundamental English 5
6. อ23102 ภาษาอังกฤษพื้นฐาน 6 2 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.0 หน่วยกิต
ENG23102 Fundamental English 6หลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
155
รายวิชา อ21101 ภาษาอังกฤษพื้นฐาน 1
3 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.5 หนวยกิต
—————————————————————————————————————————-
ค าอธิบายรายวิชา
รายวิชาภาษาอังกฤษพื้นฐาน 1 (อ21101) เป็นการสร้างความเข้าใจและศึกษาถึงความสัมพันธ์ของ
ภาษาและวัฒนธรรมที่มีทั้งความเหมือนและความแตกต่าง ซึ่งจะเป็นพื้นฐานในการน าความรู้ไปใช้ใน
ชีวิตประจ าวัน เพื่อการสืบค้นหาข้อมูลและการสื่อสาร โดยเริ่มจากการศึกษาโครงสร้างประโยคค าสั่ง ค าขอร้อง
ค าแนะน า และค าชี้แจงง่าย ๆ ทั้งจากเรื่องที่ได้ฟังและอ่าน อีกทั้งฝึกอ่านออกเสียงข้อความและ นิทานสั้น ๆ
อย่างถูกต้องตามหลักการอ่าน และฝึกสนทนาเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล พร้อมทั้งเขียนบรรยายข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง
ครอบครัว กิจวัตรประจ าวัน รวมทั้งขอและให้ความช่วยเหลือในสถานการณ์ต่างๆ นอกจากนี้ผู้เรียนยังได้ฝึกพูด
และเขียนตอบค าถามเกี่ยวกับหัวข้อเรื่อง (topic) ใจความส าคัญ (main idea) และแสดงความคิดเห็น พร้อม
ทั้งให้เหตุผลสั้น ๆ ประกอบในสถานการณ์ต่างๆ ทั้งจากเรื่องที่ฟังและอ่าน โดยเลือกใช้ค าศัพท์ ส านวน
ข้อความและประโยคความเดียว (simple sentence) ได้อย่างเหมาะสม รวมถึงการฝึกใช้พจนานุกรมอย่าง
รวดเร็วและถูกต้อง
ตัวชี้วัด
1. ปฏิบัติตามค าสั่ง ค าขอร้อง ค าแนะน า และค าชี้แจงง่าย ๆ ที่ได้ฟังและอ่าน
2. อ่านออกเสียงข้อความและนิทานสั้น ๆ ได้ถูกต้องตามหลักการอ่าน
3. เลือก/ระบุประโยคและข้อความ ให้สัมพันธ์กับสื่อที่ไม่ใช่ความเรียง (non-text information) ที่อ่าน
4. ระบุหัวข้อเรื่อง ( topic) ใจความส าคัญ ( main idea) และตอบค าถามจากการฟังและอ่านบทสนทนา
นิทาน และเรื่องสั้น
5. สนทนา แลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง กิจกรรม และสถานการณ์ต่าง ๆ ในชีวิตประจ าวัน
6. พูดและเขียนบรรยายเกี่ยวกับตนเอง กิจวัตรประจ าวัน ประสบการณ์และสิ่งแวดล้อมใกล้ตัว
7. ใช้ภาษาสื่อสารในสถานการณ์จริง/สถานการณ์จ าลองที่เกิดขึ้นในห้องเรียนและสถานศึกษา
8. ใช้ภาษา น้ าเสียง และกิริยาท่าทางสุภาพเหมาะสม ตามมารยาททางสังคม และวัฒนธรรมของเจ้าของ
ภาษา
9. ค้นคว้า รวบรวม และสรุปข้อมูล/ ข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่นจากแหล่งเรียนรู้ต่าง
ๆ และน าเสนอด้วยการพูด/การเขียนหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
156
รายวิชา อ21102 ภาษาอังกฤษพื้นฐาน 2
3 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.5 หนวยกิต
—————————————————————————————————————————-
ค าอธิบายรายวิชา
รายวิชาภาษาอังกฤษพื้นฐาน 2 (อ21102) เป็นการเสริมสร้างให้ผู้เรียนมีวินัย ใฝ่เรียนรู้ และมุ่งมั่นใน
การน าความรู้ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจ าวัน และการศึกษาต่อ โดยผู้เรียนจะได้ฝึกพูดและเขียนแสดงความ
ต้องการ ขอความช่วยเหลือ ตอบรับและปฏิเสธการให้ความช่วยเหลือในสถานการณ์ต่าง ๆ อย่างเหมาะสม
รวมถึงการแสดงความรู้สึกและความคิดเห็นของตนเองเกี่ยวกับเรื่องราว เหตุการณ์ กิจกรรมวันส าคัญ และ
เทศกาลต่างๆ รวมทั้งชีวิตความเป็นอยู่ และประเพณีของเจ้าของภาษาที่ได้ฟังและอ่าน โดยสามารถให้เหตุผล
สั้นๆ ประกอบได้อย่างเหมาะสม รวมทั้งเข้าร่วม/จัดกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมตามความสนใจ เข้า
ใจความเหมือนและความแตกต่างระหว่างการออกเสียงประโยคชนิดต่างๆ การใช้เครื่องหมายวรรคตอนและ
การล าดับค าตามโครงสร้างประโยคของภาษาอังกฤษและภาษาไทย ใช้ทักษะภาษาอังกฤษเพื่อสื่อสารใน
สถานการณ์จริง/สถานการณ์จ าลองที่เกิดขึ้นในห้องเรียน สถานศึกษา และชุมชน ทั้งนี้โดยใช้โครงสร้างประโยค
ความเดียว (simple sentence) นอกจากนี้ยังฝึกใช้ทักษะภาษาอังกฤษในการสืบค้น/ค้นคว้า เพื่อหาความรู้
และข้อมูลจากสื่อและแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ
ตัวชี้วัด
1. พูดและเขียนแสดงความต้องการขอความช่วยเหลือ ตอบรับและปฏิเสธการให้ความช่วยเหลือใน
สถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม
2. พูดและเขียนแสดงความรู้สึกและความคิดเห็นของตนเองเกี่ยวกับเรื่องใกล้ตัว และกิจกรรมต่างๆ
พร้อมทั้งให้เหตุผลสั้นๆ ประกอบได้อย่างเหมาะสม
3. พูด /เขียน สรุปใจความส าคัญ /แก่นสาระ (theme) ที่ได้จากการวิเคราะห์เรื่อง /เหตุการณ์ที่อยู่ในความ
สนใจของสังคม
4. ฟัง พูด อ่าน และเขียนในสถานการณ์จริง/สถานการณ์จ าลองที่เกิดขึ้นในห้องเรียนและสถานศึกษาได้
5. พูดและเขียนเพื่อขอและให้ข้อมูล และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่ฟังหรืออ่านได้อย่างเหมาะสม
6. พูด/เขียนแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกิจกรรมหรือเรื่องใกล้ตัวต่าง ๆ พร้อมทั้งให้เหตุผลสั้น ๆ ประกอบ
7. บรรยายเกี่ยวกับเทศกาล วันส าคัญ ชีวิตความเป็นอยู่ และประเพณีของเจ้าของภาษา
8. เข้าร่วม/จัดกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมตามความสนใจ
9. บอกความเหมือนและความแตกต่างระหว่างการออกเสียงประโยคชนิดต่างๆ การใช้เครื่องหมายวรรค
ตอน และการล าดับค าตามโครงสร้างประโยคของภาษาอังกฤษและภาษาไทย
10.เปรียบเทียบความเหมือนและความแตกต่างระหว่างเทศกาล งานฉลอง วันส าคัญ และชีวิตความเป็นอยู่
ของเจ้าของภาษากับของไทย
11.ค้นคว้า รวบรวม และสรุปข้อมูล /ข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่นจากแหล่งเรียนรู้
ต่างๆ และน าเสนอด้วยการพูด/การเขียน
12.ใช้ภาษาอังกฤษในการสืบค้น/ค้นคว้า เพื่อหาความรู้และข้อมูลจากสื่อและแหล่งการเรียนรู้ต่างๆหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
157
รายวิชา อ22101 ภาษาอังกฤษพื้นฐาน 3
3 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.5 หนวยกิต
—————————————————————————————————————————-
ค าอธิบายรายวิชา
ในรายวิชาภาษาอังกฤษพื้นฐาน 3 (อ22101) ผู้เรียนจะได้ฝึกฟังและอ่านค าขอร้อง ค าแนะน า ค าชี้แจง
และค าอธิบายที่มีรูปประโยคที่ยาวขึ้นและมีความซับซ้อนมากขึ้น ฝึกอ่านออกเสียงข้อความ ข่าว ประกาศ นิทาน
และบทร้อยกรอง (poem) ตามหลักการอ่าน ฝึกพูดและเขียนบรรยายเกี่ยวกับโรงเรียน ประสบการณ์ และ
สิ่งแวดล้อม ที่อยู่ในความสนใจของตนเองและสังคม โดยเลือกใช้ค าศัพท์ ส านวน และโครงสร้างประโยคความ
รวม (compound sentence) เข้าร่วม/จัดกิจกรรม/สถานการณ์จ าลองทางภาษาและวัฒนธรรมตามความ
สนใจ เพื่อฝึกการสื่อสารระหว่างบุคคลในสถานการณ์ต่างๆทั้งที่เกิดขึ้นในห้องเรียน สถานศึกษา และชุมชน
โดยใช้ภาษา น้ าเสียง และกริยาท่าทางในการสนทนาให้เหมาะสมกับบุคคลตามมารยาททางสังคมและ
วัฒนธรรมของเจ้าของภาษา ใช้ภาษาอังกฤษในการค้นคว้า รวบรวม และสรุปข้อมูล/ข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องกับ
กลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น หรือสถานการณ์ต่างๆ เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ และสามารถน าเสนอ
และสื่อสารได้อย่างถูกต้องเหมาะสม
ตัวชี้วัด
1. ปฏิบัติตามค าขอร้อง ค าแนะน า ค าชี้แจง และค าอธิบายง่ายๆ ที่ได้ฟังและอ่าน
2. อ่านออกเสียงข้อความ ข่าว ประกาศ และบทร้อยกรองสั้น ๆ ได้ถูกต้องตามหลักการอ่าน
3. ระบุ /เขียนประโยคและข้อความให้สัมพันธ์กับสื่อที่ไม่ใช่ความเรียง (non-text information) รูปแบบต่าง ๆ
ที่อ่าน
4. สนทนาเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง เรื่องใกล้ตัว และสถานการณ์ต่างๆ ในชีวิตประจ าวันได้
อย่างเหมาะสม
5. พูดและเขียนแสดงความต้องการ เสนอและให้ความช่วยเหลือ ตอบรับและปฏิเสธการให้ความช่วยเหลือ
ในสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม
6. พูดและเขียนบรรยายเกี่ยวกับตนเอง กิจวัตรประจ าวัน ประสบการณ์ และข่าว /เหตุการณ์ ที่อยู่ในความ
สนใจของสังคม
7. ใช้ภาษา น้ าเสียง และกิริยาท่าทางให้เหมาะสมกับบุคคลและโอกาส ตามมารยาททางสังคม และ
วัฒนธรรมของเจ้าของภาษา
8. เข้าร่วม/จัดกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมตามความสนใจ
9. เปรียบเทียบและอธิบายความเหมือนและความแตกต่างระหว่างการออกเสียงประโยคชนิดต่างๆ และ
การล าดับค าตามโครงสร้างประโยค ของภาษาอังกฤษและภาษาไทย
10. ค้นคว้า รวบรวม และสรุปข้อมูล /ข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่นจากแหล่งเรียนรู้ และ
น าเสนอด้วยการพูด/การเขียน
11. ใช้ภาษาสื่อสารในสถานการณ์จริง/สถานการณ์จ าลองที่เกิดขึ้นในห้องเรียน สถานศึกษา และชุมชนหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
158
รายวิชา อ22102 ภาษาอังกฤษพื้นฐาน 4
3 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.5 หนวยกิต
—————————————————————————————————————————-
ค าอธิบายรายวิชา
ในรายวิชาภาษาอังกฤษพื้นฐาน 4 (อ22102 ) ผู้เรียนจะได้ฝึกพูดและเขียนเพื่อบอกรายละเอียด
(supporting detail) ใจความส าคัญ (main idea) และแสดงความคิดเห็น พร้อมทั้งให้เหตุผลและยกตัวอย่างง่าย ๆ
ประกอบเกี่ยวกับเรื่องที่ได้ฟังและอ่าน เช่น บทสนทนา นิทาน บทความจากสื่อจริงประเภทต่าง ๆ (authentic
texts) โดยใช้ค าศัพท์ ส านวน ข้อความและโครงสร้างประโยคความรวม (compound sentence) ได้อย่างถูกต้อง
เหมาะสม พูดและเขียนสรุปใจความส าคัญ แก่นสาระ (theme) และหัวข้อเรื่อง (topic) ที่ได้จากการวิเคราะห์
เรื่อง/ข่าว/เหตุการณ์ที่อยู่ในความสนใจของสังคม สามารถอธิบายความเหมือนและความแตกต่างระหว่างชีวิต
ความเป็นอยู่และวัฒนธรรมของเจ้าของภาษากับของไทย ใช้ภาษาอังกฤษในการค้นคว้า รวบรวม และสรุป
ข้อมูล/ข้อเท็จจริง เพื่อเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารของโรงเรียนเป็นภาษาอังกฤษ และปลูกฝังให้
ผู้เรียนเห็นคุณค่าของการเรียนภาษา และน าความรู้ไปใช้ประโยชน์อย่างมีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่
เหมาะสม
ตัวชี้วัด
1. เลือกหัวข้อเรื่องและใจความส าคัญ บอกรายละเอียดสนับสนุน (supporting detail) และแสดงความ
คิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่ฟังและอ่าน พร้อมทั้งให้เหตุผลและยกตัวอย่างง่ายๆ ประกอบ
2. ใช้ค าขอร้อง ให้ค าแนะน า ค าชี้แจง และค าอธิบายตามสถานการณ์
3. พูดและเขียนเพื่อขอและให้ข้อมูล บรรยาย และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่ฟังหรืออ่านได้อย่าง
เหมาะสม
4. พูดและเขียนแสดงความรู้สึกและความคิดเห็นของตนเองเกี่ยวกับเรื่องต่าง ๆ กิจกรรมและประสบการณ์
พร้อมทั้งให้เหตุผลประกอบได้อย่างเหมาะสม
5. พูดและเขียนสรุปใจความส าคัญ /แก่นสาระ และหัวข้อเรื่อง (topic) ที่ได้จากการวิเคราะห์เรื่อง /ข่าว/
เหตุการณ์ที่อยู่ในความสนใจของสังคม
6. พูดและเขียนแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกิจกรรม เรื่องใกล้ตัวต่างๆ และประสบการณ์ พร้อมทั้งให้
เหตุผลสั้นๆ ประกอบ
7. อธิบายเกี่ยวกับเทศกาล วันส าคัญ ชีวิตความเป็นอยู่ และประเพณีของเจ้าของภาษา
8. เปรียบเทียบและอธิบายความเหมือนและความแตกต่างระหว่างชีวิตความเป็นอยู่ และวัฒนธรรมของ
เจ้าของภาษากับของไทย
9. ค้นคว้า รวบรวม และสรุปข้อมูล / ข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่นจากแหล่งเรียนรู้ และ
น าเสนอด้วยการพูด/การเขียน
10. ใช้ภาษาอังกฤษในการสืบค้น/ค้นคว้า รวบรวม และสรุปความรู้/ข้อมูลจากสื่อและแหล่งการเรียนรู้ต่างๆ
ในการศึกษาต่อและการประกอบอาชีพ
11. เผยแพร่/ประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารของโรงเรียนเป็นภาษาอังกฤษหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
159
รายวิชา อ23101 ภาษาอังกฤษพื้นฐาน 5
3 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.5 หนวยกิต
—————————————————————————————————————————-
ค าอธิบายรายวิชา
ภาษาอังกฤษพื้นฐาน 5 (อ23101) จะมุ่งเน้นให้ผู้เรียนได้ฝึกฝนทักษะที่ใช้ในการเรียนภาษาโดยสามารถ
ปฏิบัติตามค าขอร้อง ค าแนะน า ค าชี้แจง และค าอธิบายที่ฟังและอ่านได้อย่างถูกต้องและมั่นใจ รวมทั้งสามารถ
อ่านออกเสียงข้อความ ข่าว โฆษณา และบทร้อยกรองสั้นๆ ได้ถูกต้องตามหลักการอ่าน พูดและเขียนสรุป
ใจความส าคัญ /แก่นสาระ หัวข้อเรื่อง รายละเอียดสนับสนุน ที่ได้จากการวิเคราะห์เรื่อง /ข่าว /เหตุการณ์/
สถานการณ์ที่อยู่ในความสนใจของสังคม ทั้งจากการฟังและอ่านสื่อประเภทต่างๆ พร้อมทั้งให้เหตุผลและ
ยกตัวอย่างประกอบ โดยเลือกใช้ค าศัพท์ และโครงสร้างประโยคเชิงซ้อน (complex sentence) พูดสนทนา
และเขียนแสดงความคิดเห็น ความรู้สึกที่มีต่อข่าว /เหตุการณ์ / เรื่อง/ ประเด็นต่าง ๆ โดยใช้ภาษา น้ าเสียง และ
กิริยาท่าทางให้เหมาะสมกับบุคคลและโอกาส ตามมารยาททางสังคมและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา ใช้
ภาษาอังกฤษในการค้นคว้า รวบรวม และสรุปข้อมูล/ข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น เพื่อน า
ความรู้ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจ าวัน ในการศึกษาต่อและการประกอบอาชีพ โดยน าเสนอทั้งการพูดและการ
เขียนได้อย่างเหมาะสม
ตัวชี้วัด
1. ปฏิบัติตามค าขอร้อง ค าแนะน า ค าชี้แจง และค าอธิบายที่ได้ฟังและอ่าน
2. อ่านออกเสียงข้อความ ข่าว โฆษณา และบทร้อยกรองสั้น ๆ ได้ถูกต้องตามหลักการอ่าน
3. เลือก /ระบุหัวข้อเรื่อง ใจความส าคัญ รายละเอียดสนับสนุน และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่ฟัง
และอ่านจากสื่อประเภทต่าง ๆ พร้อมทั้งให้เหตุผลและยกตัวอย่างประกอบ
4. ใช้ค าขอร้อง ให้ค าแนะน า ค าชี้แจง และค าอธิบายอย่างเหมาะสม
5. พูดและเขียนแสดงความต้องการ เสนอและให้ความช่วยเหลือ ตอบรับและปฏิเสธการให้ความช่วยเหลือใน
สถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม
6. พูดและเขียนเพื่อขอและให้ข้อมูล อธิบาย เปรียบเทียบ และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่ฟังหรือ
อ่านได้อย่างเหมาะสม
7. พูดและเขียนบรรยายเกี่ยวกับตนเอง ประสบการณ์ ข่าว /เหตุการณ์ / เรื่อง/ ประเด็นต่าง ๆ ที่อยู่ใน
ความสนใจของสังคม
8. พูดและเขียนสรุปใจความส าคัญ /แก่นสาระ หัวข้อเรื่องที่ได้จากการวิเคราะห์เรื่อง /ข่าว /เหตุการณ์/
สถานการณ์ที่อยู่ในความสนใจของสังคม
9. พูดและเขียนแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกิจกรรม ประสบการณ์ และเหตุการณ์ พร้อมทั้งให้เหตุผล
ประกอบ
10. ใช้ภาษา น้ าเสียง และกิริยาท่าทางให้เหมาะสมกับบุคคลและโอกาส ตามมารยาททางสังคม และวัฒนธรรม
ของเจ้าของภาษาหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
160
11.ใช้ภาษาสื่อสารในสถานการณ์จริง /สถานการณ์จ าลองที่เกิดขึ้นในห้องเรียน สถานศึกษา ชุมชน และ
สังคม
12.ใช้ภาษาอังกฤษในการสืบค้น /ค้นคว้า รวบรว และสรุปความรู้ /ข้อมูลจากสื่อและแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ
ในการศึกษาต่อและการประกอบอาชีพ
13.ค้นคว้า รวบรวม และสรุปข้อมูล /ข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่นจากแหล่งเรียนรู้ และ
น าเสนอด้วยการพูดและการเขียนหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
161
รายวิชา อ23102 ภาษาอังกฤษพื้นฐาน 6
3 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.5 หนวยกิต
—————————————————————————————————————————-
ค าบธิบายรายวิชา
ในรายวิชาภาษาอังกฤษพื้นฐาน 6 (อ23102) ผู้เรียนจะสามารถระบุและเขียนสื่อที่ไม่ใช่ความเรียง
(non-text information) รูปแบบต่าง ๆ ให้สัมพันธ์กับประโยค และข้อความที่ได้ฟังหรืออ่าน สนทนาและเขียน
โต้ตอบเกี่ยวกับสถานการณ์ข่าว และเรื่องที่อยู่ในความสนใจของสังคม และสามารถสื่อสารได้อย่างต่อเนื่องและ
เหมาะสม พูดและเขียนบรรยายความรู้สึกและความคิดเห็นของตนเอง เกี่ยวกับเรื่องต่างๆ กิจกรรม
ประสบการณ์ และข่าว/เหตุการณ์ พร้อมทั้งให้เหตุผลประกอบได้อย่างเหมาะสม โดยเลือกใช้ภาษา น้ าเสียง และ
กิริยาท่าทางให้เหมาะสมกับบุคคลและโอกาส ตามมารยาททางสังคม และวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา อธิบาย/เข้า
ร่วม/จัดกิจกรรมทางภาษา เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงชีวิตความเป็นอยู่ ขนบธรรมเนียม ประเพณีและวัฒนธรรมของ
เจ้าของภาษาตามความสนใจ น าเสนอด้วยการพูดและการเขียน เผยแพร่/ ประชาสัมพันธ์ข้อมูล ข่าวสารของ
โรงเรียน ชุมชน และท้องถิ่น ได้อย่างถูกต้องตามหลักการใช้ภาษา และค่านิยมที่เหมาะสม
ตัวชี้วัด
1. ระบุและเขียนสื่อที่ไม่ใช่ความเรียง (non-text information) รูปแบบต่างๆ ให้สัมพันธ์กับประโยค และ
ข้อความที่ได้ฟังหรืออ่าน
2. สนทนาและเขียนโต้ตอบข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง เรื่องใกล้ตัวต่างๆ สถานการณ์ข่าว เรื่องที่อยู่ในความ
สนใจของสังคม และสามารถสื่อสารได้อย่างต่อเนื่องและเหมาะสม
3. พูดและเขียนบรรยายความรู้สึกและความคิดเห็นของตนเอง เกี่ยวกับเรื่องต่างๆ กิจกรรม ประสบการณ์
และข่าว/เหตุการณ์ พร้อมทั้งให้เหตุผลประกอบอย่างเหมาะสม
4. เลือกใช้ภาษา น้ าเสียง และกิริยาท่าทางให้เหมาะสมกับบุคคลและโอกาส ตามมารยาททางสังคม และ
วัฒนธรรมของเจ้าของภาษา
5. อธิบายเกี่ยวกับชีวิตความเป็นอยู่ ขนบธรรมเนียม และประเพณีของเจ้าของภาษา
6. เข้าร่วม/จัดกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมตามความสนใจ
7. เปรียบเทียบและอธิบายความเหมือนและความแตกต่างระหว่างการออกเสียงประโยคชนิดต่างๆ และ
การล าดับค าตามโครงสร้างประโยคของภาษาอังกฤษและภาษาไทย
8. เปรียบเทียบและอธิบายความเหมือนและความแตกต่างระหว่างชีวิตความเป็นอยู่และวัฒนธรรมของ
เจ้าของภาษากับของไทย และสามารถน าไปใช้ได้อย่างเหมาะสม
9. เผยแพร่ /ประชาสัมพันธ์ ข้อมูล ข่าวสารของโรงเรียน ชุมชน และท้องถิ่น เป็นภาษาอังกฤษ
10. ค้นคว้า รวบรวม และสรุปข้อมูล / ข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่นจากแหล่งเรียนรู้ และ
น าเสนอด้วยการพูดและการเขียน