หลักสูตร ม.ต้น

มาตราฐานการเรียนรู้
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
1. ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพื่อน าไปใช้ตัดสินใจ แก้ปัญหาในการด าเนินชีวิต
และมีนิสัยรักการอ่าน
2. ใช้กระบวนการเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียนเรื่องราวในรูปแบบต่าง ๆ เขียนรายงาน
ข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นคว้าอย่างมีประสิทธิภาพ
3. สามารถเลือกฟังและดูอย่างมีวิจารณญาณ และพูดแสดงความรู้ ความคิด ความรู้สึกในโอกาสต่าง ๆ
อย่างมีวิจารณญาณและสร้างสรรค์
4. เข้าใจธรรมชาติของภาษา หลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษา พลังของภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา
และรักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัติของชาติ
5. เข้าใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทยอย่างเห็นคุณค่า และน ามา
ประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง
ชื่อรายวิชาละหน่วยกิต
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
รายวิชาพื้นฐาน
1. ท21101ภาษาไทย 1 (การฟัง ดู อ่านและพูด) 3 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.5 หน่วยกิต
THA21101 Thai Language 1
2. ท21102 ภาษาไทย 2 (การเขียน) 3 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.5 หน่วยกิต
THA21102 Thai Language 2
3. ท22101 ภาษาไทย 3 (หลักภาษาไทย 1) 3 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.5 หน่วยกิต
THA22101 Thai Language 3
4. ท22102 ภาษาไทย 4 (วรรณคดีวิจักษ์) 3 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.5 หน่วยกิต
THA22102 Thai Language 4
5. ท23101 ภาษาไทย 5 (หลักภาษาไทย 2) 3 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.5 หน่วยกิต
THA23101 Thai Language 5
6. ท23102 ภาษาไทย 6 (วรรณคดีกับชีวิต) 3 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.5 หน่วยกิต
THA23102 Thai Language 6หลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
54
รายวิชา ท21101 ภาษาไทย 1 (การฟัง ดู อ่านและพูด)
3 คาบ /สัปดาห์/ภาคเรียน 1.5 หน่วยกิต
———————————————————————————————————————–
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษาร้อยกรองจากวรรณกรรมเรื่องกาพย์พระไชยสุริยา นิทานค ากลอนเรื่องพระอภัยมณีตอน
พระอภัยมณีหนีนางผีเสื้อและวรรณกรรมร้อยแก้วจากสื่อต่าง ๆ การใช้วิจารณญาณในการเลือกอ่านหนังสือ การพูด
ในโอกาสต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม โดยใช้กระบวนการทางภาษาและกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
เพื่ออ่านออกเสียงบทร้อยแก้วและร้อยกรองได้ถูกต้อง เข้าใจความหมายโดยตรงและโดยนัย จับใจความ
ส าคัญและรายละเอียดของสิ่งที่อ่าน มีวิจารณญาณในการเลือกอ่าน พูดแสดงความคิดเห็น โต้แย้งเกี่ยวกับเรื่อง
ที่ อ่ านวิ เคราะห์ วิ จารณ์ อย่ างมี เหตุ ผล ล าดั บความอย่ างมี ขั้ นตอน ประเมิ นสิ่ งที่ ได้ จากการฟั ง
ดูและอ่าน แล้วน าไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจ าวัน พูดรายงานเรื่องหรือประเด็นที่ได้จากการอ่าน พูดในโอกาสต่าง ๆ
ตรงตามวัตถุประสงค์ พูดโน้มน้าวอย่างมีเหตุผลน่าเชื่อถือและมีมารยาทในการฟัง ดู พูด
ตัวชี้วัด
1. อ่านออกเสียงร้อยแก้ว ได้เหมาะสมกับเนื้อความ
2. อ่านออกเสียงร้อยกรอง ได้ถูกต้องตามฉันทลักษณ์
3. พูดหรือเขียนแปลความ ถอดความ ตีความ ขยายความจากวรรณคดีหรือวรรณกรรมที่อ่านหรือฟังได้
4. จับใจความส าคัญจากวรรณคดีหรือวรรณกรรมที่อ่านหรือฟังได้ถูกต้องแล้วน าเสนอด้วยการพูดหรือเขียน
5. พูดอภิปรายแสดงความรู้ ความคิดจากการฟัง ดู อ่าน ได้อย่างสร้างสรรค์
6. พูดหรือเขียนแนะน าตัว สถานที่ และบรรยายประสบการณ์ได้
7. พูดในโอกาสต่าง ๆ ได้ตรงตามวัตถุประสงค์
8. ฟัง ดู อ่าน และ ศึกษาค้นคว้าแล้วน ามาพูดรายงานได้
9. พูดโน้มน้าวใจในรูปแบบต่าง ๆ ได้
10. บอกเหตุผลที่เลือกหรือไม่เลือกอ่านงานเขียนเรื่องต่าง ๆ ได้หลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
55
รายวิชา ท21102 ภาษาไทย 2 (การเขียน)
3 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.5 หน่วยกิต
—————————————————————————————————————————-
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษาวรรณคดีเรื่องราชาธิราชและบทความจากสื่อต่าง ๆ ที่หลากหลาย ฝึกการเขียนคัดลายมือตัว
บรรจงครึ่งบรรทัด เขียนบรรยาย เขียนพรรณนา เขียนเรียงความ เขียนย่อความ เขียนแสดงความคิดเห็น
เขียนวิเคราะห์วิจารณ์ เขียนโต้แย้ง เขียนจดหมายส่วนตัว จดหมายกิจธุระ เขียนชีวประวัติหรืออัตชีวประวัติ
กรอกแบบสมัครงาน เขียนรายงานการศึกษาค้นคว้าโครงงาน โดยใช้กระบวนการทางภาษาและกระบวนการ
ทางวิทยาศาสตร์
เพื่อให้เกิดทักษะในการเขียนสื่อสารด้วยลายมือที่อ่านง่ายชัดเจน ใช้ถ้อยค าได้ถูกต้องเหมาะสมตาม
ระดับภาษา เขียนข้อความในโอกาสต่าง ๆ เขียนชีวประวัติ อัตชีวประวัติและประสบการณ์ต่าง ๆ เขียนย่อความ
จดหมายส่วนตัว จดหมายกิจธุระ แบบกรอกสมัครงาน เขียนวิเคราะห์วิจารณ์และแสดงความรู้ความคิดหรือ
โต้แย้งอย่างมีเหตุผล เขียนรายงานจากการศึกษาค้นคว้าและเขียนโครงงานแล้วน าความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้
ในชีวิตจริง
ตัวชี้วัด
1. เขียนคัดลายมือตัวบรรจงครึ่งบรรทัดได้
2. เขียนบรรยายประสบการณ์โดยระบุสาระส าคัญและรายละเอียดสนับสนุนได้
3. เขียนบรรยายเชิงพรรณนาโดยใช้ถ้อยค าถูกต้องเหมาะสมและสละสลวยได้
4. เขียนเรียงความได้
5. เขียนย่อความและเล่าเรื่องย่อจากเรื่องที่ฟังและดูได้
6. เขียนแสดงความคิดเห็นและพูดแสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์เกี่ยวกับสาระจากสื่อที่ได้รับได้
7. เขียนจดหมายส่วนตัว จดหมายกิจธุระโดยใช้ถ้อยค าได้ถูกต้องตามระดับภาษาได้
8. เขียนรายงานการศึกษาค้นคว้า โครงงานแล้วพูดรายงานเรื่องหรือประเด็นที่ศึกษาได้
9. เขียนวิเคราะห์วิจารณ์ แสดงความรู้ แสดงความคิดเห็นหรือโต้แย้งในเรื่องที่อ่านหรือฟังอย่างมีเหตุผล
โดยส่งงานทางอินเทอร์เน็ตได้
10. เขียนชีวประวัติหรืออัตชีวประวัติ โดยเล่าเหตุการณ์ ข้อคิดเห็นและทัศนคติในเรื่องต่าง ๆ ได้และมี
มารยาทในการเขียน
11. กรอกแบบสมัครงานพร้อมเขียนบรรยายเกี่ยวกับความรู้ และทักษะของตนเองที่เหมาะกับงานได้
12. ใช้เลขไทยในการเขียนงานภาษาไทยทุกครั้งหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
56
รายวิชา ท22101 ภาษาไทย 3 (หลักภาษาไทย 1)
3 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.5 หน่วยกิต
———————————————————————————————————————–
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษาลักษณะของเสียงในภาษาไทย ชนิดและหน้าที่ของค าการสร้างค าประสม ค าซ้ า ค าซ้ าที่เป็น
ส านวน ค าซ้อน ค าพ้องในภาษาไทย ความแตกต่างของภาษาพูด และภาษาเขียน แต่งบทร้อยกรองประเภท
กลอนสุภาพ กาพย์ยานี๑๑ และโคลงสี่สุภาพ ส านวนที่เป็นค าพังเพยและสุภาษิตโครงสร้างประโยค
สามัญประโยครวม และประโยคซ้อน ระดับภาษา ค าราชาศัพท์ ค าภาษาต่างประเทศที่ใช้ในภาษาไทย โดย
ใช้กระบวนการทางภาษาและกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เพื่อให้เกิดความเข้าใจธรรมชาติของภาษา ลักษณะ
ของเสียงในภาษาไทย การสร้างค า ชนิดและหน้าที่ของค าในประโยค โครงสร้างประโยคสามัญ ประโยครวม
ประโยคซ้อน ความแตกต่างของภาษาพูดและภาษาเขียน ส านวนที่เป็นพังเพยและสุภาษิต ระดับภาษา
ระดับพิธีการ ระดับทางการระดับกึ่งทางการ ระดับไม่ เป็นทางการและระดับกันเอง ค าราชาศัพท์
ค าภาษาต่างประเทศที่ใช้ในภาษาไทย สามารถแต่งบทร้อยกรองประเภทกลอนสุภาพ กาพย์ยานี ๑๑ และโคลง
สี่สุภาพ
ตัวชี้วัด
1. บอกลักษณะของเสียงในภาษาไทยจากวรรณคดีเรื่อง ศิลาจารึกหลักที่ 1 และจากบทความที่ก าหนดได้
2. บอกและยกตัวอย่างชนิดและหน้าที่ของค าได้
3. บอกหลักการสร้างค าประสม ค าซ้ า ค าซ้ าที่เป็นส านวน ค าซ้อน ค าพ้องในภาษาไทยได้
4. จ าแนกความแตกต่างของภาษาพูดและภาษาเขียนได้
5. แต่งบทร้อยกรอง ประเภทกลอนสุภาพ กาพย์ยานี ๑๑ และโคลงสี่สุภาพได้
6. จ าแนกและใช้ส านวนที่เป็นค าพังเพยและสุภาษิตได้
7. บอกความหมายของส านวนและสุภาษิตจากวรรณคดีเรื่องสุภาษิตพระร่วงได้
8. อธิบายโครงสร้างประโยคสามัญ ประโยครวมและประโยคซ้อนได้
9. บอกความส าคัญของการใช้ภาษาได้ถูกต้องตามระดับของภาษาและน าไปใช้ในชีวิตประจ าวันได้ถูกต้อง
เหมาะสม
10. บอกความส าคัญของค าราชาศัพท์และใช้ได้ถูกต้อง
11. จ าแนกค าภาษาต่างประเทศที่ใช้ในภาษาไทยได้ หลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
57
รายวิชา ท22102 ภาษาไทย 4 (วรรณคดีวิจักษ์)
3 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.5 หน่วยกิต
———————————————————————————————————————–
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษาสมบัติวรรณคดีของไทย วรรณคดีและวรรณกรรม เรื่อง กาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวานนิราศภูเขา
ทอง โคลงโลกนิติ โคลงภาพพระราชพงศาวดาร บทเสภาสามัคคีเสวก ตอน วิศวกรรมาและสามัคคีเสวก
บทละครเรื่อง รามเกียรติ์ ตอนนารายณ์ปราบนนทก กาพย์ห่อโคลงประพาสธารทองแดง โคลงสุภาษิตพระราช
นิพนธ์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ศาสนา ประเพณี พิธีกรรม สุภาษิตค าสอน เหตุการณ์
ประวัติศาสตร์ บันเทิงคดี บันทึกการเดินทาง โดยใช้กระบวนการทางภาษาและกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
เพื่อสรุปเนื้อหาวรรณคดีและวรรณกรรมที่อ่าน วิเคราะห์การใช้ส านวนภาษา ตัวละครส าคัญ
วิถีชีวิตไทย คุณค่าที่ได้รับจากวรรณคดีวรรณกรรมและบทอาขยาน พร้อมทั้งสรุปความรู้ข้อคิด เพื่อน าไป
ประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง
ตัวชี้วัด
1. สรุปเนื้อหาวรรณคดีและวรรณกรรมที่อ่านได้
2. วิเคราะห์วิจารณ์วรรณคดีวรรณกรรม และวรรณกรรมท้องถิ่นที่อ่าน พร้อมยกเหตุผลประกอบได้
3. บอกคุณค่าของวรรณคดีและวรรณกรรมที่อ่านได้
4. สรุปความรู้และข้อคิดจากการอ่านเพื่อน าไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริงได้
5. ท่องจ าและบอกคุณค่าบทอาขยานตามที่ก าหนดและบทร้อยกรองที่มีคุณค่าตามความสนใจได้หลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
58
รายวิชา ท23101 ภาษาไทย 5 (หลักภาษาไทย 2)
3 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.5 หน่วยกิต
———————————————————————————————————————–
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษาลักษณะของค าบาลี สันสกฤต เขมรและภาษาอื่นๆ ที่ใช้ในภาษาไทย การสร้างค าสมาส
โครงสร้างประโยคซับซ้อน ค าทับศัพท์และศัพท์บัญญัติ ค าศัพท์ทางวิชาการและวิชาชีพ ฝึกพูดสุนทรพจน์ฝึก
แต่งบทร้อยกรองประเภทโคลงสี่สุภาพ โดยใช้กระบวนการทางภาษาและกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจ ลักษณะของค าบาลี สันสกฤต เขมรและภาษาอื่น ๆ ที่ใช้ในภาษาไทย
บอกโครงสร้างประโยคซับซ้อน ค าทับศัพท์และศัพท์บัญญัติ ค าศัพท์ทางวิชาการและวิชาชีพ ชื่นชมและ
อนุรักษ์การใช้ภาษาไทย พูดสุนทรพจน์ แต่งบทร้อยกรองประเภทโคลงสี่สุภาพ
ตัวชี้วัด
1. บอกลักษณะของค าบาลี สันสกฤต เขมรและภาษาอื่น ๆ ที่ใช้ในภาษาไทยได้
2. บอกการสร้างค าสมาสและยกตัวอย่างได้
3. บอกโครงสร้างและสร้างประโยคซับซ้อนได้
4. บอกลักษณะและยกตัวอย่างค าทับศัพท์ ศัพท์บัญญัติ ค าศัพท์ทางวิชาการและวิชาชีพได้
5. พูดสุนทรพจน์ในหัวข้อที่ก าหนดหรือสนใจได้
6. แต่งบทร้อยกรองประเภทโคลงสี่สุภาพได้หลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
59
รายวิชา ท23102 ภาษาไทย 6 (วรรณคดีกับชีวิต)
3 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.5 หน่วยกิต
———————————————————————————————————————–
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษาสมบัติวรรณคดีของไทย วรรณคดีวรรณกรรม เรื่อง กลอนดอกสร้อยร าพึงในป่าช้า พระบรม
ราโชวาทอิศรญาณภาษิต บทพากย์เอราวัณ บทละคร เรื่องเห็นแก่ลูกและนิทานพื้นบ้านเกี่ยวกับศาสนา
ประเพณี พิธีกรรม สุภาษิตค าสอน เหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ โดยใช้กระบวนการทางภาษาและกระบวนการ
ทางวิทยาศาสตร์
เพื่อสรุปเนื้อหาวรรณคดีและวรรณกรรมที่อ่าน วิเคราะห์ตัวละครส าคัญ วิถีชีวิตไทย และคุณค่าที่ได้รับ
จากวรรณคดีวรรณกรรมและบทอาขยาน พร้อมทั้งสรุปความรู้ข้อคิดเพื่อน าไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง
ตัวชี้วัด
1. สรุปเนื้อหาวรรณคดีวรรณกรรมและวรรณกรรมท้องถิ่นในระดับที่ยากยิ่งขึ้นได้
2. วิเคราะห์วิถีไทยและคุณค่าจากวรรณคดีและวรรณกรรม พร้อมยกเหตุผลประกอบได้
3. สรุปความรู้และข้อคิดจากการอ่านเพื่อประยุกต์ใช้ในชีวิตจริงได้
4. ท่องจ าและบอกคุณค่าบทอาขยานตามที่ก าหนดหรือบทร้อยกรองที่มีคุณค่าตามความสนใจและน าไปใช้
อ้างอิงได้หลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
60
มาตราฐานการเรียนรู้
กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
1. เข้าใจถึงความหลากหลายของการแสดงจ านวนและการใช้จ านวนในชีวิตจริง
2. เข้าใจถึงผลที่เกิดขึ้นจากการด าเนินการของจ านวนและความสัมพันธ์ระหว่างการด าเนินการต่างๆ
และสามารถใช้การด าเนินการในการแก้ปัญหา
3. ใช้การประมาณค่าในการค านวณและแก้ปัญหา
4. เข้าใจระบบจ านวนและน าสมบัติเกี่ยวกับจ านวนไปใช้
5. เข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับการวัด วัดและคาดคะเนขนาดของสิ่งที่ต้องการวัด
6. แก้ปัญหาเกี่ยวกับการวัด
7. อธิบายและวิเคราะห์รูปเรขาคณิตสองมิติและสามมิติ
8. ใช้การนึกภาพ (visualization) ใช้เหตุผลเกี่ยวกับปริภูมิ (spatial reasoning) และใช้แบบจ าลองทาง
เรขาคณิต (geometric model) ในการแก้ปัญหา
9. เข้าใจและวิเคราะห์แบบรูป (pattern) ความสัมพันธ์ และฟังก์ชัน
10. ใช้นิพจน์ สมการ อสมการ กราฟ และตัวแบบเชิงคณิตศาสตร์ (mathematical model) อื่น ๆ
แทนสถานการณ์ต่าง ๆ ตลอดจนแปลความหมายและน าไปใช้แก้ปัญหา
11. เข้าใจและใช้วิธีการทางสถิติในการวิเคราะห์ข้อมูล
12. ใช้วิธีการทางสถิติและความรู้เกี่ยวกับความน่าจะเป็นในการคาดการณ์ได้อย่างสมเหตุสมผล
13. ใช้ความรู้เกี่ยวกับสถิติและความน่าจะเป็นช่วยในการตัดสินใจและแก้ปัญหา
14. มีความสามารถในการแก้ปัญหา การให้เหตุผล การสื่อสาร การสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์และ
การน าเสนอ การเชื่อมโยงความรู้ต่าง ๆ ทางคณิตศาสตร์และเชื่อมโยงคณิตศาสตร์กับศาสตร์อื่น ๆ
และมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์หลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
61
ชื่อรายวิชาและหน่วยกิต
กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
รายวิชาพื้นฐาน
1. ค 21101 คณิตศาสตร์พื้นฐาน 1 3 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.5 หน่วยกิต
MATH 20101 Fundamental Mathematics 1
2. ค 21102 คณิตศาสตร์พื้นฐาน 2 3 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.5 หน่วยกิต
MATH 20102 Fundamental Mathematics 2
3. ค 22101 คณิตศาสตร์พื้นฐาน 3 3 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.5 หน่วยกิต
MATH 22101 Fundamental Mathematics 3
4. ค 22102 คณิตศาสตร์พื้นฐาน 4 3 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.5 หน่วยกิต
MATH 22102 Fundamental Mathematics 4
5. ค 23101 คณิตศาสตร์พื้นฐาน 5 3 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.5 หน่วยกิต
MATH 23101 Fundamental Mathematics 5
6. ค 23102 คณิตศาสตร์พื้นฐาน 6 3 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.5 หน่วยกิต
MATH 23102 Fundamental Mathematics 6หลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
62
รายวิชา ค21101 คณิตศาสตร์พื้นฐาน 1
3 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.5 หนวยกิต
—————————————————————————————————————————-
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษา ฝึกทักษะ/กระบวนการในสาระต่อไปนี้
สมบัติของจ านวนนับ การแยกตัวประกอบ การหา ห.ร.ม.ของจ านวนนับ การหา ค.ร.น.ของจ านวนนับ
การหา ห.ร.ม. แบบยุคลิค การแก้ปัญหาโดยใช้ ห.ร.ม. และ ค.ร.น.
ระบบจ านวนเต็ม จ านวนเต็มบวก จ านวนเต็มลบ และศูนย์ การเปรียบเทียบจ านวนเต็มการบวก ลบ
คูณ และหารจ านวนเต็ม สมบัติของจ านวนเต็มและการน าไปใช้
เลขยกก าลัง ความหมายของเลขยกก าลัง การคูณและหารเลขยกก าลังที่ฐานเดียวกันและเลขชี้ก าลัง
เป็นจ านวนเต็ม การเขียนแสดงจ านวนในรูปสัญกรณ์วิทยาศาสตร์
การสร้างทางเรขาคณิต จุด เส้นตรง ส่วนของเส้นตรง รังสี มุม และสร้างมุมขนาดต่าง ๆ
การสร้างรูปเรขาคณิตโดยใช้วงเวียนและสันตรง การสร้างรูปเรขาคณิตอย่างง่ายโดยใช้การสร้างพื้นฐาน
การสร้างรูปสามเหลี่ยมและรูปสี่เหลี่ยมด้านขนาน
โดยจัดประสบการณ์หรือสร้างสถานการณ์ในชีวิตประจ าวันที่ใกล้ตัวให้ผู้เรียนได้ศึกษาค้นคว้า โดยใช้
ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ การใช้ค าถาม การอธิบายและแสดงเหตุผล การค้นพบ อุปนัย-นิรนัย
การศึกษาค้นคว้า การสืบเสาะหาความรู้ การส ารวจ การตรวจสอบ การปฏิบัติจริงโดยอิงมาตรฐานการเรียนรู้
มุ่งเน้นส่งเสริมความสามารถในการคิด การแก้ปัญหาและการสื่อสาร และคุณลักษณะที่พึงประสงค์
เพื่อพัฒนาให้ผู้เรียนเกิดความรู้ ความเข้าใจ มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ปัญหาหรือสถานการณ์
ต่าง ๆ ได้อย่างถี่ถ้วนรอบคอบและใช้วิธีการที่หลากหลายแก้ปัญหาในสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม มี
ความคิดสร้างสรรค์ สามารถตัดสินใจ เห็นคุณค่าของการน าความรู้ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจ าวันและเป็น
เครื่องมือในการศึกษาทางด้านคณิตศาสตร์และศาสตร์อื่น ๆ สามารถให้เหตุผล สื่อสาร น าเสนอสิ่งที่เรียนรู้
เชื่อมโยงความรู้ต่าง ๆ มีเจตคติที่ดีต่อคณิตศาสตร์ มีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่เหมาะสมมีจิตสาธารณะ
สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข
การวัดและประเมินผล ใช้วิธีการที่หลากหลายตามสภาพความเป็นจริงให้สอดคล้องกับเนื้อหาและ
ทักษะที่ต้องการวัด
ตัวชี้วัด
1. การหา ห.ร.ม. ค.ร.น.ของจ านวนที่ก าหนดให้และน าไปใช้แก้ปัญหา
2. ระบ ุหรือยกต ัวอย่าง และเปร ียบเทียบ จำนวนเต ็มบวก จำนวนเต ็มลบ ศูนย์ เศษส ่วน และทศนิยม
3. บวก ลบ ค ูณ หารจ านวนเต็ม และน าไปใช้แก้ปัญหา ตระหนัก ถึงความสมเหตุสมผลของค าตอบ
อธิบายผลที่เกิดขึ้นจากการบวก การลบ การคูณ การหาร และบอก ความสัมพันธ์ของการบวกกับ
การลบ การคูณกับ การหารของจ านวนเต็ม
4. นำความรู้และสมบัติเกี่ยวกับจ านวนเต็มไปใช้ในการแก้ปัญหา
5. เข้าใจเกี่ยวกับ เลขยกก าลังที่มีเลขชี้ก าลังเป็นจ านวนเต็มบวก และเข ียนแสดง จำนวนให ้อยู่ในรูปสัญ
กรณ์ทางวิทยาศาสตร์ (scientific notation)หลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
63
6. อธ ิบายผลที่เกิดขึ้นจากการยกก าลังของจ านวนเต็ม เศษส่วน และทศนิยม
7. คูณและหาร เลขยกกำลังที่มีฐานเดียวกัน และเลขชี้ก าลัง เป็นจ านวนเต็มบวก
8. สร้างและบอกขั้นตอนการสร้างพื้นฐานทางเรขาคณิต
9. สร้างรูปเรขาคณิตสองมิติ โดยใช้การสร้างพื้นฐานทางเรขาคณิตและบอกขั้นตอนการสร้างโดยไม่เน้น
การพิสูจน์
10.ส ืบเสาะ สังเกต และคาดการณ์ เกี่ยวกับสมบัติทางเรขาคณิต
11.ใช้วิธีการที่หลากหลายแก้ปัญหา
12.ใช้ความรู้ ทักษะและกระบวนการทาง คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยีในการแก้ปัญหาในสถานการณ์ต่าง
ๆ ได้อย่างเหมาะสม
13.ให้เหตุผลประกอบการตัดสินใจ และสรุปผลได้อย่างเหมาะสม
14.ใช้ภาษาและสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ในการสื่อสาร การสื่อความหมาย และการน าเสนอได้อย่าง
ถูกต้อง และชัดเจน
15.เชื่อมโยงความรู้ต่าง ๆ ในคณิตศาสตร์ และน าความรู้ หลักการ กระบวนการทางคณิตศาสตร์ไป
เชื่อมโยงกับศาสตร์อื่น ๆ
16.มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์หลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
64
รายวิชา ค21102 คณิตศาสตร์พื้นฐาน 2
3 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.5 หนวยกิต
—————————————————————————————————————————-
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษา ฝึกทักษะ/กระบวนการในสาระต่อไปนี้
ทศนิยมและเศษส่วน ทศนิยมและการเปรียบเทียบทศนิยม การบวกและการลบทศนิยม การคูณ และ
การหารทศนิยม เศษส่วนและการเปรียบเทียบเศษส่วน การบวกและการลบเศษส่วน การคูณและการหาร
เศษส่วน ความสัมพันธ์ระหว่างทศนิยมและเศษส่วน โจทย์ปัญหาหรือสถานการณ์เกี่ยวกับเศษส่วนและทศนิยม
การประมาณค่า ค่าประมาณ การปัดเศษ การประมาณค่าในสถานการณ์ต่าง ๆ การแก้โจทย์ปัญหา
โดยใช้การประมาณค่า
คู่อันดับและกราฟ คู่อันดับ กราฟ การน าไปใช้
สมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว แบบรูปและความสัมพันธ์ ค าตอบของสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว การแก้
สมการเชิงเส้นตัวแปรเดียวโดยใช้สมบัติของการเท่ากัน โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว
ความสัมพันธ์ระหว่างรูปเรขาคณิตสองมิติและสามมิติ ภาพของรูปเรขาคณิตสองมิติที่เกิดจาก การคลี่
รูปเรขาคณิตสามมิติ หน้าตัดของรูปเรขาคณิตสามมิติ ภาพที่ได้จากการทองทางด้านหน้า (front view) ด้านข้าง
(side view) และด้านบน (top view) ของรูปเรขาคณิตสามมิติ รูปเรขาคณิตที่ประกอบขึ้นจากลูกบาศก์
โดยจัดประสบการณ์หรือสร้างสถานการณ์ในชีวิตประจ าวันที่ใกล้ตัวให้ผู้เรียนได้ศึกษาค้นคว้าโดยใช้
ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ การใช้ค าถาม การอธิบายและแสดงเหตุผล การค้นพบ อุปนัย-นิรนัย
การศึกษาค้นคว้า การสืบเสาะหาความรู้ การส ารวจ การตรวจสอบ การปฏิบัติจริงโดย อิงมาตรฐานการเรียนรู้
มุ่งเน้นส่งเสริมความสามารถในการคิด การแก้ปัญหาและการสื่อสาร และคุณลักษณะ ที่พึงประสงค์ ใช้การ
วัดผลประเมินผลตามสภาพจริงที่หลากหลาย ให้ครอบคลุมทั้งด้านความรู้และทักษะกระบวนการ เพื่อพัฒนาให้
ผู้เรียนเกิดความรู้ ความเข้าใจ มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ปัญหาหรือสถานการณ์ต่างๆ ได้อย่างถี่ถ้วน
รอบคอบและใช้วิธีการที่หลากหลายแก้ปัญหาในสถานการณ์ต่างๆได้ อย่างเหมาะสม มีความคิดสร้างสรรค์
สามารถตัดสินใจ เห็นคุณค่าของการน าความรู้ไปใช้ประโยชน์ ในชีวิตประจ าวัน และเป็นเครื่องมือในการศึกษา
ทางด้านคณิตศาสตร์และศาสตร์อื่น ๆ สามารถให้เหตุผล สื่อสาร น าเสนอสิ่งที่เรียนรู้เชื่อมโยงความรู้ต่าง ๆ มี
เจตคติที่ดีต่อคณิตศาสตร์ มีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่เหมาะสม มีจิตสาธารณะ สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่น
ได้อย่างมีความสุข
การวัดและประเมินผล ใช้วิธีการที่หลากหลายตามสภาพความเป็นจริงให้สอดคล้องกับเนื้อหาและ
ทักษะที่ต้องการวัด
ตัวชี้วัด
1. การเขียนเศษส่วนด้วยทศนิยมและการเขียนทศนิยมซ้ าเป็นเศษส่วน
2. บวก ลบ คูณ หาร เศษส่วนและทศนิยมและน าไปใช้แก้ปัญหา ตระหนักถึงความสมเหตุสมผลของ
ค าตอบอธิบายผลที่เกิดขึ้นจากการบวก การลบ การคูณ การหาร และบอกความสัมพันธ์ของการบวก
การลบ การคูณ การหารของเศษส่วนและทศนิยมหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
65
3. ใช้การประมาณค่าในสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม รวมถึงใช้ในการพิจารณาความสมเหตุสมผล
ของค าตอบที่ได้จากการค านวณ
4. เขียนกราฟบนระนาบในระบบพิกัดฉาก แสดงความเกี่ยวข้องของปริมาณสองชุดที่ก าหนดให้
5. อ่านและแปลความหมายของกราฟบนระนาบในระบบพิกัดฉากที่ก าหนดให้
6. วิเคราะห์และอธิบายความสัมพันธ์ของแบบรูปที่ก าหนดให้
7. แก้สมการเชิงเส้นตัวแปรเดียวอย่างง่าย
8. เขียนสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียวจากสถานการณ์หรือปัญหาอย่างง่าย
9. แก้โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียวอย่างง่ายพร้อมทั้งตระหนักถึงความสมเหตุสมผลของ
ค าตอบ
10.แก้โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียวพร้อมทั้งตระหนักถึงความสมเหตุสมผลของค าตอบ
11.อธิบายลักษณะของรูปเรขาคณิตสามมิติจากภาพที่ก าหนดให้
12.ระบุภาพสองมิติที่ได้จากการมองด้านหน้า (front view) ด้านข้าง (side view) หรือด้านบน (top
view) ของรูปเรขาคณิตสามมิติที่ก าหนดให้
13.วาดหรือประดิษฐ์รูปเรขาคณิตสามมิติที่ประกอบขึ้นจากลูกบาศก์เมื่อก าหนดภาพสองมิติที่ได้จากการ
มองด้านหน้า ด้านข้าง และด้านบนให้
14. ใช้วิธีการที่หลากหลายแก้ปัญหา
15. ใช้ความรู้ ทักษะและกระบวนการทาง คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยีในการแก้ปัญหา
ในสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม
16. ให้เหตุผลประกอบการตัดสินใจ และสรุปผลได้อย่างเหมาะสม
17. ใช้ภาษาและสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ในการสื่อสาร การสื่อความหมาย และการ
น าเสนอได้อย่างถูกต้อง และชัดเจน
18. เชื่อมโยงความรู้ต่าง ๆ ในคณิตศาสตร์ และน าความรู้ หลักการ กระบวนการทาง
คณิตศาสตร์ไปเชื่อมโยงกับศาสตร์อื่น ๆ
19. มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์หลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
66
รายวิชา ค22101 คณิตศาสตร์พื้นฐาน 3
3 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.5 หนวยกิต
—————————————————————————————————————————-
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษา ฝึกทักษะ/กระบวนการในสาระต่อไปนี้
อัตราส่วนและร้อยละ อัตราส่วน อัตราส่วนที่เท่ากัน อัตราส่วนของจ านวนหลาย ๆ จ านวน สัดส่วน
ร้อยละ การประยุกต์ของอัตราส่วนและร้อยละ แผนภูมิรูปวงกลม
การวัด ความเป็นมาของการวัด การวัดความยาว การเปรียบเทียบหน่วยการวัดระบบต่างๆการ
คาดคะเนเกี่ยวกับการวัด การหาพื้นที่รูปเรขาคณิต (รูปสามเหลี่ยมรูปสี่เหลี่ยม รูปวงกลม และรูปหลายเหลี่ยม)
การหาปริมาตรและน้ าหนัก การวัดเวลา
ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับจ านวนจริง จ านวนตรรกยะ เศษส่วนและทศนิยมซ้ า จ านวนอตรรกยะ รากที่
สอง รากที่สาม การบวก การลบ การคูณ การหารจ านวนในรูป a เมื่อ a  0 รากที่ n การหารากที่สอง
ของนิพจน์ที่อยู่ในรูป x  2 y
โดยใช้กระบวนการทางคณิตศาสตร์การสืบเสาะหาความรู้ การส ารวจ การตรวจสอบ การสืบค้นข้อมูล
และการอภิปราย การวัดผลประเมินผลตามสภาพจริงที่หลากหลาย ครอบคลุม ทั้งด้านความรู้ ทักษะ
กระบวนการแก้ปัญหา โดยอิงมาตรฐานการเรียนรู้ และคุณลักษณะที่พึงประสงค์
เพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ มีความสามารถในการคิด ความสามารถวิเคราะห์ปัญหาหรือสถานการณ์
ต่างๆ ได้อย่างเหมาะสม สร้างสรรค์ มีความสามารถในการตัดสินใจ เห็นคุณค่าของ การน าความรู้ไปใช้ประโยชน์
ในชีวิตประจ าวัน และเป็นเครื่องมือในการศึกษาทางด้านคณิตศาสตร์ และศาสตร์อื่น ๆ มีคุณธรรม จริยธรรม
และค่านิยมที่เหมาะสม มีจิตสาธารณะ สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข
การวัดและประเมินผล ใช้วิธีการที่หลากหลายตามสภาพความเป็นจริงให้สอดคล้องกับเนื้อหาและ
ทักษะที่ต้องการวัด
ตัวชี้วัด
1. ใช้ความรู้เกี่ยวกับอัตราส่วน สัดส่วน และร้อยละในการแก้โจทย์ปัญหา
2. อ่านและน าเสนอข้อมูลโดยใช้แผนภูมิรูปวงกลม
3. เปรียบเทียบหน่วยความยาว หน่วยพื้นที่ ในระบบเดียวกัน และต่างระบบ และเลือกใช้หน่วยการวัด
ได้อย่างเหมาะสม
4. คาดคะเน เวลา ระยะทาง พื้นที่ ปริมาตรและน้ าหนักได้อย่างใกล้เคียง และอธิบายวิธีการที่ใช้
5. ใช้การคาดคะเนเกี่ยวกับการวัดในสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม
6. ใช้ความรู้เกี่ยวกับความยาวและพื้นที่แก้ปัญหาในสถานการณ์ต่าง ๆ
7. บอกความเกี่ยวข้องของจ านวนจริง จ านวนตรรกยะ และจ านวนอตรรกยะ
8. จ าแนกจ านวนจริงที่ก าหนดให้ และยกตัวอย่างจ านวนตรรกยะและจ านวนอตรรกยะ
9. เขียนเศษส่วนในรูปทศนิยมและเขียนทศนิยมซ้ าในรูปเศษส่วน
10.อธิบายและระบุรากที่สองและรากที่สามของจ านวนจริงหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
67
11.หารากที่สองและรากที่สามของจ านวนเต็มโดยการแยกตัวประกอบและน าไปใช้ในการแก้ปัญหาพร้อม
ทั้งตระหนักถึงความสมเหตุสมผลของค าตอบ
12.อธิบายผลที่เกิดขึ้นจากการหารากที่สอง รากที่สามของจ านวนเต็ม เศษส่วน และทศนิยม
บอกความสัมพันธ์ของการยกก าลังกับการหารากของจ านวนจริง
13.หาค่าประมาณของรากที่สอง และรากที่สามของจ านวนจริง และน าไปใช้ในการแก้ปัญหา พร้อมทั้ง
ตระหนักถึงความสมเหตุสมผลของค าตอบ
14.ใช้วิธีการที่หลากหลายแก้ปัญหา
15.ใช้ความรู้ ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ และเทคโนโลยีในการแก้ปัญหาในสถานการณ์
ต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม
16.ให้เหตุผลประกอบการตัดสินใจ และสรุปผลได้อย่างเหมาะสม
17.ใช้ภาษาและสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ในการสื่อสาร การสื่อความหมาย และการน าเสนอได้อย่าง
ถูกต้อง และชัดเจน
18.เชื่อมโยงความรู้ต่าง ๆ ในคณิตศาสตร์ และน าความรู้ หลักการ กระบวนการทางคณิตศาสตร์ไป
เชื่อมโยง กับศาสตร์อื่น ๆ
19.มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์หลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
68
รายวิชา ค22102 คณิตศาสตร์พื้นฐาน 4
3 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.5 หนวยกิต
—————————————————————————————————————————-
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษา ฝึกทักษะ/กระบวนการในสาระต่อไปนี้
เส้นขนาน มุมแย้ง มุมภายใน และมุมภายนอก
ความเท่ากันทุกประการของรูปเรขาคณิต ความเท่ากันทุกประการของรูปสามเหลี่ยมที่มีความสัมพันธ์
แบบด้าน–มุม–ด้าน แบบมุม–ด้าน–มุม แบบมุม-มุม-ด้าน แบบด้าน-ด้าน-ด้าน แบบฉาก-ด้าน-ด้าน สมบัติ
ของสามเหลี่ยมหน้าจั่ว และการน าไปใช้
การแปลงทางเรขาคณิต การเลื่อนขนาน การสะท้อน การหมุน และการประยุกต์ของการแปลง
ทฤษฏีบทปีทาโกรัส บทกลับทฤษฏีบทปีทาโกรัส และการน าไปใช้
โดยใช้กระบวนการทางคณิตศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การส ารวจ การตรวจสอบ การสืบค้นข้อมูล
และการอภิปราย
เพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ มีความสามารถในการคิด ความสามารถวิเคราะห์ปัญหาหรือสถานการณ์
ต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม สร้างสรรค์ มีความสามารถในการตัดสินใจ เห็นคุณค่าของการน าความรู้ไปใช้
ประโยชน์ในชีวิตประจ าวัน และเป็นเครื่องมือในการศึกษาทางด้านคณิตศาสตร์ และศาสตร์อื่น ๆ มีคุณธรรม
จริยธรรม และค่านิยมที่เหมาะสม มีจิตสาธารณะ สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข
การวัดและประเมินผล ใช้วิธีการที่หลากหลายตามสภาพความเป็นจริงให้สอดคล้องกับเนื้อหาและ
ทักษะที่ต้องการวัด
ตัวชี้วัด
1. ใช้สมบัติเกี่ยวกับความเท่ากันทุกประการของรูปสามเหลี่ยมและสมบัติของเส้นขนานในการให้เหตุผล
และแก้ปัญหา
2. เข้าใจเกี่ยวกับการแปลงทางเรขาคณิตในเรื่อง การเลื่อนขนาน การสะท้อน และการหมุน และน าไปใช้
3. บอกภาพที่เกิดขึ้นจากการเลื่อนขนาน การสะท้อนและการหมุนรูปต้นแบบ และอธิบายวิธีการที่จะได้
ภาพที่ปรากฏเมื่อก าหนดรูปต้นแบบและภาพนั้นให้
4. หาพิกัดของจุด และอธิบายลักษณะของรูปเรขาคณิตที่เกิดขึ้นจากการเลื่อนขนาน การสะท้อน และการ
หมุนบนระนาบในระบบพิกัดฉาก
5. ใช้ทฤษฎีบทพีทาโกรัสและบทกลับในการให้เหตุผลและแก้ปัญหา
6. ใช้วิธีการที่หลากหลายแก้ปัญหา
7. ใช้ความรู้ ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ และเทคโนโลยีในการแก้ปัญหาในสถานการณ์
ต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม
8. ให้เหตุผลประกอบการตัดสินใจ และสรุปผลได้อย่างเหมาะสม
9. ใช้ภาษาและสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ในการสื่อสาร การสื่อความหมาย และการน าเสนอ ได้อย่าง
ถูกต้อง และชัดเจนหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
69
10.เชื่อมโยงความรู้ต่าง ๆ ในคณิตศาสตร์ และน าความรู้ หลักการ กระบวนการทางคณิตศาสตร์ไปเชื่อมโยง
กับศาสตร์อื่น ๆ
11.มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์หลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
70
รายวิชา ค23101 คณิตศาสตร์พื้นฐาน 5
3 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.5 หนวยกิต
—————————————————————————————————————————-
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษา ฝึกทักษะ/กระบวนการในสาระต่อไปนี้
พื้นที่ผิวและปริมาตรของรูปเรขาคณิตสามมิติ การหาพื้นที่ผิวและปริมาตรของรูปเรขาคณิตสามมิติ
ได้แก่ ปริซึม ทรงกระบอก พีระมิด กรวย ทรงกลม พีระมิดยอดตัด กรวยยอดตัด ความหนาแน่น และการ
แก้ปัญหาหรือสถานการณ์โดยใช้ความรู้เกี่ยวกับปริมาตรและพื้นที่ผิว
กราฟ กราฟแสดงความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณที่มีความสัมพันธ์เชิงเส้น กราฟของสมการเชิงเส้นสอง
ตัวแปร กราฟกับการน าไปใช้
ระบบสมการเชิงเส้น ระบบสมการเชิงเส้นสองตัวแปร การแก้ระบบสมการเชิงเส้นสองตัวแปรและ
กราฟ โจทย์สมการเชิงเส้นสองตัวแปร
ความคล้าย รูปเรขาคณิตที่คล้ายกัน รูปสามเหลี่ยมที่คล้ายกัน และการน าไปใช้
อัตราส่วนตรีโกณมิติ อตราส่วนตรีโกณมิติของค่าไซน์ โคไซน์ แทนเจนต์ บทกลับของมุมที่มีขนาดตั้งแต่
0
o
- 360
o
และการน าไปใช้ การหาพื้นที่ของ sector secment
โดยใช้กระบวนการทางคณิตศาสตร์ การจัดประสบการณ์ หรือสร้างสถานการณ์ที่ใกล้ตัวให้ผู้เรียนได้
ศึกษา ค้นคว้า ปฏิบัติจริง ทดลอง อภิปราย และสรุปผล
เพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ มีความสามารถในการคิด ความสามารถในการวิเคราะห์ปัญหา หรือ
สถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม สร้างสรรค์ มีความสามารถในการตัดสินใจ เห็นคุณค่าของการน าความรู้ไป
ใช้ประโยชน์ในชีวิตประจ าวัน และเป็นเครื่องมือในการศึกษาทางด้านคณิตศาสตร์และศาสตร์อื่น ๆ มีคุณธรรม
จริยธรรม และค่านิยมที่เหมาะสม มีจิตสาธารณะ สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข
การวัดและประเมินผล ใช้วิธีการที่หลากหลายตามสภาพความเป็นจริงให้สอดคล้องกับเนื้อหาและ
ทักษะที่ต้องการวัด
ตัวชี้วัด
1. อธิบายลักษณะและสมบัติของปริซึม พีระมิด ทรงกระบอก กรวย และทรงกลม
2. หาพื้นที่ผิวของปริซึมและทรงกระบอก
3. เปรียบเทียบหน่วยความจุ หรือหน่วยปริมาตร ในระบบเดียวกันหรือต่างระบบและเลือกใช้หน่วยการ
วัดได้อย่างเหมาะสม
4. หาปริมาตรของปริซึม ทรงกระบอก พีระมิด กรวย และทรงกลม
5. ใช้ความรู้เกี่ยวกับพื้นที่ พื้นที่ผิว และปริมาตรในการแก้ปัญหาในสถานการณ์ต่าง ๆ
6. ใช้การคาดคะเนเกี่ยวกับการวัดในสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม
7. เขียนกราฟแสดงความเกี่ยวข้องระหว่างปริมาณสองชุดที่มีความสัมพันธ์เชิงเส้น
8. เขียนกราฟของสมการเชิงเส้นสองตัวแปร
9. อ่านและแปลความหมายกราฟของระบบสมการเชิงเส้นสองตัวแปรและกราฟอื่น ๆหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
71
10.แก้ระบบสมการเชิงเส้นสองตัวแปรและน าไปใช้แก้ปัญหาพร้อมทั้งตระหนักถึงความสมเหตุสมผลของ
ค าตอบ
11.ใช้สมบัติของรูปสามเหลี่ยมคล้ายในการให้เหตุผลและการแก้ปัญหา
12.แก้ปัญหาเกี่ยวกับระยะทาง ความสูง โดยใช้อัตราส่วนตรีโกณมิติ
13.ใช้วิธีการที่หลากหลายแก้ปัญหา
14.ใช้ความรู้ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์และเทคโนโลยีในการแก้ปัญหาในสถานการณ์ต่างๆได้
อย่างเหมาะสม
15.ให้เหตุผลประกอบการตัดสินใจและสรุปผลได้อย่างเหมาะสม
16.ใช้ภาษาและสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ในการสื่อสาร การสื่อความหมาย และการน าเสนอได้อย่าง
ถูกต้องและชัดเจน
17.เชื่อมโยงความรู้ต่างๆในคณิตศาสตร์และน าความรู้หลักการกระบวนการทางคณิตศาสตร์ไปเชื่อมโยงกับ
ศาสตร์อื่น ๆ
18.มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์หลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
72
รายวิชา ค23102 คณิตศาสตร์พื้นฐาน 6
3 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.5 หนวยกิต
—————————————————————————————————————————-
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษา ฝึกทักษะ/กระบวนการในสาระต่อไปนี้
อสมการ อสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว ช่วงและเซตค าตอบของอสมการ การแก้อสมการเชิงเส้น ตัว
แปรเดียว โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับอสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว
ความน่าจะเป็น การทดลองสุ่มและเหตุการณ์ ความน่าจะเป็นของเหตุการณ์ ความน่าจะเป็นกับการ
ตัดสินใจ
สถิติ ความหมายของสถิติ ข้อมูลและการน าเสนอข้อมูล ค่ากลางของข้อมูล การกระจายของข้อมูลเส้น
โค้งปกติ การใช้ความรู้เกี่ยวกับสถิติและความน่าจะเป็นประกอบการตัดสินใจ
ทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ กิจกรรมพัฒนาทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์
โดยใช้กระบวนการทางคณิตศาสตร์ การจัดประสบการณ์ หรือสร้างสถานการณ์ที่ใกล้ตัวให้ผู้เรียนได้
ศึกษา ค้นคว้า ปฏิบัติจริง ทดลอง อภิปราย และสรุปผล วัดและประเมินผลตามสภาพจริง ด้วยวิธีการที่
หลากหลาย ครอบคลุมทั้งด้านความรู้ ทักษะกระบวนการแก้ปัญหา โดยอิงมาตรฐานการเรียนรู้และคุณลักษณะ
อันพึงประสงค์
เพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ มีความสามารถในการคิด ความสามารถในการวิเคราะห์ปัญหาหรือ
สถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม สร้างสรรค์ มีความสามารถในการตัดสินใจ เห็นคุณค่าของการน าความรู้
ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจ าวัน และเป็นเครื่องมือในการศึกษาทางด้านคณิตศาสตร์และศาสตร์อื่น ๆ มี
คุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่เหมาะสม มีจิตสาธารณะ สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข
การวัดและประเมินผล ใช้วิธีการที่หลากหลายตามสภาพความเป็นจริงให้สอดคล้องกับเนื้อหาและ
ทักษะที่ต้องการวัด
ตัวชี้วัด
1. ใช้ความรู้เกี่ยวกับอสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียวในการแก้ปัญหา พร้อมทั้งตระหนักถึงความสมเหตุสมผล
ของค าตอบ
2. อธิบายได้ว่าเหตุการณ์ที่ก าหนดให้เหตุการณ์ใดจะมีโอกาสเกิดขึ้นได้มากกว่ากัน
3. อธิบายได้ว่าเหตุการณ์ที่ก าหนดให้เหตุการณ์ใดจะเกิดขึ้นแน่นอน เหตุการณ์ใดไม่เกิดขึ้นแน่นอน และ
เหตุการณ์ใดมีโอกาสเกิดขึ้นได้มากกว่ากัน
4. หาความน่าจะเป็นของเหตุการณ์จากการทดลองสุ่มที่ผลแต่ละตัวมีโอกาสเกิดขึ้นเท่า ๆ กันและใช้
ความรู้เกี่ยวกับความน่าจะเป็นในการคาดการณ์ได้อย่างสมเหตุสมผล
5. ก าหนดประเด็น และเขียนข้อค าถามเกี่ยวกับปัญหาหรือสถานการณ์ต่าง ๆ รวมทั้งก าหนดวิธีการศึกษา
และการเก็บรวบรวมข้อมูลที่เหมาะสม
6. น าเสนอข้อมูลในรูปแบบที่เหมาะสม
7. อ่าน แปลความหมาย และวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากการน าเสนอหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
73
8. หาค่าเฉลี่ยเลขคณิต มัธยฐาน และฐานนิยมของข้อมูลที่ไม่ได้แจกแจงความถี่ และเลือกใช้ได้อย่าง
เหมาะสม
9. ใช้ความรู้เกี่ยวกับสถิติและความน่าจะเป็นประกอบการตัดสินใจในสถานการณ์ต่าง ๆ
10.อภิปรายถึงความคลาดเคลื่อนที่อาจเกิดขึ้นได้จากการน าเสนอข้อมูลทางสถิติ
11.ใช้วิธีการที่หลากหลายแก้ปัญหา
12.ใช้ความรู้ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์และเทคโนโลยีในการแก้ปัญหาในสถานการณ์
ต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม
13.ให้เหตุผลประกอบการตัดสินใจและสรุปผลได้อย่างเหมาะสม
14.ใช้ภาษาและสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ในการสื่อสาร การสื่อความหมาย และการน าเสนอได้อย่าง
ถูกต้องและชัดเจน
15.เชื่อมโยงความรู้ต่าง ๆ ในคณิตศาสตร์และน าความรู้หลักการกระบวนการทางคณิตศาสตร์ไปเชื่อมโยง
กับศาสตร์อื่น ๆ
16.มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์หลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
74
มาตราฐานการเรียนรู้
กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาตร์
1. เข้าใจหน่วยพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต ความสัมพันธ์ของโครงสร้าง และหน้าที่ของระบบต่าง ๆ ของสิ่งมีชีวิต
ที่ท างานสัมพันธ์กัน มีกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และน าความรู้ไปใช้ในการ
ด ารงชีวิตของตนเองและดูแลสิ่งมีชีวิต
2. เข้าใจกระบวนการและความส าคัญของการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม วิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต
ความหลากหลายทางชีวภาพ การใช้เทคโนโลยีชีวภาพที่มีผลกระทบต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม มี
กระบวนการสืบเสาะหาความรู้และจิตวิทยาศาสตร์ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และน าความรู้ไปใช้ประโยชน์
3. เข้าใจสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่น ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งแวดล้อมกับสิ่งมีชีวิต ความสัมพันธ์ระหว่าง
สิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ในระบบนิเวศ มีกระบวนการสืบเสาะหาความรู้และจิตวิทยาศาสตร์ สื่อสารสิ่งที่
เรียนรู้และน าความรู้ไปใช้ประโยชน์
4. เข้าใจความส าคัญของทรัพยากรธรรมชาติ การใช้ทรัพยากรธรรมชาติในระดับท้องถิ่น ประเทศและ
โลกน าความรู้ไปใช้ในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่นอย่างยั่งยืน
5. เข้าใจสมบัติของสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติของสารกับโครงสร้างและแรงยึดเหนี่ยวระหว่าง
อนุภาค มีกระบวนการสืบเสาะหาความรู้และจิตวิทยาศาสตร์ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้ น าความรู้ไปใช้
ประโยชน์
6. เข้าใจหลักการและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงสถานะของสาร การเกิดสารละลาย การเกิดปฏิกิริยา มี
กระบวนการสืบเสาะหาความรู้และจิตวิทยาศาสตร์ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และน าความรู้ไปใช้ประโยชน์
7. เข้าใจธรรมชาติของแรงแม่เหล็กไฟฟ้า แรงโน้มถ่วงและแรงนิวเคลียร์ มีกระบวนการสืบเสาะหา
ความรู้ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และน าความรู้ไปใช้ประโยชน์อย่างถูกต้องและมีคุณธรรม
8. เข้าใจลักษณะการเคลื่อนที่แบบต่าง ๆ ของวัตถุในธรรมชาติ มีกระบวนการสืบเสาะหาความรู้และ
จิตวิทยาศาสตร์ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และน าความรู้ไปใช้ประโยชน์
9. เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างพลังงานกับการด ารงชีวิต การเปลี่ยนรูปพลังงาน ปฏิสัมพันธ์ระหว่างสาร
และพลังงาน ผลของการใช้พลังงานต่อชีวิตและสิ่งแวดล้อม มีกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ สื่อสาร
สิ่งที่เรียนรู้และน าความรู้ไปใช้ประโยชน์
10.เข้าใจกระบวนการต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นบนผิวโลกและภายในโลก ความสัมพันธ์ของกระบวนการต่าง ๆ ที่มีผล
ต่อการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ ภูมิประเทศและสัณฐานของโลก มีกระบวนการสืบเสาะหาความรู้และ
จิตวิทยาศาสตร์ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และน าความรู้ไปใช้ประโยชน์
11.เข้าใจวิวัฒนาการของระบบสุริยะ กาแล็กซีและเอกภพ การปฏิสัมพันธ์ภายในระบบสุริยะและผลต่อ
สิ่งมีชีวิตบนโลก มีกระบวนการสืบเสาะหาความรู้และจิตวิทยาศาสตร์ การสื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และน า
ความรู้ไปใช้ประโยชน์
12.เข้าใจความส าคัญของเทคโนโลยีอวกาศที่น ามาใช้ในการส ารวจอวกาศและทรัพยากรธรรมชาติ ด้าน
การเกษตรและการสื่อสาร มีกระบวนการสืบเสาะหาความรู้และจิตวิทยาศาสตร์ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้
และน าความรู้ไปใช้ประโยชน์อย่างมีคุณธรรมต่อชีวิตและสิ่งแวดล้อมหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
75
13.ใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์และจิตวิทยาศาสตร์ในการสืบเสาะหาความรู้ การแก้ปัญหา รู้ว่า
ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่มีรูปแบบที่แน่นอน สามารถอธิบายและตรวจสอบได้
ภายใต้ข้อมูลและเครื่องมือที่มีอยู่ในช่วงเวลานั้น ๆ เข้าใจว่า วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีสังคมและ
สิ่งแวดล้อมมีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กันหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
76
ชื่อรายวิชาและหน่วยกิต
กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาตร์
รายวิชาพื้นฐาน
1. ว21101 วิทยาศาสตร์ 1 3 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.5 หน่วยกิต
SCI21101 Science 1
2. ว21102 วิทยาศาสตร์ 2 3 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.5 หน่วยกิต
SCI21102 Science 2
3. ว22101 วิทยาศาสตร์ 3 3 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.5 หน่วยกิต
SCI22101 Science 3
4. ว22102 วิทยาศาสตร์ 4 3 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.5 หน่วยกิต
SCI22102 Science 4
5. ว23101 วิทยาศาสตร์ 5 3 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.5 หน่วยกิต
SCI23101 Science 5
6. ว23102 วิทยาศาสตร์ 6 3 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.5 หน่วยกิต
SCI23102 Science 6หลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
77
รายวิชา ว21101 วิทยาศาสตร์ 1
3 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.5 หนวยกิต
—————————————————————————————————————————-
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษาวิเคราะห์เซลล์ของสิ่งมีชีวิตและหน้าที่ส่วนประกอบของเซลล์พืช และเซลล์สัตว์ กระบวนการสาร
ผ่านเซลล์และออสโมซิส ปัจจัยบางประการที่จ าเป็นต่อการสังเคราะห์ด้วยแสงของพืช แสง คลอโรฟีลล์ แก๊ส
คาร์บอนไดออกไซด์น้ า ปัจจัยที่จ าเป็นต้องใช้ในการสังเคราะห์ด้วยแสง ผลที่ได้จากการการสังเคราะห์ด้วยแสง
ของพืชต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม กลุ่มเซลล์ที่เกี่ยวข้องกับการล าเลียงน้ าของพืช โครงสร้างที่เกี่ยวกับระบบ
การล าเลียงน้ าและอาหารของพืช โครงสร้างของดอกที่เกี่ยวข้องกับการสืบพันธุ์ของพืช การสืบพันธุ์แบบอาศัย
เพศของพืชดอก และการสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศของพืช โดยใช้ส่วนต่าง ๆ ของพืช เพื่อช่วยในการขยายพันธุ์
การตอบสนองของพืชต่อแสง น้ าและการสัมผัส หลักการและผลของการใช้เทคโนโลยีชีวภาพ ในการขยายพันธุ์
ปรับปรุงพันธุ์ เพิ่มผลผลิตของพืช และน าความรู้ไปใช้ประโยชน์ จ าแนกสารเป็นกลุ่มโดยใช้เนื้อสารหรือขนาด
ของอนุภาคเป็นเกณฑ์ สมบัติของสารในแต่ละกลุ่ม สมบัติและการเปลี่ยนสถานะของสาร โดยใช้แบบจ าลอง
การจัดเรียงอนุภาคของสาร สมบัติความเป็นกรด-เบส ของสารละลาย ตรวจสอบค่า pH ของสารละลายและน า
ความรู้ไปใช้ประโยชน์ วิธีเตรียมสารละลายที่มีความเข้มข้นเป็นร้อยละ และการน าไปใช้ประโยชน์ การ
เปลี่ยนแปลงสมบัติ มวลและพลังงานของสาร เมื่อสารเปลี่ยนสถานะและเกิดการละลาย ปัจจัยที่มีผลต่อการ
เปลี่ยนแปลงสถานะและการละลายของสาร
โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การส ารวจและตรวจสอบ การสืบค้น
ข้อมูลและอภิปราย เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถสื่อสารสิ่งที่เรียน มีความสามารถในการ
ตัดสินใจ เห็นคุณค่าของการน าความรู้ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจ าวัน มีจิตวิทยาศาสตร์ ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นใน
การท างาน
ตัวชี้วัด
1. สังเกตและอธิบายรูปร่าง ลักษณะของเซลล์ของสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวและเซลล์ของสิ่งมีชีวิตหลายเซลล์
2. สังเกตและเปรียบเทียบส่วนประกอบส าคัญของเซลล์พืชและเซลล์สัตว์
3. ทดลองและอธิบายหน้าที่ของส่วนประกอบที่ส าคัญของเซลล์พืชและเซลล์สัตว์
4. ทดลองและอธิบายกระบวนการสารผ่านเซลล์ โดยการแพร่และออสโมซิส
5. ทดลองหาปัจจัยบางประการที่จ าเป็นต่อการสังเคราะห์ด้วยแสงของพืช และอธิบายว่าแสง คลอโรฟิลล์
แก๊ส คาร์บอนไดออกไซด์ น้ า เป็นปัจจัยที่จ าเป็น ต้องใช้ในการสังเคราะห์ด้วยแสง
6. ทดลองและอธิบายผลที่ได้จากการสังเคราะห์ด้วยแสงของพืช
7. อธิบายความส าคัญของกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงของพืชต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม
8. ทดลองและอธิบายกลุ่มเซลล์ที่เกี่ยวข้องกับการล าเลียงน้ าของพืช
9. สังเกตและอธิบายโครงสร้างที่เกี่ยวกับระบบล าเลียงน้ าและอาหารของพืช
10.ทดลองและอธิบายโครงสร้างของดอกที่เกี่ยวข้องกับการสืบพันธุ์ของพืช โครงสร้างที่เกี่ยวกับระบบล าเลียง
น้ าและอาหารของพืช หลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
78
11.อธิบายกระบวนการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศของพืชดอกและการสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศของพืช โดยใช้
ส่วนต่าง ๆ ของพืชเพื่อช่วยในการขยายพันธุ์
12.ทดลองและอธิบายการตอบสนองของพืชต่อแสง น้ า และการสัมผัส
13.อธิบายหลักการและผลของการใช้เทคโนโลยีชีวภาพในการขยายพันธุ์ ปรับปรุงพันธุ์ เพิ่มผลผลิตของพืช
และน าความรู้ไปใช้ประโยชน์
14.ทดลองและจ าแนกสารเป็นกลุ่มโดยใช้เนื้อสารหรือขนาดอนุภาคเป็นเกณฑ์ และอธิบายสมบัติของสาร
ในแต่ละกลุ่ม
15.อธิบายสมบัติและการเปลี่ยนสถานะของสาร โดยใช้แบบจ าลองการจัดเรียงอนุภาคของสาร
16.ทดลองและอธิบายสมบัติความเป็นกรด เบส ของสารละลาย
17.ตรวจสอบค่า pH ของสารละลายและน าความรู้ไปใช้ประโยชน์
18.ทดลองและอธิบายวิธีเตรียมสารละลายที่มีความเข้มข้นเป็นร้อยละ และอภิปรายการน าความรู้เกี่ยวกับ
สารละลายไปใช้ประโยชน์
19.ทดลองและอธิบายการเปลี่ยนแปลงสมบัติ มวลและพลังงานของสาร เมื่อสารเปลี่ยนสถานะและเกิดการ
ละลาย
20.ทดลองและอธิบายปัจจัยที่มีผลต่อการเปลี่ยนสถานะ และการละลายของสาร
21.ตั้งค าถามที่ก าหนดประเด็นหรือตัวแปรที่ส าคัญในการส ารวจตรวจสอบ หรือศึกษาค้นคว้าเรื่องที่สนใจ
ได้อย่างครอบคลุมและเชื่อถือได้
22.สร้างสมมติฐานที่สามารถตรวจสอบได้และวางแผนการส ารวจตรวจสอบหลาย ๆ วิธี
23. เลือกเทคนิควิธีการส ารวจตรวจสอบทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพที่ได้ผลเที่ยงตรงและปลอดภัยโดยใช้
วัสดุและเครื่องมือที่เหมาะสม
24.รวบรวมข้อมูล จัดกระท าข้อมูลเชิงปริมาณและคุณภาพ
25.วิเคราะห์และประเมินความสอดคล้องของประจักษ์พยานกับข้อสรุป ทั้งที่สนับสนุนหรือขัดแย้งกับ
สมมติฐาน และความผิดปกติของข้อมูลจากการส ารวจตรวจสอบ
26.สร้างแบบจ าลอง หรือรูปแบบ ที่อธิบายผลหรือแสดงผลของการส ารวจตรวจสอบ
27.สร้างค าถามที่น าไปสู่การส ารวจตรวจสอบ ในเรื่องที่เกี่ยวข้อง และน าความรู้ที่ได้ไปใช้ในสถานการณ์
ใหม่หรืออธิบายเกี่ยวกับแนวคิด กระบวนการ และผลของโครงงานหรือชิ้นงานให้ผู้อื่นเข้าใจ
28.บันทึกและอธิบายผลการสังเกต การส ารวจ ตรวจสอบ ค้นคว้าเพิ่มเติมจากแหล่งความรู้ต่าง ๆ ให้ได้
ข้อมูลที่เชื่อถือได้ และยอมรับการเปลี่ยนแปลงความรู้ที่ค้นพบเมื่อมีข้อมูลและประจักษ์พยานใหม่
เพิ่มขึ้นหรือโต้แย้งจากเดิม
29. จัดแสดงผลงาน เขียนรายงาน และ/หรืออธิบายเกี่ยวกับแนวคิด กระบวนการ และผลของโครงงาน
หรือชิ้นงานให้ผู้อื่นเข้าใจ หลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
79
รายวิชา ว21102 วิทยาศาสตร์ 2
3 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.5 หนวยกิต
—————————————————————————————————————————-
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษาวิเคราะห์และอธิบายปริมาณสเกลาร์ และเวกเตอร์ ระยะทาง การกระจัด อัตราเร็ว ความเร็ว การ
เคลื่อนที่ของวัตถุ อุณหภูมิ การถ่ายโอนความร้อนและน าความรู้ไปใช้ประโยชน์ การดูดกลืนและการคายความ
ร้อน การแผ่รังสี สมดุลความร้อนและผลของความร้อนต่อการขยายตัวของสาร องค์ประกอบ และการแบ่งชั้น
บรรยากาศ ความสัมพันธ์ระหว่างอุณหภูมิ ความชื้นและความกดอากาศ ปรากฏการณ์ทางลมฟ้าอากาศ การ
แปลความหมายจากการพยากรณ์อากาศ ผลของลมฟ้าอากาศต่อการด ารงชีวิตของสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม
ปัจจัยทางธรรมชาติและการกระท าของมนุษย์มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของโลก รูโหว่ โอโซนและฝนกรด
ผลของภาวะโลกร้อนที่มีต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม
โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้การส ารวจและตรวจสอบ การสืบค้นข้อมูล
และอภิปรายเพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถสื่อสารสิ่งที่เรียน มีความสามารถในการตัดสินใจ
เห็นคุณค่าของการน าความรู้ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจ าวัน มีจิตวิทยาศาสตร์ ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการท างาน
ตัวชี้วัด
1. สืบค้นข้อมูล และอธิบายปริมาณสเกลาร์ ปริมาณเวกเตอร์
2. ทดลองและอธิบายระยะทาง การกระจัด อัตราเร็วและความเร็ว ในการเคลื่อนที่ของวัตถุ
3. ทดลองและอธิบายอุณหภูมิและการวัดอุณหภูมิ
4. สังเกตและอธิบายการถ่ายโอนความร้อน และน าความรู้ไปใช้ประโยชน์
5. อธิบายการดูดกลืน การคายความร้อน โดยการแผ่รังสีและน าความรู้ไปใช้ประโยชน์
6. อธิบายสมดุลความร้อนและผลของความร้อนต่อการขยายตัวของสาร และน าความรู้ไปใช้ใน
ชีวิตประจ าวัน
7. สืบค้นและอธิบายองค์ประกอบและการแบ่งชั้นบรรยากาศที่ปกคลุมผิวโลก
8. ทดลองและอธิบายความสัมพันธ์ระหว่าง อุณหภูมิ ความชื้นและความกดอากาศที่มีผลต่อปรากฏการณ์
ทางลมฟ้าอากาศ
9. สังเกต วิเคราะห์และ อภิปรายการเกิดปรากฏการณ์ทางลมฟ้าอากาศที่มีผลต่อมนุษย์
10. สืบค้น วิเคราะห์ และแปลความหมายข้อมูลจากการพยากรณ์อากาศ
11. สืบค้น วิเคราะห์ และอธิบายผลของลมฟ้าอากาศต่อการด ารงชีวิตของสิ่งมีชีวิต และสิ่งแวดล้อม
12. สืบค้น วิเคราะห์ และอธิบายปัจจัยทางธรรมชาติและการกระท าของมนุษย์ที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลง
อุณหภูมิของโลก รูโหว่โอโซนและฝนกรด
13. สืบค้น วิเคราะห์และอธิบายผลของภาวะโลกร้อน รูโหว่โอโซนและฝนกรดที่มีต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม
14. ตั้งค าถามที่ก าหนดประเด็นหรือตัวแปรที่ส าคัญในการส ารวจตรวจสอบ หรือศึกษาค้นคว้าเรื่องที่สนใจ
ได้อย่างครอบคลุมและเชื่อถือได้
15. สร้างสมมติฐานที่สามารถตรวจสอบได้และวางแผนการส ารวจตรวจสอบหลาย ๆ วิธีหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
80
16. เลือกเทคนิควิธีการส ารวจตรวจสอบทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพที่ได้ผลเที่ยงตรงและปลอดภัยโดยใช้
วัสดุและเครื่องมือที่เหมาะสม
17. รวบรวมข้อมูล จัดกระท าข้อมูลเชิงปริมาณและคุณภาพ
18. วิเคราะห์และประเมินความสอดคล้องของประจักษ์พยานกับข้อสรุป ทั้งที่สนับสนุนหรือขัดแย้งกับ
สมมติฐาน และความผิดปกติของข้อมูลจากการส ารวจตรวจสอบ
19. สร้างแบบจ าลอง หรือรูปแบบ ที่อธิบายผลหรือแสดงผลของการส ารวจตรวจสอบ
20. สร้างค าถามที่น าไปสู่การส ารวจตรวจสอบในเรื่องที่เกี่ยวข้อง และน าความรู้ที่ได้ไปใช้ในสถานการณ์ใหม่
หรืออธิบายเกี่ยวกับแนวคิด กระบวนการ และผลของโครงงานหรือชิ้นงานให้ผู้อื่นเข้าใจ
21. บันทึกและอธิบายผลการสังเกต การส ารวจ ตรวจสอบ ค้นคว้าเพิ่มเติมจากแหล่งความรู้ต่าง ๆ ให้ได้
ข้อมูลที่เชื่อถือได้ และยอมรับการเปลี่ยนแปลงความรู้ที่ค้นพบเมื่อมีข้อมูลและประจักษิ์พยานใหม่
เพิ่มขึ้นหรือโต้แย้งจากเดิม
22. จัดแสดงผลงาน เขียนรายงาน และ/หรืออธิบายเกี่ยวกับแนวคิด กระบวนการ และผลของโครงงานหรือ
ชิ้นงานให้ผู้อื่นเข้าใจ หลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
81
รายวิชา ว22101 วิทยาศาสตร์ 3
3 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.5 หนวยกิต
—————————————————————————————————————————-
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษาโครงสร้างและการท างานของระบบ ย่อยอาหาร ระบบหมุนเวียนเลือด ระบบหายใจ ระบบ
ขับถ่าย ระบบสืบพันธุ์ของมนุษย์และสัตว์ รวมทั้งระบบประสาทของมนุษย์ ความสัมพันธ์ของระบบต่าง ๆ ของ
มนุษย์ พฤติกรรมของมนุษย์และสัตว์ที่ตอบสนองต่อสิ่งเร้าภายนอกและภายใน หลักการและผลของการใช้
เทคโนโลยีชีวภาพในการขยายพันธุ์ ปรับปรุงพันธุ์ และเพิ่มผลผลิตของสัตว์ สารอาหารในอาหารมีปริมาณ
พลังงานและสัดส่วนที่เหมาะสมกับเพศและวัย สารเสพติดต่อระบบต่าง ๆ ของร่างกาย และแนวทางในการ
ป้องกันตนเองจากสารเสพติด การหาแรงลัพธ์ของแรงหลายแรงในระนาบเดียวกันที่กระท าต่อวัตถุ แรงลัพธ์ที่
กระท าต่อวัตถุที่หยุดนิ่งหรือวัตถุเคลื่อนที่ด้วยความเร็วคงตัว
โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การส ารวจและตรวจสอบ การสืบค้นข้อมูล
และอภิปราย เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู้ มีความสามารถในการ
ตัดสินใจ เห็นคุณค่าของการน าความรู้ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจ าวัน มีจิตวิทยาศาสตร์ ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการ
ท างาน
ตัวชี้วัด
1. อธิบายโครงสร้างและการท างานของระบบย่อยอาหาร ระบบหมุนเวียนเลือด ระบบหายใจ ระบบ
ขับถ่าย ระบบสืบพันธุ์ของมนุษย์และสัตว์ รวมทั้งระบบประสาทของมนุษย์
2. อธิบายความสัมพันธ์ของระบบต่าง ๆ ของมนุษย์และน าความรู้ไปใช้ประโยชน์
3. สังเกตและอธิบายพฤติกรรมของมนุษย์และสัตว์ที่ตอบสนองต่อสิ่งเร้าภายนอกและภายใน
4. อธิบายหลักการและผลของการใช้เทคโนโลยีชีวภาพในการขยายพันธุ์ ปรับปรุงพันธุ์ และเพิ่มผลผลิต
ของสัตว์และน าความรู้ไปใช้ประโยชน์
5. ทดลอง วิเคราะห์ และอธิบายสารอาหารในอาหารมีปริมาณพลังงานและสัดส่วนที่เหมาะสมกับเพศ
และวัย
6. อภิปรายผลของสารเสพติดต่อระบบต่าง ๆ ของร่างกาย และแนวทางในการป้องกันตนเองจาก
สารเสพติด
7. ทดลองและอธิบายการหาแรงลัพธ์ของแรงหลายแรงในระนาบเดียวกันที่กระท าต่อวัตถุ
8. อธิบายแรงลัพธ์ที่กระท าต่อวัตถุที่หยุดนิ่งหรือวัตถุเคลื่อนที่ด้วยความเร็วคงตัว
9. ตั้งค าถามที่ก าหนดประเด็นหรือตัวแปรที่ส าคัญในการส ารวจตรวจสอบ หรือศึกษาค้นคว้าเรื่องที่สนใจ
ได้อย่างครอบคลุมและเชื่อถือได้
10. สร้างสมมติฐานที่สามารถตรวจสอบได้และวางแผนการส ารวจตรวจสอบหลาย ๆ วิธี
11. เลือกเทคนิควิธีการส ารวจตรวจสอบทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพที่ได้ผลเที่ยงตรงและปลอดภัย
โดยใช้วัสดุและเครื่องมือที่เหมาะสม
12. รวบรวมข้อมูล จัดกระท าข้อมูลเชิงปริมาณและคุณภาพ กับสมมติฐาน และความผิดปกติของข้อมูลจาก
การส ารวจตรวจสอบ หลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
82
13. สร้างแบบจ าลองหรือรูปแบบที่อธิบายผลหรือแสดงผลของการส ารวจตรวจสอบ
14. สร้างค าถามที่น าไปสู่การส ารวจตรวจสอบ ในเรื่องที่เกี่ยวข้องและน าความรู้ที่ได้ไปใช้ในสถานการณ์ใหม่
หรืออธิบายเกี่ยวกับแนวคิด กระบวนการ และผลของโครงงานหรือชิ้นงานให้ผู้อื่นเข้าใจ
15. บันทึกและอธิบายผลการสังเกต การส ารวจ ตรวจสอบ ค้นคว้าเพิ่มเติมจากแหล่งความรู้ต่าง ๆ ให้ได้
ข้อมูลที่เชื่อถือได้ และยอมรับการเปลี่ยนแปลงความรู้ที่ค้นพบเมื่อมีข้อมูลและประจักษ์พยานใหม่
เพิ่มขึ้นหรือโต้แย้งจากเดิม
16. จัดแสดงผลงาน เขียนรายงาน และ/หรืออธิบายเกี่ยวกับแนวคิด กระบวนการ และผลของโครงงานหรือ
ชิ้นงานให้ผู้อื่นเข้าใจ หลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
83
รายวิชา ว22102 วิทยาศาสตร์4
3 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.5 หนวยกิต
—————————————————————————————————————————-
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษาองค์ประกอบ สมบัติของธาตุและสารประกอบ เปรียบเทียบสมบัติของธาตุโลหะ ธาตุอโลหะ ธาตุ
กึ่งโลหะและธาตุกัมมันตรังสีหลักการแยกสารด้วยวิธีการกรอง การตกผลึก การสกัด การกลั่น และโครมาโทก
ราฟี การเปลี่ยนแปลงสมบัติ มวล และพลังงานเมื่อสารเกิดปฏิกิริยาเคมี รวมทั้งอธิบายปัจจัยที่มีผลต่อการ
เกิดปฏิกิริยาเคมี เขียนสมการเคมีของปฏิกิริยาของสารต่าง ๆ สารเคมี ปฏิกิริยาเคมีต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม
การใช้สารเคมีอย่างถูกต้อง ปลอดภัย วิธีป้องกันและแก้ไขอันตรายที่เกิดขึ้นจากการใช้สารเคมี การสะท้อนของ
แสง การหักเหของแสง ความสว่างที่มีต่อมนุษย์และสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ การดูดกลืนแสงสี การมองเห็นสีของวัตถุ
ลักษณะของชั้นหน้าตัดดิน สมบัติของดิน และกระบวนการเกิดดิน การใช้ประโยชน์และการปรับปรุงคุณภาพ
ของดินกระบวนการเกิด และลักษณะองค์ประกอบของหิน องค์ประกอบและสมบัติของหิน เพื่อจ าแนกประเภท
ของหินลักษณะทางกายภาพของแร่ กระบวนการเกิด ลักษณะและสมบัติของปิโตรเลียม ถ่านหิน หินน้ ามัน
ลักษณะแหล่งน้ าธรรมชาติ การใช้ประโยชน์และการอนุรักษ์แหล่งน้ าในท้องถิ่น การเกิดแหล่งน้ าบนดิน แหล่งน้ า
ใต้ดิน กระบวนการผุพังอยู่กับที่ การกร่อน การพัดพา การทับถม การตกผลึกและผลของกระบวนการดังกล่าว
โครงสร้างและองค์ประกอบของโลก
โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การส ารวจและตรวจสอบ การสืบค้นข้อมูล
และอภิปราย เพื่อให้เกิดความรู้ความคิด ความเข้าใจ สามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู้ มีความสามารถในการ
ตัดสินใจ เห็นคุณค่าของการน าความรู้ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจ าวัน มีจิตวิทยาศาสตร์ ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการ
ท างาน
ตัวชี้วัด
1. ส ารวจและอธิบายองค์ประกอบ สมบัติของธาตุและสารประกอบ
2. สืบค้นข้อมูลและเปรียบเทียบสมบัติของธาตุโลหะ ธาตุอโลหะ ธาตุกึ่งโลหะและธาตุกัมมันตรังสีและน า
ความรู้ไปใช้ประโยชน์
3. ทดลองและอธิบายหลักการแยกสารด้วยวิธีการกรอง การตกผลึก การสกัด การกลั่น และ โครมาโท
กราฟฟี และน าความรู้ไปใช้ประโยชน์
4. ทดลองและอธิบายการเปลี่ยนแปลงสมบัติ มวล และพลังงานเมื่อสารเกิดปฏิกิริยาเคมี รวมทั้งอธิบาย
ปัจจัยที่มีผลต่อการเกิดปฏิกิริยาเคมี
5. ทดลอง อธิบายและเขียนสมการเคมีของปฏิกิริยาของสารต่าง ๆ และน าความรู้ไปใช้ประโยชน์
6. สืบค้นข้อมูลและอภิปรายผลของสารเคมี ปฏิกิริยาเคมีต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม
7. สืบค้นข้อมูลและอธิบายการใช้สารเคมีอย่างถูกต้อง ปลอดภัย วิธีป้องกันและแก้ไขอันตรายที่เกิดขึ้นจาก
การใช้สารเคมี
8. ทดลองและอธิบายการสะท้อนของแสง การหักเหของแสง และน าความรู้ไปใช้ประโยชน์
9. อธิบายผลของความสว่างที่มีต่อมนุษย์และสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ หลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
84
10. ทดลองและอธิบายการดูดกลืนแสงสี การมองเห็นสีของวัตถุ และน าความรู้ไปใช้ประโยชน์
11. ส ารวจ ทดลองและอธิบายลักษณะของชั้นหน้าตัดดิน สมบัติของดิน และกระบวนการเกิดดิน
12. ส ารวจ วิเคราะห์และอธิบายการใช้ประโยชน์และการปรับปรุงคุณภาพของดิน
13. ทดลองเลียนแบบเพื่ออธิบายกระบวนการเกิด และลักษณะองค์ประกอบของหิน
14. ทดสอบ และสังเกตองค์ประกอบและสมบัติของหิน เพื่อจ าแนกประเภทของหิน และน าความรู้ไปใช้ประโยชน์
15. ตรวจสอบและอธิบาย ลักษณะทางกายภาพของแร่ และการน าไปใช้ประโยชน์
16. สืบค้นและอธิบายกระบวนการเกิด ลักษณะและสมบัติของปิโตรเลียม ถ่านหิน หินน้ ามัน และการ
น าไปใช้ประโยชน์
17. ส ารวจและอธิบายลักษณะแหล่งน้ าธรรมชาติ การใช้ประโยชน์และการอนุรักษ์แหล่งน้ าในท้องถิ่น
18. ทดลองเลียนแบบ และอธิบาย การเกิดแหล่งน้ าบนดิน แหล่งน้ าใต้ดิน
19. ทดลองเลียนแบบและอธิบายกระบวนการผุพังอยู่กับที่ การกร่อน การพัดพา การทับถม การตกผลึก
และผลของกระบวนการดังกล่าว
20. สืบค้น สร้างแบบจ าลองและ อธิบายโครงสร้างและองค์ประกอบของโลก
21. ตั้งค าถามที่ก าหนดประเด็นหรือตัวแปรที่ส าคัญในการส ารวจตรวจสอบ หรือศึกษาค้นคว้าเรื่องที่สนใจ
ได้อย่างครอบคลุมและเชื่อถือได้
22. สร้างสมมติฐานที่สามารถตรวจสอบได้และวางแผนการส ารวจตรวจสอบหลาย ๆ วิธี
23. เลือกเทคนิควิธีการส ารวจตรวจสอบทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพที่ได้ผลเที่ยงตรงและปลอดภัยโดยใช้
วัสดุและเครื่องมือที่เหมาะสม
24. รวบรวมข้อมูล จัดกระท าข้อมูลเชิงปริมาณและคุณภาพ
25. วิเคราะห์และประเมินความสอดคล้องของประจักษ์พยานกับข้อสรุป ทั้งที่สนับสนุนหรือขัดแย้งกับ
สมมติฐาน และความผิดปกติของข้อมูลจากการส ารวจตรวจสอบ
26. สร้างแบบจ าลอง หรือรูปแบบ ที่อธิบายผลหรือแสดงผลของการส ารวจตรวจสอบ
27. สร้างค าถามที่น าไปสู่การส ารวจตรวจสอบ ในเรื่องที่เกี่ยวข้อง และน าความรู้ที่ได้ไปใช้ในสถานการณ์
ใหม่หรืออธิบายเกี่ยวกับแนวคิด กระบวนการ และผลของโครงงานหรือชิ้นงานให้ผู้อื่นเข้าใจ
28. บันทึกและอธิบายผลการสังเกต การส ารวจ ตรวจสอบ ค้นคว้าเพิ่มเติมจากแหล่งความรู้ต่าง ๆ ให้ได้
ข้อมูลที่เชื่อถือได้ และยอมรับการ เปลี่ยนแปลงความรู้ที่ค้นพบเมื่อมีข้อมูลและประจักษ์พยานใหม่
เพิ่มขึ้นหรือโต้แย้งจากเดิม
29. จัดแสดงผลงาน เขียนรายงาน และ/หรืออธิบายเกี่ยวกับแนวคิด กระบวนการ และผลของโครงงานหรือ
ชิ้นงานให้ผู้อื่นเข้าใจ หลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
85
รายวิชา ว23101 วิทยาศาสตร์ 5
3 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.5 หนวยกิต
—————————————————————————————————————————-
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษาวิเคราะห์ ธรรมชาติของแรงแม่เหล็กไฟฟ้า แรงโน้มถ่วง แรงนิวเคลียร์ ความเร่งและผลของแรง
ลัพธ์ที่กระท าต่อวัตถุ แรงกิริยาและแรงปฏิกิริยา แรงพยุงของของเหลวที่กระท าต่อวัตถุ แรงเสียดทานสถิตและ
แรงเสียดทานจลน์ โมเมนต์ของแรง ลักษณะการเคลื่อนที่แบบต่าง ๆ ของวัตถุในธรรมชาติ ความสัมพันธ์ระหว่าง
พลังงานกับการด ารงชีวิต การเปลี่ยนรูปพลังงาน ปฏิสัมพันธ์ระหว่างงานและพลังงาน ความสัมพันธ์ระหว่างความ
ต่างศักย์ กระแสไฟฟ้า การค านวณหาค่าพลังงานไฟฟ้า การต่อวงจรไฟฟ้า วงจรอิเล็กทรอนิกส์เบื้องต้น
โดยใช้ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสังเกต การอธิบาย การทดลอง
การค านวณ การวิเคราะห์ และการอภิปราย เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู้
เห็นคุณค่าของการน าความรู้ไปใช้ในชีวิตประจ าวันอย่างมีคุณธรรม มีจิตวิทยาศาสตร์ ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการ
ท างาน
ตัวชี้วัด
1. อธิบายความเร่งและผลของแรงลัพธ์ที่ท าต่อวัตถุ
2. ทดลองและอธิบายแรงกิริยาและแรงปฏิกิริยาระหว่างวัตถุ และน าความรู้ไปใช้ประโยชน์
3. ทดลองและอธิบายแรงพยุงของของเหลว ที่กระท าต่อวัตถุ
4. ทดลองและอธิบายความแตกต่างระหว่างแรงเสียดทานสถิตกับแรงเสียดทานจลน์ และน าความรู้ไปใช้
ประโยชน์
5. ทดลองและวิเคราะห์โมเมนต์ของแรง และน าความรู้ไปใช้ประโยชน์
6. สังเกต และอธิบายการเคลื่อนที่ของวัตถุที่เป็นแนวตรงและแนวโค้ง
7. อธิบายงาน พลังงานจลน์ พลังงานศักย์โน้มถ่วง กฎการอนุรักษ์พลังงาน และความสัมพันธ์ระหว่าง
ปริมาณเหล่านี้ รวมทั้งน าความรู้ไปใช้ประโยชน์
8. ทดลองและอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างความต่างศักย์ กระแสไฟฟ้า ความต้านทานและน าความรู้ไปใช้
ประโยชน์
9. ค านวณพลังงานไฟฟ้าของเครื่องใช้ ไฟฟ้า และน าความรู้ไปใช้ประโยชน์
10. สังเกตและอภิปรายการต่อวงจรไฟฟ้าในบ้านอย่างถูกต้องปลอดภัยและประหยัด
11. อธิบายตัวต้านทานไดโอด ทรานซิสเตอร์ และทดลองต่อวงจรอิเล็กทรอนิกส์เบื้องต้น ที่มีทรานซิสเตอร์
12. ตั้งค าถามที่ก าหนดประเด็นหรือตัวแปรที่ส าคัญในการส ารวจตรวจสอบ หรือศึกษาค้นคว้าเรื่องที่สนใจ
ได้อย่างครอบคลุมและเชื่อถือได้
13. สร้างสมมติฐานที่สามารถตรวจสอบได้และวางแผนการส ารวจตรวจสอบหลาย ๆ วิธี
14. เลือกเทคนิควิธีการส ารวจตรวจสอบทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพที่ได้ผลเที่ยงตรงและปลอดภัยโดยใช้
วัสดุและเครื่องมือที่เหมาะสม
15. รวบรวมข้อมูลจัดกระท าข้อมูลเชิงปริมาณและคุณภาพ
16. วิเคราะห์และประเมินความสอดคล้องของประจักษ์พยานกับข้อสรุปทั้งที่สนับสนุนหรือขัดแย้งกับ
สมมติฐานและความผิดปกติของข้อมูลจากการส ารวจตรวจสอบ หลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
86
17. สร้างแบบจ าลอง หรือรูปแบบที่อธิบายผลหรือแสดงผลของการส ารวจตรวจสอบ
18. สร้างค าถามที่น าไปสู่การส ารวจตรวจสอบ ในเรื่องที่เกี่ยวข้องและน าความรู้ที่ได้ไปใช้ในสถานการณ์ใหม่
หรืออธิบายเกี่ยวกับแนวคิด กระบวนการและผลของโครงงานหรือชิ้นงานให้ผู้อื่นเข้าใจ
19. บันทึกและอธิบายผลการสังเกตการส ารวจ ตรวจสอบ ค้นคว้าเพิ่มเติมจากแหล่งความรู้ต่าง ๆ ให้ได้
ข้อมูลที่เชื่อถือได้และยอมรับการเปลี่ยนแปลงความรู้ที่ค้นพบ เมื่อมีข้อมูลและประจักษ์พยานใหม่
เพิ่มขึ้นหรือโต้แย้งจากเดิม
20. จัดแสดงผลงาน เขียนรายงาน และ/หรืออธิบายเกี่ยวกับแนวคิด กระบวนการ และผลของโครงงานหรือ
ชิ้นงานให้ผู้อื่นเข้าใจ หลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
87
รายวิชา ว23102 วิทยาศาสตร์ 6
3 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.5 หนวยกิต
—————————————————————————————————————————-
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษา วิเคราะห์ กระบวนการและความส าคัญของการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม วิวัฒนาการของ
สิ่งมีชีวิต ความผิดปกติของยีนและโครโมโซม ความหลากหลายทางชีวภาพ การใช้เทคโนโล ยีชีวภาพที่มี
ผลกระทบต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งแวดล้อมกับสิ่งมีชีวิต ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิต
ต่าง ๆ ในระบบนิเวศ การถ่ายทอดพลังงานของสิ่งมีชีวิต วัฏจักรของสาร ปัจจัยที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลง
ประชากร ความส าคัญของทรัพยากรธรรมชาติ การใช้ทรัพยากรธรรมชาติในระดับท้องถิ่น ประเทศและโลก
การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่นอย่างยั่งยืน การใช้ทรัพยากร ธรรมชาติตาม
พระราชบัญญัติเศรษฐกิจพอเพียง ปัญหาและแนวทางแก้ปัญหา การดูแลและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม วิวัฒนาการ
ของระบบสุริยะ กาแล็กซี และเอกภพ การปฏิสัมพันธ์ภายในระบบสุริยะและผลต่อสิ่งมีชีวิตบนโลก ความส าคัญ
ของเทคโนโลยีอวกาศที่น ามาใช้ในการส ารวจอวกาศและทรัพยากรธรรมชาติด้านการเกษตรและการสื่อสาร
โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสังเกต การส ารวจ การอธิบาย
การวิเคราะห์ และการอภิปรายเพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู้ เห็นคุณค่า
ของการน าความรู้ไปใช้ในชีวิตประจ าวันอย่างมีคุณธรรม มีจิตวิทยาศาสตร์ ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการท างาน
ตัวชี้วัด
1. สังเกตและอธิบายลักษณะของโครโมโซมที่มีหน่วยพันธุกรรม หรือยีนในนิวเคลียส
2. อธิบายความส าคัญของสารพันธุกรรมหรือดีเอ็นเอ และกระบวนการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม
3. อภิปรายโรคทางพันธุกรรม ที่เกิดจากความผิดปกติของยีนและโครโมโซมและน าความรู้ไปใช้ประโยชน์
4. ส ารวจและอธิบายความหลากหลายทางชีวภาพในท้องถิ่นที่ท าให้สิ่งมีชีวิตด ารงชีวิตอยู่ได้อย่างสมดุล
5. อธิบายผลของความหลากหลายทางชีวภาพที่มีต่อมนุษย์ สัตว์ พืช และสิ่งแวดล้อม
6. อภิปรายผลของเทคโนโลยีชีวภาพต่อการด ารงชีวิตของมนุษย์และสิ่งแวดล้อม
7. ส ารวจระบบนิเวศต่างๆ ในท้องถิ่นและอธิบายความสัมพันธ์ขององค์ประกอบภายในระบบนิเวศ
8. วิเคราะห์และอธิบายความสัมพันธ์ของการถ่ายทอดพลังงานของสิ่งมีชีวิตในรูปของโซ่อาหารและสายใย
อาหาร
9. อธิบายวัฏจักรน้ า วัฏจักรคาร์บอน และความส าคัญที่มีต่อระบบนิเวศ
10. อธิบายปัจจัยที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงขนาดของประชากรในระบบนิเวศ
11. วิเคราะห์สภาพปัญหาสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติในท้องถิ่น และเสนอแนวทางในการแก้ไขปัญหา
12. อธิบายแนวทางการรักษาสมดุลของระบบนิเวศ
13. อภิปรายการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน
14. วิเคราะห์และอธิบายการใช้ทรัพยากรธรรมชาติตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
15. อภิปรายปัญหาสิ่งแวดล้อมและเสนอแนะแนวทางการแก้ปัญหา
16. อภิปรายและมีส่วนร่วมในการดูแลและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในท้องถิ่นอย่างยั่งยืน หลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
88
17. สืบค้นและอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างดวงอาทิตย์ โลก ดวงจันทร์และดาวเคราะห์อื่น ๆ และผลที่
เกิดขึ้นต่อสิ่งแวดล้อมและสิ่งมีชีวิตบนโลก
18. สืบค้นและอธิบายองค์ประกอบของเอกภพ กาแล็กซี และระบบสุริยะ
19. ระบุต าแหน่งของกลุ่มดาวและน าความรู้ไปใช้ประโยชน์
20. สืบค้นและอภิปรายความก้าวหน้าของเทคโนโลยีอวกาศที่ใช้ส ารวจอวกาศ วัตถุท้องฟ้า สภาวะอากาศ
ทรัพยากร ธรรมชาติ การเกษตร และการสื่อสาร
21. ตั้งค าถามที่ก าหนดประเด็นหรือตัวแปรที่ส าคัญในการส ารวจตรวจสอบ หรือศึกษาค้นคว้าเรื่องที่สนใจ
ได้อย่างครอบคลุมและเชื่อถือได้
22. สร้างสมมติฐานที่สามารถตรวจสอบได้และวางแผนการส ารวจตรวจสอบหลาย ๆ วิธี
23. เลือกเทคนิควิธีการส ารวจตรวจสอบทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพที่ได้ผลเที่ยงตรงและปลอดภัยโดยใช้
วัสดุและเครื่องมือที่เหมาะสม
24. รวบรวมข้อมูลจัดกระท าข้อมูลเชิงปริมาณและคุณภาพ
25. วิเคราะห์และประเมินความสอดคล้องของประจักษ์พยานกับข้อสรุปทั้งที่สนับสนุนหรือขัดแย้งกับ
สมมติฐานและความผิดปกติของข้อมูลจากการส ารวจตรวจสอบ
26. สร้างแบบจ าลองหรือรูปแบบที่อธิบายผลหรือแสดงผลของการส ารวจตรวจสอบ
27. สร้างค าถามที่น าไปสู่การส ารวจตรวจสอบ ในเรื่องที่เกี่ยวข้องและน าความรู้ที่ได้ไปใช้ ในสถานการณ์
ใหม่หรืออธิบายเกี่ยวกับแนวคิด กระบวนการและผลของโครงงานหรือชิ้นงานให้ผู้อื่นเข้าใจ
28. บันทึกและอธิบายผลการสังเกตการส ารวจ ตรวจสอบ ค้นคว้าเพิ่มเติมจากแหล่งความรู้ต่าง ๆ ให้ได้
ข้อมูลที่เชื่อถือได้ และยอมรับการเปลี่ยนแปลงความรู้ที่ค้นพบ เมื่อมีข้อมูลและประจักษ์พยานใหม่
เพิ่มขึ้นหรือโต้แย้งจากเดิม
29. จัดแสดงผลงาน เขียนรายงาน และ/หรืออธิบายเกี่ยวกับแนวคิด กระบวนการ และผลของโครงงานหรือ
ชิ้นงานให้ผู้อื่นเข้าใจ หลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
89
มาตรฐานการเรียนรู้
กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
1. รู้และเข้าใจประวัติ ความส าคัญ ศาสดา หลักธรรมของพระพุทธศาสนาหรือศาสนาที่ตนนับถือและ
ศาสนาอื่น มีศรัทธาที่ถูกต้อง ยึดมั่น และปฏิบัติตามหลักธรรม เพื่ออยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข
2. เข้าใจ ตระหนักและปฏิบัติตนเป็นศาสนิกชนที่ดี และธ ารงรักษาพระพุทธศาสนาหรือศาสนาที่ตนนับถือ
3. เข้าใจและปฏิบัติตนตามหน้าที่ของการเป็นพลเมืองดี มีค่านิยมที่ดีงาม และธ ารงรักษาประเพณีและ
วัฒนธรรมไทย ด ารงชีวิตอยู่ร่วมกันในสังคมไทย และสังคมโลกอย่างสันติสุข
4. เข้าใจระบบการเมืองการปกครองในสังคมปัจจุบัน ยึดมั่น ศรัทธา และธ ารงรักษาไว้ซึ่งการปกครอง
ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
5. เข้าใจและสามารถบริหารจัดการทรัพยากรในการผลิต และการบริโภคการใช้ ทรัพยากรที่มีอยู่จ ากัด
ได้อย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่า รวมทั้งเข้าใจหลักการของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อการด ารงชีวิตอย่าง
มีดุลยภาพ
6. เข้าใจระบบและสถาบันทางเศรษฐกิจต่าง ๆ ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและความจ าเป็นของการ
ร่วมมือกันทางเศรษฐกิจในสังคมโลก
7. เข้าใจความหมาย ความส าคัญของเวลาและยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ สามารถใช้วิธีการทาง
ประวัติศาสตร์มาวิเคราะห์เหตุการณ์ต่าง ๆ อย่างเป็นระบบ
8. เข้าใจพัฒนาการของมนุษยชาติจากอดีตจนถึงปัจจุบัน ในด้านความสัมพันธ์และการเปลี่ยนแปลงของ
เหตุการณ์อย่างต่อเนื่อง ตระหนักถึงความส าคัญและสามารถวิเคราะห์ผลกระทบที่เกิดขึ้น
9. เข้าใจความเป็นมาของชาติไทย วัฒนธรรม ภูมิปัญญาไทย มีความรัก ความภูมิใจและธ ารงความเป็นไทย
10. เข้าใจลักษณะของโลกทางกายภาพ และความสัมพันธ์ของสรรพสิ่งซึ่งมีผลต่อกันและกันในระบบของ
ธรรมชาติ ใช้แผนที่และเครื่องมือทางภูมิศาสตร์ในการค้นหาวิเคราะห์ สรุปและใช้ข้อมูลภูมิสารสนเทศ
อย่างมีประสิทธิภาพ
11. เข้าใจปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสภาพแวดล้อมทางกายภาพที่ก่อให้เกิดการสร้างสรรค์วัฒนธรรม มี
จิตส านึก และมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
90
ชื่อรายวิชาและหน่วยกิต
กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
รายวิชาพื้นฐาน
1. ส21101 สังคมศึกษา 1 2 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.0 หนวยกิต
SOC21101 Social Study 1
2. ส21102 พระพุทธศาสนา 1 1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หนวยกิต
SOC21103 Buddhism 1
3. ส21103 ประวัติศาสตร์ไทย 1 1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หนวยกิต
SOC21103 Thai History 1
4. ส21104 สังคมศึกษา 2 2 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.0 หนวยกิต
SOC21104 Social Study 2
5. ส21105 พระพุทธศาสนา 2 1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หนวยกิต
SOC21103 Buddhism 2
6. ส21106 ประวัติศาสตร์ไทย 2 1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หนวยกิต
SOC21102 Thai History 2
7. ส22101 สังคมศึกษา 3 2 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.0 หนวยกิต
SOC22101 Social Study 3
8. ส22102 พระพุทธศาสนา 3 1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หนวยกิต
SOC22102 Buddhism 3
9. ส22103 ประวัติศาสตร์ไทย 3 1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หนวยกิต
SOC21103 Thai History 3
10. ส22104 สังคมศึกษา 4 2 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.0 หนวยกิต
SOC21104 Social Study 4
11. ส22105 พระพุทธศาสนา 4 1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หนวยกิต
SOC22105 Buddhism 4
12. ส22106 ประวัติศาสตร์ไทย 4 1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หนวยกิต
SOC21102 Thai History 4
13. ส23101 สังคมศึกษา 5 2 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.0 หนวยกิต
SOC23101 Social Study 5
14. ส23102 พระพุทธศาสนา 5 1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หนวยกิต
SOC23102 Buddhism 5
15. ส23103 ประวัติศาสตร์ไทย 5 1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หนวยกิต
SOC21103 Thai History 5
16. ส23104 สังคมศึกษา 6 1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หนวยกิตหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
91
SOC21104 Social Study 6
17. ส23105 สังคมศึกษา 7 1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หนวยกิต
SOC21104 Social Study 7
18. ส23106 พระพุทธศาสนา 6 1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หนวยกิต
SOC23106 Buddhism 6
19. ส23107 ประวัติศาสตร์ไทย 6 1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หนวยกิต
SOC23107 Thai History 6หลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
92
รายวิชา ส21101 สังคมศึกษา 1
2 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.0 หนวยกิต
——————————————————————————————————————————
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษาต าแหน่งที่ตั้ง ลักษณะทางกายภาพ กิจกรรมทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทยและ
ทวีปเอเชียและโอเชียเนีย การใช้เส้นแบ่งเวลา การเปรียบเทียบเวลาไทยกับทวีปต่างๆ การใช้เครื่องมือทาง
ภูมิศาสตร์ในการสืบค้นข้อมูล
ศึกษาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติที่มีผลต่อสิ่งแวดล้อม และความร่วมมือของ
ประเทศต่างๆที่เป็นแนวทางการป้องกันภัยธรรมชาติในทวีปเอเชียและโอเชียเนีย
ศึกษาพัฒนาการทางสังคม เศรษฐกิจและการเมืองของภูมิภาคเอเชียและความส าคัญของแหล่งอารย
ธรรมโบราณในภูมิภาคเอเชีย อิทธิพลของอารยธรรมโบราณที่มีต่อภูมิภาคเอเชียในปัจจุบัน
โดยใช้กระบวนการสืบค้นข้อมูล คิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ กระบวนการกลุ่มในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้
สร้างองค์ความรู้
เพื่อวิเคราะห์ลักษณะทางกายภาพของประเทศไทย ทวีปเอเชียและโอเชียเนีย เปรียบเทียบความ
แตกต่างเวลาท้องถิ่น และเวลามาตรฐานของประเทศไทยกับภูมิภาคต่าง ๆ วิเคราะห์ผลกระทบจากการ
เปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติที่มีผลต่อสิ่งแวดล้อม กิจกรรมทางเศรษฐกิจ สังคมและ เสนอแนวทางการใช้
ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจ ากัดให้เกิดประโยชน์สูงสุดโดยใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียง ตลอดจนพัฒนาการทางสังคม
เศรษฐกิจและการเมืองที่มีต่อเอเชียในปัจจุบัน โดยการสร้างจิตส านึกในการร่วมมือกันระหว่างประเทศไทยและ
ประเทศในภูมิภาค
ตัวชี้วัด
1. เลือกใช้เครื่องมือทางภูมิศาสตร์ในการสืบค้นข้อมูลเพื่อวิเคราะห์ลักษณะทางกายภาพ
และสังคมของประเทศไทยและทวีปเอเชีย ออสเตรเลียและโอเชียเนีย
2. อธิบายเส้นแบ่งเวลา และเปรียบเทียบวัน เวลาของประเทศไทยกับทวีปต่าง ๆ
3. ส ารวจ และอธิบายท าเลที่ตั้งกิจกรรมทางเศรษฐกิจ และสังคมในทวีปเอเชีย
ออสเตรเลีย และโอเชียเนีย โดยใช้แหล่งข้อมูลที่หลากหลาย
4. วิเคราะห์เชื่อมโยงสาเหตุและแนวทางป้องกันภัยธรรมชาติและการระวังภัยที่เกิดขึ้นใน
ประเทศไทยและทวีปเอเชีย ออสเตรเลีย และโอเชียเนีย
5. วิเคราะห์ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติของทวีปเอเชีย ออสเตรเลีย และ
โอเชียเนีย
6. วิเคราะห์ความร่วมมือของประเทศต่าง ๆ ที่มีผลต่อสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติของทวีปเอเชีย
ออสเตรเลีย และโอเชียเนีย
7. วิเคราะห์ปัจจัยทางกายภาพและสังคมที่มีผลต่อการเลื่อนไหลของความคิด เทคโนโลยี สินค้า และ
ประชากรในทวีปเอเชีย ออสเตรเลีย และโอเชียเนีย
8. อธิบายพัฒนาการทางสังคม เศรษฐกิจและการเมืองของภูมิภาคเอเชีย
9. ระบุความส าคัญของแหล่งอารยธรรมโบราณในภูมิภาคเอเชียศึกษาหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
93
รายวิชา ส21102 พระพุทธศาสนา 1
1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หนวยกิต
——————————————————————————————————————————
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษาประวัติและความส าคัญของพระพุทธศาสนาที่มีต่อสภาพแวดล้อมในสังคมไทย รวมทั้งการพัฒนา
ตนและครอบครัว
ศึกษาพุทธประวัติตั้งแต่ประสูติจนถึงบ าเพ็ญทุกกรกิริยา การสังคายนา การเผยแผ่พระพุทธศาสนาเข้า
สู่ประเทศไทย
ศึกษาประวัติพระมหากัสสปะ พระอุบาลีอนาถบิณฑิกะ นางวิสาขา พระเจ้าอโศกมหาราช พระโสณะ
และพระอุตตระ ชาดกในเรื่องอัมพชาดก ติตติรชาดก ประพฤติตนตามแบบอย่างการด าเนินชีวิตและข้อคิดจาก
ประวัติสาวก ชาดก เรื่องเล่าและศาสนิกชนตัวอย่าง
ศึกษาการปฏิบัติตนตามหน้าที่ชาวพุทธด้วยการบ าเพ็ญประโยชน์ต่อศาสนสถาน วิถีชีวิตของพระภิกษุ
บทบาทของพระภิกษุในการเผยแผ่พระพุทธ ศาสนา ปฏิบัติตนอย่างเหมาะสมต่อบุคคลต่าง ๆ
ศึกษาศาสนพิธี การจัดโต๊ะหมู่บูชา การจุดธูปเทียน การจัดเครื่องประกอบโต๊ะหมู่บูชา การปฏิบัติตน
ในศาสนพิธีและพิธีกรรมในเรื่องค าอาราธนาต่าง ๆ
ศึกษาประวัติความส าคัญและการปฏิบัติตนในวันส าคัญทางพระพุทธศาสนา
โดยใช้การสืบค้นข้อมูล กระบวนการกลุ่ม กระบวนการคิดวิเคราะห์ การฝึกปฏิบัติ กระบวนการทาง
สังคม บทบาทสมมติและการแก้ปัญหา
เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจ สามารถน าไปปฏิบัติในการด าเนินชีวิต น าไปพัฒนาแก้ปัญหาของตนเอง
และครอบครัว รักษาสิ่งแวดล้อม มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ในด้านรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์ สุจริต
มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งมั่นในการท างาน รักความเป็นไทย มีจิตสาธารณะ สามารถอยู่ร่วมกันได้
อย่างสันติสุข
ตัวชี้วัด
1. อธิบายการเผยแผ่พระพุทธศาสนาหรือศาสนาที่ตนนับถือสู่ประเทศไทย
2. วิเคราะห์ความส าคัญของพระพุทธศาสนาหรือศาสนาที่ตนนับถือที่มีต่อสภาพแวดล้อมในสังคมไทย
รวมทั้งการพัฒนาตนและครอบครัว
3. วิเคราะห์พุทธประวัติตั้งแต่ประสูติจนถึงบ าเพ็ญทุกขกิริยาหรือประวัติศาสดาที่ตนนับถือ ตามที่ก าหนด
4. วิเคราะห์และประพฤติตนตามแบบอย่างการด าเนินชีวิตและข้อคิดจากประวัติสาวก ชาดก เรื่องเล่า
และศาสนิกชนตัวอย่างตามที่ก าหนด
5. อธิบายจริยวัตรของสาวกเพื่อเป็นแบบอย่างในการประพฤติปฏิบัติและปฏิบัติตนอย่างเหมาะสมต่อ
สาวกของศาสนาที่ตนนับถือ
6. ปฏิบัติตนอย่างเหมาะสมต่อบุคคลต่าง ๆ ตามหลักศาสนาที่ตนนับถือตามที่ก าหนด
7. จัดพิธีกรรมและปฏิบัติตนในศาสนพิธี พิธีกรรมได้ถูกต้อง
8. อธิบายประวัติ ความส าคัญ และปฏิบัติตนในวันส าคัญทางศาสนาที่ตนนับถือตามที่ก าหนดได้ถูกต้อง
9. บ าเพ็ญประโยชน์ต่อศาสนสถานของศาสนาที่ตนนับถือหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
94
รายวิชา ส21103 ประวัติศาสตร์ไทย 1
1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หนวยกิต
——————————————————————————————————————————
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษาเรื่องของเวลา การแบ่งเวลา การเทียบศักราช ในระบบต่าง ๆ การแบ่งยุคสมัยใน
ประวัติศาสตร์ของชาติเพื่อ ให้เข้าใจเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ และเปรียบเทียบการนับศักราชในระบบต่างๆ
ในการศึกษาประวัติศาสตร์ได้อย่างถูกต้อง
ศึกษาวิธีการทางประวัติศาสตร์ ประเภทและหลักฐานทางประวัติศาสตร์ เพื่อใช้ในการศึกษา
ประวัติศาสตร์ได้อย่างถูกต้อง
โดยใช้กระบวนการทางประวัติศาสตร์ การส ารวจและการตรวจสอบหลักฐานในการสืบค้นข้อมูลและ
อธิบายให้เกิดความรู้ความเข้าใจในการคิดวิเคราะห์ ศึกษาหลักฐานทางประวัติศาสตร์
เพื่อให้เข้าใจความสัมพันธ์และความส าคัญของอดีตที่มีต่อปัจจุบันและอนาคต ตลอดจนเข้าใจ
พัฒนาการของมนุษยชาติที่มีความเปลี่ยนแปลงจากอดีตตนถึงปัจจุบันและผลกระทบที่มีต่อสังคมไทย เข้าใจและ
อยู่ร่วมกับสังคมที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ตัวชี้วัด
1. วิเคราะห์ความส าคัญของเวลาในการศึกษาประวัติศาสตร์
2. เทียบศักราชตามระบบต่างๆที่ใช้ศึกษาประวัติศาสตร์
3. น าวิธีการทางประวัติศาสตร์มาใช้ศึกษาเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์หลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
95
รายวิชา ส21104 สังคมศึกษา 2
2 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.0 หนวยกิต
—————————————————————————————————————————-
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษากฎหมายในเรื่องการคุ้มครองสิทธิของบุคคล กฎหมายการคุ้มครองเด็ก กฎหมายการศึกษา
กฎหมายการคุ้มครองผู้บริโภค กฎหมายลิขสิทธิ์ ประโยชน์ของการปฏิบัติตนตามกฎหมาย การคุ้มครองสิทธิของ
บุคคล บทบาทและหน้าที่ของเยาวชนที่มีต่อสังคมและประเทศชาติ โดยเน้นจิตสาธารณะ เช่น เคารพกติกา
สังคม ปฏิบัติตนตามกฎหมาย มีส่วนร่วมและรับผิดชอบในกิจกรรมทางสังคม อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และ
การรักษาสาธารณประโยชน์เปรียบเทียบความคล้ายคลึง และความแตกต่างระหว่างวัฒนธรรมไทยกับวัฒนธรรมของ
ประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งเป็นปัจจัยในการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีหรืออาจน าไปสู่ความเข้าใจผิด
ต่อกัน
ศึกษาการปฏิบัติตนในการเคารพในสิทธิของตนเองและผู้อื่น ตลอดจนอธิบายหลักการ
เจตนารมณ์ โครงสร้าง และสาระส าคัญของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับปัจจุบัน รวมทั้งวิเคราะห์
การแบ่งอ านาจและการถ่วงดุลอ านาจอธิปไตยทั้ง 3 ฝ่าย คือ นิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการ ตามที่ระบุใน
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับปัจจุบัน พร้อมทั้งสามารถปฏิบัติตนตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่ง
ราชอาณาจักรไทยฉบับปัจจุบันที่เกี่ยวกับสิทธิ เสรีภาพและหน้าที่ของประชาชนชาวไทย
ศึกษาวิเคราะห์กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับตนเอง ครอบครัว ชุมชน และประเทศชาติ การปฏิบัติ
ตนตามสถานภาพ บทบาท สิทธิเสรีภาพ และหน้าที่ในฐานะพลเมืองดีตามวิถีประชาธิปไตย เข้าใจบทบาท
ความส าคัญและความสัมพันธ์ของสถาบันทางสังคมวัฒนธรรมไทยและวัฒนธรรมของประเทศในภูมิภาคเอเชีย
เพื่อน าไปสู่ความเข้าใจอันดีระหว่างกัน กระบวนการในการตรากฎหมายเพื่อให้เกิดความถูกต้องและยุติธรรม
เหตุการณ์และการเปลี่ยนแปลงส าคัญของระบอบการปกครองของไทย หลักการวิเคราะห์ข้อมูล ข่าวสารของ
ประชาชนทางการเมืองที่มีผลต่อตนเอง สังคม และประเทศชาติ
โดยใช้กระบวนการสืบค้นข้อมูล บทบาทสมมติ คิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ กระบวนการกลุ่ม
แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ฝึกปฏิบัติสรุป น าเสนอข้อมูลและการใช้เหตุผลในการแก้ปัญหา
เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจกฎหมายในการคุ้มครองสิทธิของบุคคล กระบวนการในการตรา
กฎหมาย บทบาทความส าคัญและความสัมพันธ์ของสถาบันทางสังคมวัฒนธรรมไทยและวัฒนธรรมของประเทศ
ในภูมิภาคเอเชียเพื่อน าไปสู่ความเข้าใจอันดีระหว่างกัน ตลอดจนตระหนักเห็นคุณค่าของการน าความรู้ไป
ประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ในชีวิตประจ าวัน มีความรักชาติ ศาสน์กษัตริย์ มีความซื่อสัตย์ มีวินัย ใฝ่รู้ใฝ่เรียน
มีจิตสาธารณะสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสุข
ตัวชี้วัด
1. ปฏิบัติตามกฎหมายในการคุ้มครองสิทธิของบุคคล
2. ระบุความสามารถของตนเองในการท าประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติ
3. อภิปรายเกี่ยวกับคุณค่าทางวัฒนธรรมที่เป็นปัจจัยในการสร้างความสัมพันธ์ที่ดี
หรืออาจน าไปสู่ความเข้าใจผิดต่อกันหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
96
4. แสดงออกถึงการเคารพในสิทธิของตนเองและผู้อื่น
5. อธิบายหลักการเจตนารมณ์ โครงสร้างและสาระส าคัญของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
ฉบับปัจจุบันโดยสังเขป
6. วิเคราะห์บทบาทการถ่วงดุลของอ านาจอธิปไตยในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับ
ปัจจุบัน
7. ปฏิบัติตนตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับปัจจุบันที่เกี่ยวข้องกับ
ตนเอง
8. อธิบายและปฏิบัติตนตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับตนเอง ครอบครัว ชุมชน และประเทศ
9. เห็นคุณค่าในการปฏิบัติตนตามสถานภาพ บทบาท สิทธิ เสรีภาพ หน้าที่ในฐานะพลเมืองดี
ตามวิถีประชาธิปไตย
10. วิเคราะห์บทบาท ความส าคัญ และความสัมพันธ์ของสถาบันทางสังคม
11. อธิบายความคล้ายคลึงและความแตกต่างของวัฒนธรรมไทย และวัฒนธรรมของประเทศใน
ภูมิภาคเอเชีย เพื่อน าไปสู่ความเข้าใจอันดีระหว่างกัน
12. อธิบายกระบวนการในการตรากฎหมาย
13. วิเคราะห์ข้อมูลข่าวสารทางการเมืองการปกครองที่มีผลกระทบต่อสังคมไทยสมัยปัจจุบันหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
97
รายวิชา ส21105 พระพุทธศาสนา 2
1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หนวยกิต
—————————————————————————————————————————-
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษาพระรัตนตรัยตามหลักพุทธคุณ 9 อริยสัจ 4 ทุกข์ (ธรรมที่ควรรู้) ในเรื่อง ขันธ์ 5 (ธาตุ 4)
สมุทัย (ธรรมที่ควรละ) ในเรื่องหลักกรรม อบายมุข 6 นิโรธ (ธรรมที่ควรบรรลุ) ในเรื่องสุข 2 (กายิก เจตสิก)
คิหิสุข มรรค (ธรรมที่ควรเจริญ) ในเรื่องไตรสิกขา มงคล 38 (ไม่คบ คนพาล คบบัณฑิต บูชาผู้ควรบูชา)
ศึกษาพุทธศาสนสุภาษิต ในเรื่อง ย เว เสวติ ตาทิโส (คบคนเช่นใดย่อมเป็นเช่นนั้น)
อตฺตนาโจทยตฺตาน (จงเตือนตนด้วยตน) นิสมฺม กรณ เสยฺโย (ใคร่ครวญก่อนจึงท าดีกว่า) ทุราวาสา ฆรา ทุกฺ
ขานา โจทยตฺตาน (เรือนที่ครองไม่ดีน าทุกข์มาให้)
ศึกษาการปฏิบัติตนตามหลักธรรมและน าไปพัฒนา แก้ปัญหาของตนและครอบครัวในการ
ด ารงชีวิตแบบพอเพียงและดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมเพื่อการอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสุข
ศึกษาการพัฒนาจิตเพื่อการเรียนรู้และและการด าเนินชีวิตด้วยวิธีคิดแบบโยนิโสมนสิการ (วิธีคิด
แบบคุณค่าแท้ คุณค่าเทียม วิธีคิดแบบคุณ-โทษและทางออก) และ กรรมฐาน 2 ปธาน 4 โกศล 3 สวดมนต์แผ่
เมตตา บริหารจิต และเจริญปัญญาด้วยอานาปานสติ บุคคลที่เป็นแบบอย่างด้านศาสนสัมพันธ์
โดยใช้กระบวนการสืบค้นข้อมูล คิดวิเคราะห์ กระบวนการทางสังคม การฝึกปฏิบัติจริง
กระบวนการกลุ่ม และแก้ปัญหา
เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจ สามารถน าไปปฏิบัติในการด าเนินชีวิต สามารถเผชิญสถานการณ์
ต่างๆน าไปพัฒนาแก้ปัญหาของตนเองและครอบครัว รักษาสิ่งแวดล้อม มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ในด้านรัก
ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์ สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งมั่นในการท างาน รักความเป็น
ไทย มีจิตสาธารณะ สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสุข
ตัวชี้วัด
1. อธิบายพุทธคุณและข้อธรรมส าคัญในกรอบอริยสัจ 4 หรือหลักธรรมของศาสนาที่ตนนับถือ
ตามที่ก าหนด เห็นคุณค่าและน าไปพัฒนาแก้ปัญหาของตัวเองและครอบครัว
2. เห็นคุณค่าของการพัฒนาจิตเพื่อการเรียนรู้และการด าเนินชีวิตด้วยวิธีคิดแบบโยนิโส
มนสิการคือวิธีคิดแบบคุณค่าแท้-คุณค่าเทียม และวิธีคิดแบบคุณ-โทษและทางออกหรือ
การพัฒนาจิตตามแนวทางของศาสนาที่ตนนับถือ
3. สวดมนต์ แผ่เมตตา บริหารจิต และเจริญปัญญาด้วยอานาปานสติหรือตามแนวทางของ
ศาสนาที่ตนนับถือตามที่ก าหนด
4. วิเคราะห์และปฏิบัติตนตามหลักธรรมทางศาสนาที่ตนนับถือในการด ารงชีวิตแบบพอเพียง
และดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมเพื่อการอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสุข
5. วิเคราะห์เหตุผลความจ าเป็นที่ทุกคนต้องศึกษาเรียนรู้ศาสนาอื่นๆ
6. ปฏิบัติตนต่อศาสนิกชนอื่นในสถานการณ์ต่างๆได้อย่างเหมาะสม
7. วิเคราะห์การกระท าของบุคคลที่เป็นแบบย่างด้านศาสนสัมพันธ์และน าเสนอแนวทางการ
ปฏิบัติของตนเอง หลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
98
รายวิชา ส21106 ประวัติศาสตร์ไทย 2
1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หนวยกิต
—————————————————————————————————————————-
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษาประวัติความเป็นมาของอาณาจักรต่างๆในดินแดนประเทศไทยสมัยก่อนสมัยสุโขทัย ตั้งแต่
อดีตจนถึงปัจจุบันโดยสังเขป
ศึกษาประวัติศาสตร์สมัยสุโขทัย ด้านการเมือง การปกครอง เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม
โดยเน้นการสร้างและพัฒนาชาติไทย
ศึกษาแหล่งอารยธรรมที่มีอิทธิพลต่อพัฒนาการทางสังคม เศรษฐกิจ และการเมืองรวมทั้งเหตุการณ์
ส าคัญของประเทศต่างๆในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
โดยใช้กระบวนการทางประวัติศาสตร์ การส ารวจและการตรวจสอบหลักฐานในการสืบค้นข้อมูล
และอธิบายให้เกิดความรู้ความเข้าใจในการคิดวิเคราะห์ศึกษาหลักฐานทางประวัติศาสตร์
เพื่อให้เกิดความเข้าใจในพัฒนาการของชาติไทย เกิดความภาคภูมิใจความเป็นปึกแผ่นของชนชาติ
ไทย และมีความเข้าใจในพัฒนาการทางสังคมเศรษฐกิจและการเมืองของประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคเอเชีย
ตะวันออก เฉียงใต้รวมทั้งแหล่งอารยธรรมโบราณใน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ตัวชี้วัด
1. อธิบายเรื่องราวทางประวัติศาสตร์สมัยก่อนสุโขทัยในดินแดนไทยโดยสังเขป
2. วิเคราะห์พัฒนาการของอาณาจักรสุโขทัยในด้านต่าง ๆ
3. วิเคราะห์อิทธิพลของวัฒนธรรม และภูมิปัญญาไทยสมัยสุโขทัย และสังคมไทยในปัจจุบัน
4. อธิบาย พัฒนาการทางสังคมเศรษฐกิจและการเมืองของประเทศต่าง ๆในภูมิภาคเอเชียตะวันออก
เฉียงใต้
5. ระบุความส าคัญของแหล่งอารยธรรมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
99
รายวิชา ส21107 อิสลามศึกษา 1
1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หนวยกิต
—————————————————————————————————————————–
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษา การศรัทธาต่ออัลลอฮฺ คุณลักษณะของอัลลออฮฺสุบหานะฮุวะตะอาลา ประโยชน์ของเตา
ฮีดอัร-รูบูบียะฮฺ และบทลงโทษของชิรฺก สิ่งที่วาญิบ ฟัรดู ชัรฏฺ สุนนะฮฺ และสิ่งที่ท าให้เสียการละหมาด
วิธีการละหมาดสุนนะฮฺ ตะรอวีหฺและวิตฺร การปกปิดเอาเราะฮฺ ชีวประวัติก่อนและหลังรับวะหฺยุ คุณลักษณะ
บทบาทหน้าที่ ค าสั่งสอน คุณธรรม จริยธรรมของท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม และคอลีฟะฮฺ
ทั้งสี่
โดยใช้กระบวนการสร้างความรู้ ความเข้าใจ กระบวนการปฏิบัติและกระบวนการสร้างนิสัย เพื่อให้
เกิดความรู้ ความเข้าใจ เห็นคุณค่าและสามารถน าความรู้มาปฏิบัติในชีวิตประจ าวัน
ตัวชี้วัด
1. อธิบายความหมายคุณลักษณะของอัลลอฮฺ สุบหานะฮุวะตะอาลาและการชิรฺก
ตามเตาฮีดอัร-รูบูบียะฮฺ
2. เชื่อมั่น ยอมรับและปฏิบัติตนเป็นผู้ที่มีความศรัทธาต่ออัลลอฮฺ สุบหานะฮุวะตะอาลา
ตามเตาฮีดอัร-รูบูบียะฮฺ
3. อธิบายและเห็นคุณค่าบทบัญญัติเกี่ยวกับการละหมาดและการปกปิดเอาเราะฮฺ
4. ปฏิบัติตามบทบัญญัติเกี่ยวกับการละหมาดและการปกปิดเอาเราะฮฺ
5. อธิบายความเป็นมา ความส าคัญ ประวัติของท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม
และเคาะลีฟฮฺทั้งสี่
6. วิเคราะห์พฤติกรรมและปฏิบัติตนเป็นมุสลิมที่ดี มีคุณธรรมจริยธรรมตามแบบอย่างของท่าน
นบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม
7. เห็นคุณค่า คุณธรรมจริยธรรมที่ดีงามของท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม
และเคาะลีฟฮฺทั้งสี่ และน าแบบอย่างไปใช้ในการด าเนินชีวิต
8. ยอมรับผู้อื่นที่ปฏิบัติตนตามแบบอย่างของท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม หลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
100
รายวิชา ส21108 อิสลามศึกษา 2
1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หนวยกิต
—————————————————————————————————————————–
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษาศาสนสถานที่ส าคัญ ประวัติความเป็นมาของอัล-กุรฺอาน อ่านตามหลักการอ่านมีมสากินะฮฺ สู
เราะฮฺอัล-ลัยลฺ และอัช- ชัมสฺ หลักค าสอนและท่องจ าสูเราะฮฺอัล-ซิลซาลและอัล-อาดิยาต เห็นคุณค่าและ
ปฏิบัติตนในการเป็นผู้น า ผู้ตาม การรักษาระเบียบวินัย การตรงต่อเวลา การรู้จักความพอเพียงและพอใจใน
สิ่งที่ตนมีตามทัศนะอิสลาม
โดยใช้กระบวนการสร้างความรู้ ความเข้าใจ กระบวนการปฏิบัติและกระบวนการสร้างนิสัย เพื่อให้เกิด
ความรู้ ความเข้าใจ เห็นคุณค่าและสามารถน าความรู้มาปฏิบัติในชีวิตประจ าวัน
ตัวชี้วัด
1. วิเคราะห์ความส าคัญและบ าเพ็ญประโยชน์ต่อศาสนสถาน
2. อ่าน เขียนอายะฮฺ และท่องจ าสูเราะฮฺที่ก าหนด
3. บอกความหมาย ความส าคัญโดยสรุปของสูเราะฮฺที่ก าหนดและน าหลักค าสอนมาใช้ในการด าเนิน
ชีวิตหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
101
รายวิชา ส22101 สังคมศึกษา 3
2 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.0 หนวยกิต
—————————————————————————————————————————–
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษาต าแหน่งที่ตั้งทางภูมิศาสตร์และลักษณะทางกายภาพ สังคม และวัฒนธรรมของทวีป
ยุโรปและแอฟริกา ลักษณะทางกายภาพ และสังคมของทวีปยุโรปและแอฟริกา ที่มีผลต่อพัฒนาการทางสังคม
เศรษฐกิจ และการเมืองของภูมิภาค
ศึกษาอิทธิพลของอารยธรรมตะวันตกที่ส่งผลต่อพัฒนาการและการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลกและ
ความร่วมมือของกลุ่มประเทศในทวีปยุโรปและแอฟริกากับประเทศนอกภูมิภาค
โดยใช้กระบวนการสืบค้นความรู้ รวบรวมข้อมูล การวิเคราะห์ สังเคราะห์ การอภิปราย การ
แก้ปัญหา การสรุปและน าเสนอข้อมูล
เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจ สามารถใช้แหล่งเรียนรู้และเทคโนโลยีในการสืบค้นข้อมูล พัฒนาการของ
มนุษยชาติและวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงและผลกระทบที่เกิดขึ้นสามารถน าความรู้ไปประยุกต์ใช้ใน
ชีวิตประจ าวัน
ตัวชี้วัด
1. ใช้เครื่องมือทางภูมิศาสตร์ในการรวบรวม วิเคราะห์ และน าเสนอข้อมูลเกี่ยวกับ ลักษณะทาง
กายภาพและสังคมของทวีปยุโรป และแอฟริกา
2. วิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างลักษณะทางภายภาพ และสังคมของทวีปยุโรป และแอฟริกา
3. วิเคราะห์การก่อเกิดสิ่งแวดล้อมใหม่ทางสังคม อันเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติ
และทางสังคมของทวีปยุโรป และแอฟริกา
4. ระบุแนวทางการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมในทวีปยุโรป และ แอฟริกา
5. ส ารวจ อภิปรายประเด็นปัญหาเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นในทวีปยุโรป และแอฟริกา
6. วิเคราะห์เหตุและผลกระทบที่ประเทศไทยได้รับจากการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อมในทวีป
ยุโรป และแอฟริกา
7. อธิบายพัฒนาการทางสังคม เศรษฐกิจและการเมืองของภูมิภาคต่างๆในโลกโดยสังเขป
8. วิเคราะห์ผลของการเปลี่ยนแปลงที่น าไปสู่ความร่วมมือและความขัดแย้งในคริสตวรรษที่ 20
ตลอดจนความพยายามในการแก้ปัญหาความขัดแย้งหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
102
รายวิชา ส22102 พระพุทธศาสนา 3
1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หนวยกิต
—————————————————————————————————————————-
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษาการเผยแผ่พระพุทธศาสนาสู่ประเทศเพื่อนบ้าน ความส าคัญของพระพุทธศาสนาที่ช่วยในการ
เสริมสร้างความเข้าใจอันดีกับประเทศเพื่อนบ้าน เป็นรากฐานของวัฒนธรรม เอกลักษณ์ของชาติ และมรดกของ
ชาติ การพัฒนาชุมชนและการจัดระเบียบสังคม
ศึกษาพุทธประวัติ ตอนผจญมาร การตรัสรู้ การสั่งสอน ประวัติพระสารีบุตร พระโมคคัลลานะ นาง
ขุชชุตตรา พระเจ้าพิมพิสาร มิตตวินทุกชาดก ราโชวาทชาดก พระมหาธรรมราชาลิไทย สมเด็จพระมหาสมณ
เจ้ากรมพระยาวชิรญาณวโรรส
ศึกษามารยาทของความเป็นศาสนิกชนที่ดีที่ปฏิบัติตนในศาสนพิธี พิธีกรรม และหลักค าสอนที่
เกี่ยวเนื่องกับวันส าคัญทางพระพุทธ ศาสนา
โดยใช้กระบวนการสืบค้นข้อมูล คิดวิเคราะห์ กระบวนการทางสังคม การฝึกปฏิบัติ การใช้บทบาท
สมมติและการแก้ปัญหา
เพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ สามารถน าไปปฏิบัติในการด าเนินชีวิต น าไปพัฒนาและแก้ปัญหา
ของชุมชนและสังคม มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ในด้านรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้อยู่
อย่างพอเพียง มุ่งมั่นในการท างาน รักความเป็นไทย มีจิตสาธารณะสามารถด าเนินชีวิตอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสุข
ตัวชี้วัด
1. อธิบายการเผยแผ่พระพุทธศาสนาหรือศาสนาที่ตนนับถือสู่ประเทศเพื่อนบ้าน
2. วิเคราะห์ความส าคัญของพระพุทธศาสนาหรือศาสนาที่ตนนับถือ ที่ช่วยเสริมสร้างความเข้าใจ
อันดีกับประเทศเพื่อนบ้าน
3. วิเคราะห์ความส าคัญของพระพุทธศาสนาหรือศาสนาที่ตนนับถือ ในฐานะที่เป็นรากฐานของ
วัฒนธรรม เอกลักษณ์ของชาติ และมรดกของชาติ
4. อภิปรายความส าคัญของพระพุทธศาสนาหรือศาสนาที่ตนนับถือกับการพัฒนาชุมชนและการจัด
ระเบียบสังคม
5. วิเคราะห์พุทธประวัติหรือประวัติศาสดาของศาสนาที่ตนนับถือตามที่ก าหนด
6. วิเคราะห์และประพฤติตนตามแบบอย่างการด าเนินชีวิตและข้อคิดจากประวัติสาวก ชาดก
เรื่องเล่า และศาสนิกชนตัวอย่างตามที่ก าหนด
7. ปฏิบัติตนอย่างเหมาะสมต่อบุคคลต่าง ๆ ตามหลักศาสนาที่ตนนับถือตามที่ก าหนด
8. มีมรรยาทของความเป็นศาสนิกชนที่ดีตามที่ก าหนด
9. วิเคราะห์คุณค่าของศาสนพิธีและปฏิบัติตนได้ถูกต้อง
10. อธิบายค าสอนที่เกี่ยวกับวันส าคัญทางศาสนาและปฏิบัติตนได้ถูกต้อง
11. อธิบายความแตกต่างของศาสนพิธี พิธีกรรม ตามแนวทางของศาสนาอื่น ๆ เพื่อน าไปสู่การ
ยอมรับและความเข้าใจซึ่งกันและกันหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
103
รายวิชา ส22103 ประวัติศาสตร์ไทย 3
1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หนวยกิต
—————————————————————————————————————————-
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษาวิธีการประวัติศาสตร์ในการเรียนรู้การประเมินความน่าเชื่อถือของหลักฐาน ประเภทของข้อมูล
หลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่อยู่ในท้องถิ่นหรือ ข้อมูลจากเอกสารต่างๆ สมัยอยุธยา เช่น ข้อความบางตอนใน
พงศาวดารหรือ จดหมายเหตุชาวต่างชาติ
ศึกษาพัฒนาการของอาณาจักรอยุธยาที่เกิดจากปัจจัยส าคัญที่ส่งผลต่อความเจริญรุ่งเรืองของ
อาณาจักร
ศึกษาภูมิปัญญาและวัฒนธรรมไทยสมัยอยุธยา ที่มีอิทธิพลต่อการพัฒนาชาติไทยในยุคต่อมา
ตลอดจนวีรกรรมของบรรพบุรุษไทยที่มีส่วนสร้างสรรค์ชาติไทย เช่น สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 พระสุริโยทัย
พระนเรศวรมหาราช พระนารายณ์มหาราช
โดยใช้วิธีการทางประวัติศาสตร์ วิเคราะห์ สังเคราะห์ และประเมินความเชื่อถือของข้อเท็จจริง
และอธิบายพัฒนาของเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์
เพื่อให้ผู้เรียนเห็นคุณค่าของการน าความรู้ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจ าวันมีเหตุผล ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่น
ในการท างาน รักความเป็นไทย ใช้ชีวิตอย่างพอเพียง
ตัวชี้วัด
1. ประเมินความน่าเชื่อถือของหลักฐานทางประวัติศาสตร์ในลักษณะต่างๆ
2. วิเคราะห์ความแตกต่างระหว่างความจริงกับข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์
3. เห็นความส าคัญของการตีความทางประวัติศาสตร์ที่น่าเชื่อถือ
4. วิเคราะห์พัฒนาการของอาณาจักรอยุธยาและธนบุรีในด้านต่างๆ
5. วิเคราะห์ปัจจัยที่ส่งผลต่อความมั่นคงและความเจริญรุ่งเรืองของอาณาจักรอยุธยา
6. ระบุภูมิปัญญาและวัฒนธรรมไทยสมัยอยุธยา และธนบุรีและอิทธิพลของภูมิปัญญาต่อการ
พัฒนาชาติไทยยุคต่อมาหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
104
รายวิชา ส22104 สังคมศึกษา 4
2 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.0 หนวยกิต
—————————————————————————————————————————-
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษาความหมายและความส าคัญของเศรษฐศาสตร์เบื้องต้น หลักการการบริโภค ปัจจัยที่มีอิทธิพล
ต่อพฤติกรรมการบริโภค รวมทั้งค่านิยมและพฤติกรรมของการบริโภคของคนในสังคมปัจจุบัน ที่มีผลต่อ
เศรษฐกิจชุมชนและประเทศ
ศึกษาความหมาย กฎอุปสงค์ อุปทาน ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการก าหนดอุปสงค์และอุปทาน
หลักการส าคัญของเศรษฐกิจพอเพียงและโครงการพระราชด าริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รวมทั้ง
กฎหมายเกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญา ความส าคัญและคุณค่า การประยุกต์ใช้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ในการ
ด ารงชีวิตต่อสังคมไทย
ศึกษาการลงทุนและการออม การบริหารจัดการเงินภาคครัวเรือน ปัจจัยและปัญหาการลงทุน การ
ออมในสังคมไทย บทบาทหน้าที่ของสถาบันการเงิน การผลิตสินค้าและบริการ หน่วยงานที่มีบทบาทหน้าที่
เกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค กฎหมายการคุ้มครองสิทธิประโยชน์ผู้บริโภค
ศึกษาระบบเศรษฐกิจแบบต่างๆ ตลาดและประเภทของตลาด กลไกราคา และการก าหนดราคาใน
ระบบเศรษฐกิจผลกระทบที่เกิดจากภาวะเงินเฟ้อ เงินฝืด ปัญหาการว่างงาน ความสัมพันธ์ระหว่างแนวคิด
เศรษฐกิจพอเพียงกับระบบสหกรณ์ บทบาทหน้าที่ของรัฐบาลในระบบเศรษฐกิจ นโยบายและกิจกรรมทาง
เศรษฐกิจของรัฐบาลที่มีต่อประเทศชาติ บทบาทความส าคัญของการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ
การกีดกันทางการค้า
โดยใช้วิธีการกระบวนการกลุ่ม ฝึกปฏิบัติในการออม จ าลองสถานการณ์ ส ารวจตลาดจาก
ประสบการณ์ตรง การเผชิญปัญหาและการแก้ไขสถานการณ์ คิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ รวบรวมข้อมูล อภิปราย
และ น าเสนอข้อมูลองค์ความรู้สืบค้นความรู้
เพื่อมีความรู้เข้าใจหลักเศรษฐศาสตร์เบื้องต้น สามารถคิดวิเคราะห์เชื่อมโยงความรู้
เสนอแนะแนวทางแก้ปัญหาเศรษฐกิจ เกิดความตระหนักถึงความส าคัญของการน าปรัชญาเศรษฐกิจ
พอเพียงมาแก้ปัญหาเศรษฐกิจสังคมไทย
ตัวชี้วัด
1. อธิบายความหมายและความส าคัญของเศรษฐศาสตร์
2. วิเคราะห์ค่านิยม และพฤติกรรมการบริโภคของคนในสังคมซึ่งส่งผลต่อเศรษฐกิจ
ของชุมชนและประเทศ
3. อธิบายความเป็นมาหลักการและความส าคัญของปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงต่อสังคมไทย
4. วิเคราะห์บทบาทหน้าที่ และความแตกต่างของสถาบันการเงินแต่ละประเภท
และธนาคารกลาง
5. ยกตัวอย่างที่สะท้อนให้เห็นการพึ่งพาอาศัยกัน และการแข่งขันกันทางเศรษฐกิจ ในประเทศ
6. ระบุปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการก าหนด อุปสงค์และอุปทาน
7. อภิปรายผลของการมีกฎหมายเกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญาหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
105
8. วิเคราะห์ปัจจัยที่มีผลต่อการลงทุนและการออม
9 . อธิบายปัจจัยการผลิตสินค้าและบริการ และปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการผลิตสินค้า และบริการ
10. เสนอแนวทางการพัฒนาการผลิตในท้องถิ่นตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
11. อภิปรายแนวทางการคุ้มครองสิทธิของตนเองในฐานะผู้บริโภค
12. อภิปรายระบบเศรษฐกิจแบบต่างๆ
13. ยกตัวอย่างที่สะท้อนให้เห็นการพึ่งพาอาศัยกัน และการแข่งขันทางเศรษฐกิจ ในภูมิภาค
เอเชีย
14. วิเคราะห์การกระจายของทรัพยากร ในโลกที่ส่งผลต่อความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ
ระหว่างประเทศ
15. วิเคราะห์การแข่งขันทางการค้าในประเทศและต่างประเทศส่งผลต่อ คุณภาพ สินค้า
ปริมาณการผลิตและ ราคาสินค้า
16. อธิบายกลไกราคาในระบบเศรษฐกิจ
17. มีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาท้องถิ่นตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
18. วิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงกับระบบสหกรณ์
19. อธิบายบทบาทหน้าที่ของรัฐบาลในระบบเศรษฐกิจ
20. แสดงความคิดเห็นต่อนโยบาย และกิจกรรมทาง เศรษฐกิจของรัฐที่มีต่อบุคคล กลุ่มคน
และประเทศชาติ
21. อภิปรายบทบาทความส าคัญของการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ
22. อภิปรายผลกระทบที่เกิดจากภาวะเงินเฟ้อ เงินฝืด
23. วิเคราะห์ผลเสียจากการว่างงาน และแนวทางแก้ปัญหา
24. วิเคราะห์สาเหตุและวิธีการกีดกันทางการค้าในการค้าระหว่างประเทศหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
106
รายวิชา ส22105 พระพุทธศาสนา 4
1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หนวยกิต
—————————————————————————————————————————-
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษาการปฏิบัติตนตามธรรมคุณ และปฏิบัติตนตามข้อธรรมส าคัญในกรอบอริยสัจ 4 ในเรื่อง
ธรรมคุณ 6 อริยสัจ 4 ทุกข์ (ธรรมที่ควรรู้) ในเรื่อง ขันธ์ 5 (อายตนะ) สมุทัย (ธรรมที่ควรละ) ในเรื่อง หลักกรรม
(สมบัติ 4 วิบัติ 4) อกุศลกรรมบถ 10 อบายมุข 6 นิโรธ (ธรรมที่ควรบรรลุ) ในเรื่อง สุข 2 ( สามิส นิรามิส)
มรรค (ธรรมที่ควรเจริญ) ในเรื่องบุพพนิมิตของมัชฌิมาปฏิปทา ดรุณธรรรม 6 กุลจิรัฏฐิติธรรม 4 กุศล
กรรมบถ 10 สติปัฏฐาน 4 มงคล 38 ในเรื่อง ประพฤติธรรม เว้นจากความชั่ว เว้นจากการดื่มน้ าเมา
ศึกษาโครงสร้างและสาระสังเขปของพระไตรปิฎก พุทธศาสนสุภาษิต กมฺมุนา วตฺตติ โลโก กลฺยาณ
การี กลฺยาณ ปาปการี จ ปาปก สุโข ปุญฺญสฺส อุจฺจโย ปูชโก ลภเต ปูช วนฺทโก ปฏิวนฺทน
ศึกษาการพัฒนาจิตเพื่อการเรียนรู้และด าเนินชีวิตด้วยวิธีคิดแบบอุบายปลุกเร้าคุณธรรม และวิธีคิด
แบบอรรถธรรมสัมพันธ์ สวดมนต์แปล แผ่เมตตา บริหารจิตและเจริญปัญญาด้วยอานาปานสติ
โดยใช้กระบวนการสืบค้นข้อมูล คิดวิเคราะห์ การปฏิบัติ รวมทั้งการเผชิญสถานการณ์และแก้ปัญหา
เพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ สามารถน าไปปฏิบัติในการด าเนินชีวิต น าไปพัฒนาและแก้ปัญหา
ของชุมชนและสังคม มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ในด้านรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้อยู่
อย่างพอเพียง มุ่งมั่นในการท างาน รักความเป็นไทย มีจิตสาธารณะ สามารถด าเนินชีวิตอยู่ร่วมกันได้
อย่างสันติสุข
ตัวชี้วัด
1. อธิบายธรรมคุณและข้อธรรมส าคัญในกรอบอริยสัจ 4 หรือหลักธรรมของศาสนาที่ตนนับถือ
ตามที่ก าหนดเห็นคุณค่าและน าไปพัฒนาแก้ปัญหาของชุมชนและสังคม
2. อธิบายโครงสร้างและสาระโดยสังเขปของพระไตรปิฎก หรือคัมภีร์ของศาสนาที่ตนนับถือ
3. เห็นคุณค่าการพัฒนาจิตเพื่อการเรียนรู้และด าเนินชีวิตด้วยวิธีคิดแบบโยนิโสมนสิการ คือวิธีคิด
แบบอุบายปลุกเร้าคุณธรรมและวิธีคิดแบบอรรถธรรมสัมพันธ์หรือการพัฒนาจิตตามแนวทางของ
ศาสนาที่ตนนับถือ
4. สวดมนต์ แผ่เมตตา บริหารจิตและเจริญปัญญาด้วยอานาปนสติหรือตามแนวทางของศาสนาที่
ตนนับถือ
5. วิเคราะห์การปฏิบัติตนตามหลักทางศาสนาที่ตนนับถือ เพื่อการด ารงตนอย่างเหมาะสมในกระแส
ความเปลี่ยนแปลงของโลกและการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
107
รายวิชา ส22106 ประวัติศาสตร์ไทย 4
1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หนวยกิต
—————————————————————————————————————————-
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษาเหตุการณ์การเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 การกู้เอกราชและรวบรวมแผ่นดินของสมเด็จพระ
เจ้าตากสิน
ศึกษาพัฒนาการของสมัยธนบุรี ในด้านการเมืองการปกครอง สังคม เศรษฐกิจและ
ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ปัจจัยที่ส่งผลต่อความมั่นคงและความเสื่อมของกรุงธนบุรี
ศึกษาภูมิปัญญาและวัฒนธรรมไทยสมัยธนบุรี ที่มีอิทธิพลต่อพัฒนาการชาติไทยในสมัยต่อมา
ตลอดจนวีรกรรมของบรรพบุรุษไทย ที่มีส่วนสร้างสรรค์ชาติไทย เช่น สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (ด้วง) สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหา สุรสิงหนาถ(บุญมา)
โดยใช้กระบวนการทางประวัติศาสตร์ การสืบค้นข้อมูล การคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ สร้างองค์
ความรู้สามารถสื่อสาร และอธิบายสิ่งที่เรียนรู้
เพื่อให้เกิดความตระหนักเห็นคุณค่าและความ ส าคัญของประวัติศาสตร์ มีความรักชาติ ศาสนา
พระมหากษัตริย์ ตลอดจนภาคภูมิใจในความเป็นไทย
ตัวชี้วัด
1. วิเคราะห์พัฒนาการของอาณาจักรอยุธยาและธนบุรีในด้านต่างๆ
2. ระบุภูมิปัญญาและวัฒนธรรมไทยสมัยอยุธยาและธนบุรี และอิทธิพลของภูมิปัญญา
ดังกล่าวต่อพัฒนาการชาติไทยในยุคสมัยต่อมา
3. วิเคราะห์ความแตกต่างระหว่างความจริงกับข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์
4. เห็นความส าคัญของการตีความทางประวัติศาสตร์ที่น่าเชื่อถือหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
108
รายวิชา ส22107 อิสลามศึกษา 3
1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หนวยกิต
—————————————————————————————————————————–
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษาการศรัทธาและคุณลักษณะของอัลลอฮฺสุบหานะฮุวะตะอาลา ตามเตาฮีดอุลูฮียะฮฺ บทลงโทษ
ของชิรฺกอุลูฮียะฮฺ ความสัมพันธ์ของโครงสร้างอิสลาม จริยวัตร สภาพก่อนและหลังอพยพ การเผยแผ่ศาสนา
อิสลามของท่านนบีมูฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม และคอลีฟะฮฺทั้งสี่ ประวัติความเป็นมาของมัสญิดอัล-
หะรอม มัสญิดอัล-นะบะวีย์ และมัสญิดอัล-อักศอ
โดยใช้กระบวนการสร้างความรู้ ความเข้าใจ กระบวนการปฏิบัติและกระบวนการสร้างนิสัย เพื่อให้เกิด
ความรู้ ความเข้าใจ เห็นคุณค่าและสามารถน าความรู้มาปฏิบัติในชีวิตประจ าวัน
ตัวชี้วัด
1. อธิบายหมาย คุณลักษณะของอัลลอฮฺสุบหานะฮุวะตะอาลา และการชิรฺกตามเตาฮีดอุลูฮียะฮฺ
2. เชื่อมั่น ยอมรับและปฏิบัติตนเป็นผู้ศรัทธาต่อของอัลลอฮฺสุบหานะฮุวะตะอาลา
ตามเตาฮีดอุลูฮียะฮฺ
3. วิเคราะห์และเชื่อมโยงความสัมพันธ์ของโครงสร้างของอิสลามหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
109
รายวิชา ส22108 อิสลามศึกษา 4
1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หนวยกิต
—————————————————————————————————————————–
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษาหลักการละหมาดสุนนะฮฺ และญัมฮฺ-ก็อศรฺ การจ่ายซะกาฮฺฟิฏรฺ การถือศีลอดสุนนะฮฺ การ
จัดการญะนาซะฮฺ การขออภัยโทษ การอดกลั้นและการให้อภัย ความกล้าหาญ และการเป็นผู้มีจิตอาสา
อ่านตามหลักการอ่านหุกุมมัด สูเราะฮฺอัล-บาลัด อัล-ฆอซียะฮฺ หลักค าสอนและท่องจ าสูเราะฮฺอัต-ตะกาษุร
และสูเราะฮฺอัล-กอรีอะฮฺ
โดยใช้กระบวนการสร้างความรู้ ความเข้าใจ กระบวนการปฏิบัติและกระบวนการสร้างนิสัย เพื่อให้เกิด
ความรู้ ความเข้าใจ เห็นคุณค่าและสามารถน าความรู้มาปฏิบัติในชีวิตประจ าวัน
ตัวชี้วัด
1. อภิปรายความหมาย ความส าคัญบทบัญญัติ วิธีการ เห็นคุณค่าและปฏิบัติตน
ในการละหมาดสุนนะฮฺและการถือศีลอดสุนนะฮฺ
2. ปฏิบัติตามบทบัญญัติเกี่ยวกับการละหมาดสุนนะฮฺและญัอมฺ-ก็อศรฺ
3. ปฏิบัติตามบทบัญญัติเกี่ยวกับการถือศีลอดสุนนะฮฺ
4. ปฏิบัติตามบทบัญญัติเกี่ยวกับการจ่ายซะกาฮฺฟิฎเราะฮฺ
5. ปฏิบัติตามบทบัญญัติเกี่ยวกับการจัดการญะนาซะฮฺ
6. วิเคราะห์พฤติกรรมและปฏิบัติตนเป็นมุสลิมที่ดี มีคุณธรรมจริยธรรมตามแบบอย่างของ
ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม
7. ยอมรับและชื่นชมผู้อื่นที่ปฏิบัติตนตามแบบอย่างของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม
8. อ่านเขียนอายะฮฺตามหลักการอ่านและท่องจ าสูเราะฮฺที่ก าหนด
9. อธิบายความหมาย ความส าคัญของสูเราะฮฺที่ก าหนด และน าหลักค าสอนมาใช้
ในการด าเนินชีวิตหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
110
รายวิชา ส23101 สังคมศึกษา 5
2 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.0 หนวยกิต
—————————————————————————————————————————-
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษาลักษณะทางกายภาพและสังคมของทวีปอเมริกาเหนือและอเมริกาใต้ ด้าน ความสัมพันธ์การ
ก่อเกิดสิ่งแวดล้อมใหม่ทางสังคมเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงประชากรเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรมของทวีป
อเมริกาเหนือ อเมริกาใต้ และแนวทางการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ปัญหาเกี่ยวกับ
สิ่งแวดล้อม และผลกระทบต่อเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อม
ศึกษาปัจจัยทางภูมิศาสตร์ที่มีผลต่อพัฒนาการทางสังคม เศรษฐกิจและการเมือง อิทธิพลของ
อารยธรรมตะวันตกที่ส่งผลต่อพัฒนาการ การเปลี่ยนแปลงของสังคมโลกที่น าไปสู่ความร่วมมือ และความขัดแย้ง
ในคริสต์ศตวรรษที่ 20
โดยใช้วิธีการรวบรวมข้อมูล อภิปราย กระบวนการกลุ่ม วิเคราะห์ สังเคราะห์ และ
น าเสนอข้อมูลองค์ความรู้
เพื่อสามารถวิเคราะห์และเปรียบเทียบ ลักษณะทางกายภาพที่มีผลต่อพัฒนาการทางสังคม
เศรษฐกิจ การเมืองที่ส่งผลต่อเนื่องถึงการเปลี่ยนแปลงของโลกโดยรวม
ตัวชี้วัด
1. ใช้เครื่องมือทางภูมิศาสตร์ในการรวบรวม วิเคราะห์และน าเสนอข้อมูลเกี่ยวกับ
ลักษณะทางกายภาพและสังคมของทวีปอเมริกาเหนือ และอเมริกาใต้
2. วิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างลักษณะทางกายภาพและสังคมของทวีปอเมริกาเหนือ
และอเมริกาใต้
3. วิเคราะห์การก่อเกิดสิ่งแวดล้อมใหม่ทางสังคม อันเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงทาง
ธรรมชาติและทางสังคมของทวีปอเมริกาเหนือและอเมริกาใต้
4. ระบุแนวทางการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมในทวีปอเมริกาเหนือ
และอเมริกาใต้
5. ส ารวจ อภิปรายประเด็นปัญหาเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นในทวีปอเมริกาเหนือ
และอเมริกาใต้
6. วิเคราะห์เหตุผลและผลกระทบต่อเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อมในทวีป
อเมริกาเหนือ และอเมริกาใต้ที่ส่งผลต่อประเทศไทย
7. อธิบายพัฒนาการทางสังคม เศรษฐกิจ และการเมืองของภูมิภาคต่าง ๆ ในโลก
โดยสังเขป
8. วิเคราะห์ผลของการเปลี่ยนแปลงที่น าไปสู่ความร่วมมือ และความขัดแย้งในคริสต์
ศตวรรษที่ 20 ตลอดจน ความพยายามในการขจัดปัญหาความขัดแย้งหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
111
รายวิชา ส23102 พระพุทธศาสนา 5
1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หนวยกิต
—————————————————————————————————————————-
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษาเกี่ยวกับประวัติและความส าคัญของพระพุทธศาสนา ในฐานะที่ช่วยสร้างสรรค์อารยธรรมและ
ความสงบสุขให้แก่โลก สัมมนาพระพุทธศาสนากับปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและการพัฒนาอย่างยั่งยืนการ
เผยแผ่พระพุทธศาสนาเข้าสู่ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก และการนับถือพระพุทธศาสนาของประเทศเหล่านั้นใน
ปัจจุบัน พุทธประวัติจากพระพุทธรูป ปางมารวิชัย ปางปฐมเทศนา ปางลีลา ปางประจ าวันเกิด สรุปและ
วิเคราะห์พุทธประวัติ เรื่องปฐมเทศนา โอวาทปาติโมกข์ ประวัติสาวก ชาดก/เรื่องเล่า และศาสนิกชนตัวอย่าง
คือ พระอัญญาโกณฑัญญะ พระมหาปชาบดีเถรี พระเขมาเถรี พระเจ้าปเสนทิโกศล นันทิวิสาลชาดก สุวัณณหัง
สชาดก
ศึกษาการปฎิบัติตนตามหลักธรรมและพุทธศาสนสุภาษิตพระรัตนตรัย สังฆคุณ อริยสัจ 4 ทุกข์
(ธรรมที่ควรรู้) ขันธ์5 ไตรลักษณ์สมุทัย (ธรรมที่ควรละ) หลักกรรม วัฏฏะ 3 ปปัญจธรรม 3 (ตัณหา มานะ ทิฎฐิ)
นิโรธ (ธรรมที่ควรบรรลุ) อัตถะ 3 มรรค (ธรรมที่ควรเจริญ)มรรคมีองค์ 8 ปัญญา 3 สัปปุริสธรรม 7 บุญกิริยา
วัตถุ 10 อุบาสกธรรม 7 มงคล 38 มีศิลปวิทยา พบสมณะ ฟังธรรมตามกาล สนทนาธรรมตามกาล พุทธศาสน
สุภาษิต อตฺตา หเว ชิต เสยฺโย ชนะตนนั่นแลดีกว่า ธมฺมจารีสุข เสติ ผู้ประพฤติธรรมย่อมอยู่เป็นสุข ปมาโท
มจฺจุโน ปท ความประมาทเป็นทางแห่งความตาย สุสฺสูส ลภเต ปญฺญ ผู้ฟังด้วยดีย่อมได้ปัญญา เรื่องน่ารู้จาก
พระไตรปิฎก พุทธปณิธาน 4 ในมหาปรินิพพานสูตร
โดยใช้กระบวนการ การสืบค้นข้อมูล วิเคราะห์ สังเคราะห์ การอภิปราย การสัมมนาแลกเปลี่ยน
เรียนรู้ การฝึกปฎิบัติ
เพื่อให้เกิดความตระหนักในคุณค่า การปฏิบัติตนตามหลักธรรมในการพัฒนาตน การพัฒนาจิต
ตามแนวทางศาสนาที่ตนนับถือ และวิถีการด าเนินชีวิตของศาสนิกชนในศาสนาอื่นๆ ประพฤติตนถูกต้องตาม
หลักค าสอนทางพระพุทธศาสนา และมีความศรัทธาในพระพุทธศาสนาตลอดจนปฏิบัติตนเป็นพลเมืองดี ด้วย
ความซื่อสัตย์สุจริต มีความรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ รักความเป็นไทย และมีจิตสาธารณะน าไปใช้ในชีวิตประจ าวัน
สามารถด ารงชีวิตอยู่อย่างมีความสุข
ตัวชี้วัด
1. อธิบายการเผยแผ่พระพุทธศาสนา หรือศาสนาที่ตนนับถือสู่ประเทศต่างๆ ทั่วโลก
2. วิเคราะห์ความส าคัญของพระพุทธศาสนา หรือศาสนาที่ตนนับถือในฐานะที่ช่วยสร้างสรรค์
อารยธรรม และความสงบสุขแก่โลก
3. อภิปรายความส าคัญของพระพุทธศาสนา หรือศาสนาที่ตนนับถือ กับปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพียงและการพัฒนาอย่างยั่งยืน
4. วิเคราะห์พุทธประวัติจากพระพุทธรูปปางต่างๆ หรือประวัติศาสดาที่ตนนับถือตามที่ก าหนด
5 .วิเคราะห์และประพฤติตนตามแบบอย่างการด าเนินชีวิตและข้อคิดจากประวัติสาวกชาดก/
เรื่องเล่า และศาสนิกชนตัวอย่าง ตามที่ก าหนด
6. อธิบายสังฆคุณ และข้อธรรมส าคัญในกรอบอริยสัจ 4 หรือหลักธรรมของศาสนาที่ตนนับถือ
ตามที่ก าหนดหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
112
7. เห็นคุณค่า และวิเคราะห์การปฏิบัติตนตามหลักธรรมในการพัฒนาตน เพื่อเตรียมพร้อมส าหรับ
การท างาน และการมีครอบครัว
8. เห็นคุณค่าของการพัฒนาจิตเพื่อการเรียนรู้และด าเนินชีวิตด้วยวิธีคิดแบบโยนิโส –มนสิการคือวิธี
คิดแบบอริยสัจ และวิธีคิดแบบสืบสาวเหตุปัจจัย หรือการพัฒนาจิตตามแนวทางของศาสนาที่ตน
นับถือ
9. สวดมนต์แผ่เมตตา บริหารจิตและเจริญปัญญาด้วยอานาปานสติหรือตามแนวทางของศาสนาที่
ตนนับถือหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
113
รายวิชา ส23103 ประวัติศาสตร์ 5
1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หนวยกิต
—————————————————————————————————————————-
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษาพัฒนาการของไทยในสมัยรัตนโกสินทร์ทางด้านการเมือง การปกครอง สังคม เศรษฐกิจ
และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศตามช่วงสมัยต่างๆ เหตุการณ์ส าคัญในสมัยรัตนโกสินทร์ด้านเศรษฐกิจใน
สมัยรัชกาลที่ 3 เกี่ยวกับการจัดตั้งระบบเจ้าภาษีนายอากร ด้านสังคมในสมัยรัชกาลที่ 4 เกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน
ด้านการเมืองระหว่างประเทศเกี่ยวกับลัทธิจักรวรรดินิยม
โดยใช้กระบวนการศึกษาวิเคราะห์ ใช้วิธีการทางประวัติศาสตร์ ในการประเมินความน่าเชื่อถือ
ตีความและน าเสนอข้อมูลทางประวัติศาสตร์
เพื่อวิเคราะห์เรื่องราวเหตุการณ์ส าคัญทางประวัติศาสตร์ได้อย่างมีเหตุผลตามวิธีการทาง
ประวัติศาสตร์
ตัวชี้วัด
1. วิเคราะห์เรื่องราวเหตุการณ์ส าคัญทางประวัติศาสตร์ได้อย่างมีเหตุผลตามวิธีการ
ทางประวัติศาสตร์
2. ใช้วิธีการทางประวัติศาสตร์ในการศึกษาเรื่องราวต่างๆที่ตนสนใจหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
114
รายวิชา ส23104 สังคมศึกษา 6
1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หนวยกิต
—————————————————————————————————————————-
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษาความแตกต่างของการกระท าความผิดทางอาญาและทางแพ่ง ความหมาย ความส าคัญของ
สิทธิมนุษยชน การอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยและรู้จักเลือกรับวัฒนธรรมสากลที่เหมาะสม
ศึกษาระบอบการปกครองแบบต่างๆ ในปัจจุบัน เปรียบเทียบระบอบการปกครองของไทยกับ
ประเทศอื่นๆ ที่มีการปกครองระบอบประชาธิปไตยและรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันในมาตราต่างๆที่เกี่ยวข้องกับ
การเลือกตั้ง การมีส่วนร่วมและการตรวจสอบการใช้อ านาจรัฐประเด็นปัญหาที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนา
ประชาธิปไตยของประเทศและปัจจัยของความขัดแย้งในประเทศ
โดยใช้กระบวนการ การสืบค้นข้อมูล วิเคราะห์ สังเคราะห์ การอภิปราย การแลกเปลี่ยนเรียนรู้
การสรุป การน าเสนอ
เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจเรื่องความผิดทางอาญาและทางแพ่ง สิทธิมนุษยชน การอนุรักษ์
วัฒนธรรมไทย เปรียบเทียบระบอบการปกครองของไทยกับประเทศอื่นๆ รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน เสนอ
แนวความคิดในการลดความขัดแย้งภายในประเทศ มีความรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ รักความเป็นไทย ตลอดจน
การปฏิบัติตนเป็นพลเมืองดีด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและมีจิตสาธารณะ สามารถด ารงชีวิตอยู่อย่างมีความสุข
ตัวชี้วัด
1. อธิบายความแตกต่างของการกระท าความผิดระหว่างคดีอาญาและคดีแพ่ง
2. มีส่วนร่วมในการปกป้องคุ้มครองผู้อื่นตามหลักสิทธิมนุษยชน
3. อนุรักษ์วัฒนธรรมไทยและเลือกรับวัฒนธรรมสากลที่เหมาะสม
4. อธิบายระบอบการปกครองแบบต่างๆที่ใช้ในยุคปัจจุบัน
5. วิเคราะห์เปรียบเทียบระบอบการปกครองของไทยกับประเทศอื่นๆ ที่มีการ
ปกครองระบอบประชาธิปไตย
6. วิเคราะห์ปัจจัยที่ก่อให้เกิดปัญหาความขัดแย้งในประเทศ และเสนอแนวคิดใน
การลดความขัดแย้ง
7. วิเคราะห์รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันในมาตราต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง
การมีส่วนร่วม และการตรวจสอบการใช้อ านาจรัฐ
8. วิเคราะห์ประเด็น ปัญหาที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประชาธิปไตยของ
ประเทศไทยและเสนอแนวทางแก้ไข
10. เสนอแนวคิดในการด ารงชีวิตอย่างมีความสุขในประเทศและสังคมโลกหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
115
รายวิชา ส23105 สังคมศึกษา 7
1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หนวยกิต
—————————————————————————————————————————-
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษาหลักธรรมอริยสัจ 4 และน าไปใช้ในการแก้ปัญหาและการพัฒนาคน สังคม
ศึกษาปัญหาความขัดแย้งและการแก้ปัญหาในสังคม
ศึกษาสภาพภูมิศาสตร์ ปัญหาสิ่งแวดล้อมกับความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งแวดล้อมกับคนและสังคม
ศึกษาเหตุการณ์ส าคัญในสังคมไทย และเห็นคุณค่าการน าวิธีการทางประวัติศาสตร์ไปใช้ในการศึกษา
ศึกษาสภาพเศรษฐกิจ กลไกราคา เงินเฟ้อ เงินฝืดตลอดจนการน าหลักเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้
โดยใช้กระบวนการกลุ่ม และวิธีการสัมมนาและน าเสนอองค์ความรู้
เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจสามารถวิเคราะห์ประเด็นเหตุการณ์ต่างๆ เกิดความคิดรวบยอด
ที่สามารถน าไปปรับใช้ในชีวิตประจ าวันและสังคมได้
ตัวชี้วัด
1. อธิบายธรรมคุณและข้อธรรมส าคัญในกรอบอริยสัจ 4 หรือหลักธรรมของศาสนาที่ตนนับถือ
ตามที่ก าหนดเห็นคุณค่าและน าไปพัฒนาแก้ปัญหาของชุมชนและสังคม
2. วิเคราะห์ปัจจัยที่ก่อให้เกิดปัญหาความขัดแย้งในประเทศ และเสนอแนวคิดใน
การลดความขัดแย้ง
3. วิเคราะห์เหตุผลและผลกระทบต่อเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อมในทวีป
อเมริกาเหนือ และอเมริกาใต้ที่ส่งผลต่อประเทศไทย
4.วิเคราะห์เรื่องราวเหตุการณ์ส าคัญทางประวัติศาสตร์ได้อย่างมีเหตุผลตามวิธีการทางประวัติศาสตร์
5.อภิปรายผลกระทบที่เกิดจากภาวะเงินเฟ้อและเงินฝืดหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
116
รายวิชา ส23106 พระพุทธศาสนา 6
1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หนวยกิต
—————————————————————————————————————————-
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษาเกี่ยวกับพระสงฆ์และการปฎิบัติตนที่เหมาะสมต่อพระสงฆ์ หน้าที่ของพระสงฆ์ในการปฏิบัติ
ตามหลักพระธรรมวินัย และจริยวัตร การปฏิบัติตนต่อพระสงฆ์ในงานศาสนพิธีที่บ้าน การสนทนา การแต่งกาย
มรรยาทการพูดกับพระสงฆ์ตามฐานะศาสนพิธี พิธีท าบุญ งานมงคล งานอวมงคล การนิมนต์พระภิกษุ การ
เตรียมที่ตั้งพระพุทธรูปและเครื่องบูชา การวงด้ายสายสิญจน์การปูลาดอาสนะ การเตรียมเครื่องรับรอง การจุด
ธูปเทียน ข้อปฏิบัติในวันเลี้ยงพระ การถวายข้าวพระพุทธ การถวายไทยธรรม การกรวดน้ า การแสดงตนเป็น
พุทธมามกะ ขั้นเตรียมการ ขั้นพิธีการ วันส าคัญทางศาสนาวันวิสาขบูชา (วันส าคัญสากล)วันธรรมสวนะและ
เทศกาลส าคัญ หลักปฏิบัติตน การฟังพระธรรมเทศนา การแต่งกายในการประกอบศาสนพิธีที่วัด การงดเว้น
อบายมุข การประพฤติปฏิบัติในวันธรรมสวนะและเทศกาลส าคัญ หน้าที่และมารยาทชาวพุทธ การเป็นศิษย์ที่ดี
ตามหลักทิศเบื้องขวาในทิศ 6 ของพระพุทธศาสนา การปฏิบัติหน้าที่ชาวพุทธตามพุทธปณิธาน 4 ในมหา
ปรินิพพานสูตร องค์ประกอบของพระพุทธศาสนา น าไปปฏิบัติและเผยแผ่ตามโอกาส การศึกษาการรวมตัวของ
องค์กรชาวพุทธ การปลูกจิตส านึกในด้านการบ ารุงรักษาวัดและพุทธสถานให้เกิดประโยชน์ ศาสนสัมพันธ์ วิถี
การด าเนินชีวิตของศาสนิกชนศาสนาอื่นๆ
ศึกษาการสวดมนต์แผ่เมตตา บริหารจิตและเจริญปัญญาด้วยอานาปานสติ สวดมนต์แปล และ
แผ่เมตตา วิธีปฏิบัติและประโยชน์ของการบริหารจิตและเจริญปัญญา การบริหารจิตและเจริญปัญญาตามหลัก
อานาปานสติ การบริหารจิตและเจริญปัญญาไปใช้ในชีวิตประจ าวัน วิธีคิดแบบโยนิโสมนสิการ วิธีคิดแบบ
อริยสัจ วิธีคิดแบบสืบสาวเหตุปัจจัย
โดยใช้กระบวนการ การสืบค้นข้อมูล วิเคราะห์ สังเคราะห์ การอภิปราย การฝึกปฎิบัติ การ
แลกเปลี่ยนเรียนรู้ การสรุป การน าเสนอ และการน าไปใช้ในชีวิตประจ าวัน
เพื่อให้เกิดความตระหนักในคุณค่า การปฏิบัติตนตามหลักธรรมในการพัฒนาตน การพัฒนาจิต
ตามแนวทางศาสนาที่ตนนับถือ และวิถีการด าเนินชีวิตของศาสนิกชนในศาสนาอื่นๆ ประพฤติตนถูกต้องตาม
หลักค าสอนทางพระพุทธศาสนา และมีความศรัทธาในพระพุทธศาสนาตลอดจนปฏิบัติตนเป็นพลเมืองดี ด้วย
ความซื่อสัตย์สุจริต มีความรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ รักความเป็นไทย และมีจิตสาธารณะ สามารถด ารงชีวิตอยู่
อย่างมีความสุข
ตัวชี้วัด
1. วิเคราะห์หน้าที่และบทบาทของสาวก และปฏิบัติตนต่อสาวก ตามที่ก าหนดได้ถูกต้อง
2. ปฏิบัติตนอย่างเหมาะสมต่อบุคคลต่าง ๆ ตามหลักศาสนา ตามที่ก าหนด
3. ปฏิบัติหน้าที่ของศาสนิกชนที่ดี
4. ปฏิบัติตนในศาสนพิธีพิธีกรรมได้ถูกต้อง
5. อธิบายประวัติวันส าคัญทางศาสนาตามที่ก าหนดและปฏิบัติตนได้อย่างถูกต้อง
6. แสดงตนเป็นพุทธมามกะหรือแสดงตนเป็นศาสนิกชนของศาสนาที่ตนนับถือ
7. น าเสนอแนวทางในการธ ารงศาสนาที่ตนนับถือ
8. วิเคราะห์ความแตกต่าง และยอมรับวิถีการด าเนินชีวิตของศาสนิกชนในศาสนาอื่นๆหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
117
รายวิชา ส23107 ประวัติศาสตร์ไทย 6
1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หนวยกิต
—————————————————————————————————————————-
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษาเหตุการณ์ส าคัญสมัยรัตนโกสินทร์ที่มีผลต่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจ สังคมและการเมือง
การปกครองของไทยในสมัยรัตนโกสินทร์ เช่น การท าสนธิสัญญาเบาว์ริง ในสมัยรัชกาลที่ 4 การปฏิรูปประเทศ
ในสมัยรัชกาลที่ 5 การเข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2
ศึกษาภูมิปัญญาและวัฒนธรรมไทยสมัยรัตนโกสินทร์ที่มีอิทธิพลต่อการพัฒนาชาติไทย ตลอดจน
การเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชมา เป็นระบอบประชาธิปไตยและบทบาทของไทย
ในสมัยประชาธิปไตยหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองจนถึงปัจจุบัน
โดยใช้กระบวนการศึกษาวิเคราะห์ ใช้วิธีการทางประวัติศาสตร์ ในการประเมินความน่าเชื่อถือ
ตีความและน าเสนอข้อมูลทางประวัติศาสตร์
เพื่อให้สามารถวิเคราะห์ความส าคัญ และผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากการปฏิรูป
ประเทศสมัยรัชกาลที่ 5 บทบาทของไทยสมัยประชาธิปไตยหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองจนถึงปัจจุบัน
ตลอดจนอิทธิพลของภูมิปัญญาไทยที่มีผลต่อการพัฒนาชาติไทย
ตัวชี้วัด
1. วิเคราะห์พัฒนาการของไทยในสมัยรัตนโกสินทร์ในด้านต่างๆ
2. วิเคราะห์ปัจจัยที่ส่งผลต่อความมั่นคงและความเจริญรุ่งเรืองของไทยในสมัย
รัตนโกสินทร์
3. วิเคราะห์ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมไทยสมัยรัตนโกสินทร์และอิทธิพลต่อพัฒนาการ
ชาติไทย
4. วิเคราะห์บทบาทของไทยในสมัยประชาธิปไตยหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
118
รายวิชา ส23108 อิสลามศึกษา 5
1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หนวยกิต
—————————————————————————————————————————–
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษาการศรัทธาและคุณลักษณะของอัลลอฮฺสุบหานะฮุวะตะอาลา ตามเตาฮีดอัสมาอฺวัศศิฟาต
ประโยชน์ของเตาฮีดอุลูฮียะฮฺ หลักการเตาฮีดตามแนวสะลัฟ เตาฮีดอัร-รูบูบียะฮฺ เตาฮีดอุลูฮียะฮฺ เตาฮีดอัส
มาอฺวัศศิฟาต บทลงโทษของชิรฺกอัสมาอฺวัศศิฟาต เห็นคุณค่าและปฏิบัติการประกอบพิธีหัจญ์และอุมเราะฮฺ
การท า กุรฺบานและอากีเกาะฮฺ การจัดการญะนาซะฮฺ การบริโภคอาหารและเครี่องดื่มที่หะลาล หะรอม
โดยใช้กระบวนการสร้างความรู้ ความเข้าใจ กระบวนการปฏิบัติและกระบวนการสร้างนิสัย เพื่อให้เกิด
ความรู้ ความเข้าใจ เห็นคุณค่าและสามารถน าความรู้มาปฏิบัติในชีวิตประจ าวัน
ตัวชี้วัด
1. อธิบายความหมายคุณลักษณะของอัลลอฮฺสุบหานะฮุวะตะอาลา และการชิรฺก
ตามเตาฮีดอัสมาอฺวัศศิฟาต
2. วิเคราะห์หลักการเตาฮีดอัร-รูบูยะฮฺ อุลูฮียะฮฺ อัสมาอฺวัศศิฟาตตามแนวสะลัฟ และปฏิบัติตน
ให้ห่างไกลจากชิรฺก
3. เชื่อมั่น ยอมรับและปฏิบัติตนเป็นผู้ศรัทธาต่ออัลลอฮฺสุบหานะฮุวะตะอาลา
ตามเตาฮีดอัสมาอฺวัศศิฟาต
4. ปฏิบัติตามบทบัญญัติเกี่ยวกับการประกอบพิธีหัจญ์ การอุมเราะฮฺ กุรฺบาน อากีเกาะฮฺและ
การจัดการญะนาซะฮฺ
5. วิเคราะห์และเห็นคุณค่าในการเลือกอุปโภคและบริโภคสิ่งที่หะลาลและหะรอมหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
119
รายวิชา ส23109 อิสลามศึกษา 6
1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หนวยกิต
—————————————————————————————————————————–
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษาชีวประวัติ คุณลักษณะ บทบาทหน้าที่ จริยธรรม การเผยแผ่ศาสนาของบรรดารสูล “อุลุลอัซ
มียฺ” ยุทธศาสตร์ของนบีมุฮัมมัดศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ในการแก้ปัญหา และประวัติความเป็นมา
ความเจริญรุ่งเรืองในสมัย เคาะลีฟะฮฺทั้งสี่ ศาสนสถานที่ส าคัญในอิสลาม ความยุติธรรม ความใฝ่ รู้ใฝ่
เรียน ความสามัคคี อ่านตามหลักการอ่านวักฟฺ วัศลฺ และพยัญชนะมุกอฏเฏาะอะฮฺ สูเราะฮฺอัล-อะลาอฺ สู
เราะฮฺอัต-ตอรีก สูเราะฮฺอัล-บุรุจ หลักค าสอนและท่องจ าสูเราะฮฺอัฎ-ฎุฮา และสูเราะฮฺอัล-ตีน
โดยใช้กระบวนการสร้างความรู้ ความเข้าใจ กระบวนการปฏิบัติและกระบวนการสร้างนิสัย เพื่อให้เกิด
ความรู้ ความเข้าใจ เห็นคุณค่าและสามารถน าความรู้มาปฏิบัติในชีวิตประจ าวัน
ตัวชี้วัด
1. วิเคราะห์ประวัติความเป็นมา ความส าคัญของบรรดารสูลอุลุอัซมีที่ปรากฏอยู่ในอัล-กุรฺอาน
และน าข้อคิดที่ได้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจ าวัน
2. วิเคราะห์เหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ของท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม
และเคาะลีฟฮฺทั้งสี่ พร้อมน าข้อคิดที่ได้ไปใช้ในชีวิตประจ าวัน
3. ตระหนักและคุณค่าความส าคัญและประวัติความเป็นมาของศาสนสถานที่ส าคัญในอิสลาม
4. วิเคราะห์พฤติกรรมและปฏิบัติตนเป็นมุสลิมที่ดี มีคุณธรรมจริยธรรมตมแบบอย่างของ
ท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม
5. ยอมรับ ชื่นชมและน าผู้อื่นให้ปฏิบัติตนตามแบบอย่างของท่านนบีมุฮัมมัด
ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม
6. อ่านเขียนอายะฮฺตามหลักการอ่านและท่องจ าสูเราะฮฺที่ก าหนด
7. สรุปความหมาย ความส าคัญของสูเราะฮฺที่ก าหนดและน าหลักค าสอนมาใช้ในการด าเนินชีวิตหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
120
มาตรฐานการเรียนรู้
กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา
1. เข้าใจธรรมชาติของการเจริญเติบโตและพัฒนาการของมนุษย์
2. เข้าใจและเห็นคุณค่าตนเอง ครอบครัว เพศศึกษา และมีทักษะในการด าเนินชีวิต
3. เข้าใจ มีทักษะในการเคลื่อนไหว กิจกรรมทางกาย การเล่นเกม และกีฬา
4. รักการออกก าลังกาย การเล่นเกม และการเล่นกีฬา ปฏิบัติเป็นประจ าอย่างสม่ าเสมอมีวินัย เคารพสิทธิ กฎ
กติกา มีน้ าใจนักกีฬา มีจิตวิญญาณในการแข่งขัน และชื่นชมในสุนทรียภาพของการกีฬา
5. เห็นคุณค่าและมีทักษะในการสร้างเสริมสุขภาพ การด ารงสุขภาพ การป้องกันโรคและการสร้างเสริม
สมรรถภาพเพื่อสุขภาพ
6. ป้องกันและหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยง พฤติกรรมเสี่ยงต่อสุขภาพ อุบัติเหตุ การใช้ยา สารเสพติด และความ
รุนแรงหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
121
ชื่อรายวิชาและหน่วยกิต
กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา
รายวิชาพื้นฐาน
1. พ21101 สุขศึกษา 1 1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หน่วยกิต
HPE21101 Health 1
2. พ21103 สุขศึกษา 2 1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หน่วยกิต
HPE21103 Health 2
3. พ22101 สุขศึกษา 3 1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หน่วยกิต
HPE2211 Health 3
4. พ22103 สุขศึกษา 4 1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หน่วยกิต
HPE22103 Health 4
5. พ23101 สุขศึกษา 5 1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หน่วยกิต
HPE23101 Health 5
6. พ23103 สุขศึกษา 6 1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หน่วยกิต
HPE23103 Health 6
รายวิชาพื้นฐาน พลศึกษา
1. พ21102 พลศึกษา 1 1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หน่วยกิต
HPE21102 Physical Education 1
2. พ21104 พลศึกษา 2 1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หน่วยกิต
HPE21104 Physical Education 2
3. พ22102 พลศึกษา 3 1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หน่วยกิต
HPE22102 Physical Education 3
4. พ22104 พลศึกษา 4 1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หน่วยกิต
HPE22104 Physical Education 4
5. พ23102 พลศึกษา 5 1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หน่วยกิต
HPE23102 Physical Education 5
6. พ23104 พลศึกษา 6 1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หน่วยกิต
HPE23104 Physical Education 6หลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
122
รายวิชา พ21101 สุขศึกษา 1และ พ21103 พลศึกษา 1
2 คาบ/สัปดาห์ 1.0 หนวยกิต/ภาคเรียน
—————————————————————————————————————————-
ค าอธิบายรายวิชา
ความส าคัญของระบบประสาท ระบบต่อมไร้ท่อ ระบบกล้ามเนื้อ และข้อต่อ ที่มีผลต่อสุขภาพ การ
เจริญเติบโต และพัฒนาการของวัยรุ่น วิธีดูแลรักษาระบบประสาท ระบบต่อมไร้ท่อ และระบบกล้ามเนื้อและข้อ
ต่อ ให้ท างานตามปกติ อนามัยเจริญพันธุ์ วิธีการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และ
พัฒนาการทางเพศอย่างเหมาะสม การยอมรับและการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลง การเบี่ยงเบนทางเพศ การ
สร้างและรักษาสัมพันธภาพกับผู้อื่นและการหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยง วิธีปฐมพยาบาล การเป็นลม ไฟไหม้ น้ า
ร้อนลวก บาดแผล กระดูกหัก การดูแลผู้ป่วย การนวด ฯลฯ การดูแลเบื้องต้น และการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยอย่า ง
ปลอดภัย
การวิเคราะห์ปัญหาที่เกิดจากการภาวะโภชนาการที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ การเลือกกินอาหารที่
เหมาะสมกับวัย การควบคุมน้ าหนักของตนเองให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน การสร้างเสริมและการปรับปรุง
สมรรถภาพทางกายตามผลการทดสอบ การเล่นกีฬาไทยและกีฬาสากลประเภทบุคคลและทีมโดยใช้ทักษะ
พื้นฐานตามชนิดกีฬา อย่างละ 1 ชนิด การเพิ่มพูนความสามารถของตนตามหลักการเคลื่อนไหวที่ใช้ทักษะกลไก
และทักษะพื้นฐานที่น าไปสู่การพัฒนาทักษะการเล่นกีฬา หลักการเพิ่มพูนความสามารถในการเคลื่อนไหวที่ใช้
ทักษะกลไกและทักษะพื้นฐานที่น าไปสู่การพัฒนาทักษะการเล่นกีฬา(การเคลื่อนไหวแบบอยู่กับที่/การ
เคลื่อนไหวแบบเคลื่อนที่/การเคลื่อนไหวแบบผสมผสาน) กีฬาไทยและกีฬาสากล (กรีฑาประเภทลู่และลาน
บาสเกตบอล กระบี่ เทเบิลเทนิส เทนนิส ว่ายน้ า) การควบคุมการเล่นด้วยมือประกอบด้วย(บาสเกตบอล
วอลเล่ย์บอล) การควบคุมวัตถุด้วยส่วนต่างๆของร่างกาย (ตะกร้อ ฟุตบอล)การควบคุมวัตถุด้วยอุปกรณ์ (เทเบิล
เทนิส แบดมินตัน เทนนิส) และการใช้อุปกรณ์ประกอบการเคลื่อนไหว (กระบี่ ดาบ พลอง ) การละเล่นพื้นเมือง/
พื้นบ้าน (ปันจักสิลัต การตีกลองสะบัดชัย) กีฬาภูมิปัญญาไทย (ศิลปะมวยไทย ตะกร้อวง กระบี่กระบอง) การน า
ความรู้และหลักการของกิจกรรมนันทนาการไปเชื่อมโยงสัมพันธ์กับวิชาอื่น (การละเล่นกีฬาพื้นบ้านและกิจกรรม
พลศึกษาเพื่อนันทนาการ) ความส าคัญของการออกก าลังกายและเล่นกีฬาจนเป็นวิถีชีวิตที่มีสุขภาพดี การออก
ก าลังกาย ( กายบริหารแบบต่างๆ เต้นแอโรบิก โยคะ ร ามวยจีน) การประเมินการเล่นกีฬาของตนเองและผู้อื่น
การเคลื่อนไหวแบบอยู่กับที่/การเคลื่อนไหวแบบเคลื่อนที่/การเคลื่อนไหวแบบผสมผสาน การควบคุม
การเล่นด้วยมือ(บาสเกตบอล วอลเล่ย์บอล)การควบคุมด้วยส่วนต่างๆของร่างกาย(ตะกร้อ ฟุตบอล)การควบคุม
ด้วยวัตถุด้วยอุปกรณ์(เทเบิลเทนนิส เทนนิส แบดมินตัน)และการใช้อุปกรณ์ประกอบการเคลื่อนไหว(กระบี่ ดาบ
พลอง)การละเล่นพื้นบ้าน/พื้นเมือง(ปันจักสิลัต การตีกลองสะบัดชัย)กีฬาไทย(ศิลปะมวยไทย ตะกร้อวง กระบี่
กระบอง)วิเคราะห์ผลพัฒนาการของตนเองและผู้อื่นในการกีฬา กฎ กติกา การเล่นเกมและการแข่งขันกีฬาที่
เลือกเล่น รูปแบบ วิธีการรุกและป้องกันในการเล่นกีฬาที่เลือก การเล่น การแข่งขันกีฬา และการท างานเป็นทีม
การยอมรับความสามารถและความแตกต่างระหว่างบุคคลในการเล่นกีฬา ประกอบด้วยการวิเคราะห์ความ
แตกต่างระหว่างบุคคลเพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาการเล่นกีฬา
ตัวชี้วัดหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
123
1. อธิบายความส าคัญของระบบประสาท ระบบต่อมไร้ท่อ ระบบกล้ามเนื้อ และข้อต่อที่มีผลต่อสุขภาพ
การเจริญเติบโต และพัฒนาการของวัยรุ่นได้
2. อธิบายวิธีดูแลรักษาระบบประสาท ระบบต่อมไร้ท่อ ระบบกล้ามเนื้อ และข้อต่อให้ท างานตามปกติ
3. วิเคราะห์ภาวะการเจริญเติบโตทางร่างกายของตนเองกับเกณฑ์มาตรฐาน
4. แสวงหาแนวทางในการพัฒนาตนเองให้เจริญเติบโตสมวัย
5. อธิบายวิธีปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และพัฒนาการทางเพศอย่างเหมาะสม
6. แสดงทักษะการปฏิเสธเพื่อป้องกันตนเองจากการถูกล่วงละเมิดทางเพศ
7. อธิบายความส าคัญของการออกก าลังกายและการเล่นกีฬา จนเป็นวิถีชีวิตที่ดี
8. ออกก าลังกายและเลือกเข้าร่วมเล่นกีฬาตามความถนัด ความสนใจอย่างเต็มความสามารถ พร้อมทั้งมี
การประเมินการเล่นของตนและผู้อื่น
9. ปฏิบัติตามกฎ กติกา และข้อตกลงตามชนิดกีฬาที่เลือกเล่น
10. วางแผนการรุกและการป้องกันในการเล่นกีฬาที่เลือกและน าไปใช้ในการเล่นอย่างเป็นระบบ
11. ร่วมมือในการเล่นกีฬา และการท างานเป็นทีมอย่างสนุกสนาน
12. วิเคราะห์เปรียบเทียบและยอมรับความแตกต่างระหว่างวิธีการเล่นกีฬาของตนเองกับผู้อื่น
13. เพิ่มพูนความสามารถของตน ตามหลักการเคลื่อนไหวที่ใช้ทักษะกลไกลและทักษะพื้นฐานที่น าไปสู่การ
พัฒนาทักษะการเล่นกีฬา
14. เล่นกีฬาไทยและกีฬาสากลประเภทบุคคลและทีมโดยใช้ทักษะพื้นฐานตามชนิดกีฬา อย่างละ 1 ชนิด
15. ร่วมกิจกรรมนันทนาการอย่างน้อย 1 กิจกรรมและน าความรู้ที่ได้ไปเชื่อมโยงสัมพันธ์กับวิชาอื่น
16. ควบคุมน้ าหนักของตนเองให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน
17. การสร้างเสริมและปรับปรุงสมรรถภาพทางกายตามผลการทดสอบหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
124
รายวิชา พ21103 สุขศึกษา 2 และ พ21104 พลศึกษา 2
2 คาบ/สัปดาห์ 1.0 หนวยกิต/ภาคเรียน
—————————————————————————————————————————-
ค าอธิบายรายวิชา
การเจริญเติบโตทางร่างกาย การหาค่าดัชนีมวลกายของตนเองกับเกณฑ์มาตรฐาน ตามแนวทางในการ
พัฒนาตนเองให้เจริญเติบโตสมวัย โดยค านึงถึงปัจจัยของการมีสุขภาพดีตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
มีทักษะการปฏิเสธเพื่อป้องกันตนเองจากการถูกล่วงละเมิดทางเพศ การป้องกันการตั้งครรภ์ บอกอาการของผู้
ติดสารเสพติดและป้องกันการติดยาเสพติดประเภท เหล้า บุหรี่ ยาบ้า ยาอี ยาไอซ์ และชนิดผสมเช่น 4×100 ยา
แก้ไอ ยาแก้อักเสพ ฯลฯ การใช้สารเสพติดกับการเกิดโคประสาท โรคจิต และอุบัติเหตุทางบก ทางน้ า ทาง
อากาศ พฤติกรรมที่พึงประสงค์และไม่พึงประสงค์ในการแก้ปัญหาความขัดแย้งในครอบครัวและกลุ่มเพื่อน การ
ชักชวนผู้อื่นให้ลดละเลิกสารเสพติดโดยใช้ทักษะการคิดวิเคราะห์ ทักษะการสื่อสาร ทักษะการตัดสินใจ ทักษะ
การแก้ปัญหา ทักษะชีวิต และทักษะการใช้เทคโนโลยี
การควบคุมน้ าหนักของตนเองให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน การสร้างเสริมและปรับปรุงสมรรถภาพทางกาย
ตามผลการทดสอบ การเล่นกีฬาไทยและกีฬาสากลประเภทบุคคลและทีม โดยใช้ทักษะพื้นฐานตามชนิดกีฬา
อย่างละ 1 ชนิด การเพิ่มพูนความสามารถของตนตามหลักการเคลื่อนไหวที่ใช้ทักษะกลไกและทักษะพื้นฐานที่
น าไปสู่การพัฒนาทักษะการเล่นกีฬา หลักการเพิ่มพูนความสมมารถในการเคลื่อนไหวที่ใช้ทักษะกลไกและทักษะ
พื้นฐานที่น าไปสู่การพัฒนาทักษะการเล่นกีฬา(การเคลื่อนไหวแบบอยู่กับที่/การเคลื่อนไหวแบบเคลื่อนที่/การ
เคลื่อนไหวแบบผสมผสาน) กีฬาไทยและกีฬาสากล (กรีฑาประเภทลู่และลาน บาสเกตบอล กระบี่ เทเบิลเทนิส
เทนนิส ว่ายน้ า) การควบคุมการเล่นด้วยมือประกอบด้วย(บาสเกตบอล วอลเล่ย์บอล) การควบคุมวัตถุด้วยส่วน
ต่างๆของร่างกาย (ตะกร้อ ฟุตบอล)การควบคุมวัตถุด้วยอุปกรณ์ (เทเบิลเทนิส แบดมินตัน เทนนิส) และการใช้
อุปกรณ์ประกอบการเคลื่อนไหว (กระบี่ ดาบ พลอง ) การละเล่นพื้นเมือง /พื้นบ้าน (ปันจักสิลัต การตีกลอง
สะบัดชัย) กีฬาภูมิปัญญาไทย (ศิลปะมวยไทย ตะกร้อวง กระบี่กระบอง) การน าความรู้และหลักการของ
กิจกรรมนันทนาการไปเชื่อมโยงสัมพันธ์กับวิชาอื่น (การละเล่นกีฬาพื้นบ้านและกิจกรรมพลศึกษาเพื่อ
นันทนาการ) ความส าคัญของการออกก าลังกายและเล่นกีฬาจนเป็นวิถีชีวิตที่มีสุขภาพดี การออกก าลังกาย
(กายบริหารแบบต่างๆ เต้นแอโรบิก โยคะ ร ามวยจีน) การประเมินการเล่นกีฬาของตนเองและผู้อื่น
การเคลื่อนไหวแบบอยู่กับที่/การเคลื่อนไหวแบบเคลื่อนที่/การเคลื่อนไหวแบบผสมผสาน การควบคุม
การเล่นด้วยมือ(บาสเกตบอล วอลเล่ย์บอล)การควบคุมด้วยส่วนต่างๆของร่างกาย(ตะกร้อ ฟุตบอล)การควบคุม
ด้วยวัตถุด้วยอุปกรณ์(เทเบิลเทนนิส เทนนิส แบดมินตัน)และการใช้อุปกรณ์ประกอบการเคลื่อนไหว(กระบี่ ดาบ
พลอง)การละเล่นพื้นบ้าน/พื้นเมือง(ปันจักสิลัต การตีกลองสะบัดชัย)กีฬาไทย(ศิลปะมวยไทย ตะกร้อวง กระบี่
กระบอง)วิเคราะห์ผลพัฒนาการของตนเองและผู้อื่นในการกีฬา กฎ กติกา การเล่นเกมและการแข่งขันกีฬาที่
เลือกเล่น รูปแบบ วิธีการรุกและป้องกันในการเล่นกีฬาที่เลือก การเล่น การแข่งขันกีฬา และการท างานเป็นทีม
การยอมรับความสามารถและความแตกต่างระหว่างบุคคลในการเล่นกีฬา ประกอบด้วยการวิเคราะห์ความ
แตกต่างระหว่างบุคคลเพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาการเล่นกีฬา
ตัวชี้วัด
1. วิเคราะห์การเจริญเติบโตทางร่างกาย และค านวณหาค่าดัชนีมวลกายของตนเองกับเกณฑ์มาตรฐาน
2. แสวงหาแนวทางในการพัฒนาตนเองให้เจริญเติบโตสมวัยโดยค านึงถึงปัจจัยของการมีสุขภาพดีตามหลัก
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
3. แสดงทักษะการปฏิเสธเพื่อป้องกันตนเองจากการถูกล่วงละเมิดทางเพศหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
125
4. ระบุพฤติกรรมที่พึงประสงค์และไม่พึงประสงค์ในการแก้ปัญหาความขัดแย้งในครอบครัวและกลุ่มเพื่อน
5. การป้องกันการตั้งครรภ์
6. อธิบายความส าคัญของการออกก าลังกายและการเล่นกีฬา จนเป็นวิถีชีวิตที่ดี
7. ออกก าลังกายและเลือกเข้าร่วมเล่นกีฬาตามความถนัด ความสนใจอย่างเต็มความสามารถ พร้อมทั้งมี
การประเมินการเล่นของตนและผู้อื่น
8. ปฏิบัติตามกฎ กติกา และข้อตกลงตามชนิดกีฬาที่เลือกเล่น
9. วางแผนการรุกและการป้องกันในการเล่นกีฬาที่เลือกและน าไปใช้ในการเล่นอย่างเป็นระบบ
10. ร่วมมือในการเล่นกีฬา และการท างานเป็นทีมอย่างสนุกสนาน
11. วิเคราะห์เปรียบเทียบและยอมรับความแตกต่างระหว่างวิธีการเล่นกีฬาของตนเองกับผู้อื่น
12. เพิ่มพูนความสามารถของตน ตามหลักการเคลื่อนไหวที่ใช้ทักษะกลไกลและทักษะพื้นฐานที่น าไปสู่การ
พัฒนาทักษะการเล่นกีฬา
13. เล่นกีฬาไทยและกีฬาสากลประเภทบุคคลและทีมโดยใช้ทักษะพื้นฐานตามชนิดกีฬา อย่างละ 1 ชนิด
14. ร่วมกิจกรรมนันทนาการอย่างน้อย 1 กิจกรรมและน าความรู้ที่ได้ไปเชื่อมโยงสัมพันธ์กับวิชาอื่น
15. ควบคุมน้ าหนักของตนเองให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน
16. การสร้างเสริมและปรับปรุงสมรรถภาพทางกายตามผลการทดสอบ
17. อธิบายลักษณะอาการของผู้ติดสารเสพติดและการป้องกันการติดยาเสพติด
18. อธิบายความสัมพันธ์ของการใช้สารเสพติดกับการเกิดโรและอุบัติเหตุหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
126
รายวิชา พ22101 สุขศึกษา 3 และ พ22102 พลศึกษา 3
2 คาบ/สัปดาห์ 1.0 หนวยกิต/ภาคเรียน
—————————————————————————————————————————-
ค าอธิบายรายวิชา
ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการเจริญเติบโต การเปลี่ยนแปลง และพัฒนาการทางด้านร่างกาย จิตใจ
อารมณ์ สังคมและสติปัญญาในวัยรุ่น(พันธุกรรม อาหาร การออกก าลังกาย การพักผ่อน การท างานของระบบ
ต่อมไร้ท่อ สิ่งแวดล้อม การอบรมเลี้ยงดู การเจ็บป่วยจากโรคภัยไข้เจ็บและการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ) การ
วิเคราะห์ปัจจัยทางด้านครอบครัว เพื่อน วัฒนธรรม และสื่อที่มีอิทธิพลต่อเจตคติในเรื่องเพศ ปัญหาและ
ผลกระทบที่เกิดจากการมีเพศสัมพันธ์ในวัยเรียน การป้องกันตนเอง และการหลีกเลี่ยงจากโรคติดต่อทาง
เพศสัมพันธ์ เอดส์ และการตั้งครรภ์โดยไม่พึงประสงค์ความเสมอภาคทางเพศ และการวางตัวต่อเพศตรงข้ามได้
อย่างเหมาะสม
การปฏิบัติตนเกี่ยวกับทักษะกลไกและทักษะการเคลื่อนไหวในการเล่นกีฬาที่หลากหลาย การก าหนด
รูปแบบการเคลื่อนไหว(การเคลื่อนไหวแบบอยู่กับที่/การเคลื่อนไหวแบบเคลื่อนที่/การเคลื่อนไหวแบบ
ผสมผสาน)ที่ส่งผลต่อการเล่นกีฬาและการเข้าร่วมกิจกรรมการเล่นที่เหมาะสมตามบริบทของตนเอง เช่น
กิจกรรมการออกก าลังกาย การเล่นกีฬาตามความถนัดความสนใจ กิจกรรมนันทนาการอย่างละ 1 ชนิด
(การละเล่นกีฬาพื้นบ้านและกิจกรรมพลศึกษาเพื่อนันทนาการ) การวางแผนการรุก การป้องกันในการเล่นกีฬา
การมีวินัย ปฏิบัติตามกฎ กติกา และข้อตกลงในการเล่นกีฬาที่เลือก
วิเคราะห์ความแตกต่างระหว่างบุคคล ประกอบด้วยการเปลี่ยนแปลงทางกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม และ
สติปัญญา ที่เกิดจากการออกก าลังกาย การเล่นกีฬาไทยและกีฬาสากลทั้งประเภทบุคคลและทีม(กรีฑาประเภท
ลู่และลาน บาสเกตบอล กระบี่ เทนนิส ตระกร้อลอดบ่วง ฟุตบอล ว่ายน้ า เทคควันโด ฯลฯ) เป็นประจ า
สม่ าเสมอจนเป็นวิถีชีวิต น าผลที่ได้ไปปรับใช้ในการพัฒนาตนเอง(การเลือกวิธีการเล่น การแก้ไขข้อบกพร่อง การ
เพิ่มทักษะ การสร้างแรงจูงใจและการสร้างความมุ่งมั่นในการเล่นและแข่งขันกีฬา) อย่างเป็นระบบและมี
ประสิทธิภาพ
ตัวชี้วัด
1. อธิบายการเปลี่ยนแปลงด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคมและสติปัญญาในวัยรุ่น
2. ระบุปัจจัยที่มีผลผลกระทบต่อการเจริญเติบโต และพัฒนาการด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคมและ
สติปัญญาในวัยรุ่น
3. วิเคราะห์ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อเจตคติในเรื่องเพศ
4. วิเคราะห์ปัญหาและผลกระทบที่เกิดจากการมีเพศสัมพันธ์ในวัยเรียน
5. อธิบายวิธีป้องกันตนเอง และหลีกเลี่ยงจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เอดส์ และการตั้งครรภ์โดยไม่พึง
ประสงค์
6. อธิบายความส าคัญของความเสมอภาคทางเพศ และวางตัวได้อย่างเหมาะสม
7. น าผลการปฏิบัติตนเกี่ยวกับทักษะกลไกและทักษะการเคลื่อนไหวในการเล่นกีฬาจากแหล่งข้อมูลที่
หลากหลายมาสรุปเป็นวิธีที่เหมาะสมในบริบทของตนเอง
8. เล่นกีฬาไทยและกีฬาสากลทั้งประเภทบุคคลและทีมได้อย่างละ 1 ชนิดหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
127
9. เปรียบเทียบประสิทธิภาพของรูปแบบการเคลื่อนไหวที่ส่งผลต่อการเล่นกีฬาและกิจกรรมใน
ชีวิตประจ าวัน
10. ร่วมกิจกรรมนันทนาการอย่างน้อย 1 กิจกรรม และน าความรู้และหลักการที่ได้ไปปรับใช้ใน
ชีวิตประจ าวันอย่างเป็นระบบ
11. อธิบายสาเหตุการเปลี่ยนแปลงทางกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม และสติปัญญา ที่เกิดจากการออกก าลัง
กาย และเล่นกีฬาเป็นประจ าจนเป็นวิถีชีวิต
12. เลือกเข้าร่วมกิจกรรมการออกก าลังกาย เล่นกีฬาตามความถนัดความสนใจพร้อมทั้งวิเคราะห์ความ
แตกต่างระหว่างบุคคลเพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาตนเอง
13. มีวินัย ปฏิบัติตามกฎ กติกา และข้อตกลงในการเล่นกีฬาที่เลือก
14. วางแผนการรุกและการป้องกันในการเล่นกีฬาที่เลือกและน าไปใช้ในการเล่นอย่างเหมาะสมกับทีม
15. น าผลการปฏิบัติในการเล่นกีฬามาสรุปเป็นวิธีที่เหมาะสมกับตนเองด้วยความมุ่งมั่นหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
128
รายวิชา พ22103 สุขศึกษา 4 และ พ22104 พลศึกษา 4
2 คาบ/สัปดาห์ 1.0 หนวยกิต/ภาคเรียน
—————————————————————————————————————————-
ค าอธิบายรายวิชา
การใช้บริการทางสุขภาพอย่างมีเหตุผล การวิเคราะห์ผลของการใช้เทคโนโลยีที่มีต่อสุขภาพ ความ
เจริญก้าวหน้าทางการแพทย์ที่มีผลต่อสุขภาพ ความสัมพันธ์ของภาวะสมดุลระหว่างสุขภาพกายและสุขภาพจิต
บอกลักษณะอาการเบื้องต้นของผู้มีปัญหาสุขภาพจิต วิธีการปฏิบัติตนเพื่อจัดการกับอารมณ์และความเครียด
การสร้างเสริมสมรรถภาพทางกายตนเองให้เป็นไปตามเกณฑ์ที่ก าหนด ปัจจัยและแหล่งที่ช่วยเหลือฟื้นฟูผู้ติด
สารเสพติด (โรงพยาบาลธัญญรักษ์ปทุมธานี โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า กรุงเทพมหานคร
โรงพยาบาลทหารเรือ กรุงเทพมหานคร โรงพยาบาลอาภากรเกียรติวงศ์ชลบุรี ศูนย์เกิดใหม่ อ.สวนผึ้ง
ราชบุรี ศูนย์เกิดใหม่ อ.บางคล้า ฉะเชิงเทรา ศูนย์ฟื้นฟูชีวิตผู้ติดยาเสพติด คอมมูนิต้าอินคอนโทร อ.ล าลูกา
ปทุมธานีฯลฯ) การหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงและสถานการณ์เสี่ยง (การมั่วสุม การทะเลาะวิวาท การเข้าไปใน
แหล่งอบายมุข การแข่งขันจักยานต์บนท้องถนน ฯลฯ) การใช้ทักษะชีวิต (ทักาะการสื่อสาร ทักษะกา รคิด
วิเคราะห์ ทักษะการต่อรอง ทักษะการตัดสินใจ ทักษะการแก้ปัญหา ทักษะการปฏิเสธ) ในการป้องกันตนเอง
และหลีกเลี่ยงสถานการณ์คับขันอาจน าไปสู่อันตราย
การปฏิบัติตนเกี่ยวกับทักษะกลไกและทักษะการเคลื่อนไหวในการเล่นกีฬาที่หลากหลาย การก าหนดรูป
แทบบการเคลื่อนไหว(การเคลื่อนไหวแบบอยู่กับที่/การเคลื่อนไหวแบบเคลื่อนที่/การเคลื่อนไหวแบบผสมผสาน)
ที่ส่งผลต่อการเล่นกีฬาและการเข้าร่วมกิจกรรมการเล่นที่เหมาะสมตามบริบทของตนเอง เช่น กิจกรรมการออก
ก าลังกาย การเล่นกีฬาตามความถนัดความสนใจ กิจกรรมนันทนาการอย่างละ 1 ชนิด(การละเล่นกีฬาพื้นบ้าน
และกิจกรรมพลศึกษาเพื่อนันทนาการ) การวางแผนการรุก การป้องกันในการเล่นกีฬา การมีวินัย ปฏิบัติตาม
กฎ กติกา และข้อตกลงในการเล่นกีฬาที่เลือก
การวิเคราะห์ความแตกต่างระหว่างบุคคล ประกอบด้วยการเปลี่ยนแปลงทางกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม
และสติปัญญา ที่เกิดจากการออกก าลังกาย การเล่นกีฬาไทยและกีฬาสากลทั้งประเภทบุคคลและทีม(กรีฑา
ประเภทลู่และลาน บาสเกตบอล กระบี่ เทนนิส ตระกร้อลอดบ่วง ฟุตบอล ว่ายน้ า เทคควันโด ฯลฯ) เป็นประจ า
สม่ าเสมอจนเป็นวิถีชัวิต น าผลที่ได้ไปปรับใช้ในการพัฒนาตนเอง (การเลือกวิธีการเล่น การแก้ไขข้อบกพร่อง
การเพิ่มทักษะ การสร้างแรงจูงใจและการสร้างความมุ่งมั่นในการเล่นและแข่งขันกีฬา) อย่างเป็นระบบและมี
ประสิทธิภาพ
ตัวชี้วัด
1. เลือกใช้บริการทางสุขภาพอย่างมีเหตุผล
2. วิเคราะห์ผลของการใช้เทคโนโลยีที่มีต่อสุขภาพ
3. วิเคราะห์ตามความเจริญก้าวหน้าทางการแพทย์ที่มีผลต่อสุขภาพ
4. วิเคราะห์ความสัมพันธ์ของภาวะสมดุลระหว่างสุขภาพกายและสุขภาพจิต
5. อธิบายลักษณะอาการเบื้องต้นของผู้มีปัญหาสุขภาพจิต
6. เสนอแนะวิธีปฏิบัติตนเพื่อจัดการกับอารมณ์และความเครียด
7. พัฒนาสมรรถภาพทางกายตนเองให้เป็นไปตามเกณฑ์ที่ก าหนด
8. ระบุวิธีการ ปัจจัยและแหล่งที่ช่วยเหลือฟื้นฟูผู้ติดสารเสพติด
9. อธิบายวิธีการหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงและสถานการณ์เสี่ยงหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
129
10. ใช้ทักษะชีวิตในการป้องกันตนเองและหลีกเลี่ยงสถานการณ์คับขันอาจน าไปสู่อันตราย
11. น าผลการปฏิบัติตนเกี่ยวกับทักษะกลไกและทักษะการเคลื่อนไหวในการเล่นกีฬาจากแหล่งข้อมูลที่
หลากหลายมาสรุปเป็นวิธีที่เหมาะสมในบริบทของตนเอง
12. เล่นกีฬาไทยและกีฬาสากลทั้งประเภทบุคคลและทีมได้อย่างละ 1 ชนิด
13. เปรียบเทียบประสิทธิภาพของรูปแบบการเคลื่อนไหวที่ส่งผลต่อการเล่นกีฬาและกิจกรรมใน
ชีวิตประจ าวัน
14. ร่วมกิจกรรมนันทนาการอย่างน้อย 1 กิจกรรม และน าความรู้และหลักการที่ได้ไปปรับใช้ใน
ชีวิตประจ าวันอย่างเป็นระบบ
15. อธิบายสาเหตุการเปลี่ยนแปลงทางกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม และสติปัญญา ที่เกิดจากการออกก าลัง
กาย และเล่นกีฬาเป็นประจ าจนเป็นวิถีชีวิต
16. เลือกเข้าร่วมกิจกรรมการออกก าลังกาย เล่นกีฬาตามความถนัดความสนใจพร้อมทั้งวิเคราะห์ความ
แตกต่างระหว่างบุคคลเพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาตนเอง
17. มีวินัย ปฏิบัติตามกฎ กติกา และข้อตกลงในการเล่นกีฬาที่เลือก
18. วางแผนการรุกและการป้องกันในการเล่นกีฬาที่เลือกและน าไปใช้ในการเล่นอย่างเหมาะสมกับทีม
19. น าผลการปฏิบัติในการเล่นกีฬามาสรุปเป็นวิธีที่เหมาะสมกับตนเองด้วยความมุ่งมั่นหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
130
รายวิชา พ23101 สุขศึกษา 5 และ พ23102 พลศึกษา 5
2 คาบ/สัปดาห์ 1.0 หนวยกิต/ภาคเรียน
—————————————————————————————————————————-
ค าอธิบายรายวิชา
การเปลี่ยนแปลงทางด้านร่างกายจิตใจ อารมณ์ สังคม และสติปัญญาของแต่ละช่วงวัย(วัยทารก วัยก่อน
เรียน วัยเรียน วัยรุ่น วัยผู้ใหญ่ วัยสูงอายุ) การ วิเคราะห์อิทธิพลสื่อโฆษณา(โทรทัศน์ วิทยุ สื่อสิ่งพิมพ์
อินเทอร์เน็ต) ที่มีผลต่อการเจริญเติบโต พัฒนาการ และการเปลี่ยนแปลงของวัยรุ่น อนามัยแม่และเด็ก การ
วางแผนครอบครัว ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการตั้งครรภ์(แอลกอฮอล์ สารเสพติด บุหรี่ สภาพแวดล้อม การติดเชื้อ
โรคที่เกิดจากภาวะการตั้งครรภ์) สาเหตุ การป้องกัน และการแก้ไขความขัดแย้งในครอบครัว
การเล่นกีฬาไทยและกีฬาสากลที่เลือกได้อย่างละ 1 ชนิด(กรีฑาประเภทลู่ลาน วอลเลย์บอล บาสเกตบอล
ดาบสองมือ เทนนิส ตะกร้อตาข่าย ฟุตบอล ฯลฯ) โดยใช้เทคนิคที่เหมาะสมกับตนเองและทีม น าหลักความรู้
และทักษะในการเคลื่อนไหว กิจกรรมทางกาย การเล่นเกม และการเล่นกีฬาไปใช้สร้างเสริมสุขภาพอย่าง
ต่อเนื่องเป็นระบบ การเข้าร่วมกิจกรรมนันทนาการอย่างน้อย 1 กิจกรรม (การละเล่นพื้นบ้าน และกิจกรรม
พลศึกษาเพื่อนันทนาการ) และน าไปขยายผลการเรียนให้กับผู้อื่น การเล่นและดูกีฬาด้วยความมีน้ าใจนักกีฬา
การออกก าลังกายและการเล่นกีฬาอย่างสม่ าเสมอ และ การปฏิบัติตนตามกฎ กติกา และข้อตกลงในการเล่น
ตามชนิดกีฬาที่เลือก การประยุกต์ใช้กลวิธีการรุก การป้องกัน การตัดสินใจที่เหมาะสมกับทีมไปใช้ใน
สถานการณ์ของการเล่น การพัฒนาสุขภาพของตนเองที่เกิดจากการออกก าลังกายและการเล่นกีฬาเป็นประจ า
สม่ าเสมอ การประยุกต์ประสบการณ์ และแนวความคิดจากการปฏิบัติตามกฏ กติกา และข้อตกลงในการเล่น
กีฬาที่ได้รับไปปรับใช้ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนในสังคมด้วยความภาคภูมิใจ
ตัวชี้วัด
1. เปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลงด้านร่างกายจิตใจ อารมณ์ สังคม และสติปัญญาของแต่ละช่วงของชีวิต
2. วิเคราะห์อิทธิพล และความคาดหวังของสังคมต่อการเปลี่ยนแปลงของวัยรุ่น
3. วิเคราะห์สื่อโฆษณาที่มีอิทธิพลต่อการเจริญเติบโต และพัฒนาการของวัยรุ่น
4. อธิบายอนามัยแม่และเด็ก การวางแผนครอบครัว และวิธีการปฏิบัติตนที่เหมาะสม
5. วิเคราะห์ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการตั้งครรภ์
6. วิเคราะห์สาเหตุ และเสนอแนวทางป้องกัน แก้ไขความขัดแย้งในครอบครัว
7. เล่นกีฬาไทยและกีฬาสากลได้อย่างละ 1 ชนิดโดยใช้เทคนิคที่เหมาะสมกับตนเองและทีม
8. น าหลักการ ความรู้และทักษะในการเคลื่อนไหว กิจกรรมทางกาย การเล่นเกม และการเล่นกีฬาไปใช้
สร้างเสริมสุขภาพอย่างต่อเนื่องเป็นระบบ
9. ร่วมกิจกรรมนันทนาการอย่างน้อย 1 กิจกรรมและน าหลักความรู้ วิธีการไปขยายผลการเรียนให้กับผู้อื่น
10. มีมารยาทในการเล่นและดูกีฬาด้วยความมีน้ าใจนักกีฬา
11. ออกก าลังกายและเล่นกีฬาอย่างสม่ าเสมอและน าแนวคิดหลักการจากการเล่นไปพัฒนาคุณภาพชีวิต
ของตนด้วยความภาคภูมิใจ
12. ปฏิบัติตนตามกฎ กติกา และข้อตกลงในการเล่นตามชนิดกีฬาที่เลือกและน าแนวคิดที่ได้ไปพัฒนา
คุณภาพชีวิต ของตนในสังคมหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
131
13. จ าแนกกลวิธีการรุก การป้องกัน และใช้นการตัดสินใจเลือกวิธีที่เหมาะสมกับทีมไปใช้ได้ตาม
สถานการณ์ของการเล่น
14. เสนอผลการพัฒนาสุขภาพของตนเองที่เกิดจากการออกก าลังกายและการเล่นกีฬาประจ าหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
132
รายวิชา พ23103 สุขศึกษา 6 และ พ23104 พลศึกษา 6
2 คาบ/สัปดาห์ 1.0 หนวยกิต/ภาคเรียน
—————————————————————————————————————————-
ค าอธิบายรายวิชา
รายการอาหารที่เหมาะสมกับวัยต่าง ๆ ประกอบด้วย วัยทารก วัยเด็ก(วัยก่อนเรียน วัยเรียน) วัยรุ่น วัย
ผู้ใหญ่ วัยสูงอายุ โดยค านึงถึงความประหยัดและคุณค่าทางโภชนาการ การเสนอแนวทางในการป้องกันโรคที่
เป็นสาเหตุของการเจ็บป่วยและการตายของคนไทย ได้แก่ โรคติดต่อ และโรคไม่ติดต่อ เช่น โรคที่เกิดจากการมี
เพศสัมพันธ์ โรคเอดส์ โรคไข้หวัดนก โรคหัวใจ เบาหวาน มะเร็ง ฯลฯ การแก้ไขปัญหาสุขภาพในชุมชน การ
วางแผน และการจัดเวลาในการออกก าลังกาย การพักผ่อน และการสร้างเสริมและปรับปรุงสมรรถภาพทางตาม
ผลการทดสอบ โดยใช้แบบทดสอบสมรรถภาพทางกายแบบต่าง ๆ เช่น แบบทดสอบสมรรถภาพทางกายเพื่อ
สุขภาพ(Health-Related Physical Fitness) และหรือสมรรถภาพกลไก(Motor Fitness) สมรรถภาพเชิง
ทักษะปฏิบัติ (Skill-Related Physical Fitness)
การวิเคราะห์ปัจจัยเสี่ยงและพฤติกรรมเสี่ยงที่มีผลต่อสุขภาพ การป้องกัน การชักชวนเพื่อนให้หลีกเลี่ยงการ
ใช้ความรุนแรงในการแก้ปัญหา อิทธิพลของสื่อต่อพฤติกรรมสุขภาพและความรุนแรง(คลิปวิดิโอ การทะเลาะ
วิวาท อินเทอร์เน็ต เกม ฯลฯ) ความสัมพันธ์ของการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ต่อสุขภาพและการเกิดอุบัติเหตุ
การช่วยฟื้นคืนชีพอย่างถูกวิธี
การเล่นกีฬาไทยและกีฬาสากลที่เลือกได้อย่างละ 1 ชนิด(กรีฑาประเภทลู่ลาน วอลเลย์บอล บาสเกตบอล
ดาบสองมือ เทนนิส ตะกร้อตาข่าย ฟุตบอล ฯลฯ) โดยใช้เทคนิคที่เหมาะสมกับตนเองและทีม น าหลักความรู้
และทักษะในการเคลื่อนไหว กิจกรรมทางกาย การเล่นเกม และการเล่นกีฬาไปใช้สร้างเสริมสุขภาพอย่าง
ต่อเนื่องเป็นระบบ การเข้าร่วมกิจกรรมนันทนาการอย่างน้อย 1 กิจกรรม (การละเล่นพื้นบ้าน และกิจกรรม
พลศึกษาเพื่อนันทนาการ) และน าไปขยายผลการเรียนให้กับผู้อื่น การเล่นและดูกีฬาด้วยความมีน้ าใจนักกีฬา
การออกก าลังกายและการเล่นกีฬาอย่างสม่ าเสมอ และการปฏิบัติตนตามกฎ กติกา และข้อตกลงในการเล่นตาม
ชนิดกีฬาที่เลือก การประยุกต์ใช้กลวิธีการรุก การป้องกัน การตัดสินใจที่เหมาะสมกับทีมไปใช้ในสถานการณ์
ของการเล่น การพัฒนาสุขภาพของตนเองที่เกิดจากการออกก าลังกายและการเล่นกีฬาเป็นประจ าสม่ าเสมอ
การประยุกต์ประสบการณ์ และแนวความคิดจากการปฏิบัติตามกฏ กติกา และข้อตกลงในการเล่นกีฬาที่ได้รับ
ไปปรับใช้ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนในสังคมด้วยความภาคภูมิใจ
ตัวชี้วัด
1. ก าหนดรายการอาหารที่เหมาะสมกับวัยต่าง ๆ โดยค านึงถึงความประหยัดและคุณค่าทางโภชนาการ
2. เสนอแนวทางป้องกันโรคที่เป็นสาเหตุส าคัญของการเจ็บป่วยและการตายของคนไทย
3. รวบรวมข้อมูลและเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาสุขภาพในชุมชน
4. วางแผนและจัดเวลาในการออกก าลังกาย การพักผ่อน และการสร้างเสริมสมรรถภาพทางกาย
5. ทดสอบสมรรถภาพทางกายและพัฒนาได้ตามความแตกต่างระหว่างบุคคล
6. วิเคราะห์ปัจจัยเสี่ยงและพฤติกรรมเสี่ยงที่มีผลต่อสุขภาพ และแนวทางป้องกัน
7. หลีกเลี่ยงการใช้ความรุนแรงและชักชวนเพื่อนให้หลีกเลี่ยงการใช้ความรุนแรงในการแก้ปัญหา
8. วิเคราะห์อิทธิพลของสื่อต่อพฤติกรรมสุขภาพและความรุนแรง
9. วิเคราะห์ความสัมพันธ์ของการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ต่อสุขภาพและการเกิดอุบัติเหตุหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
133
10. แสดงวิธีการช่วยฟื้นคืนชีพอย่างถูกวิธี
11. เล่นกีฬาไทยและกีฬาสากลได้อย่างละ 1 ชนิดโดยใช้เทคนิคที่เหมาะสมกับตนเองและทีม
12. น าหลักการ ความรู้และทักษะในการเคลื่อนไหว กิจกรรมทางกาย การเล่นเกม และการเล่นกีฬาไปใช้
สร้างเสริมสุขภาพอย่างต่อเนื่องเป็นระบบ
13. ร่วมกิจกรรมนันทนาการอย่างน้อย 1 กิจกรรมและน าหลักความรู้ วิธีการไปขยายผลการเรียนให้กับผู้อื่น
14. มีมารยาทในการเล่นและดูกีฬาด้วยความมีน้ าใจนักกีฬา
15. ออกก าลังกายและเล่นกีฬาอย่างสม่ าเสมอและน าแนวคิดหลักการจากการเล่นไปพัฒนาคุณภาพชีวิต
ของตนด้วยความภาคภูมิใจ
16. ปฏิบัติตนตามกฎ กติกา และข้อตกลงในการเล่นตามชนิดกีฬาที่เลือกและน าแนวคิดที่ได้ไปพัฒนา
คุณภาพชีวิต ของตนในสังคม
17. จ าแนกกลวิธีการรุก การป้องกัน และใช้นการตัดสินใจเลือกวิธีที่เหมาะสมกับทีมไปใช้ได้ตาม
สถานการณ์ของการเล่น
18. เสนอผลการพัฒนาสุขภาพของตนเองที่เกิดจากการออกก าลังกายและการเล่นกีฬาประจ าหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
134
มาตรฐานการเรียนรู้
กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ
1. สร้างสรรค์งานทัศนศิลป์ตามจินตนาการ และความคิดสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษ์วิจารณ์คุณค่า
งานทัศนศิลป์ ถ่ายทอดความรู้สึก ความคิดต่องานศิลปะอย่างอิสระชื่นชม และประยุกต์ใช้ใน
ชีวิตประจ าวัน
2. เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างทัศนศิลป์ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม เห็นคุณค่างานทัศนศิลป์ที่เป็น
มรดกทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น ภูมิปัญญาไทย และสากล
3. เข้าใจและแสดงออกทางดนตรีอย่างสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษ์วิจารณ์คุณค่าดนตรี ถ่ายทอด
ความรู้สึก ความคิดต่อดนตรีอย่างอิสระ ชื่นชม และประยุกต์ใช้ในชีวิตประจ าวัน
4. เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างดนตรี ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม เห็นคุณค่าของดนตรีที่ เป็นมรดกทาง
วัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น ภูมิปัญญาไทยและสากล
5. เข้าใจ และแสดงออกทางนาฏศิลป์อย่างสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษ์วิจารณ์คุณค่านาฏศิลป์ถ่ายทอด
ความรู้สึก ความคิดอย่างอิสระ ชื่นชม และประยุกต์ใช้ในชีวิตประจ าวัน
6. เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างนาฏศิลป์ ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม เห็นคุณค่าของนาฏศิลป์ที่เป็น
มรดกทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น ภูมิปัญญาไทยและสากลหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
135
ชื่อรายวิชาและหน่วยกิต
กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ
รายวิชาพื้นฐาน
1. ศ21101 ทัศนศิลป์ 2 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.0 หน่วยกิต
ART21101 Visual Art
2. ศ21102 ดนตรีศึกษา 1 1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หน่วยกิต
ART21102 Music Education 1
3. ศ21103 นาฏศิลป์พื้นฐาน 1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หน่วยกิต
ART21103 Basic Thai Dance
4. ศ22101 ดนตรีศึกษา 2 2 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.0 หน่วยกิต
ART22101 Music Education 2
5. ศ22102 การแสดงนาฏศิลป์ 1 คาบง/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หน่วยกิต
ART22102 Thai Dance Performance
6. ศ22103 ทัศนศิลป์ร่วมสมัย 1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หน่วยกิต
ART22103 Contemporary Visual Art
7. ศ23101 นาฏศิลป์และการละคร 2 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.0 หน่วยกิต
ART23101 Thai Dance and Drama
8. ศ23102 ทัศนศิลป์สร้างสรรค์ 1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หน่วยกิต
ART23102 Creative Visual Art
9. ศ23103 ดนตรีศึกษา 3 1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หน่วยกิต
ART23103 Music Education 3หลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
136
รายวิชา ศ21101 ทัศนศิลป์
2 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.0 หนวยกิต
—————————————————————————————————————————-
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษาเพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความแตกต่างและความคล้ายคลึงกันของงานทัศนศิลป์และ
สิ่งแวดล้อมโดยใช้ความรู้เรื่อง ทัศนธาตุ องค์ประกอบศิลป์และหลักการออกแบบรูปภาพสัญลักษณ์หรืองาน
กราฟิกอื่นๆในการน าเสนอความคิดและข้อมูล การประเมินงานทัศนศิลป์ ลักษณะรูปแบบงานจิตรกรรม
ประติมากรรมและสถาปัตยกรรมของชาติและท้องถิ่นในภาคต่าง ๆ ของไทย ความแตกต่างของงานทัศนศิลป์ใน
วัฒนธรรมไทยและสากล
โดยใช้ทักษะกระบวนการปฏิบัติ การวาดภาพทัศนียภาพ แสดงให้เห็นระยะไกลใกล้เป็น 3มิติ
รวบรวมงานปั้นสื่อผสมมาสร้างเป็นสื่อเรื่องราว 3 มิติ โดยเน้นหลักการออกแบบและองค์ประกอบศิลป์ที่สื่อถึง
เรื่องราวของงานออกแบบรูปภาพ สัญลักษณ์หรือกราฟิกอื่น ๆ เสนอความคิดในรูปแบบการบรรยาย
เปรียบเทียบประกอบการวิจารณ์เพื่อประเมินผลงานทัศนศิลป์ เพื่อให้เห็นความส าคัญของการน าความรู้
เกี่ยวกับงานทัศนศิลป์มาสร้างสรรค์ผลงานเพื่อพัฒนาความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการน าไปประยุกต์ใช้ได้
อย่างชื่นชมและเห็นคุณค่าของงานทัศนศิลป์ที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรม มีจิตวิญญาณทางศิลปะ จริยธรรม
คุณธรรม และค่านิยมที่เหมาะสม
ตัวชี้วัด
1. บรรยาย ความแตกต่างและความคล้ายคลึงกันของงานทัศนศิลป์ และสิ่งแวดล้อมโดยใช้ความรู้เรื่อง
ทัศนธาตุ
2. ระบุ และบรรยายหลักการออกแบบงานทัศนศิลป์ โดยเน้นความเป็นเอกภาพ ความกลมกลืน และ
ความสมดุล
3. วาดภาพทัศนียภาพแสดงให้เห็นระยะไกลใกล้ เป็น 3 มิติ
4. รวบรวมงานปั้นหรือสื่อผสมมาสร้างเป็นเรื่องราว 3 มิติ โดยเน้นความเป็นเอกภาพความกลมกลืน และ
การสื่อถึงเรื่องราวของงาน
5. ออกแบบรูปภาพ สัญลักษณ์ หรือกราฟิกอื่น ๆ ในการน าเสนอความคิดและข้อมูล
6. ระบุ และบรรยายเกี่ยวกับลักษณะรูปแบบงานทัศนศิลป์ของชาติและของท้องถิ่นตนเอง จากอดีตจนถึง
ปัจจุบัน
7. ระบุ และเปรียบเทียบงานทัศนศิลป์ของภาคต่าง ๆ ในประเทศไทย
8. เปรียบเทียบความแตกต่างของจุดประสงค์ในการสร้างสรรค์งานทัศนศิลป์ของวัฒนธรรมไทยและสากล
ประเมินงานทัศนศิลป์ และบรรยายถึงวิธีการปรับปรุงงานของตนเองและผู้อื่นโดยใช้เกณฑ์ที่ก าหนดให้หลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
137
รายวิชา ศ21102 ดนตรีศึกษา 1
1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หนวยกิต
—————————————————————————————————————————-
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษาการอ่าน เขียน ร้อง โน้ตไทยและโน้ตสากล เปรียบเทียบเสียงร้องและเสียงของเครื่องดนตรี
ที่มาจากวัฒนธรรมที่ต่างกัน จัดประเภทของเครื่องดนตรีและวงดนตรีไทย วงดนตรีที่มาจากวัฒนธรรมต่าง ๆ
ถ่ายทอดอารมณ์ของบทเพลง บทบาทความสัมพันธ์และอิทธิพลของดนตรีที่มีต่อสังคมไทย ระบุความ
หลากหลายขององค์ประกอบดนตรีในวัฒนธรรมต่างกัน สร้างความรู้ความเข้าใจเรื่องสัญลักษณ์และเครื่องหมาย
ทางดนตรี ฟังเพลงที่มีอัตราจังหวะช้า ปานกลาง เร็ว แสดงความคิดเห็นที่มีต่ออารมณ์ของบทเพลงที่มีความช้า
ปานกลาง เร็วของจังหวะและความดัง-เบาแตกต่างกัน เปรียบเทียบอารมณ์ความรู้สึกในการฟังดนตรีไทย
ดนตรีสากล สร้างความรู้ความเข้าใจเรื่องประเภทของเครื่องดนตรีและวงดนตรีไทย วงดนตรีที่มาจากวัฒนธรรม
ต่าง ๆ ปฏิบัติการร้องเพลงและใช้เครื่องดนตรีบรรเลงประกอบการร้องเพลงด้วยบทเพลงที่หลากหลายรูปแบบ
ในบทเพลงพื้นบ้าน เพลงปลุกใจ เพลงไทยเดิม เพลงประสานเสียง 2 แนว บทเพลงรูปแบบ ABA บทเพลง
ประกอบการเต้นร า
โดยน าเสนอตัวอย่างเพลงที่ตนชื่นชอบและอภิปรายลักษณะเด่นที่ท าให้งานนั้นน่าชื่นชม ใช้เกณฑ์
ส าหรับประเมินคุณภาพงานดนตรีหรือเพลงที่ฟัง บ ารุงรักษาเครื่องดนตรีอย่างระมัดระวังและรับผิดชอบ โดยใช้
กระบวนการคิดวิเคราะห์บทบาทความสัมพันธ์และอิทธิพลของดนตรีที่มีต่อสังคมไทย เพื่อให้รู้ เข้าใจและ
แสดงออกทางดนตรีอย่างสร้างสรรค์ และเห็นคุณค่าของดนตรีที่ เป็นมรดกทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น
ภูมิปัญญาไทยและสากล
ตัวชี้วัด
1. อ่าน เขียน ร้อง โน้ตไทย และโน้ตสากล
2. เปรียบเทียบเสียงร้องและเสียงของเครื่องดนตรีที่มาจากวัฒนธรรมที่ต่างกัน
3. จัดประเภทของวงดนตรีไทยและวงดนตรีที่มาจากวัฒนธรรมต่าง ๆ
4. ร้องเพลงและใช้เครื่องดนตรีบรรเลงประกอบ การร้องเพลงด้วยบทเพลงที่หลากหลายรูปแบบ
5. แสดงความคิดเห็นที่มีต่ออารมณ์ของบทเพลงที่มีความเร็ว ของจังหวะ และความดัง-เบา แตกต่างกัน
6. เปรียบเทียบอารมณ์ ความรู้สึกในการฟังดนตรีแต่ละประเภท
7. น าเสนอตัวอย่างเพลงที่ตนเองชื่นชอบ และอภิปรายลักษณะเด่นที่ท าให้งานนั้นน่าชื่นชม
8. ใช้เกณฑ์ส าหรับประเมินคุณภาพงานดนตรีหรือเพลงที่ฟัง
9. ใช้และบ ารุงรักษาเครื่องดนตรีอย่างระมัดระวังและรับผิดชอบ
10. อธิบายบทบาทความสัมพันธ์และอิทธิพลของดนตรีที่มีต่อสังคมไทย
11. ระบุความหลากหลายขององค์ประกอบดนตรีในวัฒนธรรมต่างกันหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
138
รายวิชา ศ21103 นาฏศิลป์พื้นฐาน
1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หนวยกิต
—————————————————————————————————————————-
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษาวิเคราะห์ อิทธิพลของนักแสดงชื่อดังที่มีผลต่อการโน้มน้าวอารมณ์หรือความคิดของผู้ชม และฝึก
ปฏิบัติ เพื่อให้มีความรู้ความสามารถเกี่ยวกับนาฏยศัพท์ หรือศัพท์ทางการละครในการแสดง พัฒนาทักษะ
พื้นฐานทางนาฏศิลป์อย่างง่าย ได้แก่ นาฏยศัพท์ ระบ าเบ็ดเตล็ด ร าวงมาตรฐาน รู้จักรูปแบบการแสดงนาฏศิลป์
ไทย นาฏศิลป์พื้นเมือง และประเภทของละครไทยในแต่ละยุคสมัย
โดยใช้กระบวนการการสร้างความรู้ความเข้าใจ กระบวนการคิดวิเคราะห์ และเรียนรู้วิธีการสืบค้น
ข้อมูลอย่างสร้างสรรค์ มีความรู้ความเข้าใจในปัจจัยที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของนาฏศิลป์ไทย นาฏศิลป์
พื้นบ้าน ละครไทย และละครพื้นบ้าน สามารถสร้างสรรค์กิจกรรมการแสดงละครอย่างง่าย ๆ ใช้ทักษะการ
ท างานเป็นกลุ่มในกระบวนการผลิตการแสดง ศึกษาการประเมินคุณภาพของผลงานการแสดงที่ชม ใช้เกณฑ์ง่าย
ๆ ที่ก าหนดให้ในการพิจารณาคุณภาพ การแสดงที่ชม โดยเน้นเรื่องการใช้เสียง การแสดงท่า และการ
เคลื่อนไหว ใช้กระบวนการคิดวิเคราะห์ และกระบวนการสร้างเสริมคุณลักษณะอันพึงประสงค์
มีทักษะพื้นฐานของนาฏศิลป์และการละคร สามารถแสดงออกทางนาฏศิลป์อย่างสร้างสรรค์ เรียนรู้
วิธีการท างานเป็นกลุ่ม ฝึกความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ จินตนาการ มีสุนทรียภาพ สร้างสรรค์งานนาฏศิลป์ด้วย
ความชื่นชมและเห็นคุณค่าของนาฏศิลป์ไทย
ตัวชี้วัด
1. อธิบายอิทธิพลของนักแสดงชื่อดังที่มีผลต่อการโน้มน้าวอารมณ์หรือความคิดของผู้ชม
2. ใช้นาฏยศัพท์หรือศัพท์ทางการละครในการแสดง
3. แสดงนาฏศิลป์และการละครในรูปแบบง่าย ๆ
4. บรรยายประเภทของละครไทย ในแต่ละยุคสมัย
5. ระบุปัจจัยที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของนาฏศิลป์ นาฏศิลป์พื้นบ้าน ละครไทย และละครพื้นบ้าน
6. ใช้ทักษะการท างานเป็นกลุ่มในระบวนการผลิตการแสดงง่าย ๆ ที่ก าหนดให้ ในการพิจารณาคุณภาพ
การแสดงที่ชมโดยเน้นเรื่องการใช้เสียง การแสดงท่า และการเคลื่อนไหว
7. ใช้เกณฑ์ง่าย ๆ ที่ก าหนดให้ในการพิจารณาคุณภาพการแสดงที่ชมโดยเน้นเรื่องการใช้เสียง
การแสดงท่า และการเคลื่อนไหวหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
139
รายวิชา ศ22101 ดนตรีศึกษา 2
2 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.0 หนวยกิต
—————————————————————————————————————————-
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษาการอ่าน การเขียน การร้อง โน้ตไทย โน้ตสากลที่มีเครื่องหมายแปลงเสียง เปรียบเทียบองค์ประกอบ
ของดนตรีจากวัฒนธรรมที่ต่างกัน ศึกษาปัจจัยส าคัญที่มีอิทธิพลต่อการสร้างสรรค์งาน ดนตรีขับร้อง บรรยาย
อารมณ์ ความรู้สึกต่อบทเพลงที่ฟัง ศึกษางานอาชีพต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับดนตรีและบทบาทของดนตรีในธุรกิจ
บันเทิง บรรเลงดนตรีทั้งเดี่ยวและรวมวง ประเมินพัฒนาการทักษะทางดนตรีของตนเองหลังจากฝึกปฏิบัติและ
ศึกษาบทบาทและอิทธิพลของดนตรีในวัฒนธรรมของประเทศต่าง ๆ อิทธิพลของวัฒนธรรมและเหตุการณ์
ประวัติศาสตร์ที่มีต่อดนตรีในประเทศไทย
โดยใช้กระบวนการคิดวิเคราะห์ กระบวนการ สืบค้นข้อมูล อภิปราย น าเสนอ กระบวนการฝึกปฏิบัติ
เรียนรู้เทคนิค วิธีการท างานเป็นกลุ่ม และเดี่ยว กระบวนการสร้างเสริมคุณลักษณะที่พึงประสงค์ เพื่อให้รู้
เข้าใจและแสดงออกทางดนตรีอย่างสร้างสรรค์ วิเคราะห์วิจารณ์คุณค่าดนตรีความรู้สึกความคิดต่อดนตรีอย่าง
อิสระ และเห็นคุณค่าของดนตรีที่ เป็นมรดกทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น ภูมิปัญญาไทยและสากล
ตัวชี้วัด
1. อ่าน เขียน ร้อง โน้ตไทยและโน้ตสากลที่มีเครื่องหมายแปลงเสียง
2. เปรียบเทียบการใช้องค์ประกอบดนตรีที่มาจากวัฒนธรรมต่างกัน
3. ระบุปัจจัยส าคัญที่มีอิทธิพลต่อการสร้างสรรค์งานดนตรี
4. บรรยายอารมณ์ของเพลงและความรู้สึกที่มีต่อบทเพลงที่ฟัง
5. ระบุงานอาชีพต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับดนตรีและบทบาทของดนตรีในธุรกิจบันเทิง
6. ร้องเพลง และเล่นดนตรีเดี่ยว และรวมวง
7. ประเมิน พัฒนาการทักษะทางดนตรีของตนเอง หลังจากการฝึกปฏิบัติ
8. บรรยายบทบาท และอิทธิพลของดนตรีในวัฒนธรรมของประเทศต่าง ๆ
9. บรรยายอิทธิพลของวัฒนธรรม และเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ที่มีต่อรูปแบบของดนตรีในประเทศไทยหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
140
รายวิชา ศ22102 การแสดงนาฏศิลป์
1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หนวยกิต
—————————————————————————————————————————-
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษาหลักและวิธีการสร้างสรรค์ การแสดงโดยใช้องค์ประกอบนาฏศิลป์และการละคร วิเคราะห์การ
แสดงของตนเองและผู้อื่นโดยใช้นาฏยศัพท์หรือศัพท์ทางการละครที่เหมาะสม การเสนอข้อคิดเห็นในการ
ปรับปรุงการแสดง การบูรณาการศิลปะแขนงอื่น ๆ กับการแสดง เพื่อเชื่อมโยงการเรียนรู้ระหว่างนาฏศิลป์การ
ละครกับสาระการเรียนรู้อื่น ๆ
โดยการใช้กระบวนการเรียนรู้แบบบูรณาการและกระบวนการสร้างเสริมคุณลักษณะที่พึงประสงค์มี
ความรู้ความเข้าใจในการแสดงนาฏศิลป์ นาฏศิลป์พื้นเมือง ละครไทย ละครพื้นบ้าน หรือมหรสพอื่นที่เคยนิยม
กันในอดีต เปรียบเทียบลักษณะเฉพาะของการแสดงนาฏศิลป์จากวัฒนธรรมต่าง ๆ ใช้กระบวนการจัดการการ
เรียนรู้ด้วยตนเอง กระบวนการสืบค้นข้อมูลและอภิปราย กระบวนการคิดวิเคราะห์ อธิบายอิทธิพลของ
วัฒนธรรมที่มีผลต่อเนื้อหาของละคร เพื่อให้เข้าใจในหลักการสร้างสรรค์การแสดง ใช้องค์ประกอบนาฏศิลป์และ
การละคร สามารถวิเคราะห์ วิพากษ์วิจารณ์คุณค่าของนาฏศิลป์ สามารถถ่ายทอดความรู้สึก ความคิดอย่างอิสระ
ชื่นชมและน าไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจ าวัน พร้อมทั้งเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างนาฏศิลป์ ประวัติศาสตร์และ
วัฒนธรรม เห็นคุณค่าของนาฏศิลป์ที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น ภูมิปัญญาไทยและสากล
ตัวชี้วัด
1. สร้างสรรค์การแสดง โดยใช้องค์ประกอบนาฏศิลป์และการละคร
2. วิเคราะห์การแสดงของตนเองและผู้อื่น โดยใช้นาฏยศัพท์หรือศัพท์ทางการละครที่เหมาะสม
3. เสนอข้อคิดเห็นในการปรับปรุงการแสดง ระหว่างนาฏศิลป์และการละคร กับสาระการเรียนรู้อื่น ๆ
4. อธิบายการบูรณาการศิลปะแขนงอื่น ๆ กับการแสดง
5. เชื่อมโยงการเรียนรู้ระหว่างนาฏศิลป์และการละครกับสาระการเรียนรู้อื่น ๆ
6. ระบุหรือแสดงนาฏศิลป์นาฏศิลป์พื้นบ้าน ละครไทย ละครพื้นบ้าน หรือมหรสพอื่น ที่เคยนิยมกันในอดีต
7. .เปรียบเทียบลักษณะเฉพาะของการแสดงนาฏศิลป์จากวัฒนธรรมต่าง ๆ
8. อธิบายอิทธิพลของวัฒนธรรมที่มีผลต่อเนื้อหาของละครหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
141
รายวิชา ศ22103 ทัศนศิลป์ร่วมสมัย
1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หนวยกิต
—————————————————————————————————————————-
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษาเพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจสามารถเกี่ยวกับสุนทรียภาพทางศิลปะ รูปแบบของทัศนธาตุและ
องค์ประกอบศิลป์ในงานทัศนศิลป์และสื่อโฆษณาด้าน ความเหมือนและความแตกต่างของรูปแบบการใช้วัสดุ
อุปกรณ์ เทคนิคในการวาดภาพสื่อความหมายในงานทัศนศิลป์ของศิลปินไทยและสากล ลักษณะ รูปแบบของ
งานภูมิปัญญาไทยและสากล ศิลปะพื้นบ้าน จิตรกรรมไทย
โดยเน้นทักษะการคิดสร้างสรรค์ สืบค้นข้อมูลมาวิเคราะห์และถ่ายทอดเป็นผลงานทางด้านทัศนศิลป์
งานสื่อโฆษณา ภูมิปัญญาไทย ศิลปะพื้นบ้านและจิตรกรรม เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ เทคนิควิธีการท างาน การเปิด
โอกาสให้แสดงออกอย่างอิสระมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ มีสุนทรียภาพ สร้างสรรค์งานทัศนศิลป์ด้วยความชื่นชม
และเห็นคุณค่างานทัศนศิลป์ที่มีบริบทมาจากภูมิปัญญาไทยและสากล
ตัวชี้วัด
1. อภิปรายเกี่ยวกับทัศนธาตุในด้านรูปแบบและแนวคิดของงานทัศนศิลป์ที่เลือกมา
2. บรรยายเกี่ยวกับความเหมือนและความแตกต่างของรูปแบบการใช้วัสดุอุปกรณ์ในงานทัศนศิลป์ของ
ศิลปิน
3. วาดภาพด้วยเทคนิคที่หลากหลายในการสื่อความหมายและเรื่องราวต่าง ๆ
4. สร้างเกณฑ์ในการประเมินและวิจารณ์งานทัศนศิลป์
5. น าผลการวิจารณ์ไปปรับปรุงแก้ไขและพัฒนางาน
6. บรรยายวิธีการใช้งานทัศนศิลป์ในการโฆษณาเพื่อโน้มน้าวใจ และน าเสนอตัวอย่างประกอบ
7. ระบุและบรรยายเกี่ยวกับวัฒนธรรม ต่าง ๆ ที่สะท้อนถึงงานทัศนศิลป์ในปัจจุบัน
8. บรรยายถึงการเปลี่ยนแปลงของงานทัศนศิลป์ของไทยในแต่ละยุคสมัยโดยเน้นถึงแนวคิด และเนื้อหา
ของงาน
9. เปรียบเทียบแนวคิดในการออกแบบงานทัศนศิลป์ที่มาจาก วัฒนธรรม ไทย และสากล
10. วาดภาพแสดงบุคลิกลักษณะของตัวละครหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
142
รายวิชา ศ23101 นาฏศิลป์และการละคร
2 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.0 หนวยกิต
—————————————————————————————————————————-
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษานาฏยศัพท์ หรือศัพท์ทางละครที่เหมาะสมโดยสามารถน ามาเปรียบเทียบ การแสดงอากัปกิริยา
ของผู้คนในชีวิตประจ าวันและในการแสดง มีทักษะในการใช้ความคิดพัฒนารูปแบบการแสดง มีทักษะในแปล
ความและการสื่อสารผ่านการแสดง ได้แก่ การแสดงเป็นหมู่ การแสดงเดี่ยว การแสดงเป็นชุดเป็นตอน การ
ประดิษฐ์ท่าร าและท่าทางประกอบการแสดง แล้วน ามาวิจารณ์เปรียบเทียบงานนาฏศิลป์ที่มีความแตกต่างกัน
โดยใช้ความรู้เรื่ององค์ประกอบนาฏศิลป์ ศึกษาเกี่ยวกับองค์ประกอบของบทละคร ได้แก่โครงเรื่อง ตัวละคร
ความคิดหรือแก่นของเรื่อง บทสนทนา โดยน ามาร่วมจัดการแสดง ในบทบาทหน้าที่ต่าง ๆ แล้วน าเสนอแนวคิด
จากเนื้อเรื่องของการแสดงที่สามารถน าไปปรับใช้ในชีวิตประจ าวัน สามารถออกแบบและสร้างสรรค์อุปกรณ์
เครื่องแต่งกาย เพื่อแสดงนาฏศิลป์และการละครที่มาจากวัฒนธรรมต่าง ๆ ศึกษาความส าคัญและบทบาทของ
นาฏศิลป์และการละคร ในชีวิตประจ าวัน สามารถแสดงความคิดเห็นในการอนุรักษ์งานนาฏศิลป์โดยใช้
กระบวนการ การสร้างความรู้ความ กระบวนการคิดวิเคราะห์ วิจารณ์ กระบวนการฝึกปฏิบัติ กระบวนการ
ประยุกต์และน าไปใช้ กระบวนการเรียนรู้แบบบูรณาการ กระบวนการสืบค้นข้อมูล และกระบวนการสร้างเสริม
คุณลักษณะที่พึงประสงค์
เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับนาฏศิลป์และการละคร มีทักษะการแสดงออกอย่างอิสระ
มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ จินตนาการ มีสุนทรียภาพ สร้างสรรค์งานนาฏศิลป์ที่มีบริบทมาจากศิลปวัฒนธรรม
ไทย ร่วมอนุรักษ์ชื่นชมและเห็นคุณค่าของนาฏศิลป์และละครในชีวิตประจ าวัน
ตัวชี้วัด
1. ใช้นาฏยศัพท์ หรือศัพท์ทางการละครที่เหมาะสมบรรยายเปรียบเทียบการแสดงอากัปกิริยาของผู้คนใน
ชีวิต ประจ าวันและในการแสดง
2. มีทักษะในการใช้ความคิดในการพัฒนารูปแบบการแสดงสื่อสารผ่านการแสดง
3. มีทักษะในการแปลความและการสื่อสารผ่านการแสดง
4. วิจารณ์เปรียบเทียบงานนาฏศิลป์ที่มีความแตกต่างกันโดยใช้ความรู้เรื่ององค์ประกอบนาฏศิลป์
5. ระบุโครงสร้างของบทละครโดยใช้ศัพท์ทางการละคร
6. ร่วมจัดงานการแสดง ในบทบาทหน้าที่ต่าง ๆ
7. ออกแบบ และสร้างสรรค์อุปกรณ์ และเครื่องแต่งกาย เพื่อแสดงนาฏศิลป์และการละครที่มาจาก
วัฒนธรรมต่าง ๆ
8. น าเสนอแนวคิดจากเนื้อเรื่อง ของการแสดงที่สามารถน าไปปรับใช้ในชีวิตประจ าวัน
9. อธิบายความส าคัญและบทบาทของนาฏศิลป์และการละครในชีวิตประจ าวัน
10. แสดงความคิดเห็นในการอนุรักษ์หลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
143
รายวิชา ศ23102 ทัศนศิลป์สร้างสรรค์
1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หนวยกิต
—————————————————————————————————————————-
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษาหลักทัศนธาตุ และหลักการออกแบบในสิ่งแวดล้อมและงานทัศนศิลป์โดยระบุและบรรยายเทคนิค
วิธีการของศิลปินในการสร้างงานทัศนศิลป์ มีทักษะในการสร้างงานและประยุกต์ใช้ทัศนธาตุและหลักการ
ออกแบบสร้างสรรค์งานทัศนศิลป์ทั้ง 2 มิติและ 3 มิติในรูปแบบงานสื่อผสมทั้งไทยและสากล เพื่อน าทักษะที่
จ าเป็นไปใช้ในการประกอบอาชีพ เล็งเห็นคุณค่าของวัฒนธรรมและเปรียบเทียบความแตกต่างของงานทัศนศิลป์
ในแต่ละยุคสมัยของวัฒนธรรมไทยและสากลได้
การสร้างความรู้ความเข้าใจ กระบวนการคิดวิเคราะห์ อภิปราย กระบวนการการจัดการเรียนรู้ด้วย
ตนเอง กระบวนการสืบค้นข้อมูลและอภิปรายกระบวนการเรียนรู้แบบบูรณาการ และกระบวนการสร้างเสริม
คุณลักษณะที่พึงประสงค์ เพื่อให้เกิดการเรียนรู้เทคนิค วิธีการท างาน ตลอดจนเปิดโอกาสให้แสดงออกอย่าง
อิสระ มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ จินตนาการ มีสุนทรียภาพ สร้างสรรค์งานศิลปะด้วยความชื่นชมและเห็น
คุณค่าของศิลปวัฒนธรรมไทยสากล
ตัวชี้วัด
1. บรรยายสิ่งแวดล้อม และงานทัศนศิลป์ที่เลือกมาโดยใช้ความรู้เรื่องทัศนธาตุ และหลักการออกแบบ
2. ระบุ และบรรยายเทคนิค วิธีการของศิลปินในการสร้างงาน ทัศนศิลป์
3. วิเคราะห์ และบรรยายวิธีการใช้ทัศนธาตุ และหลักการออกแบบในการสร้างงาน ทัศนศิลป์ของตนเองให้มี
คุณภาพ
4. มีทักษะในการสร้างงานทัศนศิลป์อย่างน้อย 3 ประเภท
5. มีทักษะในการผสมผสานวัสดุต่าง ๆ ในการสร้างงานทัศนศิลป์โดยใช้หลักการออกแบบ
6. สร้างงานทัศนศิลป์ ทั้ง 2 มิติ และ 3 มิติเพื่อถ่ายทอดประสบการณ์และจินตนาการ
7. สร้างสรรค์งานทัศนศิลป์สื่อความหมายเป็นเรื่องราวโดยประยุกต์ใช้ทัศนธาตุ และหลักการออกแบบ
8. วิเคราะห์และอภิปรายรูปแบบ เนื้อหาและคุณค่าในงานทัศนศิลป์ของตนเอง และผู้อื่น หรือของศิลปิน
9. สร้างสรรค์งานทัศนศิลป์เพื่อบรรยาย เหตุการณ์ต่าง ๆ โดยใช้เทคนิคที่หลากหลาย
10. ระบุอาชีพที่เกี่ยวข้องกับงานทัศนศิลป์และทักษะที่จ าเป็นในการประกอบอาชีพนั้น ๆ
11. เลือกงานทัศนศิลป์โดยใช้เกณฑ์ที่ก าหนดขึ้นอย่างเหมาะสม และน าไปจัดนิทรรศการ
12. ศึกษาและอภิปรายเกี่ยวกับงานทัศนศิลป์ที่สะท้อนคุณค่าของวัฒนธรรม
13. เปรียบเทียบความแตกต่างของงานทัศนศิลป์ในแต่ละยุคสมัย ของวัฒนธรรมไทยและสากลหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
144
รายวิชา ศ23103 ดนตรีศึกษา 3
1 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 0.5 หนวยกิต
—————————————————————————————————————————-
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษาและอภิปรายวิวัฒนาการของดนตรีแต่ละยุคสมัย การเลือกใช้องค์ประกอบดนตรีในการสร้างสรรค์
งานดนตรีของตนเอง อิทธิพลของดนตรีที่มีต่อบุคคลและสังคม เปรียบเทียบองค์ประกอบที่ใช้ในงานดนตรีและ
งานศิลปะอื่น ศึกษาความแตกต่างระหว่างงานดนตรีของตนเองและผู้อื่น สามารถอธิบายเกี่ยวกับอิทธิพลของ
ดนตรีที่มีต่อบุคคลและสังคม
ฝึกปฏิบัติการร้องเพลง การเล่นดนตรีเดี่ยวและรวมวง โดยเน้นเทคนิคการร้อง การเล่น การแสดงออก
และคุณภาพเสียง สามารถแต่งเพลงสั้น ๆ ด้วยจังหวะง่าย ๆ และอธิบายเหตุผลในการเลือกใช้องค์ประกอบ
ดนตรีในการสร้างสรรค์งานดนตรีของตนเอง โดยใช้กระบวนการเรียนรู้และบูรณาการ กระบวนการการจัดการ
เรียนรู้ด้วยตนเอง กระบวนการสร้างเสริมคุณลักษณะที่พึงประสงค์
เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจ และสามารถแสดงออกทางดนตรีอย่างสร้างสรรค์ โดยการบูรณาการกับ
สาระการเรียนรู้อื่นในกลุ่มศิลปะ และประยุกต์ใช้ในชีวิตประจ าวัน
ตัวชี้วัด
1. บรรยายวิวัฒนาการของดนตรีแต่ละยุคสมัย
2. เปรียบเทียบองค์ประกอบที่ใช้ในงานดนตรีและงานศิลปะอื่น
3. อภิปรายลักษณะเด่นที่ท าให้งานดนตรีนั้นได้รับการยอมรับ
4. เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างงานดนตรีของตนเองและผู้อื่น
5. อธิบายเหตุผลในการเลือกใช้องค์ประกอบดนตรีในการสร้างสรรค์งานดนตรีของตนเอง
6. อธิบายเกี่ยวกับอิทธิพลของดนตรีที่มีต่อบุคคลและสังคม
7. แต่งเพลงสั้น ๆ จังหวะง่าย ๆ
8. ร้องเพลง เล่นดนตรีเดี่ยว และรวมวง โดยเน้นเทคนิคการร้อง การเล่น การแสดงออก และคุณภาพ
สียง
9. โดยการบูรณาการกับสาระการเรียนรู้อื่นในกลุ่มศิลปะหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
145
มาตราฐานการเรียนรู้
กลุ่มสาระเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี
 เข้าใจการท างาน มีความคิดสร้างสรรค์ มีทักษะกระบวนการท างาน ทักษะ การจัดการ
ทักษะกระบวนการแก้ปัญหา ทักษะการท างานร่วมกัน และทักษะ การแสวงหาความรู้ มีคุณธรรม
และลักษณะนิสัยในการท างาน มีจิตส านึก ในการใช้พลังงาน ทรัพยากร และสิ่งแวดล้อม เพื่อการ
ด ารงชีวิตและครอบครัว
 เข้าใจเทคโนโลยีและกระบวนการเทคโนโลยี ออกแบบและสร้างสิ่งของเครื่องใช้หรือ
วิธีการ ตามกระบวนการเทคโนโลยีอย่างมีความคิดสร้างสรรค์ เลือกใช้เทคโนโลยีในทางสร้างสรรค์ต่อ
ชีวิต สังคม สิ่งแวดล้อม และมีส่วนร่วมในการจัดการเทคโนโลยีที่ยั่งยืน
 เข้าใจ เห็นคุณค่า และใช้กระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศในการสืบค้นข้อมูล การเรียนรู้ การ
สื่อสาร การแก้ปัญหา การท างาน และอาชีพอย่างมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และมีคุณธรรม
 เข้าใจ มีทักษะที่จ าเป็น มีประสบการณ์ เห็นแนวทางในงานอาชีพใช้เทคโนโลยีเพื่อพัฒนา
อาชีพ มีคุณธรรม และมีเจตคติที่ดีต่ออาชีพหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
146
ชื่อรายวิชาและหน่วยกิต
กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี
รายวิชาพื้นฐาน
1. ง21101 เทคโนโลยีสารสนเทศ 2 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.0 หน่วยกิต
TEC21101 Information Technology
1. ง21102 งานอาชีพ 1 2 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.0 หน่วยกิต
TEC21102 Occupation 1
2. ง22101 การสื่อสารและเครือข่าย คอมพิวเตอร์ 2 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.0 หน่วยกิต
TEC22101 Communication & Network
3. ง22102 งานอาชีพ 2 2 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.0 หน่วยกิต
TEC22102 Occupation 2
4. ง23101 การเขียนโปรแกรมเบื้องต้น 2 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.0 หน่วยกิต
TEC23101 Basic Programming
5. ง23102 งานอาชีพ 3 2 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.0 หน่วยกิต
TEC23102 Occupation 3หลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
147
รายวิชา ง21101 เทคโนโลยีสารสนเทศ
2 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.0 หนวยกิต
—————————————————————————————————————————-
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษาองค์ประกอบและหลักการท างานของคอมพิวเตอร์ บทบาทของคอมพิวเตอร์ที่เกี่ยวข้องกับงาน
ด้านต่างๆ บอกประโยชน์ที่ได้รับจากการใช้คอมพิวเตอร์ ผลกระทบของเทคโนโลยีสารสนเทศที่มีต่อสังคม
ความหมายและความส าคัญของข้อมูลสารสนเทศ ประเภทของข้อมูล ความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูลและ
สารสนเทศ การจัดเก็บและแยกประเภทข้อมูล วิธีการประมวลผลข้อมูลให้เป็นสารสนเทศ การจัดการ
สารสนเทศระดับสารสนเทศ
ปฏิบัติการใช้คอมพิวเตอร์ค้นหาข้อมูล ประมวลผลข้อมูล จัดท ารายงานและใช้โปรแกรมส าเร็จรูป
น าเสนอข้อมูลเพื่อเผยแพร่ข้อมูล
เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับหลักการท างาน บทบาท และประโยชน์ของคอมพิวเตอร์
สามารถอภิปรายลักษณะส าคัญ และผลกระทบของเทคโนโลยีสารสนเทศ มีทักษะในการประมวลผลข้อมูลให้
เป็นสารสนเทศได้เกิดการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการเรียนรู้ด้วยตนเองอย่างสร้างสรรค์ มี
คุณธรรมจริยธรรม เจตคติ และลักษณะนิสัยในการท างาน
ตัวชี้วัด
1. อธิบายหลักการท างาน บทบาท และประโยชน์ของคอมพิวเตอร์
2. อภิปรายลักษณะส าคัญและผลกระทบของเทคโนโลยีสารสนเทศ
3. ประมวลผลข้อมูลให้เป็นสารสนเทศหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
148
รายวิชา ง21102 งานอาชีพ 1
2 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.0 หนวยกิต
—————————————————————————————————————————-
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษากระบวนการท างาน (การวิเคราะห์งาน การวางแผนในการท างาน การปฏิบัติงานและการ
ประเมินผลการท างาน) การท างานโดยใช้กระบวนการกลุ่ม (กระบวนการในการท างานกลุ่ม มีขั้นตอน ดังนี้การ
เลือกหัวหน้ากลุ่ม การก าหนดเป้าหมาย หรือวัตถุประสงค์ของงาน วางแผนการท างาน แบ่งงานตาม
ความสามารถของแต่ละบุคคล ปฏิบัติตามบทบาทหน้าที่ ประเมินผล และปรับปรุงการท างาน) การใช้เหตุผล
ในการแก้ปัญหาในการท างาน (เป็นกระบวนการที่ต้องการให้ผู้เรียนได้เกิดความคิดหาวิธีการแก้ปัญหาอย่างมี
ขั้นตอน การสังเกต การวิเคราะห์ การสร้างทางเลือก และการประเมินทางเลือก) การเลือกอาชีพ (ขั้นตอนก่อน
ตัดสินใจเลือกอาชีพ กระบวนการตัดสินใจเลือกอาชีพ ความจ าเป็นในการประกอบอาชีพ การด าเนินงานอาชีพ
ส่วนตัว การน าเทคโนโลยีและภูมิปัญญาไทยมาใช้กับงานอาชีพ การเตรียมความพร้อมในการปฏิบัติงานอาชีพ
รายได้จากอาชีพ)
ปฏิบัติการวิเคราะห์ขั้นตอนการท างานตามกระบวนการท างาน การท างานโดยใช้กระบวนการกลุ่มและ
ใช้การตัดสินใจแก้ปัญหาอย่างมีเหตุผลรายงานการเลือกอาชีพที่ตนเองสนใจเพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจ
กระบวนการท างาน สามารถวิเคราะห์ขั้นตอนการท างานตามกระบวนการท างาน ท างานกลุ่มด้วยความ
เสียสละ ตัดสินใจแก้ปัญหาอย่างมีเหตุผล มีแนวทางการเลือกอาชีพ มีเจตคติที่ดีต่อการประกอบอาชีพและ
เห็นความส าคัญของการสร้างอาชีพ
ตัวชี้วัด
1. วิเคราะห์ขั้นตอนการท างานตามกระบวนการท างาน
2. ใช้กระบวนการกลุ่มในการท างานด้วยความเสียสละ
3. ตัดสินใจแก้ปัญหาการท างานอย่างมีเหตุผล
4. อธิบายแนวทางการเลือกอาชีพ
5. มีเจตคติที่ดีต่อการประกอบอาชีพ
6. เห็นความส าคัญของการสร้างอาชีพหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
149
รายวิชา ง22101 การสื่อสารข้อมูลและเครือข่ายคอมพิวเตอร์พื้นฐาน
2 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.0 หนวยกิต
—————————————————————————————————————————-
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษาความหมาย พัฒนาการ การสื่อสารข้อมูล ชนิด อุปกรณ์ ประโยชน์ของเครือข่ายคอมพิวเตอร์
กระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศ วิธีการแก้ปัญหาโดยใช้คอมพิวเตอร์ การใช้อินเทอร์เน็ต ซอฟต์แวร์ระบบ
ซอฟต์แวร์ประยุกต์
ปฏิบัติการเชื่อมต่อเครือข่าย ใช้ค าสั่งเครือข่ายเบื้องต้น และจัดการทรัพยากรบนเครือข่าย การใช้
โปรแกรมติดต่อสื่อสารและบริการบนอินเทอร์เน็ต การใช้ซอฟต์แวร์ระบบและซอฟต์แวร์ประยุกต์ช่วยในการ
ท างาน
เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจ ความหมาย พัฒนาการ การสื่อสารข้อมูล ชนิด อุปกรณ์ กระบวนการ
เทคโนโลยีสารสนเทศ วิธีการแก้ปัญหาโดยใช้คอมพิวเตอร์ มีทักษะในการใช้งานโปรแกรมติดต่อสื่อสารและ
บริการบนอินเทอร์เน็ต ซอฟต์แวร์ระบบและซอฟต์แวร์ประยุกต์ในการท างานอย่างมีคุณธรรม จริยธรรม
ตัวชี้วัด
1. อธิบายหลักการเบื้องต้นของการสื่อสารข้อมูลและเครือข่ายคอมพิวเตอร์
2. อธิบายหลักการและวิธีการแก้ปัญหาด้วยกระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศ
3. ค้นหาข้อมูล และติดต่อสื่อสารผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์อย่างมีคุณธรรมและจริยธรรม
4. ใช้ซอฟต์แวร์ในการท างานหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
150
รายวิชา ง22102 งานอาชีพ 2
2 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.0 หนวยกิต
—————————————————————————————————————————-
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษาวิธีการแสวงหาความรู้(เช่น การศึกษาค้นคว้า การรวบรวม การสังเกต การส ารวจ และการ
บันทึก) กระบวนการแก้ปัญหาในการท างาน (การสังเกต การวิเคราะห์ การสร้างทางเลือก และการประเมิน
ทางเลือก) กระบวนการเทคโนโลยี (ก าหนดปัญหาหรือความต้องการ รวบรวมข้อมูลเพื่อแสวงหาวิธีการ
แก้ปัญหาหรือสนองความต้องการ เลือกวิธีการ ออกแบบและปฏิบัติการ ทดสอบ ปรับปรุงแก้ไข และ
ประเมินผล) สร้างสิ่งของเครื่องใช้และน าเสนอวิธีการสร้าง (ออกแบบเป็นภาพร่าง 3 มิติ หรือภาพฉายหรือ
ถ่ายทอดความคิดของวิธีการเป็นแบบจ าลองความคิด) การเสริมสร้างประสบการณ์อาชีพ การเตรียมตัวเข้าสู่
อาชีพ
ปฏิบัติการแสวงหาความรู้เพื่อพัฒนาการท างาน แก้ปัญหาการท างานโดยใช้กระบวนการแก้ปัญหา สร้าง
สิ่งของเครื่องใช้และน าเสนอวิธีการสร้าง กิจกรรมเสริมสร้างประสบการณ์อาชีพเพื่อเตรียมตัวเข้าสู่อาชีพ
เพื่อให้เกิดทักษะการแสวงหาความรู้เพื่อพัฒนาการท างาน ทักษะกระบวนการแก้ปัญหาในการท างาน การ
สร้างสิ่งของเครื่องใช้หรือวิธีการตามกระบวนการเทคโนโลยีอย่างปลอดภัยและน าเสนอวิธีการสร้าง โดยเลือกใช้
ทรัพยากร พลังงาน เทคโนโลยีที่ไม่มีผลกระทบกับสิ่งแวดล้อม มีจิตส านึกในการท างานและใช้ทรัพยากรในการ
ปฏิบัติงานอย่างประหยัดและคุ้มค่า มีทักษะพื้นฐานที่จ าเป็นส าหรับการประกอบอาชีพที่สนใจ
ตัวชี้วัด
1. ใช้ทักษะการแสวงหาความรู้ เพื่อพัฒนาการท างาน
2. ใช้ทักษะกระบวนการแก้ปัญหาในการท างาน
3. มีจิตส านึกในการท างานและใช้ทรัพยากรในการปฏิบัติงานอย่างประหยัดและคุ้มค่า
4. อธิบายกระบวนการเทคโนโลยี
5. สร้างสิ่งของเครื่องใช้หรือวิธีการตามกระบวนการเทคโนโลยีอย่างปลอดภัย ออกแบบโดยถ่ายทอด
ความคิดเป็นภาพร่าง 3 มิติ หรือภาพฉาย เพื่อน าไปสู่การสร้างต้นแบบของสิ่งของเครื่องใช้ หรือ
ถ่ายทอดความคิดของวิธีการเป็นแบบจ าลองความคิดและการรายงานผลเพื่อน าเสนอวิธีการ
6. มีความคิดสร้างสรรค์ในการแก้ปัญหา หรือสนองความต้องการในงานที่ผลิตเอง
7. เลือกใช้เทคโนโลยีอย่างสร้างสรรค์ต่อชีวิต สังคม สิ่งแวดล้อมและมีการจัดารเทคโนโลยีด้วยการลดการ
ใช้ทรัพยากร หรือเลือกใช้เทคโนโลยีที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
8. อธิบายการเสริมสร้างประสบการณ์อาชีพ
9. ระบุการเตรียมตัวเข้าสู่อาชีพ
10. มี ทั ก ษ ะ พื้ น ฐ า น ที่ จ า เ ป็ น ส า ห รั บ ก า ร ป ร ะ ก อ บ อ า ชี พ ที่ ส น ใ จหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
151
รายวิชา ง23101การเขียนโปรแกรมขั้นพื้นฐาน
2 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.0 หนวยกิต
—————————————————————————————————————————-
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษาหลักการโปรแกรมและเขียนโปรแกรมขั้นพื้นฐาน หลักการท าโครงงานและท าโครงงานที่มีการใช้
เทคโนโลยีสารสนเทศ
ปฏิบัติการเขียนโปรแกรมภาษาขั้นพื้นฐาน การพัฒนาโครงงานที่มีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและ
น าเสนองานในรูปแบบที่เหมาะสมกับลักษณะงาน
เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจหลักการโปรแกรม หลักการท าโครงงาน และสามารถเขียนโปรแกรมขั้น
พื้นฐาน และพัฒนาชิ้นงานจากจินตนาการหรืองานที่ท าในชีวิตประจ าวันตามหลักการท าโครงงานอย่างมี
จิตส านึกและความรับผิดชอบ มีทักษะในการน าเสนองานในรูปแบบที่เหมาะสมกับลักษณะงาน
ตัวชี้วัด
1. อธิบายหลักการท างานท าโครงงานที่มีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ
2. เขียนโปรแกรมภาษาขั้นพื้นฐาน
3. ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศน าเสนองานในรูปแบบที่เหมาะสมกับลักษณะงาน
4. ใช้คอมพิวเตอร์ช่วยสร้างชิ้นงานจากจินตนาการหรืองานที่ท าในชีวิตประจ าวัน ตามหลักการท าโครงงาน
อย่างมีจิตส านึกและความรับผิดชอบหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
152
รายวิชา ง23102 งานอาชีพ 3
2 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.0 หนวยกิต
—————————————————————————————————————————-
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษาขั้นตอนการท างานที่มีประสิทธิภาพ การท างานร่วมกันอย่างมีคุณธรรม การจัดการเพื่อการ
ประหยัดพลังงานทรัพยากร และสิ่งแวดล้อม สร้างสิ่งของเครื่องใช้หรือวิธีการตามกระบวนการเทคโนโลยีอย่าง
ปลอดภัย การหางานด้วยวิธีหลากหลาย วิเคราะห์แนวทางเข้าสู่อาชีพ ประเมินทางเลือกในการประกอบอาชีพ
ที่สอดคล้องกับความรู้ความถนัด และความสนใจของตนเอง
ปฏิบัติการสร้างสิ่งของเครื่องใช้หรือวิธีการตามกระบวนการเทคโนโลยีอย่างปลอดภัย โดยการท างาน
ร่วมกันอย่างมีคุณธรรม อภิปรายขั้นตอนการท างานที่มีประสิทธิภาพ มีการจัดการเพื่อการประหยัดพลังงาน
ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม พร้อมรายงานผลอภิปรายการหางานด้วยวิธีหลากหลาย วิเคราะห์แนวทางเข้าสู่
อาชีพ จัดท ารายงานผลการประเมินทางเลือกในการประกอบอาชีพที่สอดคล้องกับความรู้ความถนัด และความ
สนใจของตนเอง
เพื่อให้สามารถตัดสินใจเลือกขั้นตอนการท างานที่มีประสิทธิภาพ และการจัดการเพื่อการประหยัด
พลังงานทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม มีทักษะการท างานร่วมกันอย่างมีคุณธรรม มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ
ระดับของเทคโนโลยี การออกแบบและการถ่ายทอดความคิดของวิธีการเป็นแบบจ าลองความคิด สร้างสิ่งของ
เครื่องใช้หรือวิธีการตามกระบวนการเทคโนโลยีอย่างปลอดภัย มีแนวทางเข้าสู่อาชีพและเลือกอาชีพที่สอดคล้อง
กับความรู้ความถนัดและความสนใจของตนเอง
ตัวชี้วัด
1. อภิปรายขั้นตอนการท างานที่มีประสิทธิภาพ
2. ใช้ทักษะในการท างานร่วมกันอย่างมีคุณธรรม
3. อภิปรายการท างานโดยใช้ทักษะการจัดการเพื่อการประหยัดพลังงานทรัพยากร และสิ่งแวดล้อม
4. สร้างสิ่งของเครื่องใช้หรือวิธีการตามกระบวนการเทคโนโลยีอย่างปลอดภัยออกแบบโดยถ่ายทอด
ความคิดเป็นภาพฉายเพื่อน าไปสู่การสร้างต้นแบบ และแบบจ าลองของสิ่งของเครื่องใช้หรือถ่ายทอด
ความคิดของวิธีการเป็นแบบจ าลองความคิดและการรายงานผล
5. อธิปรายการหางานด้วยวิธีหลากหลาย
6. วิเคราะห์แนวทางเข้าสู่อาชีพ
7. ประเมินทางเลือกในการประกอบอาชีพที่สอดคล้องกับความรู้ความถนัด และความสนใจของตนเองหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
153
มาตรฐานการเรียนรู้
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ
1. เข้าใจและตีความเรื่องที่ฟังและอ่านจากสื่อประเภทต่าง ๆ และแสดงความคิดเห็น อย่างมีเหตุผล
2. มีทักษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร แสดงความรู้สึกและความคิดเห็นอย่างมี
ประสิทธิภาพ
3. น าเสนอ ข้อมูล ข่าวสาร ความคิดรวบยอด และความคิดเห็นในเรื่องต่าง ๆ โดยการพูดและการเขียน
4. เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างภาษากับวัฒนธรรมของเจ้าของภาษาและน าไปใช้ได้อย่างเหมาะสมกับ
กาลเทศะ
5. เข้าใจความเหมือนและความแตกต่างระหว่างภาษาและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษากับภาษาและ
วัฒนธรรมใทยและน ามาใช้อย่างถูกต้อง
6. ใช้ภาษาต่างประเทศในการเชื่อมโยงความรู้กับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น และเป็นพื้นฐานในการพัฒนา
แสวงหาความรู้ และเปิดโลกทัศน์ของตน
7. ใช้ภาษาต่างประเทศในสถานการต่าง ๆ ทั้งในสถานศึกษา ชุมชน และสังคม
8. ใช้ภาษาต่างประเทศเป็นเครื่องมือพื้นฐานในการศึกษาต่อ การประกอบอาชีพ และการแลกเปลี่ยน
เรียนรู้กับสังคมโลกหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
154
ชื่อรายวิชาและหน่วยกิต
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ
รายวิชาพื้นฐาน
1. อ21101 ภาษาอังกฤษพื้นฐาน 1 2 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.0 หน่วยกิต
ENG21101 Fundamental English 1
2. อ21102 ภาษาอังกฤษพื้นฐาน 2 2 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.0 หน่วยกิต
ENG21102 Fundamental English 2
3. อ22101 ภาษาอังกฤษพื้นฐาน 3 2 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.0 หน่วยกิต
ENG22101 Fundamental English 3
4. อ22102 ภาษาอังกฤษพื้นฐาน 4 2 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.0 หน่วยกิต
ENG22102 Fundamental English 4
5. อ23101 ภาษาอังกฤษพื้นฐาน 5 2 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.0 หน่วยกิต
ENG23101 Fundamental English 5
6. อ23102 ภาษาอังกฤษพื้นฐาน 6 2 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.0 หน่วยกิต
ENG23102 Fundamental English 6หลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
155
รายวิชา อ21101 ภาษาอังกฤษพื้นฐาน 1
3 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.5 หนวยกิต
—————————————————————————————————————————-
ค าอธิบายรายวิชา
รายวิชาภาษาอังกฤษพื้นฐาน 1 (อ21101) เป็นการสร้างความเข้าใจและศึกษาถึงความสัมพันธ์ของ
ภาษาและวัฒนธรรมที่มีทั้งความเหมือนและความแตกต่าง ซึ่งจะเป็นพื้นฐานในการน าความรู้ไปใช้ใน
ชีวิตประจ าวัน เพื่อการสืบค้นหาข้อมูลและการสื่อสาร โดยเริ่มจากการศึกษาโครงสร้างประโยคค าสั่ง ค าขอร้อง
ค าแนะน า และค าชี้แจงง่าย ๆ ทั้งจากเรื่องที่ได้ฟังและอ่าน อีกทั้งฝึกอ่านออกเสียงข้อความและ นิทานสั้น ๆ
อย่างถูกต้องตามหลักการอ่าน และฝึกสนทนาเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล พร้อมทั้งเขียนบรรยายข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง
ครอบครัว กิจวัตรประจ าวัน รวมทั้งขอและให้ความช่วยเหลือในสถานการณ์ต่างๆ นอกจากนี้ผู้เรียนยังได้ฝึกพูด
และเขียนตอบค าถามเกี่ยวกับหัวข้อเรื่อง (topic) ใจความส าคัญ (main idea) และแสดงความคิดเห็น พร้อม
ทั้งให้เหตุผลสั้น ๆ ประกอบในสถานการณ์ต่างๆ ทั้งจากเรื่องที่ฟังและอ่าน โดยเลือกใช้ค าศัพท์ ส านวน
ข้อความและประโยคความเดียว (simple sentence) ได้อย่างเหมาะสม รวมถึงการฝึกใช้พจนานุกรมอย่าง
รวดเร็วและถูกต้อง
ตัวชี้วัด
1. ปฏิบัติตามค าสั่ง ค าขอร้อง ค าแนะน า และค าชี้แจงง่าย ๆ ที่ได้ฟังและอ่าน
2. อ่านออกเสียงข้อความและนิทานสั้น ๆ ได้ถูกต้องตามหลักการอ่าน
3. เลือก/ระบุประโยคและข้อความ ให้สัมพันธ์กับสื่อที่ไม่ใช่ความเรียง (non-text information) ที่อ่าน
4. ระบุหัวข้อเรื่อง ( topic) ใจความส าคัญ ( main idea) และตอบค าถามจากการฟังและอ่านบทสนทนา
นิทาน และเรื่องสั้น
5. สนทนา แลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง กิจกรรม และสถานการณ์ต่าง ๆ ในชีวิตประจ าวัน
6. พูดและเขียนบรรยายเกี่ยวกับตนเอง กิจวัตรประจ าวัน ประสบการณ์และสิ่งแวดล้อมใกล้ตัว
7. ใช้ภาษาสื่อสารในสถานการณ์จริง/สถานการณ์จ าลองที่เกิดขึ้นในห้องเรียนและสถานศึกษา
8. ใช้ภาษา น้ าเสียง และกิริยาท่าทางสุภาพเหมาะสม ตามมารยาททางสังคม และวัฒนธรรมของเจ้าของ
ภาษา
9. ค้นคว้า รวบรวม และสรุปข้อมูล/ ข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่นจากแหล่งเรียนรู้ต่าง
ๆ และน าเสนอด้วยการพูด/การเขียนหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
156
รายวิชา อ21102 ภาษาอังกฤษพื้นฐาน 2
3 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.5 หนวยกิต
—————————————————————————————————————————-
ค าอธิบายรายวิชา
รายวิชาภาษาอังกฤษพื้นฐาน 2 (อ21102) เป็นการเสริมสร้างให้ผู้เรียนมีวินัย ใฝ่เรียนรู้ และมุ่งมั่นใน
การน าความรู้ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจ าวัน และการศึกษาต่อ โดยผู้เรียนจะได้ฝึกพูดและเขียนแสดงความ
ต้องการ ขอความช่วยเหลือ ตอบรับและปฏิเสธการให้ความช่วยเหลือในสถานการณ์ต่าง ๆ อย่างเหมาะสม
รวมถึงการแสดงความรู้สึกและความคิดเห็นของตนเองเกี่ยวกับเรื่องราว เหตุการณ์ กิจกรรมวันส าคัญ และ
เทศกาลต่างๆ รวมทั้งชีวิตความเป็นอยู่ และประเพณีของเจ้าของภาษาที่ได้ฟังและอ่าน โดยสามารถให้เหตุผล
สั้นๆ ประกอบได้อย่างเหมาะสม รวมทั้งเข้าร่วม/จัดกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมตามความสนใจ เข้า
ใจความเหมือนและความแตกต่างระหว่างการออกเสียงประโยคชนิดต่างๆ การใช้เครื่องหมายวรรคตอนและ
การล าดับค าตามโครงสร้างประโยคของภาษาอังกฤษและภาษาไทย ใช้ทักษะภาษาอังกฤษเพื่อสื่อสารใน
สถานการณ์จริง/สถานการณ์จ าลองที่เกิดขึ้นในห้องเรียน สถานศึกษา และชุมชน ทั้งนี้โดยใช้โครงสร้างประโยค
ความเดียว (simple sentence) นอกจากนี้ยังฝึกใช้ทักษะภาษาอังกฤษในการสืบค้น/ค้นคว้า เพื่อหาความรู้
และข้อมูลจากสื่อและแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ
ตัวชี้วัด
1. พูดและเขียนแสดงความต้องการขอความช่วยเหลือ ตอบรับและปฏิเสธการให้ความช่วยเหลือใน
สถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม
2. พูดและเขียนแสดงความรู้สึกและความคิดเห็นของตนเองเกี่ยวกับเรื่องใกล้ตัว และกิจกรรมต่างๆ
พร้อมทั้งให้เหตุผลสั้นๆ ประกอบได้อย่างเหมาะสม
3. พูด /เขียน สรุปใจความส าคัญ /แก่นสาระ (theme) ที่ได้จากการวิเคราะห์เรื่อง /เหตุการณ์ที่อยู่ในความ
สนใจของสังคม
4. ฟัง พูด อ่าน และเขียนในสถานการณ์จริง/สถานการณ์จ าลองที่เกิดขึ้นในห้องเรียนและสถานศึกษาได้
5. พูดและเขียนเพื่อขอและให้ข้อมูล และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่ฟังหรืออ่านได้อย่างเหมาะสม
6. พูด/เขียนแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกิจกรรมหรือเรื่องใกล้ตัวต่าง ๆ พร้อมทั้งให้เหตุผลสั้น ๆ ประกอบ
7. บรรยายเกี่ยวกับเทศกาล วันส าคัญ ชีวิตความเป็นอยู่ และประเพณีของเจ้าของภาษา
8. เข้าร่วม/จัดกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมตามความสนใจ
9. บอกความเหมือนและความแตกต่างระหว่างการออกเสียงประโยคชนิดต่างๆ การใช้เครื่องหมายวรรค
ตอน และการล าดับค าตามโครงสร้างประโยคของภาษาอังกฤษและภาษาไทย
10.เปรียบเทียบความเหมือนและความแตกต่างระหว่างเทศกาล งานฉลอง วันส าคัญ และชีวิตความเป็นอยู่
ของเจ้าของภาษากับของไทย
11.ค้นคว้า รวบรวม และสรุปข้อมูล /ข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่นจากแหล่งเรียนรู้
ต่างๆ และน าเสนอด้วยการพูด/การเขียน
12.ใช้ภาษาอังกฤษในการสืบค้น/ค้นคว้า เพื่อหาความรู้และข้อมูลจากสื่อและแหล่งการเรียนรู้ต่างๆหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
157
รายวิชา อ22101 ภาษาอังกฤษพื้นฐาน 3
3 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.5 หนวยกิต
—————————————————————————————————————————-
ค าอธิบายรายวิชา
ในรายวิชาภาษาอังกฤษพื้นฐาน 3 (อ22101) ผู้เรียนจะได้ฝึกฟังและอ่านค าขอร้อง ค าแนะน า ค าชี้แจง
และค าอธิบายที่มีรูปประโยคที่ยาวขึ้นและมีความซับซ้อนมากขึ้น ฝึกอ่านออกเสียงข้อความ ข่าว ประกาศ นิทาน
และบทร้อยกรอง (poem) ตามหลักการอ่าน ฝึกพูดและเขียนบรรยายเกี่ยวกับโรงเรียน ประสบการณ์ และ
สิ่งแวดล้อม ที่อยู่ในความสนใจของตนเองและสังคม โดยเลือกใช้ค าศัพท์ ส านวน และโครงสร้างประโยคความ
รวม (compound sentence) เข้าร่วม/จัดกิจกรรม/สถานการณ์จ าลองทางภาษาและวัฒนธรรมตามความ
สนใจ เพื่อฝึกการสื่อสารระหว่างบุคคลในสถานการณ์ต่างๆทั้งที่เกิดขึ้นในห้องเรียน สถานศึกษา และชุมชน
โดยใช้ภาษา น้ าเสียง และกริยาท่าทางในการสนทนาให้เหมาะสมกับบุคคลตามมารยาททางสังคมและ
วัฒนธรรมของเจ้าของภาษา ใช้ภาษาอังกฤษในการค้นคว้า รวบรวม และสรุปข้อมูล/ข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องกับ
กลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น หรือสถานการณ์ต่างๆ เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ และสามารถน าเสนอ
และสื่อสารได้อย่างถูกต้องเหมาะสม
ตัวชี้วัด
1. ปฏิบัติตามค าขอร้อง ค าแนะน า ค าชี้แจง และค าอธิบายง่ายๆ ที่ได้ฟังและอ่าน
2. อ่านออกเสียงข้อความ ข่าว ประกาศ และบทร้อยกรองสั้น ๆ ได้ถูกต้องตามหลักการอ่าน
3. ระบุ /เขียนประโยคและข้อความให้สัมพันธ์กับสื่อที่ไม่ใช่ความเรียง (non-text information) รูปแบบต่าง ๆ
ที่อ่าน
4. สนทนาเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง เรื่องใกล้ตัว และสถานการณ์ต่างๆ ในชีวิตประจ าวันได้
อย่างเหมาะสม
5. พูดและเขียนแสดงความต้องการ เสนอและให้ความช่วยเหลือ ตอบรับและปฏิเสธการให้ความช่วยเหลือ
ในสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม
6. พูดและเขียนบรรยายเกี่ยวกับตนเอง กิจวัตรประจ าวัน ประสบการณ์ และข่าว /เหตุการณ์ ที่อยู่ในความ
สนใจของสังคม
7. ใช้ภาษา น้ าเสียง และกิริยาท่าทางให้เหมาะสมกับบุคคลและโอกาส ตามมารยาททางสังคม และ
วัฒนธรรมของเจ้าของภาษา
8. เข้าร่วม/จัดกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมตามความสนใจ
9. เปรียบเทียบและอธิบายความเหมือนและความแตกต่างระหว่างการออกเสียงประโยคชนิดต่างๆ และ
การล าดับค าตามโครงสร้างประโยค ของภาษาอังกฤษและภาษาไทย
10. ค้นคว้า รวบรวม และสรุปข้อมูล /ข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่นจากแหล่งเรียนรู้ และ
น าเสนอด้วยการพูด/การเขียน
11. ใช้ภาษาสื่อสารในสถานการณ์จริง/สถานการณ์จ าลองที่เกิดขึ้นในห้องเรียน สถานศึกษา และชุมชนหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
158
รายวิชา อ22102 ภาษาอังกฤษพื้นฐาน 4
3 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.5 หนวยกิต
—————————————————————————————————————————-
ค าอธิบายรายวิชา
ในรายวิชาภาษาอังกฤษพื้นฐาน 4 (อ22102 ) ผู้เรียนจะได้ฝึกพูดและเขียนเพื่อบอกรายละเอียด
(supporting detail) ใจความส าคัญ (main idea) และแสดงความคิดเห็น พร้อมทั้งให้เหตุผลและยกตัวอย่างง่าย ๆ
ประกอบเกี่ยวกับเรื่องที่ได้ฟังและอ่าน เช่น บทสนทนา นิทาน บทความจากสื่อจริงประเภทต่าง ๆ (authentic
texts) โดยใช้ค าศัพท์ ส านวน ข้อความและโครงสร้างประโยคความรวม (compound sentence) ได้อย่างถูกต้อง
เหมาะสม พูดและเขียนสรุปใจความส าคัญ แก่นสาระ (theme) และหัวข้อเรื่อง (topic) ที่ได้จากการวิเคราะห์
เรื่อง/ข่าว/เหตุการณ์ที่อยู่ในความสนใจของสังคม สามารถอธิบายความเหมือนและความแตกต่างระหว่างชีวิต
ความเป็นอยู่และวัฒนธรรมของเจ้าของภาษากับของไทย ใช้ภาษาอังกฤษในการค้นคว้า รวบรวม และสรุป
ข้อมูล/ข้อเท็จจริง เพื่อเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารของโรงเรียนเป็นภาษาอังกฤษ และปลูกฝังให้
ผู้เรียนเห็นคุณค่าของการเรียนภาษา และน าความรู้ไปใช้ประโยชน์อย่างมีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่
เหมาะสม
ตัวชี้วัด
1. เลือกหัวข้อเรื่องและใจความส าคัญ บอกรายละเอียดสนับสนุน (supporting detail) และแสดงความ
คิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่ฟังและอ่าน พร้อมทั้งให้เหตุผลและยกตัวอย่างง่ายๆ ประกอบ
2. ใช้ค าขอร้อง ให้ค าแนะน า ค าชี้แจง และค าอธิบายตามสถานการณ์
3. พูดและเขียนเพื่อขอและให้ข้อมูล บรรยาย และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่ฟังหรืออ่านได้อย่าง
เหมาะสม
4. พูดและเขียนแสดงความรู้สึกและความคิดเห็นของตนเองเกี่ยวกับเรื่องต่าง ๆ กิจกรรมและประสบการณ์
พร้อมทั้งให้เหตุผลประกอบได้อย่างเหมาะสม
5. พูดและเขียนสรุปใจความส าคัญ /แก่นสาระ และหัวข้อเรื่อง (topic) ที่ได้จากการวิเคราะห์เรื่อง /ข่าว/
เหตุการณ์ที่อยู่ในความสนใจของสังคม
6. พูดและเขียนแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกิจกรรม เรื่องใกล้ตัวต่างๆ และประสบการณ์ พร้อมทั้งให้
เหตุผลสั้นๆ ประกอบ
7. อธิบายเกี่ยวกับเทศกาล วันส าคัญ ชีวิตความเป็นอยู่ และประเพณีของเจ้าของภาษา
8. เปรียบเทียบและอธิบายความเหมือนและความแตกต่างระหว่างชีวิตความเป็นอยู่ และวัฒนธรรมของ
เจ้าของภาษากับของไทย
9. ค้นคว้า รวบรวม และสรุปข้อมูล / ข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่นจากแหล่งเรียนรู้ และ
น าเสนอด้วยการพูด/การเขียน
10. ใช้ภาษาอังกฤษในการสืบค้น/ค้นคว้า รวบรวม และสรุปความรู้/ข้อมูลจากสื่อและแหล่งการเรียนรู้ต่างๆ
ในการศึกษาต่อและการประกอบอาชีพ
11. เผยแพร่/ประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารของโรงเรียนเป็นภาษาอังกฤษหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
159
รายวิชา อ23101 ภาษาอังกฤษพื้นฐาน 5
3 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.5 หนวยกิต
—————————————————————————————————————————-
ค าอธิบายรายวิชา
ภาษาอังกฤษพื้นฐาน 5 (อ23101) จะมุ่งเน้นให้ผู้เรียนได้ฝึกฝนทักษะที่ใช้ในการเรียนภาษาโดยสามารถ
ปฏิบัติตามค าขอร้อง ค าแนะน า ค าชี้แจง และค าอธิบายที่ฟังและอ่านได้อย่างถูกต้องและมั่นใจ รวมทั้งสามารถ
อ่านออกเสียงข้อความ ข่าว โฆษณา และบทร้อยกรองสั้นๆ ได้ถูกต้องตามหลักการอ่าน พูดและเขียนสรุป
ใจความส าคัญ /แก่นสาระ หัวข้อเรื่อง รายละเอียดสนับสนุน ที่ได้จากการวิเคราะห์เรื่อง /ข่าว /เหตุการณ์/
สถานการณ์ที่อยู่ในความสนใจของสังคม ทั้งจากการฟังและอ่านสื่อประเภทต่างๆ พร้อมทั้งให้เหตุผลและ
ยกตัวอย่างประกอบ โดยเลือกใช้ค าศัพท์ และโครงสร้างประโยคเชิงซ้อน (complex sentence) พูดสนทนา
และเขียนแสดงความคิดเห็น ความรู้สึกที่มีต่อข่าว /เหตุการณ์ / เรื่อง/ ประเด็นต่าง ๆ โดยใช้ภาษา น้ าเสียง และ
กิริยาท่าทางให้เหมาะสมกับบุคคลและโอกาส ตามมารยาททางสังคมและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา ใช้
ภาษาอังกฤษในการค้นคว้า รวบรวม และสรุปข้อมูล/ข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น เพื่อน า
ความรู้ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจ าวัน ในการศึกษาต่อและการประกอบอาชีพ โดยน าเสนอทั้งการพูดและการ
เขียนได้อย่างเหมาะสม
ตัวชี้วัด
1. ปฏิบัติตามค าขอร้อง ค าแนะน า ค าชี้แจง และค าอธิบายที่ได้ฟังและอ่าน
2. อ่านออกเสียงข้อความ ข่าว โฆษณา และบทร้อยกรองสั้น ๆ ได้ถูกต้องตามหลักการอ่าน
3. เลือก /ระบุหัวข้อเรื่อง ใจความส าคัญ รายละเอียดสนับสนุน และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่ฟัง
และอ่านจากสื่อประเภทต่าง ๆ พร้อมทั้งให้เหตุผลและยกตัวอย่างประกอบ
4. ใช้ค าขอร้อง ให้ค าแนะน า ค าชี้แจง และค าอธิบายอย่างเหมาะสม
5. พูดและเขียนแสดงความต้องการ เสนอและให้ความช่วยเหลือ ตอบรับและปฏิเสธการให้ความช่วยเหลือใน
สถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม
6. พูดและเขียนเพื่อขอและให้ข้อมูล อธิบาย เปรียบเทียบ และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่ฟังหรือ
อ่านได้อย่างเหมาะสม
7. พูดและเขียนบรรยายเกี่ยวกับตนเอง ประสบการณ์ ข่าว /เหตุการณ์ / เรื่อง/ ประเด็นต่าง ๆ ที่อยู่ใน
ความสนใจของสังคม
8. พูดและเขียนสรุปใจความส าคัญ /แก่นสาระ หัวข้อเรื่องที่ได้จากการวิเคราะห์เรื่อง /ข่าว /เหตุการณ์/
สถานการณ์ที่อยู่ในความสนใจของสังคม
9. พูดและเขียนแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกิจกรรม ประสบการณ์ และเหตุการณ์ พร้อมทั้งให้เหตุผล
ประกอบ
10. ใช้ภาษา น้ าเสียง และกิริยาท่าทางให้เหมาะสมกับบุคคลและโอกาส ตามมารยาททางสังคม และวัฒนธรรม
ของเจ้าของภาษาหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
160
11.ใช้ภาษาสื่อสารในสถานการณ์จริง /สถานการณ์จ าลองที่เกิดขึ้นในห้องเรียน สถานศึกษา ชุมชน และ
สังคม
12.ใช้ภาษาอังกฤษในการสืบค้น /ค้นคว้า รวบรว และสรุปความรู้ /ข้อมูลจากสื่อและแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ
ในการศึกษาต่อและการประกอบอาชีพ
13.ค้นคว้า รวบรวม และสรุปข้อมูล /ข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่นจากแหล่งเรียนรู้ และ
น าเสนอด้วยการพูดและการเขียนหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พุทธศักราช 2554
161
รายวิชา อ23102 ภาษาอังกฤษพื้นฐาน 6
3 คาบ/สัปดาห์/ภาคเรียน 1.5 หนวยกิต
—————————————————————————————————————————-
ค าบธิบายรายวิชา
ในรายวิชาภาษาอังกฤษพื้นฐาน 6 (อ23102) ผู้เรียนจะสามารถระบุและเขียนสื่อที่ไม่ใช่ความเรียง
(non-text information) รูปแบบต่าง ๆ ให้สัมพันธ์กับประโยค และข้อความที่ได้ฟังหรืออ่าน สนทนาและเขียน
โต้ตอบเกี่ยวกับสถานการณ์ข่าว และเรื่องที่อยู่ในความสนใจของสังคม และสามารถสื่อสารได้อย่างต่อเนื่องและ
เหมาะสม พูดและเขียนบรรยายความรู้สึกและความคิดเห็นของตนเอง เกี่ยวกับเรื่องต่างๆ กิจกรรม
ประสบการณ์ และข่าว/เหตุการณ์ พร้อมทั้งให้เหตุผลประกอบได้อย่างเหมาะสม โดยเลือกใช้ภาษา น้ าเสียง และ
กิริยาท่าทางให้เหมาะสมกับบุคคลและโอกาส ตามมารยาททางสังคม และวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา อธิบาย/เข้า
ร่วม/จัดกิจกรรมทางภาษา เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงชีวิตความเป็นอยู่ ขนบธรรมเนียม ประเพณีและวัฒนธรรมของ
เจ้าของภาษาตามความสนใจ น าเสนอด้วยการพูดและการเขียน เผยแพร่/ ประชาสัมพันธ์ข้อมูล ข่าวสารของ
โรงเรียน ชุมชน และท้องถิ่น ได้อย่างถูกต้องตามหลักการใช้ภาษา และค่านิยมที่เหมาะสม
ตัวชี้วัด
1. ระบุและเขียนสื่อที่ไม่ใช่ความเรียง (non-text information) รูปแบบต่างๆ ให้สัมพันธ์กับประโยค และ
ข้อความที่ได้ฟังหรืออ่าน
2. สนทนาและเขียนโต้ตอบข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง เรื่องใกล้ตัวต่างๆ สถานการณ์ข่าว เรื่องที่อยู่ในความ
สนใจของสังคม และสามารถสื่อสารได้อย่างต่อเนื่องและเหมาะสม
3. พูดและเขียนบรรยายความรู้สึกและความคิดเห็นของตนเอง เกี่ยวกับเรื่องต่างๆ กิจกรรม ประสบการณ์
และข่าว/เหตุการณ์ พร้อมทั้งให้เหตุผลประกอบอย่างเหมาะสม
4. เลือกใช้ภาษา น้ าเสียง และกิริยาท่าทางให้เหมาะสมกับบุคคลและโอกาส ตามมารยาททางสังคม และ
วัฒนธรรมของเจ้าของภาษา
5. อธิบายเกี่ยวกับชีวิตความเป็นอยู่ ขนบธรรมเนียม และประเพณีของเจ้าของภาษา
6. เข้าร่วม/จัดกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมตามความสนใจ
7. เปรียบเทียบและอธิบายความเหมือนและความแตกต่างระหว่างการออกเสียงประโยคชนิดต่างๆ และ
การล าดับค าตามโครงสร้างประโยคของภาษาอังกฤษและภาษาไทย
8. เปรียบเทียบและอธิบายความเหมือนและความแตกต่างระหว่างชีวิตความเป็นอยู่และวัฒนธรรมของ
เจ้าของภาษากับของไทย และสามารถน าไปใช้ได้อย่างเหมาะสม
9. เผยแพร่ /ประชาสัมพันธ์ ข้อมูล ข่าวสารของโรงเรียน ชุมชน และท้องถิ่น เป็นภาษาอังกฤษ
10. ค้นคว้า รวบรวม และสรุปข้อมูล / ข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่นจากแหล่งเรียนรู้ และ
น าเสนอด้วยการพูดและการเขียน

About these ads

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s